เพราะหัวใจบางเลยต้องออกเดินทางเที่ยวลำปางคนเดียว ชวนเพื่อนก็ไม่ไป แฟนหรอก็ไม่มีกับเขา การมาเที่ยวลำปางคนเดียวถ้าไม่ลองก็จะไม่รู้ว่า สนุกและน่ารักมากๆ เลย 2 วัน 1 คืนเต็มๆ กับการเที่ยวลำปางคนเดียว ไม่เปลี่ยวแบบที่คิด เชื่อเราดิลองเปิดใจเที่ยวคนเดียวดู หลายคนอาจจะติดใจจนต้องมาซ้ำชัวร์

เพราะลำปางเป็นเมืองที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ของเก่าทั้งเก่าแบบยังมีชีวิต หรือยังใช้งานอยู่ถึงปัจจุบัน รวมทั้งของเก่าระดับยูเนสโกรับรอง อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบอันซีน ที่แม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็มีหลายคนยืนยันว่าต้องไปให้ถึงสักครั้งถ้าได้มาลำปาง

การมาเที่ยวลำปางสมัยนี้ก็ง่ายมาก นั่งเครื่องบินไปลงเชียงใหม่ แล้วเช่ารถขับเที่ยวมาลำปางเองก็แสนง่าย ที่พักก็มีให้เลือกเยอะ เที่ยวลำปางใจไม่หนักแน่นจริงเที่ยวไม่ได้นะ เพราะมีแต่เรื่องน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย

จองตั๋วเครื่องบินไปลำปางกับ Traveloka

จองที่พักลำปางกับ Traveloka

1.วัดพระธาตุลำปางหลวง

ลำปางเป็นเมืองที่ประวัติศาสตร์ยาวนานมีบทบาททางเศรษฐกิจมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะด้านสัมปทานป่าไม้และทางรถไฟ เคยมีทั้งฝรั่ง คนไทยจากเมืองหลวง และคนจากฝั่งเมียนมา (พม่า) เข้ามาอาศัย ในตัวเมืองก็มีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนโดยเฉพาะวัดเก่าแก่ที่มีเป็นจำนวนมาก แต่วัดที่ไม่ควรพลาดไปกราบเพื่อเป็นสิริมงคลเพื่อเป็นปฐมบทของการเดินทางเที่ยวลำปาง ต้องยกให้วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดคู่บ้านคู่เมืองที่ตำนานระบุว่าสร้างมาตั้งสมัยพระนางจามเวที ผู้ปกครองเมืองหริภุญไชย ราว หรือลำพูนในปัจจุบัน ตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 20

ปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีความสวยงามสมบูรณ์และคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม แม้จะผ่านการบูรณะตามเวลาที่เหมาะสม ใครเกิดปีฉลูถ้าแวะมาที่นี่ก็จะได้กราบนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดไปด้วยในตัว ที่นี่มีอันซีนที่ไม่ควรพลาดคือเงาพระธาตุกลับหัว แวะไปแล้วต้องหาให้เจอ ถามคนแถวนั้นก็รู้

 

2.รถม้าลำปาง

บริเวณหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวงรวมทั้งที่อื่นๆ ทั่วไปในเมืองลำปาง สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นจนคุ้นตาคือ รถม้าลำปางอันลือชื่อ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่ารถม้าเหล่านี้โละมาจากกรุงเทพฯเมื่อเริ่มมีรถราง และรถยนต์เข้ามาแทน แต่ที่ลำปางยังอนุรักษ์และมีให้บริการนักท่องเที่ยวจนถึงทุกวันนี้ ฉะนั้นเดินเที่ยวในเมืองลำปางนอกจากต้องระวังรถยนต์ ก็ควรต้องระวังรถม้าด้วยอีกอย่างหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ยังทำให้เกิดมีมูลนิธิม้าลำปาง ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพและสวัสดิภาพของม้าในประเทศไทย ทำการวิจัยพิสูจน์สายพันธุกรรมของม้าพื้นเมือง เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์ม้าพื้นเมืองชองไทย ที่ถือเป็นมรดกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์อยู่ด้วย

 

3.วัดปงสนุก

มีสองวัดติดกัน คือวัดปงสนุกเหนือ และวัดปงสนุกใต้ เป็นวัดเก่าแก่ที่ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางเหมือนกัน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในเขต ต.เวียงเหนือ ในวัดมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ที่ได้รับรางวัล Award of Merit รางวัลด้านการอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ตามโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การ UNESCO

 

4.วัดเจดีย์ซาว

อยู่ที่ตำบลต้นธงชัย เป็นวัดกลางทุ่งนา ไม่ไกลจากเมือง เป็นวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า ที่ได้รับอิทธิพลจากการที่เคยมีชาวพม่าเข้ามาอยู่อาศัยค้าไม้จำนวนมากที่ลำปางในอดีต และปรากฏศิลปะผสมแบบนี้อยู่หลายวัดในจังหวัดลำปางเหมือนจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ จุดเด่นของวัดคือมีเจดีย์สีขาวเรียงราย 20 องค์ หรือเท่ากับ ซาว ที่แปลว่า ยี่สิบในภาษาล้านนา เชื่อว่าสร้างมานานกว่าพันปี

