เวลาเหนื่อยๆ เบื่อๆ เมืองกรุงขึ้นมา เราชอบหาที่เงียบๆ ชิลล์ๆ หนีมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ให้ร่างกายได้อยู่นิ่งๆ บ้าง หลังจากต้องรบรากับความวุ่นวายในเมืองใหญ่มาแบบเต็มเหนี่ยวทั้งสัปดาห์ และบอกเลยว่าเรามีอัมพวาเป็น Top 5 ที่ชาร์จแบตพักร่างในดวงใจอยู่เสมอ เพราะเดินทางง่าย ใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องใช้เวลามากมายก็หนีความวุ่นวายมาได้แบบเป็นปลิดทิ้งเลยละ แถมที่นี่ยังค่อนข้างคงเส้นคงวาเสมอในด้านความเรียบง่ายและใจดีตามแบบวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ 

แล้วเมื่อวันหยุดมาถึง เราจึงไม่พลาดการไปใช้ชีวิตชิลล์ๆ เที่ยวในอัมพวา 2 วัน 1 คืน ตามที่ใจเรียกร้อง และแน่นอนว่าเราส่องหาที่พักจาก Traveloka ตามระเบียบ เพราะใช้ง่ายแถมยังได้ดีลราคาดี๊ดี อ่ะ … เกริ่นมานานละ คราวนี้ได้เวลามาดูกันซิว่าความชิลล์ ณ อัมพวาของเราในคราวนี้ จะมีที่เที่ยวที่ไหนโดนใจกันบ้าง บอกเลยว่าน่าจะถูกใจคนชอบชีวิตช้าๆ ง่ายๆ และสงบๆ แน่นอน

จองที่พักอัมพวา กับ Traveloka

 

เราเริ่มต้นประเดิมความชิลล์ของทริปอัมพวากันด้วยการมาหาของอร่อยใส่ท้องกันที่ตลาดน้ำบางน้อย ที่นี่เป็นตลาดน้ำเล็กๆ อยู่ในวัดเกาะแก้ว ในสมัยก่อนแถวนี้ถือเป็นย่านที่รุ่งเรืองมากในเรื่องการค้าขายเลยนะ แต่ก็มาซบเซาเงียบหงอยเหงาไประยะใหญ่ๆ จนกระทั่งเพิ่งได้เริ่มกลับมาพลิกฟื้นมีชีวิตชีวากันใหม่เมื่อไม่กี่ปีนี้ละ เพราะฉะนั้น ความคึกคักของร้านรวงทั้งหลายจึงไม่ได้เพียบแปล้เหมือนในตลาดน้ำอัมพวานะ บรรยากาศตลาดนี้ก็จะสบายๆ กว่าหน่อย มีของขายพอประมาณ แต่เราบอกเลยว่ารสชาติอาหารแต่ละร้านไม่ธรรมดา อย่างพวกก๋วยเตี๋ยวหมู หรือผัดไทกุ้งสดนี่นะ คือเริ่ดดด มาแล้วควรต้องลองเลยละ รับรองว่าจะติดใจ

ตลาดน้ำบางน้อยเปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ 8.00 – 16.00 น. นะ แวะมาเดินชิลล์ๆ หาอะไรใส่ปากใส่ท้องกันได้ตามสบาย

อิ่มแล้วก็ได้เวลาหามุมถ่ายรูปกันบ้างละ ถ้าใครเคยลงเรือนั่งชมบรรยากาศของแม่น้ำแม่กลองนะ น่าจะเคยเห็นโบสถ์คริสต์สวยๆ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำแบบงามสุดๆ กันใช่มั้ยล่ะ นั่นละคืออาสนวิหารแม่พระบังเกิด โบสถ์เก่าแก่อายุกว่าร้อยปีที่ทั้งสวยทั้งสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่โดดเด่นออกมาท่ามกลางวัดวาอารามทั้งหลายในละแวกนี้ ครั้งแรกที่เรามา ยังนึกอยู่เลยว่าไม่น่าเชื่อว่าจังหวัดเล็กๆ ที่มีวัดเก่าแก่แน่นขนัดไปทุกอณูพื้นที่อย่างสมุทรสงครามนี่น่ะ จะมีโบสถ์สวยอลังการขนาดนี้ซ่อนอยู่ด้วย สวยจนเราเคยเห็นเป็นฉากในละครดังๆ มาหลายเรื่องแล้วนะ เจ๋งมั้ยล่ะ กระจกสีที่ประดับในตัวโบสถ์ด้านในก็ไม่ธรรมดา เพราะอิมพอร์ตส่งตรงมาจากฝรั่งเศสเลยจ้ะ ข้างนอกก็สวย ข้างในก็แจ่มนะโบสถ์นี้ เพียงแต่ว่าถ้าอยากดูข้างในอาจจะต้องมีการแจ้งเจ้าหน้าที่เอาไว้ล่วงหน้าก่อนนะ เพราะเค้าอาจจะไม่ได้เปิดให้เข้าชมทุกวัน อ้อ อย่าลืมแต่งกายสุภาพกันไปด้วยล่ะ เพราะยังไงๆ ที่นี่ก็เป็นศาสนสถานนะ ต้องเรียบร้อยนิดนึงจะได้ไม่บาปไง 555

