หลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์ มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ทั้งทีก็อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็เลยเกิดไอเดียหาที่เที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ ที่สามารถขับรถได้ไม่นาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็ถึง สุดท้ายเลยตัดสินใจที่จะไปพัทยา เพราะว่าพัทยามีครบ ทั้งที่กิน ที่เที่ยว รวมไปถึงโรงแรมติดทะเลพัทยาสวยๆ คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบแพ็คกระเป๋า แล้วรีบกดหาจองที่พักพัทยาราคาดีๆ ทันทีใน Traveloka เพราะนอกจากจะง่าย สะดวก รวดเร็ว เวลาจองผ่านโปรโมชั่นยังได้ราคาดีๆ ที่ถูก และคุ้มค่ามากกว่าที่อื่น

จองที่พักพัทยา กับ Traveloka

 

สำหรับที่พักทริปพัทยาของเราในครั้งนี้ เราเลือกที่พัก [email protected] Pattaya เพราะมีข้อดีตรงทำเลดีมาก ถึงแม้จะอยู่ในพัทยาเหนือ แต่ก็ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายอย่าง มีห้างสรรพสินค้าล้อมรอบ ทั้งเซนทรัลมาริน่า เทอมินอลพัทยา และห้างเซนทรัลพัทยาที่เพิ่งเปิดใหม่ ที่สำคัญคือถึงจะไม่ได้อยู่ติดทะเล แต่ก็สามารถเดินไปยังชายหาด และมองเห็นวิวสวยๆ ของทะเลได้ เพราะห้องพักที่เราเลือกในคราวนี้ เป็นแบบ Sea View ด้วยหล่ะ

จองที่พัก[email protected] Pattaya กับ Traveloka

เราเดินทางจากกรุงเทพฯ มาพัทยาโดยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งจะบอกว่าเป็นการเดินทางที่ง่ายมาก แค่วิ่งตรงยาวๆ จากถนนสุขุมวิท ขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์แล้ววิ่งยาวสู่ ทางหลวงหมายเลข 7 ก็จะมาถึงสี่แยกตรงพัทยาเหนือเลย พอลงจากมอเตอร์เวย์ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นก็จะถึงที่พักแล้ว หรือถ้าหากใครไม่คุ้นทางก็สามารถปักหมุดที่โรงแรม หรือว่าที่เซนทรัลมาริน่าก็ได้ เพราะอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ถ้าขับรถมาเรื่อยๆ ให้สังเกตที่ตึกสีน้ำเงินเข้ม ด้านหน้าจะมีรูปปั้นน้ำพุหนุมานตั้งอยู่

 

หลังจากที่เรารีบเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อเช็คอิน แต่ทว่าห้องพักยังไม่เสร็จ ซึ่งโชคดีที่ห้องพักแบบที่เราจองนั้นรวมบริการ Club Lounge มาให้แล้ว!! ทำให้เราสามารถไปนั่งรอที่ห้อง My Lounge ได้ ส่วนคลับที่ว่านี้จะอยู่ชั้น 6 กดลิฟต์ขึ้นไปได้เลย แจ้งชื่อ และเบอร์ห้อง เราก็สามารถชิลล์ที่คลับได้ทั้งวัน

 

ข้อดีของการซื้อห้องพักที่มีคลับเล้าท์ คือเราสามารถเข้ามานั่งได้ทั้งวัน โดยมีจะมีความเป็นส่วนตัวมาก เนื่องจากคนที่จะเข้าคลับเล้าท์แห่งนี้ก็คือคนที่ซื้อแพคเกจมาเท่านั้น โดยในคลับเล้าท์ก็จะมีขนม และเครื่องดื่มเสิร์ฟหมุนเวียนไปตลอดทั้งวัน เริ่มตั้งแต่ในช่วงเช้าที่จะมีเมนูอาหาร A La Carte ที่ในไลน์บุฟเฟ่ต์ไม่มี เสิร์ฟตั้งแต่เวลา 06.00 – 11.00 น. ไล่มาจนถึงช่วงกลางวันเวลา 14.00 – 17.00 น. จะมีเซ็ตอาหารว่างเสิร์ฟ โดยในช่วงเวลาที่เรามานี้ก็ได้มาทันเวลาเมนูช่วงบ่ายพอดี เลยมีโอกาสได้ถ่ายรูปมาฝากว่ามีอะไรให้เราพอร้องท้องได้บ้าง ส่วนคลับเล้าท์แห่งนี้จะเปิดอีกทีในช่วงเย็น ซึ่งจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สั่งได้ไม่อั้นภายในช่วงเวลา 17.30 – 19.30 น. หรือใครอยากมานั่งรับประทานอาหารเย็น ก็นั่งได้ยาวๆ ถึง 22.00 น.