 

5.สถานปฏิบัติธรรม-มณฑป หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์

หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระที่ชาวลำปางและผู้คนทั่วไปให้ความเคารพเลื่อมใสจำนวนมาก ในฐานะพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ ภายในวัดมีอาคารทรงไทยประยุกต์ที่มีรูปปั้นของหลวงพ่อนั่งขัดสมาธิเท่าตัวจริงให้ผู้มาเยือนแวะกราบนมัสการเพื่อระลึกถึงคำสอนของท่าน  

 

6.บ้านเสานัก

บ้านเสานักที่ถนนราษฎร์วัฒนา ตำบลเวียงเหนือ เป็นบ้านไม้สักเก่าอายุ 100 ปี ซึ่งยังมีเหลืออีกหลายหลังในจังหวัดลำปาง แต่บ้านเสานักเป็นที่รู้จักมากที่สุด เพราะยังคงรักษาสภาพเดิมไว้รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้โบราณ ทำให้มีสภาพไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวิถีชีวิตของชาวลำปางในอดีต โดยเฉพาะเป็นหลักฐานยืนยันความร่ำรวยป่าไม้ของลำปางในอดีตได้ดีจากเสาบ้านที่รวมแล้วมีมากถึง 116 ต้น พร้อมหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาอยู่อาศัยของชาวพม่าในอดีต เพราะบ้านนี้เดิมเป็นของพ่อค้าชื่อ หม่องจันโอง หรือต้นตระกูล จันทรวิโรจน์

 

 

7.สะพานรัษฎาภิเศก

เมืองลำปางโดยรวมยังเป็นเมืองเงียบๆ ไม่มีตึกสูงโดดเด่น แต่มีสิ่งก่อสร้างที่ถือเป็นแลนด์มาร์กมาตั้งแต่อดีตก็คือ สะพานรัษฎาภิเศก สะพานข้ามแม่น้ำวังในตัวเมือง ที่ชาวลำปางมีหลายชื่อเรียกตามรูปทรงที่เห็น ได้แก่ ขัวสี่โก๊ง (สะพานสี่โค้ง) ขัวหลวง (สะพานใหญ่) ขัวขาว (สะพานขาว) เดิมเมื่อแรกสร้างในพ.ศ.2437 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 5 โดย เจ้านรนันทไชยชวลิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง เป็นสะพานไม้ ก่อนจะค่อยๆ บูรณะปรับเปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน แต่ยังคงรูปทรงเดิม  

 

8.กาดกองก้า

ใกล้ๆ กับสะพานรัษฎา ตรงถนนตลาดเก่า มีตลาดกองก้า ซึ่งเดิมซบเซาไปเพราะศูนย์กลางเศรษฐกิจถูกย้ายไปแถวตลาดใกล้สถานีรถไฟ ปัจจุบันจากการเติบโตของการท่องเที่ยว ชาวลำปางจึงพร้อมใจกันฟื้นฟูตลาดขึ้นมาใหม่ในรูปแบบถนนคนเดิน แต่เน้นบรรยากาศเก่าๆ กำหนดเปิดตลาดทุกสุดสัปดาห์ ในตลาดนอกจากจะมีสินค้าพื้นเมือง สินค้าทำมือ อาหารพื้นบ้าน สินค้าที่ระลึก มาขายมากมาย ยังมีการแสดงวัฒนธรรมบนลานกิจกรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ย้อนไปรู้จักอดีตของลำปางอีกด้วย  

 

9.อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

ออกไปหาธรรมชาตินอกเมืองกันบ้าง แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดังของลำปางหนีไม่พ้นอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน บางคนไม่รู้พูดจริงหรือแอบขำ อยากไปเพื่อกินไข่ออนเซ็น หรือไข่ลวกน้ำแร่ เอามายำแบบไทยๆ อร่อยแบบเอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม นอกจากลวกไข่ ที่อุทยานมีให้แช่เท้า แช่ตัวด้วยน้ำแร่ นวดตัว หรือจะเดินเที่ยวน้ำตกก็ได้ รวมทั้งมีบ้านพักอุทยานไว้บริการ ถึงจะไปตอนอากาศไม่หนาวก็เที่ยวได้ทั้งปี  แต่ไฮซีซั่นของที่นี่ก็ต้องเป็นเดือนที่อากาศเย็นสบาย ประมาณเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

 