ก่อนได้เวลาเข้าที่พัก เราแวะขี่จักรยานเล่นชิลล์ๆ กันนิดนึงที่อุทยาน ร.2 ปั่นจักรยานที่นี่ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นไปเกือบตลอดทาง แถมยังมีดอกไม้สวยๆ ให้แวะเก็บภาพกันไปเป็นระยะๆ มีเรือนไทยหลังใหญ่ให้ได้ขึ้นไปเดินดูได้เพลินๆ เหนื่อยนักก็แวะพักนั่งเล่นริมน้ำรับลมเย็นสดชื่นให้สบายใจ ปั่นไป ชมวิวไป เรียกเหงื่อกันได้พอซึมๆ ก็ครบรอบอุทยานพอดี ที่นี่เปิดตั้งแต่ 8.30 – 17.30 น. แต่เผื่อเวลามาหน่อยก็ดีนะ เพราะไม่งั้นมาถึงแล้วปั่นจักรยานเล่นไม่ทันจะหาว่าเราไม่เตือน

พอบ่ายคล้อยได้ที่ ก็ได้เวลาเคลื่อนกายย้ายตัวเองเข้าสู่ที่พัก คราวนี้เราเลือกพักที่ เรือนเสน่หา House of Passion เพราะตั้งใจว่าไหนๆ จะมาชิลล์แล้วทั้งที ก็ต้องครบคอนเซ็ปท์หมดสิทั้งที่เที่ยวและที่พัก ที่นี่ตกแต่งแบบคูลมากกก เก๋ทุกมุม คือถ้าชอบถ่ายรูปนะ แนะนำว่ามาเลยเหอะ เพราะถ่ายมุมไหนก็คือดีทั้งนั้น

นอกจากความสวยของการตกแต่งทั้งตรงพื้นที่ส่วนกลางที่แขกซึ่งเข้าพักใช้ร่วมกันทั้งหมดแล้ว ห้องพักคือเริ่ดมากกกก แฮปปี้สุด เอาจริง คือเรียกว่าพอย่างกรายเข้าที่พักได้น่ะ ก็ไม่อยากออกไปไหนอีกแล้ว อยากฝังตัวอยู่ที่นี่ยาวๆ ไปเลย แถมมีสระว่ายน้ำใสแจ๋วให้ได้ลงแหวกว่ายคลายร้อนกันไปอี๊กกกก ครบ เริ่ด แถมราคาดีมากกกกก ดีมากจริงๆ เมื่อเทียบกับทุกอย่างที่มีให้เราได้ใช้ แค่พันนิดๆ คือสบายมากกกก มาเลยยยย

จองที่พักเรือนเสน่หา กับ Traveloka

พอเย็นย่ำ ก็ได้เวลาออกหา (อาหาร) กินกันอีกรอบ และด้วยความที่ที่พักเราอยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำอัมพวา แน่นอนว่าเราก็ต้องไม่พลาดการไปเดินหาอะไรใส่ท้องกันที่นี่นั่นละ แหม ก็มาอัมพวา ถ้าไม่มาเดินตลาดน้ำซิกเนเจอร์แบบนี้ มันก็เหมือนมาไม่ถึงนะ จริงมั้ย และขอบอกเลยว่าตลาดน้ำอัมพวาแห่งนี้ก็ไม่มีซะละที่จะทำให้เราผิดหวัง เรายังคงพบเจอสารพันเมนูอร่อย ที่เดินกินร้านนี้นิด ร้านโน้นหน่อย ก็หนังท้องตึงนอนหลับสบาย!

วันต่อมา เราพยุงหนังตาให้ตื่นขึ้นตั้งแต่เช้า เพราะเราอยากไปเห็นบรรยากาศของตลาดน้ำท่าคาน่ะสิ เดิมทีตลาดแห่งนี้จะมีการติดตลาดให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาซื้อขายแลกเปลี่ยนข้าวของกันเฉพาะวันข้างขึ้นและข้างแรมที่เป็น 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ เอ้า ยากไปอี๊กกกกก แต่ตอนนี้ เค้าพร้อมใจกันขยายวันเปิดตลาดมาขายกันในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ด้วย แหม ค่อยยังชั่วหน่อยสินะ แต่ที่ตลาดนี้เป็นตลาดเช้านะ คือเค้าจะทำการค้าขายกันตั้งแต่เวลา 6.00 – 12.00 น. เท่านั้นจ้ะ เพราะแบบนี้ละ เราเลยต้องรีบตื่นแต่เช้ามาเดินเล่น แล้วบอกเลยว่าน่ารักมากกก ที่นี่ยังเป็นตลาดน้ำแบบเก่าที่ชาวบ้านชาวสวนพายเรือมาขายของกันคึกคัก สินค้าส่วนใหญ่ก็เป็นพืชผลและผลิตภัณฑ์ส่งตรงจากแหล่งเพาะปลูกของแต่ละบ้าน เป็นการเดินเที่ยวตลาดที่น่ารักมากอ่ะ เหมือนได้ย้อนเวลาไปหลายสิบปีก่อนในอดีตเลย ใครมาอัมพวา เราแนะนำตลาดนี้เลยนะ อย่าพลาดเชียว

เป็นยังไงบ้างกับทริปสโลว์ไลฟ์ 2 วัน 1 คืน ในเมืองสงบอย่างอัมพวา หวังว่าคงถูกใจสายชิลล์ที่ชอบการพักผ่อนแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ชม มีเวลาเสพบรรยากาศในแต่ละที่ได้แบบเต็มพิกัด ให้สมกับคำว่ามาพักผ่อน แบบชนิดที่ไม่ต้องรีบต้องร้อนเพราะโปรแกรมแน่นเอี้ยดกันบ้างละนะ ถ้าเหนื่อยนักอยากพักใจ เราบอกเลยว่าอัมพวานี่ละ… ใช่เลย!