 

ซึ่งจริงๆ แล้วบริการ My Lounge ของโรงแรมสยาม แอท สยามพัทยา ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของโรงแรมนี้เลย เพราะเหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนในโรงแรม ไม่ต้องออกไปไหน ก็จะมีกิจกรรมให้ทำ รวมถึงมีส่วนที่รองรับแขกอย่างเพียบพร้อมอย่างเล้าท์ ที่จะมีทั้งไอศกรีม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และขนมคบเคี้ยวบางส่วนให้บริการทั้งวัน อย่างที่เห็นในส่วนมื้อกลางวันก็จะมีแซนวิชให้ด้วย ใครหิวๆ ก็ลงมากินได้เลย

 

นอกจากนั้นยังมีส่วนของบาร์ ห้องอาหาร และสระว่ายน้ำด้านบนครบ ใครที่อยากมาเที่ยวพัทยา และอยากพักผ่อนอย่างแท้จริง แบบไม่ต้องออกไปไหน ในโรงแรมก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อม แนะนำให้จองแล้วแพ็คกระเป๋ามาโลด แต่อย่าลืมจองห้องพักแบบที่รวมคลับเล้าท์แล้วด้วยนะ

 

หลังจากที่เช็คอินห้องเรียบร้อย ก็จะได้สายรัดข้อมือมา ซึ่งสามารถเอาไว้โชว์เวลาจะเข้าห้องอาหาร สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ใช้กดลิฟท์ และเปิดประตูห้อง นับว่าสะดวกมากๆๆ สำหรับห้องที่เราจองไว้เป็นห้องใหญ่ ไฮไลท์อยู่ที่เป็นห้องหัวมุม จึงสามารถมองเห็นได้ทั้งวิวเมือง และวิวทะเล ที่สำคัญคือมีโซฟาที่สามารถนั่งชมวิวเมืองพัทยาในมุมสูงได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย

 

นี่คือวิวที่เราสามารถมองเห็นจากในห้องได้หมด ซึ่งบอกเลยว่ามันฟินมาก!! เป็นห้องที่เห็นวิวทะเลได้แบบสุดลูกหูลูกตา ที่สำคัญคือมีกิมมิกตรงที่มีหน้าต่างในห้อง และตรงอ่างอาบน้ำก็สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ด้วยเช่นกัน แค่มีวิวสวยๆ แบบนี้ เราก็พร้อมที่จะนอนอยู่ห้องได้ทั้งวัน ใครที่อยากเห็นวิวทะเลพัทยาสวยๆ แบบที่ไม่ต้องจ่ายแพงมาก เราว่าโรงแรมนี้คุ้มค่าเป็นอย่างมาก

 

ไฮไลท์ของห้องนี้อยู่ที่ห้องน้ำ! เพราะว่ามีอ่างอาบน้ำที่สามารถนอนแช่อ่างไปฟินๆ พร้อมกับชมวิวของทะเลพัทยาสวยๆ เป็นห้องน้ำที่เราเห็นแล้วอยากจะลงนอนแช่ทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว นอกจากนั้นสบู่ แชมพู หรือบอดี้โลชั่นของห้องที่เราอยู่ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนั้นมาจาก Panpuri ซึ่งกลิ่นหอมมากๆๆ เวลาใช้จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปาเลยทีเดียว มาเที่ยวพัทยาครั้งนี้ ไม่ต้องพกครีมอาบน้ำมาก็ยังได้เลย

 

ไฮไลท์ของที่พัก [email protected] Pattaya แห่งนี้คือจะมีสระว่ายน้ำด้วยกันทั้งหมด 2 สระ โดดเด่นที่วิวพัทยาแบบ 360 องศา สำหรับสระว่ายน้ำแรก จะเป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool มองเห็นทั้งวิวเมือง และวิวทะเล อยู่ที่ชั้น 24 ซึ่งข้อดีของสระว่ายน้ำนี้ คือคนที่ไม่ได้มาพักที่โรงแรมก็สามารถขึ้นมาได้ แต่จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม อีกทั้งยังมีของกิน และเครื่องดื่มให้สั่งตลอดเวลา ใครว่ายน้ำอยู่แล้วหิวๆ ก็สั่งอาหารมากินได้เลย

 

อะไรจะมีความสุขมากไปกว่าการได้ว่ายน้ำ แล้วชมวิวเมืองพัทยาแบบเพลินๆ หากใครที่ไม่รู้จะไปไหน แล้วอยากมานั่งชิลล์บนรูฟท็อป ก็สามารถขึ้นมาที่สระว่ายน้ำแห่งนี้ได้ เพราะตอนกลางคืนจะเปิดเป็นเหมือนเป็นบาร์ขนาดย่อม ใครที่ไม่ได้พักที่โรงแรมนี้ก็สามารถเดินขึ้นมาได้

 

ถ้าใครคิดว่าสระว่ายน้ำชั้น 24 สูงแล้ว ที่ [email protected] Pattaya มีสระว่ายน้ำที่สูงกว่านั้น เพราะต้องกดลิฟท์ขึ้นไปอีก 3 ชั้น สำหรับสระว่ายน้ำแห่งนี้ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมีรูปปั้นหนุมานพ่นน้ำ พร้อมกับวิวสวยๆ ของเมืองพัทยาแบบ 360 องศาของจริง นอกจากจะเป็นสระว่ายน้ำ ยังเปิดเป็น Sky Bar มีเครื่องดื่มให้บริการ และยังมีดีเจมาเปิดแผ่นในช่วงเย็นๆ นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่แฮงค์เอ้าท์ที่ไม่ควรพลาดแก่การมาเยือน

