วันหยุดนี้ถ้าไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ลองหยิบหมวกเดินป่า รองเท้าผ้าใบเก๋ๆ ใส่ชุดเท่ๆ ธีมซาฟารี แล้วไปตะลุยท่องแดนซาฟารี ที่ซาฟารีเวิลด์  (Safari World Bangkok) กันดีกว่า! คุณจะได้ถ่ายรูปคู่กับนกแก้วสีสันสดใส เอาไว้อัปรูปสวยๆ ลงไอจี ดูการแสดงจากปลาโลมาสุดน่ารักและอุรังอุตังสุดทะเล้นแบบเพลินๆ หรือจะไปล่องเรือผจญภัยผ่านธารน้ำคดเคี้ยวก็น่าตื่นเต้นหวาดเสียว ที่สำคัญ เดินทางสะดวก ไม่ไกล ไม่เสียเวลา! แค่นี้ก็เหมือนได้ใช้วันหยุดไปท่องเที่ยวเจอสัตว์ในแอฟริกาแบบคูลสุดๆ แล้วนะเออ

 

ซาฟารีเวิลด์ (Safari World)

ซาฟารีเวิลด์เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาผจญภัยทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 17.00 น. การเดินทางไปก็สุดแสนสะดวก แค่เรียกแท็กซี่หรือใช้บริการรับส่งผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ยิ่งไปรถส่วนตัวยิ่งสะดวก หากออกเดินทางแต่เช้าก็จะไม่ต้องเจอกับปัญหารถติด ยิ่งวันธรรมดารถก็ยิ่งโล่ง ถ้าหากเป็นการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ อาจเลือกนั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปลงที่ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ แล้วต่อรถสองแถวหรือวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาถึงหน้าทางเข้าซาฟารีเวิลด์ได้เลย


จองบัตรตะลุยโลกธรรมชาติใน ซาฟารีเวิลด์ กับ Traveloka คลิก!

 

เมื่อไปถึงเราก็จะได้รับแผนที่มาหนึ่งใบ มีกิจกรรมและการแสดงมากมายให้เลือกสรร ส่วนเราก็แวะถ่ายรูปกับหุ่นรูปสัตว์กับกินบรรยากาศไปพลางๆ เพื่อรอดูโชว์ แถมทางซาฟารีเวิลด์ยังมีน้องนกแก้วหลากสีสัน ซึ่งถ้าอยากใกล้ชิดสุดๆ ก็ขอน้องมาเกาะแขนเกาะไหล่เป็นพร็อพได้ตามแต่จะดีไซน์ แต่ต้องขอบอกว่าน้องๆ นกแก้วเขามีค่าตัวกันด้วยนะ

 

 

ถ่ายรูปจนเพลิน แป๊บๆ ก็ได้เวลาดูโชว์ชื่อดังของที่นี่กันแล้ว

 

โซน Marine Park

 

สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยของโซน Marine Park ก็คือโชว์โลมา ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่ทุกคนต้องมา การแสดงชุดนี้มีแค่วันละสองรอบ คือรอบเช้ากับรอบบ่าย และต้องบอกก่อนเลยว่าทุกคนตั้งตารอดูความน่ารักและความแสนรู้ของเหล่าโลมากันสุดๆ การแสดงของน้องๆ เลยมีผู้คนมาจับจองที่นั่งกันจนแน่นเอี้ยด ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชมตัวน้อยที่มาทัศนศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ และชาวต่างชาติ ถ้าอยากได้ที่นั่งมุมดีๆ เอาไว้ถ่ายรูปน้องๆ โลมาใกล้ๆ แบบเห็นทุกท่วงท่าแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้มาตั้งแต่ประตูเปิด คือก่อนโชว์จะเริ่มสัก 30 นาทีได้

 

 

