“นครพนม”  อีกหนึ่งเมืองเล็ก ๆ สุดน่ารักริมฝั่งโขง  ที่ใคร ๆ ก็อาจจะเผลอพลาดมอข้ามไป เมือช่อคิดถึงเมืองริมฝั่งโขงก็พากันนึกถึงแต่หนองคาย  เชียงราย และเชียงคาน แต่ใครจะรู้ว่าเมืองเล็ก ๆ อย่าง “นครพมน” นี้ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสุขสุด ๆ ในประเทศไทย  ด้วยทัศนียภาพริมฝั่งโขงอันสวยงาม และยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และทรัพยากร บรรยากาศดี เงียบสงบ ผู้คนน่ารักยิ้มแย้ม  เป็นมิตร และอัธยาศัยดี ว่าแล้วหน้าร้อนนี้ใครอยากมีความสุขสุด ๆ ต้องตามเที่ยวนครพนมด่วนเลย

จองที่พักนครพนมกับ Traveloka

จองตั๋วเครื่องบินไปนครพนมกับ Traveloka

 

 

1. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

เปิดฤกษ์กันด้วยการท่องเที่ยวในแบบวิถีไทย  ด้วยการสักการระนมัสการสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน  กับพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ศาสนสถานโบราณเก่าแก่มากกกว่า 1,000 ปี จากการศึกษาทางโบราณคดี  ค้นพบว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราว ๆ พุทธศักราช 1200 ตามแบบสถาปัตยกรรมขอม ภายในพระธาตุประดิษฐานพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้  นอกจากพระธาตุพนมจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวท้องถิ่นทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวแล้ว ยังเป็นพระธาตุอันมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสของนักท่องเที่ยวอีกด้วย  เนื่องจากพระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีวอกและผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ถ้าได้ว่าเยือนเมืองนครพนมักครั้ง ต้องห้ามพลาดมานมัสการพระธาตพนม

พิกัด :  วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

 

 

2. พระธาตุท่าอุเทน

พระธาตุในอำเภอท่าอุเทน  พระธาตุรูปผังสี่เหลี่ยมลักษณะเดียวกันกับพระธาตุพนมแต่มีขนาดเล็กกว่าและสูงกว่าพระธาตุพนม  เป็นพระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ภายในบรรจุพระพุทธสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง  ประเทศพม่า

พิกัด :  พระธาตุท่าอุเทน

 

3. ลานตะวันเบิกฟ้า  เขื่อนหน้าเมืองนครพนม

ย้ายจากพระธาตุเข้ามาสู่ตัวเมืองนครพนมกันบ้าง  โดยเริ่มที่บรรยากาศชิลล์ ๆ ริมฝั่งโขงในพื้นที่ตัวเมืองนครพนม  กับลานตะวันเบิกฟ้า เขื่อนหน้าเมืองนครพนม ลานกิจกรรมกว้างริมฝั่งโขงที่เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวเมืองนครพนม  และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกริมน้ำโขงที่สวยงามอีกด้วย ไม่เพียงแค่บรรยากาศสบาย ๆ สไตล์เมืองริมฝั่งโขงที่น่ามาใช้เวลาและชีวิตสโลว์ไลฟ์สัมผัสและชื่นชมธณรมชาติ  แต่ที่ลานตะวันเบิกฟ้ายังเป็นพื้นที่สำหรับงัดงานประเพณีสำคัญประจำเมืองอีกด้วย โดยเฉพาะงานสงกรานต์ สงกรานต์ปีนี้ใครมาที่ลานตะวันเบิกฟ้า นอกจากจะได้ชมวิวสุดอลังการริมฝั่งโขง  รับรองว่ายังได้สุขสุด ๆ สนุกสุดเหวี่ยงกันอีกด้วย

พิกัด : ลานตะวันเบิกฟ้า

 

 

4. พญาศรีสัตตนาคราช

มาเมืองริมโขงทั้งที  มันต้องมีแวะสักการระพญานาคสินะ  กับ Landmark แห่งใหม่ของตัวเมืองนครพนม  พญาศรีสัตตนาคราช องค์พญานาค 7 เศียร สีทองเหลืองริมฝั่งลำน้ำโขงที่สวยงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน  ใครมานครพนมแล้วไม่อยากหลุดเทรนด์ ต้องพุ่งมาเช็คอินที่องค์พญาศรีสัตตนาคราชแห่งนี้กันเลย ชิคเก๋ เท่ไม่ตกยุดแน่ ๆ

พิกัด : พญาศรีสัตตนาคราช

 

 

5.หาดทรายทองศรีโคตรบูร

หาดทรายน้ำจืดสีทองอร่ามริมฝั่งโขง  ด้วยผืนทรายริมตลิ่งสีเหลือทองสะท้อนแสงอาทิตย์สีทองเป็นประกาย  ที่นับเป็นหนึ่งในหาดทรายน้ำจืดที่สวยที่สุดในภาคอีสานแห่งหนึ่งทั้งยังเป็นทีเที่ยว Unseen ของจังหวัดนครพนม  โดยจะปรากฎให้ยลโฉมความงามของธรรมชาตินี้เฉพาะในช่วงหน้าแล้งเท่านั้น คือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคมของทุก ๆ ปี  ในช่วงที่แล้งมาก ๆ ระดับน้ำของแม่น้ำโขงแห้งที่สุด พื้นที่หาดทรายทองศรีโคตรบูรจะกว้างไกลไปจนถึงกลางลำน้ำโขงเลยทีเดียว

