วันว่างๆ หรือหลังวันทำงานที่แสนเหนื่อยล้า อยากมาแช่น้ำให้ได้ฟีลออนเซ็นแบบชาวญี่ปุ่นกันบ้างไหม Traveloka ขอชวนคุณมาสร้างไลฟ์สไตล์ใส่ใจสุขภาพสุดเก๋แบบชาวแดนอาทิตย์อุทัย แต่ไม่ต้องเปย์ซื้อตั๋วบินไปไกลถึงญี่ปุ่นกับ YUNOMORI ONSEN & SPA บอกเลยว่าตอบโจทย์ทั้งสายรักสุขภาพและสายอินเจแปนอย่างชาวเราเป็นที่สุด!

YUNOMORI ONSEN & SPA ออนเซ็นตำรับญี่ปุ่นเจ้าแรกในเมืองไทย จะยกระดับประสบการณ์สปาเมืองไทยของคุณไปอีกขั้น ด้วยบริการเพื่อสุขภาพให้คุณได้ผ่อนคลายแบบครบวงจร ทั้งบ่อออนเซ็นแบบญี่ปุ่น ซึ่งถ้าใครเคยไปใช้บริการโรงอาบน้ำแบบนี้ที่ญี่ปุ่นมาก่อนแล้วและรู้สึกชอบมากๆ ล่ะก็ จะต้องร้องว้าวแน่นอน ตามด้วยบริการนวดหลากหลายแพ็กเกจให้คุณเลือกได้ตามชอบ เลานจ์นั่งพักผ่อนซึ่งให้อารมณ์ทั้งผ่อนคลายทั้งหรูหรา มีสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นให้เดินเล่นและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ตบท้ายด้วยเบเกอรี่คาเฟ่และห้องอาหารสวยๆ รวมเซอร์วิสครบจบในที่เดียวแบบนี้เอาให้ฟินลืมเหนื่อยกันไปเลยจ้า!

YUNOMORI ONSEN & SPA ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 สาขาด้วยกัน คือสาขาสุขุมวิท 26 สาขาพัทยา และสาขาที่ 3 ซึ่งโกอินเตอร์ไปถึงสิงคโปร์ โดยสาขาที่เราได้ไปเยี่ยมเยือน ชักภาพ และนำมาบรรยายแก่ผู้อ่าน Traveloka Blog อย่างถึงพริกถึงขิงคือสาขาที่สุขุมวิท 26 ย่านธุรกิจใจกลางเมืองแบบนี้ ใครใคร่เดินทางโดนยานพาหนะส่วนตัวก็สบายบรื๋อ เขามีที่จอดรถด้านหน้าให้อย่างกว้างขวาง แต่การเดินทางโดยวิธีขนส่งสาธารณะก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ เพียงแค่นั่ง BTS มาลงสถานีพร้อมพงษ์ แล้วโบกมอเตอร์ไซค์วินเข้ามาเพียงประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้ว

ล็อบบี้ต้อนรับสวย ตกแต่งแบบญี่ปุ๊นญี่ปุนเลย
เคาน์เตอร์แลกบัตร: ขอบคุณภาพจาก YUNOMORI ONSEN & SPA

เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว ลูกค้า Traveloka สามารถแสดงใบยืนยันการจองอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์มือถือที่เคาน์เตอร์ได้ทันที แพ็กเกจสุดพิเศษที่เปิดขายกับทาง Traveloka มีอะไรบ้างน่ะเหรอ ลองกดเข้าไปเช็กกันที่ด้านล่างได้เลย

 

จองแพ็กเกจ YUNOMORI ONSEN & SPA (สุขุมวิท 26) กับ Traveloka คลิก!

จองแพ็กเกจ YUNOMORI ONSEN & SPA (พัทยา) กับ Traveloka คลิก!

