ถ้าพูดถึงสวนสนุกในประเทศไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าหลายคงต้องนึกถึง ดรีมเวิลด์ (DreamWorld) เป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยประสบการณ์ทัศนศึกษาแสนสนุกกับเพื่อนวัยประถม หรือภาพความทรงจำอันสุขสันต์กับครอบครัว เถียงไม่ได้เลยว่า ดรีมเวิลด์ นี่แหละคือสวนสนุกยืนหนึ่งในใจคนไทยมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

วันนี้เราขออาสาพาเพื่อนๆ แวะไปเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้กันอีกครั้ง ผูกเชือกรองเท้าคู่เก่งให้พร้อม (เพราะต้องเดินเยอะเลยแหละ) และสวมเสื้อผ้าที่แห้งไวๆ ด้วยล่ะ (รู้กันนะว่าต้องไปเล่นอะไร) ถ้าพร้อมแล้วก็รูดจอลงไปอ่านและสนุกพร้อมกันที่ดรีมเวิลด์ได้เลย!

ดรีมเวิลด์ (Dreamworld)

ไฮไลท์ของดรีมเวิลด์ (Dreamworld):

  • สวนสนุกสุดโปรดของคนไทย อัดแน่นไปด้วยเครื่องเล่นมากมายหลายสิบรายการ แบ่งสรรปันส่วนมาให้เหมาะกับผู้เล่นทุกเพศทุกวัย
  • สัมผัสความหนาวเย็นสุดขั้วหัวใจแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงเมืองนอกที่ เมืองหิมะ (Snow Town) แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย
  • 3 เครื่องเล่นตัวท็อปที่สุดแห่งความหวาดเสียว ได้แก่ ซูเปอร์สแปลช (Supersplash) เฮอริเคน (Hurricane) และรถไฟเหาะสกายโคสเตอร์ (Skycoaster) ไม่ว่ายังไงก็ห้ามพลาดเด็ดขาด!
  • นอกจากเครื่องเล่นแล้ว ยังมีโชว์ดีๆ รออยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรด ฮอลลีวู้ด แอ็คชั่น และโชว์สัตว์แสนรู้ ใครได้ดูก็เป็นต้องหอบความประทับใจกลับบ้านไปเป็นกระบุง
  • เตรียมท่าถ่ายรูปและพร็อพไปให้พร้อมด้วยล่ะ เพราะโซนโฟโตเปีย (Photopia) มีสิ่งปลูกสร้างสวยๆ ให้ไปโพสต์ท่าแชะรูปกันแบบไม่ยั้งชัตเตอร์ ทั้งปราสาทอัศวินสุดยิ่งใหญ่ บ้านขนมหวานสีสันสดใส ไปจนถึงกระท่อมฮอบบิทราวกับหลุดไปอยู่ในดินแดนไชร์

ซื้อบัตรเข้าสวนสนุกดรีมเวิลด์กับ Traveloka

ก่อนจะไปสนุกสุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นสุดมัน ขอเหยียบเบรคดังเอี๊ยดบอกกันก่อนว่า Traveloka ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Xperience พร้อมเอาใจสายเที่ยวแบบครบครันกว่าเดิม เพราะทุกคนสามารถซื้อบัตรเข้าสถานที่และเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังราคาถูกกว่าไปซื้อหน้างานอีกด้วย

มามะ มาซื้อ บัตรเข้าสวนสนุกดรีมเวิลด์ ผ่านแอปพลิเคชัน Traveloka กันเถอะ แค่เปิดแอปฯ Traveloka > เข้าหน้า Xperience > ค้นหา Dream World หรือ ดรีมเวิลด์ ก็สามารถไปสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขกันได้เลย


เราเดินทางไปยังดรีมเวิลด์ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ขับชิลๆ จากกรุงเทพฯ ไปถึงจุดหมายนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งทางสวนสนุกมีที่จอดรถให้บริการฟรีเช่นกัน แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ต้องเศร้าใจไปนะ เพราะทุกคนสามารถใช้บริการขนส่งสาธาณะจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทั้งรถเมล์สาย ปอ.538 และรถตู้สาย ต.84 สาย ต.153 สาย ม.2 ต./58 และสาย 58 นั้นมาจอดหน้าดรีมเวิลด์ทั้งหมด ถึงแล้วก็กระโดดขึ้นรถบริการรับ-ส่งของดรีมเวิลด์เข้ามายังหน้าประตูใหญ่ได้ฟรีตลอดทั้งวัน