น้องโลมาตั้งใจแสดงกันสุดๆ แบบไม่มีใครยอมใคร ความน่ารักของโชว์ชุดนี้เหมาะกับน้องๆ หนูๆ ทุกคนเป็นที่สุด แต่ไม่ว่าจะวัยไหน คุณก็ต้องตกหลุมรักความสดใสของเจ้าโลมาเพื่อนรักที่จะพาทุกคนย้อนวัยกลับไปตอนสิบสี่อีกครั้ง เมื่อการแสดงจบ คุณก็สามารถไปขอกระทบไหล่ดาราดังได้ด้วยนะ เล็งน้องโลมาตัวไหนไว้ก็พุ่งตรงไปขอถ่ายรูปด้วยได้เลย แต่ก็ต้องเตรียมค่าตัวไว้ให้ด้วยล่ะ เพราะน้องๆ ฮ็อตกันมว้ากกก

 

พวกเราเดินทางต่อมาถึง River Safari ที่ที่การผจญภัยสุดมันกำลังจะเริ่มขึ้น! Jungle Cruise หรือการล่องเรือผจญภัยเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ กิจกรรมนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ขอบอกว่าคุ้มค่ากับความสนุกและความตื่นเต้นที่ได้รับเลยทีเดียว และก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเปียกน้ำมาก อาจจะแค่โดนละอองหรือน้ำกระเด็นขึ้นมาพอเย็นๆ นิดหน่อย แต่ก็ควรเก็บกล้องและมือถือไว้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ

 

 

ทุกคนจะได้ล่องเรือผจญภัยในลำธารที่แสนจะวกวนเข้าสู่ป่าดิบชื้น บรรยากาศเหมือนหลงเข้าไปในป่าลึกของแอฟริกา คุณจะได้พบกับรูปปั้นชนเผ่าดั้งเดิมและอะไรแปลกประหลาดตลอดทาง อย่างรูปปั้นสัตว์ป่าน่ากลัวๆ ให้ความรู้สึกคล้ายกับหลุดเข้ามาอยู่ในเรื่องคิงคองกลายๆ ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ถ้ามาถึงซาฟารีเวิลด์แล้วก็ต้องโดนให้ได้!

 

 

ต่อมาก็แวะมาดูโชว์สุดครื้นเครงของน้องอุรังอุตังกัน น้องพาพรรคพวกมาแสดงในบรรยากาศตลกคาเฟ่ สร้างความน่ารักน่าเอ็นดูและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี ในโชว์นี้เราจะได้เห็นน้องอุรังอุตังตีกลองและชกมวยด้วย ครูฝึกแฝงมุกตลกแบบผู้ใหญ่มาเป็นระยะ เด็กๆ อาจจะฟังแล้วไม่เก็ตบ้าง แต่รับรองว่าน้องๆ เบบี๋ที่ยังไม่รู้ภาษาจะต้องชอบความกวนๆ มึนๆ ของเจ้าอุรังอุตังกันแน่ๆ

 

นก นก นก นกเต็มไปหมดเลยยย

 

ส่วนใครที่นก เอ้ย ชอบนก ห้ามพลาดการแสดงชุดนี้เด็ดขาด เพราะถึงคิวของ BirdShow กันแล้ววว โชว์นี้ห้ามกระพริบตาเพราะนกหลากหลายสีสันจากทั่วทุกมุมโลกจะออกมาให้ยลโฉมกันจนละลานตา แม้แต่นกเท่ๆ อย่างเหยี่ยวและอินทรีก็มีการแสดงมาโชว์ให้ดูด้วยนะเออ เป็นนกเท่ๆ ก็ต้องแสดงแบบเท่ๆ คุณเหยี่ยวจะมาโชว์ความแสนรู้ด้วยการเล่มเกมตะครุบของและมาแกล้งผู้ชมให้หวาดเสียวเล่นๆ ด้วยการบินมาเจาะลูกโป่งในมือให้แตก นอกจากนี้ก็ยังมีพาเหรดไก่ พาเหรดนกฟลามิงโก และนกยูงออกมาโชว์ความน่ารักแบบไม่มีใครยอมใครกันเลยจริงๆ งานนี้น้องๆ นกไม่ยอมนกกันแล้วนะจ๊ะ เพราะไม่ว่าใครที่ได้มาดูก็จะต้องชอบ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ตกหลุมรักโชว์นี้กันทุกราย

 

และใครที่ยังติดใจนก ก็อย่าลืมแวะเข้าไปที่ Mini World ต่อด้วยล่ะ ที่นี่เป็นโซนนกขนาดใหญ่ สามารถเข้าไปแอบส่องนกอย่างใกล้ชิดและแชะเก็บภาพได้อย่างไม่อั้น ที่สำคัญเข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม!

