หลังจากเผยโฉมสู่สายตาชาวไทยและชาวโลกอย่างอลังการ ด้วยโชว์แสงสีธงไตรรงค์สุดตระการตาไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา MAHANAKHON (มหานคร) หรือที่หลายคนน่าจะรู้จักกันในฐานะตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ วินาทีนี้ ก็ได้ฤกษ์เปิดประตูของจุดชมวิวไฮไลท์ MAHANAKHON SKYWALK (มหานคร สกายวอล์ค) อย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน

กลุ่มคิงเพาเวอร์ได้หมายมั่นปั้นมือให้ที่แห่งนี้เป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องหลั่งไหลมาเช็กอิน เพื่อดื่มด่ำทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองเทพสร้าง City of Angels แบบ 360 องศาบนชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดของกรุงเทพฯ และสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับการพุ่งทะยานถึงยอดตึกโดยลิฟต์สุดไฮเทคที่ใช้เวลาเพียง 50 วินาทีเท่านั้น

ไฮไลท์ของมหานคร สกายวอล์ค:

  • จุดชมวิว (Observation) ชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงเหนือพื้นดิน 315 เมตร ตั้งอยู่บนชั้นที่ 78 ของตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร
  • มีพื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Tray) ที่สูงที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 63 ตารางเมตร สูงเหนือพื้นดิน 310 เมตร
  • มีลิฟต์ความเร็วสูงที่จะพาคุณพุ่งทะยานจากชั้น 1 ถึงชั้น 74 โดยใช้เวลาเพียง 50 วินาที
  • มีรูฟท็อปบาร์ (Rooftop Bar) ที่สูงที่สุดในประเทศไทย
  • มีตู้ไปรษณีย์ที่ใช้งานได้จริงที่สูงที่สุดในประเทศไทย
  • มีจุดชมวิวภายในอาคาร (Indoor Observation Deck) ที่รวบรวมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานคร และนำเสนอออกมาในรูปแบบภาพเสมือนจริงโดยระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริง โดยเราสามารถใช้ได้ผ่านผ่านแอปพลิเคชัน Skywalk AR บนสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS และ Android

ซื้อบัตรเข้าชมมหานคร สกายวอล์คกับ Traveloka:

ก่อนจะไปออกแตะขอบฟ้า ขอบอกกันก่อนว่า Traveloka ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Attractions & Activities พร้อมเอาใจสายเที่ยวแบบครบครันกว่าเดิม เพราะทุกคนสามารถซื้อบัตรเข้าสถานที่และเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังราคาถูกกว่าไปซื้อหน้างานอีกด้วย

เราใช้บริการซื้อบัตรขึ้นไปชมวิวเมืองกรุงเทพฯ บนดาดฟ้าสุดหรูของมหานคร สกายวอล์ค แค่เปิดแอปฯ Traveloka > เข้าหน้า Attractions & Activities > ค้นหา MAHANAKHON SKYWALK ก็สามารถไปแตะขอบฟ้ามหานครได้ในราคาเพียง 765 บาทเท่านั้น จากราคาเต็ม 850 บาท


การเดินทางไปมหานคร สกายวอล์คในวันนี้ เราเลือกใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงสถานีช่องนนทรี แตะบัตรออกให้ไว ณ ทางออกที่ 3 แล้วมุ่งหน้าไปยังตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร โดยใช้ทางเชื่อมผ่านมหานคร คิวบ์ (MAHANAKHON CUBE) เรียกได้ว่าเป็นหน้าด่านที่ต้องกลั่นใจเอาไว้หน่อย เพราะมีร้านอาหารนานาชาติระดับเวิล์ดคลาส อาทิ Dean and Deluca Flagship Store, M Krub และ L’Atelier de Joël Robuchon มายั่วน้ำลายเต็มไปหมด

เมื่อก้าวเข้าสู่ตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร ชั้น 1 เราจะเจอจุดจำหน่ายบัตรและทางขึ้นไปยังจุดจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) สำหรับเพื่อนๆ ที่ซื้อบัตรผ่าน Traveloka มาแล้ว ก็สามารถนำ E-ticket จากอีเมลล์มาแสดงให้เจ้าหน้าที่ที่ช่องทางการแลกใบยืนยันการจองที่บริเวณชั้น 1 หรือจะสแกน QR code ที่บริเวณเดียวกันก็ได้ ถูก ง่าย สะดวกแบบนี้ไม่มาใช้ไม่ได้แล้ว!