 

ออนเซ็นสปาระดับรางวัล!!
ผ้าเช็ดตัวแบบญี่ปุ่นที่เอามาโชว์ สวยมากจนอยากได้เป็นที่ระลึก

เมื่อแลกใบยืนยันการจองเรียบร้อย เราก็จะได้สายรัดข้อมือพร้อมหมายเลขล็อกเกอร์ ซึ่งขอแนะนำว่าควรใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อเข้าใช้บริการ รวมทั้งจดจำหมายเลขของคุณให้ได้ด้วย เพราะหมายเลขนี้จะผูกติดกับบริการ add-on ทุกอย่างเพื่อทำการชำระเงินทีเดียวในภายหลังที่เคาน์เตอร์เมื่อคุณคืนสายรัดข้อมือแล้ว ซึ่งก็นับว่าเป็นขั้นตอนที่ออกแบบมาให้สะดวกสำหรับผู้ใช้บริการ เนื่องจากเราต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของทั้งหมดไว้ในล็อกเกอร์ จะได้ไม่ต้องลำบากพกกระเป๋าสตางค์และกลัวทำของหายกันวุ่นวายเนอะ

 

ออนเซ็นญี่ปุ่น

เตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้วก็มาเริ่มที่พระเอกของงาน บ่อออนเซ็นสไตล์อินเจแปน ซึ่งน้ำแร่ธรรมชาติบริสุทธิ์ของที่นี่ส่งตรงมาจากวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี แหล่งบ่อน้ำร้อนขึ้นชื่อของเมืองไทยกันเลยทีเดียว และที่ขาดไม่ได้คือเซตชุดยูกาตะ 1 ชุด ต่อผู้เข้าใช้บริการ 1 ท่าน ให้เลือกลายและสีกันได้ตามใจชอบ โดย 1 เซตจะประกอบด้วยชุดยูกาตะ ผ้ารัดเอว ผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัว ผ้าขนหนูสำหรับเช็ดศีรษะ และสำหรับคุณผู้หญิงจะมีชุดชั้นในตาข่ายให้ฟรีอีก 1 ชุดสำหรับลงบ่อออนเซ็น ดังนั้นใครใคร่ถอดหมดก็ถอดได้ตามสบาย ไม่ว่ากัน แต่สำหรับคุณผู้หญิงท่านใดที่ไม่เคยแช่น้ำรวมแบบถอดหมดมาก่อน ก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะคะ (/ทำเสียงพี่ติ๊ก) แล้วถ้าเกิดคิดว่าตาข่ายมันบางไป จะขอเพิ่มเพื่อเอามาใส่ซ้อนให้มิดชิดขึ้นหน่อยละก็ ขออนุญาตคิดค่าบริการชุดชั้นในตาข่ายชุดที่สองขึ้นไปเพิ่มเป็น add-on แล้วกัน

น่าเสียดายที่สำหรับคุณผู้ชายไม่มีตัวช่วยกันอายให้ ก็ต้องถอดกันแบบแมนๆ ไปเลย แต่ทางเจ้าหน้าที่แอบกระซิบมาว่า เฉพาะที่สาขาพัทยาเขาจะมีเป็นบ็อกเซอร์ให้ 1 ตัว

ของผู้หญิงมีไซซ์ S และ M ประมาณ 4 ลาย เลือกสีสายรัดเอวตามใจ
เลือกได้แล้ว!!
หาเลขล็อกเกอร์ที่ตรงกับสายรัดข้อมือของเรา แตะปี๊บ! แล้วก็เปิดได้โดยสะดวก

หลังจากเลือกชุดได้แล้วเราก็เดินเข้าห้องล็อกเกอร์ไปเก็บของ เตรียมตัวผ่อนคลายแช่บ่อออนเซ็นกัน ซึ่งแยกบ่อชาย-หญิงกันอย่างเป็นสัดส่วนเรียบร้อยดี วิธีเปิดกุญแจล็อกเกอร์ก็จะเป็นแบบที่ญี่ปุ่นเลย แค่แตะปี๊บ! ก็เปิดได้แล้ว ตอนปิดก็ล็อกอัตโนมัติด้วย สะดวกมากๆ สำหรับคนที่ถือของเยอะและชอบลืมล็อกกุญแจ พอหาล็อกเกอร์ได้แล้วเราก็ถอดเลยจ้ะ ใครที่หน้าบางหน่อยก็หันมองซ้ายมองขวา หาจังหวะดีๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นชั้นในตาข่ายนะ (ฮา) ภายในบริเวณบ่อแช่จะอนุญาตให้นำแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเข้าไปเท่านั้น ทางเราเลยต้องคิดดีๆ ว่าจะปิดล่างหรือปิดบน (นี่ก็ฮาอีกแล้ว)