 

นอกจากนี้ Marine Park ยังมีการแสดงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น โชว์คาวบอยสตั๊นท์และโชว์สงครามจารกรรม ถ้าไม่รีบไปไหนก็อย่าลืมเก็บให้ครบก่อนล่ะ ขอบอกเลยว่าทุกโชว์พลาดไม่ได้เลยจริงๆ

 

โซน Safari Park

 

อย่าเพิ่งเหนื่อยกันนะทุกคน การผจญภัยยังไม่จบลงง่ายๆ โซนที่สองนี้ก็มีอะไรน่าตื่นเต้นให้สำรวจไม่แพ้โซนแรกเลย

 

 

โซนนี้เป็นสวนสัตว์เปิดหรือที่เรียกกันว่า Open Zoo จำลองสภาพป่าแอฟริกามาย่อเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ขับรถเข้ามาเที่ยวเล่นดูสัตว์อย่างเป็นส่วนตัว แต่หากใครไม่มีรถก็นั่งรถบัสของซาฟารีเวิลด์ได้ รถบัสจะพาเราวนรอบสวนสัตว์เปิดหนึ่งรอบ และจะจอดให้ดูสัตว์ต่างๆ จากบนรถ

 

 

บอกเลยว่านี่เป็นไฮไลต์อันดับหนึ่งของที่นี่ เพราะเราจะได้ซึมซับความเป็นซาฟารีแบบเต็มเปี่ยม มีสัตว์โลกเพื่อนรักรอต้อนรับคุณอยู่มากมาย ทั้งม้าลาย สิงโต แรด นก และอื่นๆ เราจะได้เห็นพวกมันใช้ชีวิตอยู่กันในธรรมชาติแบบไร้กรงขัง หากมองดูดีๆ ก็อาจมีโอกาสได้เห็นเสือสิงโตนอนแผ่หลาหลบแดด ถ้ามาถูกจังหวะก็จะเห็นเสือลงเล่นน้ำป๋อมแป๋มคลายร้อนด้วยล่ะ เป็นประสบการณ์น่ารักๆ ที่คุ้มค่าจริงๆ

 

ตระกูลแมวนี่มันตระกูลแมวจริงๆ

 

การขับรถหรือนั่งรถชมบริเวณ Safari Park โดยทั่วไปใช้เวลาทั้งหมดราว 45 นาที พอลงจากรถแล้วเราก็ตรงดิ่งมาที่ศาลาเลี้ยงยีราฟกันต่อทันที ฝูงยีราฟแสนรู้ที่นี่คุ้นเคยกับคนเป็นอย่างดี น้องๆ เลยเข้ามาขอของกินจากเราอย่างใกล้ชิด จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบและให้ความสนใจ และถ้าอยากให้อาหารน้องก็สามารถซื้อกับทางซาฟารีเวิลด์ได้ เราจะได้ให้อาหารยีราฟกับมือ แต่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คงเป็นการได้เห็นลิ้นหนืดๆ ยาวเฟื้อยของน้องแบบใกล้ชิดเนี่ยแหละ!

 

 

นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมาแล้วก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายให้คุณได้ทำแบบอัดแน่นเต็มวัน รับรองว่าได้สนุกแบบจุใจกันแน่นอน

 

ส่วนใครที่อยากไปท่องเที่ยวโลดโผนในซาฟารีอย่างนี้ก็อย่ารอช้า รีบจองตั๋วผ่าน Traveloka แล้วออกเดินทางกันเล้ยยย!

 

จองบัตรตะลุยโลกธรรมชาติใน ซาฟารีเวิลด์ กับ Traveloka คลิก!

 


บทความโดย: วรันพร ตียาภรณ์ (Warunporn Tiyabhorn)

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย