กาญจนบุรี  คือปลายทางของนักเดินทางสุดฮิป มีเวลาแค่วันสองวันก็จัดทริปเที่ยวได้หมด แต่ถ้าไปบ่อยๆ แล้วอยากลองหาอะไรแปลกใหม่ให้ชีวิตล่ะก็ Traveloka ก็มีที่เที่ยวแนะนำใหม่ๆ อย่าง มืองมัลลิกา อยากให้ไปโดนกันดู

 

 

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ คือเมืองจำลองวิถีไทยตามลุ่มน้ำเจ้าพระยาเต็มรูปแบบ ที่จะพาคุณท่องเวลาหาอดีตไปยังยุค ร.ศ. ๑๒๔ เมื่อ “พระราชบัญญัติเลิกทาส” มีผลบังคับใช้ และเป็นผลให้ระบบทาสค่อยๆ หายไปจากราชอาณาจักรไทยในที่สุด ที่เมืองมัลลิกามีกิจกรรมมากมายรอสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้เยี่ยมชม และพร้อมทำให้คุณ ‘อิน’ ไปกับกลิ่นอายรุ่งเรืองในยุคก่อนแบบ Nostalgia ได้ไม่ยาก

 

 

ห้องเล่าเรื่อง

 

 

บริเวณใกล้ทางเข้าเมืองมัลลิกาจะมีห้องเล่าเรื่องตั้งอยู่ ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ บอกเล่าเหตุการณ์ในช่วง ร.ศ. ๑๒๔ มีทั้งมุมจัดแสดงภาพถ่าย เสียงบรรยายภาษาไทยและเสียงภาษาอังกฤษ หุ่นจำลองใส่ชุดชาวบ้านและชุดขุนนาง และยังมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ให้ผู้เยี่ยมชมได้เคารพสักการะ เสร็จแล้ว ลองเดินเลยห้องเล่าเรื่องไปหน่อย จะเป็นคาเฟ่ห้องแอร์เล็กๆ น่ารักให้เข้ามานั่งพักหลบร้อนกันเจ้าค่ะ

 

 

สลัดคราบ แปลงร่างสู่ยุครัตนโกสินทรศก

 

 

แน่นอนว่าอยู่ดีๆ Digital nomads อย่างชาวเราจะวาร์ปเข้าเมืองมัลลิกาแบบทื่อๆ เลยไม่ด๊ายยย คุณควรต้องเปลี่ยนองค์ทรงเครื่องตามสำนวนที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” เสียก่อน ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายตามราคาและความพึงใจ สำหรับผู้หญิงก็จะมีให้เลือกทั้งแบบสไบ แบบไทยประยุกต์แขนหมูแฮม หรือถ้าจะให้หรูไปอีกก็สไบแบบเดินเข้าพิธีวิวาห์ได้เลยทีเดียว ส่วนคุณผู้ชายนั้นก็มีให้เลือกทั้งแบบเรียบๆ ในชุดกุยเฮง ทั้งมามาดคุณชายในชุดราชปะแตน หรืออยากหล่อเข้มแบบคุณพี่หมื่นก็ได้ไม่ว่ากัน

 

เลือกแบบและสีได้ตามชอบ แถมยังมีเจ้าหน้าที่ช่วยแต่งตัวให้ด้วย ไม่ต้องกังวล

 

เดินเฉิดฉาย จับจ่ายด้วยเงินพดด้วง

 

 

อย่าเผลอหยิบเงินบาทยุคปัจจุบันออกมาใช้ในเมืองมัลลิกาเชียวนะ! การจับจ่ายใช้สอยในเมืองจำลองแห่งนี้ต้องใช้ “เงินรู” ตราเมืองมัลลิกา ซึ่งก็มีต้นแบบมาจากเงินพดด้วงนั่นเอง แนะนำว่าหลังจากผ่านการตรวจสอบจากทวารบาลทั้งหลายหน้าประตูเมืองแล้ว เหล่านักเดินทางหลงยุคควรเร่งไปแลกเงินกันเสียให้เรียบร้อย ณ บริษัทแบงก์สยามกัมมาจล ต้นแบบของธนาคารแห่งแรกในสยามประเทศ

 

 