ก่อนลงบ่อออนเซ็น ถือเป็นธรรมเนียมและเป็นมารยาทว่าผู้เข้าใช้บริการต้องล้างตัวก่อนลงแช่ โดยส่วนอาบน้ำล้างตัวจะเป็นแบบนั่ง มีเก้าอี้ มีฝักบัวปรับร้อนเย็น มีถังรองน้ำ มีที่กั้น แบบโรงอาบน้ำญี่ปุ่นเป๊ะเลย ที่สำคัญคือแชมพูกับเจลอาบน้ำหอมมาก ใช้แล้วผมนุ่มทันที อ้อ! ถ้ากลัวหน้ามืด ก่อนลงบ่อน้ำร้อน ลองใช้ถังไม้ที่เขาวางไว้ให้ตักน้ำในบ่อขึ้นมาวักโปะบริเวณหน้าอกก่อนลงแช่ในบ่อเพื่อปรับอุณหภูมิก็ได้

ขอบคุณภาพจาก YUNOMORI ONSEN & SPA

ที่นี่มีบ่อออนเซ็นหลากหลายให้คุณได้เลือกผ่อนคลายตามอัธยาศัย บ่อแรกที่เราประเดิมคือ Jet Bath (บ่อน้ำวน) อุณหภูมิก็สบายๆ อยู่ที่ประมาณ 42-45 องศาเซลเซียส เป็นบ่อที่มีความยาวให้ยืดตัวนอนได้ พร้อมกับแรงดันน้ำและน้ำวนที่จะช่วยนวดตัว คลายเมื่อย ถูกใจมนุษย์ออฟฟิศที่เอาแต่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์จนหลังตึงไหล่ตึงอย่างชาวเราเป็นยิ่งนัก จากนั้นก็เป็นบ่อ Soda Spa (โซดาสปา) ที่ประยุกต์ใช้น้ำซึ่งมีความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์สูงเพื่อช่วยเรื่องระบบไหลเวียนเลือด ลดความดันโลหิต พร้อมด้วยสรรพคุณส่งเสริมสุขภาพอีกมากมาย อุณหภูมิในบ่อนี้จะต่ำกว่า Jet Bath ที่เราโดดลงบ่อแรกอยู่หน่อยๆ แล้วพอแช่บ่อนั้นบ่อนี้จนรู้สึกว่าอุณหภูมิของร่างกายพุ่งสูงมากแล้ว ก็ต้องพึ่ง Cool Bath (บ่อน้ำเย็น) ซึ่งอุณหภูมิอยู่ที่ 17-18 องศาเซลเซียสกันสักหน่อย ส่วนตัวแล้วทางเรารักบ่อนี้มากเลยแหละ เนื่องจากอุณหภูมิหน้าร้อนของไทยแลนด์นั้นช่างโหดร้ายเกินกว่าจะอยู่ในบ่อออนเซ็นร้อนจัดได้นาน แถมบ่อ Cool Bath ยังมีช่องแรงดันน้ำกับเขาเหมือนกัน ก็เลยหนีมาอยู่ในบ่อนี้แทน

แต่แช่น้ำเย็นนานไปก็กลัวจะเป็นไฮโปเทอร์เมียแฮะ (ฮา) เลยวิ่งไปลองบ่อกลางแจ้งกับเขาด้วย โดยในสวนกลางแจ้งจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ Private Teak Bath และบ่อหิน Private Teak Bath คืออ่างไม้แช่คนเดียวแบบญี่ปุ่นในพื้นที่เปิดโล่งให้ชมธรรมชาติกลางสวน แต่ก็ยังให้คุณได้นอนแช่น้ำในพื้นที่ส่วนตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ส่วนบ่อหินเป็นบ่อรวม อุณหภูมิน้ำค่อนข้างสูง แต่พื้นสัมผัสของหินจะทำให้คุณรู้สึกกลมกลืนไปกับธรรมชาติเขียวขจีรอบตัวได้ไม่ยาก

แน่นอน อยู่ในน้ำร้อนจัดได้สักพัก เราก็สลับมาตายรังที่บ่อน้ำเย็นอีกเหมือนเดิม ซึ่งบ่อน้ำเย็นในส่วนของคุณผู้หญิงก็จะอยู่ติดกับห้องอบไอน้ำด้วย ก็เลยถือโอกาสเข้าไปเมียงๆ มองๆ สักหน่อย จากนั้นก็ตบท้ายด้วยบ่อน้ำแร่ธรรมชาติจากกาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ่อร้อนที่สุด อุดมด้วยแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อได้ดีมาก ก็เป็นอันเสร็จพิธี จังหวะนี้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาขานเรียกคิวนวดตัวพอดีด้วย (นี่คือเหตุผลที่ควรจำเลขล็อกเกอร์ของตัวเองไว้) เราก็เลยต้องออกไปเตรียมตัวแล้ว ในขั้นตอนนี้ ตอนไปญี่ปุ่นเคยได้ยินมาว่าเมื่อแช่ออนเซ็นเสร็จแล้วไม่ควรรีบล้างตัวเลย เพื่อให้แร่ธาตุที่อยู่ในน้ำซึมเข้าไปบำรุงผิวก่อน ดังนั้นเพื่อให้ไม่ผิดผี เราก็เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะออกไปเลย

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ในส่วนของบริเวณล็อกเกอร์จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อ่างล้างหน้า บอดี้โลชั่น คอตตอนบัด สำลี ยางรัดผม ไดร์เป่าผม หวี สำหรับให้คุณแต่งตัวในชุดยูกาตะออกไปเดินเล่นนอนเล่นชิลๆ ยังพื้นที่บริการด้านนอกเมื่อแช่น้ำจนสบายตัวแล้ว แพ็กเกจเข้าออนเซ็นนั้นไม่จำกัดเวลาและไม่จำกัดครั้ง ดังนั้นคุณจะออกไปแล้วกลับเข้ามาแช่ออนเซ็นอีกกี่ครั้งก็ได้ภายใน 1 วัน (ตราบเท่าที่ยังไม่คืนสายรัดข้อมือน่ะนะ)

 

นวดสปา

ถึงเวลานวดแล้ว! แพ็กเกจที่เราไปโดนมาและอยากเล่าให้ฟังมีอยู่ 3 ตัวคือ นวดหัวและไหล่พร้อมประคบสมุนไพร นวดอโรมาและบอดี้สครับ และเพ็กเกจ Radiantly Beautiful Skin

ถ้าซื้อแพ็กเกจนวดสปาด้วย จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาขานคิวของเราเมื่อถึงเวลา โปรแกรมนวดบางตัวไม่ต้องนำของออกจากห้องล็อกเกอร์ แต่บางตัวต้องนำของออกจากล็อกเกอร์ติดตัวไปด้วย เพราะว่าต้องอาบน้ำภายในห้องนวดเลยหลังทำการนวดตัวเสร็จแล้ว และทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องตรวจสอบเงื่อนไขดีๆ ว่าคุณสามารถกลับมาเข้าใช้บ่อออนเซ็นได้อีกครั้งหลังจากทำทรีตเมนต์หรือไม่ เนื่องจากบางแพ็กเกจมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำมันในการนวด และน้ำมันที่อยู่บนผิวคุณจะไปปนเปื้อนในบ่อออนเซ็นได้

ทางเดินไปห้องนวด ฟีลญี่ปุ่นสุดๆ
ดูแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านตะแกรงไม้นั่นสิ อินเจแปนให้พอ!!

 

นวดหัวและไหล่พร้อมประคบสมุนไพร

ก่อนทำการนวด เขาจะให้เรากรอกแบบสอบถาม ทั้งบริเวณที่ต้องการให้นวดมากเป็นพิเศษ น้ำหนักของการนวดที่ไล่ตั้งแต่ระดับเบา ปานกลาง ไปจนถึงหนัก นับว่าใส่ใจความต้องการของลูกค้าเป็นที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเชิญเราไปยังห้องนวด ซึ่งจะมีหลากหลายสไตล์แตกต่างกันไปตามโปรแกรมนวดสปาของคุณ สำหรับโปรแกรมนวดหัวและไหล่ เราขอเรียกว่าเป็นห้องนวดไทยหัวใจญี่ปุ่นแล้วกัน เพราะฟิวชั่นกันได้ลงตัวดี

ห้องนวดไทยหัวใจญี่ปุ่น

โปรแกรมนวดหัวและไหล่เริ่มจากการเปลี่ยนชุดยูกาตะที่เราใส่เดินออกมาเป็นชุดนวดไทยเพื่อให้นวดได้สบายตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะหรี่ไฟลง ใครเหนื่อยๆ มานี่อาจมีผล็อยหลับไปเลยก็ได้ การนวดหัวและไหล่เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย เรากรอกในแบบสอบถามว่าให้เน้นหลังเขาก็นวดให้ด้วย ตบท้ายด้วยผ้าประคบสมุนไพรที่นำมาประคบบนหน้าผากพร้อมนวดขมับ คลายเครียดสุดๆ ฟินจนไม่อยากลุกขึ้นมาทำงานต่อกันเลยทีเดียว

 

นวดอโรมาและบอดี้สครับ

ถ้าเลือกโปรแกรมนวดอโรมาและบอดี้สครับ ต้องนำของจากล็อกเกอร์ติดตัวมาด้วย ภายในห้องนวดจะมีห้องอาบน้ำให้ในตัวหลังจาดขัดตัวเสร็จแล้ว บอดี้สครับมีให้เลือก 2 ตัว คือ แบบครีมและแบบเกลือขัดผิว แบบครีมจะบำรุงให้ผิวลื่น ส่วนแบบเกลือจะช่วยผลัดผิว ก็เลือกเอาตามชอบแล้วกันเนอะ

มีชั้นในตาข่ายให้ใส่ระหว่างนวดตัว
อ่างล้างหน้าและสิ่งอำนวยความสะดวก
ตะเกียงกระดาษสา ฟีลญี่ปุ่นให้พอ!
เลือกชนิดของสครับได้ตามชอบ: ขอบคุณภาพจาก YUNOMORI ONSEN & SPA
ห้องนวดสครับจะมีห้องอาบน้ำในตัว เตียงมีแบบทั้งหน้าคว่ำและหน้าหงาย แล้วแต่ความชอบเลย

 

แพ็กเกจ Radiantly Beautiful Skin

เป็นโปรแกรมนวดหน้าและเท้าแบบ four-handed คือใช้เจ้าหน้าที่สองคนในการนวด คนหนึ่งดูแลผิวหน้า อีกคนหนึ่งทำการนวดเท้า ขั้นตอนเริ่มจากการทำความสะอาดหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ปลอดแอลกอฮอล์เเละน้ำหอม ก่อนล้างออกด้วยสำลีและน้ำสะอาด ซึ่งก่อนทำสปาหน้า ก็จะมีการให้กรอกแบบสอบถามอีกเหมือนกัน เช่น ลูกค้าเคยมีประวัติแพ้ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ใดมาก่อนหรือไม่ จุดนี้เอารางวัลความใส่ใจไปอีกสิบกะโหลกเลยค่ะ ขั้นตอนต่อไปคือการนวดหน้าด้วยสครับและผลิตภัณฑ์สปาต่างๆ ขั้นตอนนี้กินเวลาประมาณ 15-20 นาที จากนั้นให้ล้างหน้าออกด้วยน้ำเย็นเพื่อเปิดรูขุมขน ปิดท้ายด้วยการมาส์กหน้าอีกประมาณ 15 นาทีและทาครีมบำรุง ระหว่างนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนคอยนวดเท้าเพื่อผ่อนคลายไปด้วย แพ็กเกจทูอินวันแบบนี้ ใครล่ะจะอดใจไหว!

