วันนี้เราอยากแนะนำสถานที่เที่ยวในสระบุรี อากาศดีๆ สบายๆ บางคนอยู่กรุงเทพฯแล้วมันเบื่อๆ Traveloka ขอแนะนำให้ออกไปสูดอากาศกรุ่นไอหนาวที่สระบุรี จังหวัดใกล้ๆ ที่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ไม่ว่าจะป่า เขา ทุ่งดอกไม้ น้ำตก หรือวัดวาอาราม ที่นี่ก็มีสถานที่เที่ยวในสระบุรีที่พร้อมให้คุณได้เช็คอินกันแบบสะดวกๆ

จองโรงแรมและที่พักสระบุรีกับ Traveloka

10 สถานที่เที่ยวสระบุรี อากาศดี ชิวๆ

1. ทุ่งทานตะวัน สระบุรี

หน้าหนาวนี่แหละเหมาะกับเที่ยวชมทุ่งดอกไม้เป็นที่สุด ยิ่งในจังหวัดสระบุรี “ทุ่งทานตะวัน” นั้นเป็นสถานที่เที่ยวในสระบุรีที่ควรค่าแก่การไปเช็คอินเป็นอันดับต้นๆ เลย ส่วนโลเคชั่นก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โซนของอำเภอวังม่วง, แก่งคอย, มวกเหล็ก, พระพุทธบาท, เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอหนองโดน แต่ถ้าจะให้เจาะจงหรือเน้นเอาแบบดอกทานตะวันบานแข่งกันชูช่อสุดลูกหูลูกตา ก็ไร่ ส.ท. เพ็ญศรี, ไร่นายวิชา, ไร่บ้าน ปากน้ำ และไร่นายสายันต์ ส่วนใครที่ไปได้แค่แห่งเดียวเพราะแพลนที่มีนั้นแน่นเหลือเกิน สามารถโทรสอบถามการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก่อนเดินทางได้ที่เบอร์ 0-3524-6076

 

2. น้ำตกมวกเหล็ก สระบุรี

มาสระบุรีก็ต้องแวะชิลล์ที่น้ำตกสิทริปนี้ถึงจะสมบูรณ์ อย่างน้ำตกมวกเหล็ก สถานที่เที่ยวในสระบุรีทางธรรมชาติที่เราคิดว่าไปแล้วคุ้ม หนึ่งนอกจากจะมีน้ำตกให้ได้เล่น บริเวณเดียวกันยังเป็นสวนรุกขชาติ แหล่งธรรมชาติที่เต็มไปด้วยพรรณไม้กว่า 300 ไร่ ไม่ว่าจะหายากแค่ไหนหรือเป็นไม้ยืนต้นในพุทธประวัติ ที่นี่ก็มีให้คุณได้ชื่นชมแน่นอน   

 

3. สวนบิ๊กเต้ มวกเหล็ก สระบุรี

ที่เกาหลีมีตามรอยซีรีส์ ส่วนสถานที่เที่ยวในสระบุรีก็มีแหล่งตามรอยละครดังเช่นกัน ซึ่งถ้าใครได้ดูละครเรื่องบัลลังก์ดอกไม้ของทางช่อง 3 จะเห็นว่าไร่อุ่นรักของพุดชมพูนางเอกในเรื่องนั้นน่าไปถ่ายรูปแค่ไหน จะบอกให้ว่าโลเคชั่นที่กองถ่ายได้ยกไปถ่ายทำกันก็คือ “สวนบิ๊กเต้” ณ มวกเหล็กนั่นเอง ที่นี่อุดมไปด้วยดอกเบญจมาศมากกว่า 30 สายพันธุ์ แถมยังเป็นสถานที่จำหน่ายรวมทั้งส่งออก คิดดูว่าในพื้นที่ 100 ไร่ ที่มีดอกเบญจมาศหลากสีสันจะสวยงามสักแค่ไหน ลองจินตนาการดู      

 

4. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า สระบุรี

ถ้าครั้งนี้ไม่ใช่วันเดย์ทริปทางเราก็อยากให้คุณได้ลองไปกางเต็นท์ซึมซับความเป็นธรรมชาติที่สถานที่เที่ยวในสระบุรีอย่าง “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า” ดูสักที และท่าจะให้ดีก็ต้องเป็นโซนอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน เพราะนอกจากวิวเบื้องหน้าจะงาม บรรยากาศก็ยังชิลล์จนใครต่อใครที่เคยมาเยือนที่นี่ ต่างก็ไม่อยากจะกลับไปเผชิญความเป็นจริงที่กรุงเทพฯกันเลยทีเดียว กิจกรรมอีกอย่างที่อยากให้คุณได้ทำก็คือการเช่าจักรยานแล้วปั่นชมวิวรอบๆ หรือเดินไปเล่นน้ำตกเจ็ดคดใกล้ๆ ที่ระหว่างทางก็มีสิ่งละอันพันละน้อยจากธรรมชาติให้คุณได้ชมเพลินๆ เลยล่ะ  

 