เมื่อแลกเงินกันเรียบร้อย เราก็พร้อมแล้วสำหรับการเดินลัดเลาะช้อปปิ้งสไตล์ชาวสยาม ทางเมืองมัลลิกามีทั้งย่านพระนครและย่านเยาวราชเก่าให้พวกนายท่านและแม่หญิงพากันเดินเฉิดฉาย ส่วนนายห้างและพ่อค้าแม่ขายทั้งหลายจะพูดกับเราอย่างไพเราะทั้ง “ขอรับ” และ “เจ้าค่ะ” ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปอีก

 

 

มาชักภาพกันเถิดคุณพี่ มุมตรงนี้ก็ดีนะแม่หญิง

 

ทุ่งดอกอะไรไม่รู้แหละ แต่มุมมหาชนมากๆ

 

ภายในเมืองมัลลิกาจะมีมุมสวยๆ มากมายให้ผู้เยี่ยมชมได้มาเก็บภาพความทรงจำเป็นหลักฐานการเดินทางข้ามเวลา ยิ่งคุณลงทุนแต่งองค์ในชุดไทยเดิมทั้งทีแล้ว ก็ขอบอกว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง มุมที่เราขอแนะนำก็ได้แก่ เชิงสะพานก่อนเดินเข้าเรือนหมู่ ฉากร่มหลากสีบริเวณใกล้ย่านเยาวราช สะพานไม้ก่อนถึงเรือนคหบดี ศาลาจีนในเรือนคหบดี บริเวณทุ่งดอกไม้เลยเรือนคหบดีไปหน่อยๆ มุมนกมองจากหอชมวิว หรือจะเล็งมุมมหาชนอย่างริมสะพานหันก็เข้าที ยิ่งพกตากล้องส่วนตัวไปด้วยยิ่งดี งานนี้รับรองว่ามีภาพเด็ดๆ เก็บไว้เป็นคอลเล็กชั่นส่วนตัวเพียบแน่นอน

 

ฉากร่มหลังย่านเยาวราช
สะพานไม้ ได้ฉากหอชมเมืองด้วย

 

ร่วมเวิร์กช็อป เรียนรู้วิถีไทย

 

แม่หญิงอยากลองเรียนรู้วิถีชาวบ้าน

 

นอกจากกิจกรรมแต่งชุดไทย ถ่ายรูป เดินช้อปปิ้งแล้ว ทางเมืองมัลลิกายังมีเวิร์กช็อปเชิงวิถีไทยเล็กๆ ให้ผู้เยี่ยมชมได้เข้าร่วมเพื่อสัมผัสชีวิตชาวสยามยุค ร.ศ. ๑๒๔ อย่างการร้อยมาลัยที่เรือนคหบดี หรือถึงตรงนี้แล้วใครยังไม่เหนื่อย ก็ลองแวะไปที่โรงครัวด้านหลังสุดของเรือนคหบดี ซึ่งชาวบ้านเค้าเล่าลือกันว่ามัน “เรียล” จนเป็นฉากจำลองที่ไม่มีความประดักประเดิดใดๆ เลย เพราะเราจะได้เห็นคนแต่งชุดไทยมานั่งทำอาหาร ขูดมะพร้าว ตำข้าว ฝัดข้าวกันจริงๆ นั่นแหละ เดินๆ ผ่านไปก็จะได้ยินเสียง “เชิญเจ้าค่ะ” “ลองได้นะเจ้าคะ” ให้เราไปช่วยเขาตำข้าวด้วย นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการนวดเท้าด้วยกะลาแบบไทยๆ และมีม้าก้านกล้วยให้เล่นสำหรับหนูน้อยวันซน หรือถ้าผู้ใหญ่หัวใจเด็กอยากลองปลดปล่อยบ้างก็ไม่เกี่ยงกัน

 

การนวดเท้าแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ลองมาแล้ว จั้กจี้ฝ่าเท้ามาก 555
ขี่ม้าก้านกล้วยกันไหม แต่บางทีมันก็ดูน่ากลัวมากกว่าน่ารักอะ
ไปช่วยคุณป้าทำงานกัน
ห้องเครื่อง เอ้ย โรงครัวงานยุ่งตลอดเวลา

 

อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์อาหารไทย

 

 

มื้อกลางวัน

 

 