พิกัด : หาดทรายทองศรีโคตรบูร

 

 

6. เลนขี่จักรยานริมโขง  และอุโมงค์จักรยานนาคราช

ยังคงอยู่ต่อในตัวเมืองนครพนมริมฝั่งโขง  กับ เลนขี่จักรยานริมโขง และอุโมงค์จักรยานนาคราช  ก็ช่วงนี้กิจกรรมการขี่จักรยานกำลังเป็นที่นิยมติดลมบนอยู่ในกระแสคนรักสุขภาพ  และกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ก็มาแรงไม่แพ้กัน ฉะนั้นมาเที่ยวนครพนมทั้งที  ก็ถือโอกาสปั่นจักรยานริมฝั่งโขงเก๋ ๆ แบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดชิลล์ ตามสไตล์ฮิปสเตอร์ก็ดูจะเท่ไม่แพ้ใคร

พิกัด :  เลนขี่จักรยานริมโขง  และอุโมงค์จักรยานนาคราช

 

 

7. อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ และบ้านลุงโฮ

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในสไตล์เวียดนามของเมืองนครพนม  ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงความสัมพันธ์ไทย – เวียดนาม เมื่อกว่า 90 ปีที่แล้ว  ครั้งที่อดีตประธานโฮจิมินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าลุงโฮ เคยพำนักอาศัยอยู่ในเมืองนครพนม  โดยอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินทร์สร้างขึ้นในละแวกพื้นที่ไม่ไกลจากบ้านเดิมที่ลุงโฮเคยพำนักอาศัยอยู่  โดยทั้งตัวบ้านและอนุสรณ์สถานเปิดเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมความสวยงามของอนุสรณ์สถานในบรรยากาศคล้ายอยู่ในประเทศเวียดนาม  และศุกษาประวัติศาสตร์ที่บ้านลุงโฮซึ่งยังคงเก็บรักษาสภาพบ้านแบบเดิม ๆ ไว้ได้เป็นอย่างดี

พิกัด :  อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ และบ้านลุงโฮ

 

 

8. หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์

หอนาฬิกาสีชมพูพาสเทลสไตล์เรียบง่าย  ความสูงประมาณ 50 เมตรที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง  บนถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมฝั่งโขง อันเป็นสัญลักษณ์เก่าแก่ประจำเมืองนครพนม  ถูกสร้างขึ้นโดยชาวเวียดนามเพื่อเป็นการระลึกถึงไมตรีและความสัมพันธ์อันดีของไทยและเวียดนามก่อนที่ประธานโฮจิมินทร์และชาวเวียดนามที่มาพักอยู่ในนครพนมชั่วคราวจะย้ายกลับถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง  ในปัจจุบบันหอนาฬิกาแห่งนี้ได้กลายเป็น Landmark แห่งหนึ่งของนครพนม และยังเป็นมุมถ่ายรูปฮิป ๆ ฉบับอินดี้กิ๊บเก๋ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งด้วย

พิกัด :  หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์

 

 

9. ผาเป้า ภูผาแดง  อุทยานแห่งชาติภูผายล

ย้ายออกมานอกเมืองไกลขึ้นอีกหน่อยกับสถานที่ท่องเที่ยง UNSEEN นครพนมน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานเพียงปีกว่า ๆ เท่านั้น  ที่จุดชมวิวผาเป้า ภูผาแดง บนยอดเขาภูพานน้อย ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติภูผายล มีความสูงประมาณ 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง  จึงสามารถชมวิวได้แบบพาโนราม่า 360 องศา โดยจะมองเห็นแนวทิวเขาภูพานน้อยที่ทอดตัวยาวกินพื้นที่ 4 จังหวัดในภาคอีสาน ท่ามกลางบรรยากาศของป่าไม้ตามธรรมชาติที่ร่มรื่น  สงบเงียบ และอุดมสมบูรณ์

พิกัด :  ผาเป้า ภูผาแดง

 

10. น้ำตกตาดโพธิ์

และยังอยู่อยู่ต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดท้ายกันนอกเมืองแบบใกล้ชิดธรรมชาติ  กับความงดงามตามธรรมชาติของเทือกเขาภูลังกาที่น้ำตกตาดโพธิ์ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา  น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในผืนป่าและขุนเขาลึกอันอุดมสมบูรณ์ รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้  จะค้นพบเพชรเม็ดงานก็ต้องใช้ความพยายามกันหน่อยนะ กับระยะทางเดินเท้าประมาณซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็จะพบน้ำตก 4 ชั้นที่สวยงามสุดอลังการ  โดยตัวน้ำตกแต่ละชั้นมีความสูงไม่ต่ำกว่า 10 เมตร โดยเฉพาะชั้นที่ 2 ซึ่งมีความสูงถึง 30 เมตรทีเดียว ใครจะรู้ใช่มั้ยว่าที่นครพนมก็มีน้ำตกสุดปังอลังการเช่นกัน

พิกัด :  น้ำตกตาดโพธิ์

 

ครบจบกันไปแล้วกัน 10 ที่เที่ยวนครพนมที่คัดมาให้แล้ว  สงกรานต์นี้ใครยังไม่มีแผนไปเที่ยวไหน ลองย้ายที่เที่ยวไปที่นครพนมกันดู นอกจากจะได้เปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนที่เที่ยวใหม่ ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครไปบ้างแล้ว  ยังรับรองว่าได้ว่าเที่ยวนครพนมมีความสุขสุด ๆ แน่นอน