โถงทางเดินสู่ลิฟต์สุดล้ำล้อมรอบด้วยจอ LED โชว์กราฟิกสีสันสดใสเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของเมืองใหญ่ที่ทางด่วนซ้อนรางรถไฟฟ้าซ้อนถนนหนทางอีกที รถเข็นขายอาหารริมทางกับนวัตกรรมแผ่นซีดีใส่แมลงหนึ่งเดียวในโลก หรือแม้กระทั่งทางเท้าพิฆาตที่เดินเหยียบแล้วน้ำกระเด็นออกมา ขอยกนิ้วให้ไอเดียกวนๆ ที่สามารถสร้างรอยยิ้มและความน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้เข้าชมได้ตลอดทาง

ถึงแล้ว! หลังจากที่เราขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงที่ใช้เวลาเพียง 50 วินาทีเพื่อพุ่งทะยานสู่ยอดตึก ชั้นแรกที่จะได้เจอก่อนใครเลยก็คือชั้น 74 ซึ่งเป็นจุดชมวิวภายในอาคาร บอกเลยว่าขึ้นมาชมวิวรอบเมืองในระดับที่สูงขนาดนี้ก็มีอาการใจหวิวๆ อยู่เหมือนกัน

นอกจากนี้ ในบริเวณเดียวกันยังมีจุดชมวิวภายในอาคาร (Indoor Observation Deck) ที่รวบรวมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานคร และนำเสนอออกมาในรูปแบบภาพเสมือนจริงโดยระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริง โดยเราสามารถใช้ได้ผ่านผ่านแอปพลิเคชัน Skywalk AR บนสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS และ Android

ถ้าเพลิดเพลินกับวิวชั้น 74 อย่างจุใจแล้วก็อย่ารอช้า มาต่อกันที่ชั้นดาดฟ้าชั้น 78 กันเลย การพาตัวเองขึ้นไปถึงจุดนี้มี 2 วิธีให้เลือกตามใจชอบ ทั้งลิฟต์แก้วเพื่อความสะดวกสบาย หรือหากใครอยากออกกำลังกายก็เชิญขยับแข้งขยับขาได้ที่บันไดวน เมื่อขึ้นมาถึงแล้วเราจะได้พบกับทัศนียภาพของกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา อยู่บนความสูงเหนือพื้นดินถึง 315 เมตร เรียกได้ว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดที่สามารถยืนได้ในกรุงเทพ มองได้ไกลสุดลูกหูลูกตาในวันที่ PM 2.5 ไม่หนาทึบเกินไป

สิ่งที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงก็คือ พื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Tray) ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 63 ตารางเมต และสูงเหนือพื้นดิน 310 เมตร เราว่าเป็นจุดพิสูจน์ความกล้าที่ยอดเยี่ยม มาวัดกันไปเลยว่าใครคือคนจริง!

เราเชื่อว่าหลายคนคงคิดท่าโพสต์กับพื้นกระจกมาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน แต่ก่อนที่จะลงไปถ่ายรูปได้นั้น เจ้าหน้าที่จะให้เราสวมถุงผ้าคลุมเท้าและให้นำของที่ติดตัวมาออกมาไว้ข้างนอกให้หมด รวมถึงโทรศัพท์และกล้องด้วยเช่นกัน และผู้ที่สามารถกดแชะรูปได้จะต้องยืนอยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ใครไปกับเพื่อนก็แปะมือผลัดกันถ่าย หรือจะขอให้พี่ๆ เจ้าหน้าที่ช่วยเก็บภาพความทรงจำให้ก็ไม่ว่ากัน

มหานคร สกายวอล์ค ครองตำแหน่งแลนด์มาร์กที่สูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร ณ วินาทีนี้ มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย ทั้งถ่ายรูปและชมวิวสวยๆ แชะภาพบนพื้นกระจกลอยฟ้าท้าความสูง หรือจะจิบค็อกเทลชิลล์ๆ บนบาร์ชั้นดาดฟ้าก็ยังได้ พอลงลิฟต์มาก่อนจากกันไป ก็ยังมีจุดจำหน่ายสินค้าต่างๆ พร้อมด้วยสิทธิพิเศษประจำฤดูกาลมากมายให้เราชอปได้ไม่อั้น และยังสามารถไปอิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติได้ที่มหานคร คิวบ์ (MAHANAKHON CUBE) อีกด้วย ถ้ากำลังมองหากิจกรรมใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เราว่าที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่เลวเลยล่ะ

มหานคร สกายวอล์ค (MAHANAKHON SKYWALK)
ชั้น 1, 74, 75 และ 78 โครงการคิง เพาเวอร์ มหานคร
114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
(รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีช่องนนทรี ทางออกหมายเลข 3)
เปิดทุกวัน เวลา 10:00-00:00 น.
(เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 23.00 น.)


Written by Baramet Imjit
Edited by Theerada Moonsiri
Photo by Theerada Moonsiri