 

จุดเด่นอีกอย่างของโรงแรมสยามแอทสยาม คือจะมีบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดในช่วงเย็น เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. ภายในราคาเพียงแค่ 777 บาท ซึ่งถือว่าเป็นบุฟเฟ่ต์ที่คุ้มค่ามาก เพราะมีหอยนางรมสดๆ ตัวใหญ่ๆ กุ้ง ปลาหมึก และปลาแซลมอนพร้อมเสิร์ฟเพียบ นอกจากนั้นยังมีเมนูอาหารอื่นๆ อาทิ ซูชิ พิซซ่า สลัด ผักโขมอบชีส และสเต๊กหมู ไก่ เนื้อ แนะนำหากใครไปพัทยา แล้วอยากลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ แนะนำให้ลิสบุฟเฟ่ต์ของสยามแอทสยาม พัทยาเอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก

 

หลังกินอาหารคาวเสร็จแล้ว ก็ต้องตบท้ายด้วยของหวานกันสักหน่อย ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ครบทุกรสชาติ ซึ่งที่ห้องอาหารแห่งนี้ก็ถือว่ามีเมนูของหวานให้เลือกค่อนข้างเยอะ มีเค้กหลากหลายเมนู และฟองดูว์ชอกโกแลต ที่รับรองว่าต้องถูกใจเด็กๆ อย่างแน่นอน ขอบอกเลยว่าบุฟเฟ่ต์นี้คือราคาเกินคุ้ม ถ้าหากใครอยากมาลอง ก็สามารถจองที่นั่งล่วงหน้ากับทางโรงแรมได้ เพราะเท่าที่ดูคนเยอะมาก และที่นั่งก็เต็มตลอดเช่นกัน หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นเสร็จ เราก็กลับไปนอนแช่น้ำในอ่าง ชมวิวพัทยาตอนกลางคืน ก่อนที่จะนอนพักเก็บแรงไว้ลุยพรุ่งนี้ต่ออีกวัน

 

เช้าวันที่สอง เราตื่นตั้งแต่เช้า เพราะพนักงานแจ้งว่าคนค่อนข้างเยอะ อยากให้ลองมารับประทานเช้าหน่อย ข้อดีของการซื้อคลับเล้าท์ คือเราจะมีที่นั่งกินแบบส่วนตัวภายในห้อง My Lounge อีกทั้งภายในห้องคลับเล้าท์ก็ยังมีไลน์อาหารเสิร์ฟ แบบที่ข้างนอกไม่มี ที่สำคัญคือมีเครื่องดื่มเสิร์ฟตลอดเวลา รวมถึงเมนู A La Carte อาทิ ข้าวต้มไข่เยี่ยวม้า ไข่กระทะ บะหมี่หมูแดง และไข่เบนเนดิกส์ ที่สามารถสั่งได้แบบไม่อั้น ตั้งแต่ 06.00 – 11.00 น.

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เราก็เตรียมตัวเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม เพื่อที่จะแวะไปเที่ยวที่ Teddy bear museum pattaya พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมีที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม แต่ในคราวนี้เรากลัวว่าคนจะเยอะ เลยเลือกจองบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี พัทยา กับ Traveloka ไปล่วงหน้าก่อน เพราะชอบที่สะดวกในการซื้อบัตร ไม่ต้องพกบัตรให้ยุ่งยาก เพราะแค่ไปถึงก็ยื่นใบจองให้พนักงานดูได้เลย ซึ่งนอกจากพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมีแล้ว ก็ยังมีบัตรเข้าชมสถานที่เที่ยวอื่นๆ ในพัทยาอีกเช่นกัน

ซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมีเทดดี้ แบร์ มิวเซี่ยม กับ Traveloka

ภายในพิพิธภัณฑ์ก็จะเต็มไปด้วยส่วนจัดแสดงที่เป็นตุ๊กตาหมีในธีมต่างๆ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์นี้ ผู้เข้าชมสามารถถ่ายรูปได้ทุกจุด นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีตุ๊กตาหมีในธีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉาก หรือว่าองค์ประกอบอื่นๆ ก็ทำออกมาได้ดี เวลาเดินเข้าไปในนั้นจึงไม่รู้สึกเบื่อ แนะนำสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆ หรือใครที่ชอบถ่ายรูป

 

หลังจากแวะเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์เทดดี้แบร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็รีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ก็กลัวว่ารถจะติด เนื่องจากทริปนี้เรามาแค่คืนเดียว แล้วไม่ได้ลางาน เป็นการมาพักผ่อนที่พัทยาแบบสั้นๆ แต่ก็เป็นทริปที่เต็มไปด้วยความสุขใจ เนื่องจากได้หนีจากความวุ่นวายมาแปปหนึ่ง เอาจริงๆ แค่ได้นอนแช่อ่างน้ำ มองดูเรือที่แล่นไปแล่นมาในทะเลพัทยา ร่างกายของเราก็เหมือนได้ชาร์จแบตจนเต็มอิ่มแล้ว