5. ทุ่งปอเทือง สระบุรี

ไปทุ่งทานตะวันมาแล้วจะพลาดแวะชมทุ่งปอเทืองไปได้ยังไง ด้านพิกัดก็ไปง่ายเพราะไร่สุวรรณอยู่ติดถนนมิตรภาพ ทั้งยังเป็นศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ที่ใครผ่านไปผ่านมาเส้นนี้จะต้องแวะซื้อน้ำนมข้าวโพดกลับไปฝากคนที่บ้านกันแทบทุกราย รวมถึงด้านหลังของศูนย์ยังมีทุ่งปอเทืองเหลืองอร่าม กว้างนับร้อยๆ ไร่ให้ได้เดินถ่ายรูปเล่น ยิ่งได้ฉากหลังเป็นภูเขาตั้งตระหง่านเรียงรายคล้ายกับงานศิลปะ คุณเอ้ยยยรูปที่ได้ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลยล่ะ    

 

6. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สระบุรี

สถานที่เที่ยวในสระบุรีทางธรรมชาติอีกแห่งในช่วงหน้าหนาวของสระบุรีที่เราจะพลาดไม่ได้เลยก็คือ “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” น้ำตก 7 ชั้นและธารน้ำคล้ายแก่งขนาดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวได้มาแหวกว่ายกันสนุกสนานท่ามกลางอากาศเย็นสบายในช่วงปลายปี อีกอย่างช่วงนี้ (พฤศจิกายน-เมษายน) ยังเป็นพีเรียดที่น้ำตกแห่งนี้น้ำใสสวยงาม ทั้งยังปลอดภัยแก่ผู้มาเล่นน้ำอีกด้วย

 

7. วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ สระบุรี

ทำจิตใจให้แจ่มใสด้วยการเข้าวัดระหว่างทริปก็เป็นไอเดียที่ดีอยู่เหมือนกัน ยิ่งถ้าวัดแห่งนั้นอุดมไปด้วยธรรมชาติ ก็เหมือนกับได้กำไรสองต่อเลยล่ะ ซึ่ง “วัดถ้ำพระโพธิสัตว์” ที่ตั้งอยู่อำเภอแก่งคอยของสระบุรีเป็นสถานที่ตามที่เราเกริ่นไว้เป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาล้อมรอบวัดกว่า 3 ด้าน และเพราะตัววัดตั้งอยู่บนเนินทั้งไหล่เขา ทัศนียภาพโดยรอบจึงเขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ไม่พอระหว่างทางไปถ้ำยังจะได้พบกับน้ำตกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มอบความสดชื่นให้แก่ผู้มาเยือนอีกด้วย    

 

8. อ่างเก็บน้ำเขารวก สระบุรี

สถานที่เที่ยวในสระบุรีที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่น่าเลือกไปปิกนิกช่วงสายๆ ด้านโลเคชั่นก็อยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ําตกสามหลั่น รอบๆ มีทั้งบ้านพัก ศาลาอเนกประสงศ์ พร้อมๆ กับมีห้องน้ำและร้านค้าสวัสดิการ เท่ากับว่ามาตั้งเต็นท์นอนดูดาวกันได้แบบสบายๆ แล้วช่วงบ่ายๆ ค่อยเดินชมธรรมชาติที่เส้นทางเดินป่าเขาแดงที่ปลายทางคือน้ำตกสามหลั่น โดยมีระยะทางราวๆ 1.6 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

 

9. น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

น้ำตกชื่อแปลกแห่งนี้มีความสูงอยู่ที่ 350 เมตร และแม้จะถูกแบ่งเป็น 3 ชั้นแต่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของน้ำตกได้ที่ชั้นล่างสุดเพียงเท่านั้น แต่หากใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ ชอบศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่ค่อนข้างหิน ที่นี่เหมาะเลยล่ะ เพราะต้องเดินทางอย่างน้อยๆ 4 ชั่วโมง รวมถึงผ่านป่าและลำธารมากมายกว่าจะจบเส้นทางธรรมชาติของที่นี่

 

10. วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร สระบุรี

ปิดท้ายทริปด้วยสถานที่เที่ยวในสระบุรี ที่จะทำให้คุณได้ไปสักการะรอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนแผ่นหิน มากไปกว่านั้นในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาทอยู่ด้วย ภายในคุณจะเห็นถึงศลปวัตถุ อันได้แก่ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม, เครื่องทองสำริด, เครื่องลายครามสังคโลก, ศาสตราวุธโบราณ อีกทั้งท่อประปาสมัยสมเด็ดพระนารายณ์มหาราช โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาทจะเปดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมปีละ 2 หนคือขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำนั่นเอง

เรียกว่า 10 สถานที่เที่ยวสระบุรี ครั้งนี้เป็นอะไรที่ครบรส เพราะไม่แค่บุกป่าฝ่าดงชมธรรมชาติอย่างเดียว สายเซลฟี่ก็ยังได้รูปสวยๆ ทั้งจากทุ่งปอเทือง ทุ่งทานตะวัน แถมเปลี่ยนบรรยากาศไปตามรอยละครดังอย่างบัลลังก์ดอกไม้กันที่สวนบิ๊กเต้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ว่าจังหวัดสระบุรีจะใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับก็ได้ แต่การไปเที่ยวโดยที่ค้างคืนสักคืนสองคืนก็ถือว่าได้ซึบซับบรรยากาศของจังหวัดนั้นๆ มากขึ้น ดังนั้นการจองที่พักในเว็บไซต์ของ Traveloka ก่อนเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาไม่มีโรงแรมให้พักหรือเสี่ยงที่จะโดนบวกราคาจนเกินงามในยามไฮซีซั่นนั่นเอง

จองโรงแรมและที่พักสระบุรีกับ Traveloka