เมื่อล่วงเข้าห้าโมงเช้า (๑๑.๐๐ น.) ทางเรือนหมู่หลังใหญ่ใกล้สระน้ำจะเปิดให้บริการอาหารกลางวันแก่ผู้เยี่ยมชม รายการอาหารที่ทางเมืองมัลลิกาตั้งใจคัดสรรมาล้วนเป็นอาหารไทยเดิมที่หาทานได้ยากในยุคปัจจุบันอย่างแกงรัญจวน หมูโสร่งแปลง ต้มกะทิสายบัวปลาทู แกงบวน ของว่างก็มีขนมม้าฮ่อ ขนมลืมกลืน ขนมรังไร และไอศกรีมกะทิสด ทั้งยังมีน้ำดื่มกับน้ำสมุนไพรใส่น้ำแข็งชื่นใจไว้ดับกระหายอย่างชุ่มคอ

 

ขนมม้าฮ่อ เดี๋ยวนี้หาทานได้ยากแล้วนะ
ไอศกรีมกะทิสด ยืนยันอร่อยมากๆ (ตอนอากาศร้อนๆ)

 

มื้อค่ำและการแสดง

 

ลานแสดงตอนค่ำ

 

สำหรับผู้เยี่ยมชมที่เข้าไปเที่ยวเตร่ยามเย็น หรืออยู่กันเพลินจนเย็นย่ำ เมืองมัลลิกาก็มีบริการอาหารเย็นไม่อั้นพร้อมด้วยออเดิร์ฟสุดพิเศษ “ข้าวตังหน้าตั้ง” ที่เปิดกันตั้งแต่ย่ำค่ำ (๑๘.๐๐ น.) ไปจนถึงสองทุ่ม แถมแพ็กเกจอาหารเย็นนี้ยังพิเศษตรงที่มีการแสดงศิลปะไทยอย่างโขน ระบำชาตรี และระบำกินรี ให้เราๆ ได้เพลิดเพลินกันระหว่างลิ้มรสอาหารบนเรือนรับรองท่ามกลางบรรยากาศโพล้เพล้และกลิ่นอายแบบไทยๆ

 

ที่นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำ ผู้ดีไทยเดิมมากเจ้าค่ะ
มีความขลัง…
ถ้ามีโอกาส ไม่ควรพลาดการชมศาสตร์ศิลป์แบบไทยๆ เสียดายที่ทางเรากลับดึกไม่ได้ TTwTT

 

จองบัตรเข้าชม เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ พร้อมแพ็กเกจรวมชุดไทยและมื้ออาหารสุดพิเศษกับ Traveloka คลิก!

 

 

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔

168 หมู่ 5 ตำบลสิงห์

อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

71150

เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน ๐๙.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.

 

แล้วมาสัมผัสบรรยากาศไทยเดิมแบบนี้กันนะเจ้าคะ!!

 

แนะนำการเดินทางและที่พัก

 

 

ตามสโลแกน “กาญจนบุรี วันเดียวก็เที่ยวได้” การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด โดยขับมาตามเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี ทางหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี – ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะพบเมืองมัลลิกาตั้งอยู่ซ้ายมือข้างปั๊มน้ำมันบางจาก ก่อนถึงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ ส่วนใครใคร่จะเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะแบบฮิปๆ ก็มีตัวเลือกหลากหลายทั้งรถตู้ รถ บขส. และรถไฟ แต่อาจจะเหนื่อยหน่อย แนะนำว่าให้ลองหาที่พักหรือเรือนแพแถวนั้นเพื่ออยู่กินบรรยากาศตอนกลางคืนดู

 

 

เราเลือกเดินทางโดยรถไฟสาย ธนบุรี – น้ำตก จากสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) มาลงที่สถานีสะพานถ้ำกระแซ อยู่เก็บบรรยากาศย้อนประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะแบบชิลๆ แล้วเข้าพักที่ โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท เช้าต่อมาค่อยหารถไปเมืองมัลลิกา ขากลับก็ข้ามถนนตรงทางเข้าเมืองมัลลิกา มารอรถโดยสารท้องถิ่นในศาลาเพื่อไป บขส. กาญจนบุรี หารถตู้กลับกรุงเทพฯ เที่ยวสุดท้ายคือ ๑๙.๐๐ น. เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิดนะ!!

 

โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นแนวๆ ด้วย

 

จองที่พักกาญจนบุรีกับ Traveloka คลิก!