10.ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และ สวนป่าทุ่งเกวียน

นอกจากม้าที่ลำปาง ช้างก็เป็นสัตว์อีกชนิดที่สำคัญของจังหวัดนี้ ที่บ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล มีศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่อยู่ในความดูแลของอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เดิมเป็นศูนย์ฝึกลูกช้างให้เชื่อฟังและทำงานป่าไม้ระหว่างที่แม่ช้างไปทำงานในป่าเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 แต่พอรัฐบาลปิดป่า ทำให้ช้างว่างงาน ศูนย์ฯแห่งนี้เลยเพิ่มหน้าที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย รวมทั้งเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้างด้วย ที่นี่มีการแสดงการใช้งานช้างทุกวันเป็นรอบๆ แต่จะไม่เน้นให้ช้างแสดงอะไรที่เป็นการฝืนธรรมชาติของสัตว์โดยเด็ดขาด

ส่วนสวนป่าทุ่งเกวียน ปัจจุบันเป็นตลาดขายสินค้าพื้นเมือง ของใช้ของกินของฝาก มีของให้เลือกซื้อไม่แพ้กาดพะยอม หรือกาดวโรรสในเมืองเชียงใหม่เลย

 

11.ถ้ำขุนตาน

อยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เทือกเขากั้นเขตแดน อยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ระหว่างลำปาง-ลำพูน ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2518 มีเนื้อที่ 159,556 ไร่ ดอยขุนตาลประกอบด้วยป่าไม้หลายลักษณะ มีทั้ง ป่าดงดิบ และป่าสน มี 4 ยอดเขา จากเชิงดอยถึงยอดสูงสุดต้องเดินเท้าประมาณ 7 กิโลเมตร

ไฮไลต์ของที่นี่เป็นอุโมงค์หินแกรนิตที่เจาะให้รถไฟผ่าน เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดของไทย มีความยาว 1,352 เมตร รถไฟใช้เวลาวิ่งผ่านกว่า 5 นาที ถัดจากอุโมงค์รถไฟไปทางที่ทำการอุทยานฯ ประมาณหนึ่งกิโล มีพลับพลารัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จฯมาเยือนตั้งอยู่

 

12.ชามตราไก่

ต้นกำเนิดของแท้ต้องที่ลำปาง เพราะแหล่งแร่เกาลิน ที่ใช้ปั้นชาอยู่มากในพื้นที่ และคนจีนที่อพยพมาอยู่แถวนี้ก็ทำเป็นอาชีพจนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนรู้จักทั่วประเทศ ปัจจุบันยังมีการทำชามตราไก่ แบบดั้งเดิมออกขายให้คนระลึกความหลังและใช้งานได้จริง รวมทั้งมีการพัฒนาดีไซน์เซรามิกทันสมัยมากมายให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อเป็นของฝากของใช้ติดกลับบ้าน

 

13.เหมืองแม่เมาะ

บางคนได้ยินชื่อแล้วยี้ เพราะเป็นเหมืองถ่านหินที่เคยสร้างบาดแผลให้กับชาวลำปางจากมลพิษ แต่ปัจจุบันเป็นพื้นที่สีเขียว กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จัดแต่งภูมิทัศน์สวยงามรวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องถ่านหินลิกไนต์ของไทย นอกจากพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) ภายในพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ยังมีสวนพฤกษชาติ ชุดชมวิวและทุ่งบัวตอง ลานสไลเดอร์ รวมถึงบ้านพักและสนามกอล์ฟขนาด 18 หลุม ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

14.วัดพระจอมเกล้าเฉลิมพระเกียรติ

ทิ้งทวนทริปลำปาง ด้วยอันซีนยุคใหม่ ที่วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง สถานที่ที่ได้ชื่อว่า ภูฎานเมืองไทย จริงๆ บนยอดเขาที่ตั้งวัดมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ และเป็นที่เคารพบูชาของชาวลำปางมานาน แต่สิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้มาเยือนไม่ขาด คือ เจดีย์เล็กๆ สีขาวบนยอดเขาหินปูนที่เรียงรายอยู่บนยอดทิวเขาสูง ที่ทำให้คนนึกสงสัยและทึ่งในแรงศรัทธาของผู้สร้างที่บากบั่นนำไปตั้งไว้ในที่แบบนั้นจนเกิดทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา และที่แน่ๆ คุ้มเหนื่อยกับการเดินขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อชมวิวทั้งส่วนของวัดและทิวเขาที่ทอดยาวเบื้องหน้า

 

2 วัน 1 คืนที่ลำปาง สำหรับใครที่ทีแรกคิดว่าอาจจะมากเกินไปสำหรับเมืองรองเล็กๆ จังหวัดนี้ คงจะรู้กันแล้วว่า เวลาที่มีมากหรือน้อยไป เพราะเชื่อแน่ว่าหลายคนคงอยากกลับมาลำปางอีกครั้ง เพราะยังมีที่เที่ยวอีกมากในจังหวัดนี้ที่ยังเก็บตกไม่หมดในเวลาเท่านี้จริงๆ