Front ของส่วน Facial Spa
ตัวอย่างห้อง Facial Spa

 

เลานจ์ สวนหิน และคาเฟ่

นอกจากจะมีออนเซ็นสปาตำรับญี่ปุ่นแห่งแรกของเมืองไทย ที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพื่อมอบประสบการณ์ผ่อนคลายอย่างที่สุด เช่น เลานจ์นอนในห้องปรับอากาศพร้อมโทรทัศน์ LCD และแผงนิตยสาร หรืออยากออกมานั่งเล่นสูดอากาศชมวิวสวนตรงระเบียงเขาก็มีที่นั่งแบบเดียวกันให้ คุณยังสามารถเดินเล่นในสวนสวยและถ่ายรูปในชุดยูกาตะไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นก็ไปนั่งชิลกินเค้กในคาเฟ่สำหรับสายหวาน หรือหาที่นั่งทำงานเปลี่ยนบรรยากาศ แบบว่า…มีไลฟ์สไตล์เก๋ๆ

เลานจ์พักผ่อน
สวนหิน มีฉากถ่ายรูปสวยๆ ด้านหลังคือที่นั่งพักผ่อนตรงระเบียง
ค่าเฟ่บรรยากาศชิลๆ
โยเกิร์ตแอปเปิ้ล เปลี่ยนหน้าผลไม้ได้ตามใจชอบ อร่อย!
เบเกอรี่อย่างอื่นก็น่ากินไม่เบา

คนญี่ปุ่นนิยมดื่มนมหลังแช่น้ำร้อน

 

ห้องอาหาร

ถ้าของว่างยังไม่อยู่ท้องพอสำหรับการอยู่ยาวผ่อนคลายทั้งวัน คุณต้องไม่พลาดอีกหนึ่งบริการที่จะช่วยเติมเต็มทั้งกระเพาะและเติมเต็มความสุขในหัวใจ ห้องอาหาร HAPPY RICE มีเมนูหลากหลายพร้อมบริการ ไล่ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นไปจนถึงเมนูสไตล์ฟิวชั่นรสอร่อย แถมการตกแต่งภายในห้องอาหารยังสวยงาม ไม่พ้นแนวญี่ปุ๊นญี่ปุ่นอีกเช่นเคย ทั้งอิ่มท้อง ทั้งเพลินตาอย่างนี้ บอกเลยว่าเมื่อตัดสินใจมาเยือนออนเซ็นแดนไทยแห่งนี้แล้ว คุณจะได้วันพักผ่อนที่แฮปปี้สุดๆ กลับไปแน่นอน!

ทางเข้าห้องอาหาร HAPPY RICE
โต๊ะแบบนั่งพื้นสไตล์ญี่ปุ่น
โต๊ะแบบนั่งปกติ
เครื่องดื่มเย็นๆ สีสวย
ชาเขียวร้อน เครื่องดื่มฟีลญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้
เมนูอาหารญี่ปุ่นมาเต็ม
แต่ Chicken Wrap ก็มีนะ!
ระเบียงห้องอาหารแบบ Open Air: ขอบคุณภาพจาก YUNOMORI ONSEN & SPA

 

YUNOMORI ONSEN & SPA

  • เลขที่ 120/5 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

เวลาเปิดทำการ (สุขุมวิท 26): ทุกวัน 09:00 – 23:59 น.

  • เลขที่ 300 59 ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา บางละมุง ชลบุรี 20150

เวลาเปิดทำการ (พัทยา): ทุกวัน 09:00 – 23:59 น.

 

จองแพ็กเกจ YUNOMORI ONSEN & SPA (สุขุมวิท 26) กับ Traveloka คลิก!

จองแพ็กเกจ YUNOMORI ONSEN & SPA (พัทยา) กับ Traveloka คลิก!