พอมาถึงดรีมเวิลด์แล้วก็อย่ารอช้า พุ่งไปยังห้องประชาสัมพันธ์อย่างเร็ว แล้วเปิดแอปฯ Traveloka โชว์ให้พี่สต๊าฟใจดีดูเลยว่า เรามาแลกตั๋วกระดาษหรือสายรัดข้อมือ (แล้วแต่แพ็กเกจที่จองมา) ซึ่งตรงจุดนี้พี่สต๊าฟก็จะมอบแผนที่ของสวนสนุกให้เรา พร้อมแจ้งข้อมูลต่างๆ อาทิ เครื่องเล่นใดที่ไม่เปิดให้บริการ หรือห้องรับประทานอาหารเที่ยงอยู่บริเวณไหน (สำหรับคนที่จองแพ็กเกจพร้อมมื้อเที่ยง) ถ้าได้แผนที่แล้วก็ใส่เกียร์น้องหมา วิ่งนำหน้าไปเล่นสนุกกันเลย!

บอกกันโต้งๆ ตรงนี้เลยว่า สูตรลับของเราคือให้ตรงไปขึ้น เคเบิ้ลคาร์ (Cable Car) ทันทีเมื่อผ่านประตูเข้ามา เพราะเจ้ากระเช้าลอยฟ้าตัวนี้จะพาเราเหาะเหินเดินอากาศข้ามไปยังบริเวณใจกลางของสวนสนุก ทั้งนี้ก็เพื่อเซฟพลังเดินเท้า ทั้งยังมีวิวทิวทัศน์สวยๆ ให้ดูระหว่างทาง ก่อนไปเบิกโรงความมันกันด้วยเครื่องเล่น ไวกิ้งส์ (Vikings) ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีเคเบิ้ลคาร์ขาออกนั่นเอง

ไวกิ้งส์เป็นเครื่องเล่นที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีผลต่อความหวาดเสียวและเสียงกรี๊ดของเหล่าผู้เล่นโจรสลัดทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก๋าที่ไม่เคยเบาลงเลยแม้แต่เดซิเบลเดียว โดยเฉพาะจังหวะที่เรือลำใหญ่พาทุกคนโต้คลื่นเวหาไปยังจุดสูงสุด บอกเลยว่าแมนๆ นะครับก็แตกสาวกันมาแล้วนักต่อนัก อีกอย่างคือต้องนั่งระดับปริญญาเอกเท่านั้นนะถึงจะเสียวสุดหลุดโลกจริงๆ!

พอกรี๊ดจนคอแหบคอแห้งกับเรือโจรสลัดเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าอะดรีนาลีนกำลังพลุ่งพล่านคุกรุ่นอยู่แน่ๆ เพราะฉะนั้นจงไปมันกันต่อกับ แบล็คโฮล โคสเตอร์ (Black Hole Coaster) รถไฟเหาะธีมยานอวกาศสุดล้ำที่จะพาเราพุ่งทยานไปสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น เรื่องความเร็วความเร้าใจนี่ไม่ต้องสงสัย เพราะหลังโดยสารยานล้ำนี้ทีไรก็เดินออกมาแบบมึนๆ พร้อมกับหน้าชาๆ ไปเสียทุกที

รู้หรือไม่?
ดรีมเวิลด์ได้เปิดประตูต้อนรับผู้เยี่ยมชมเป็นวันแรกเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2536 และได้สร้างความสุขให้กับคนไทยทุกเพศทุกวัยมาอย่างต่อเนื่องถึง 26 ปีแล้ว

ด้วยปรัชญาแห่งชีวิตที่ยึดมั่นมาโดยตลอดว่า ไปให้สุดแล้วหยุดที่ยาดม คนไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อยอย่างเราจึงไม่เว้นช่วงความมันแต่อย่างใด เพราะรู้ตัวอีกทีก็มายืนต่อแถวเตรียมขึ้นรถไฟเหาะ สกายโคสเตอร์ (Skycoaster) แล้วจ้า ความสนุกของรถไฟเหาะสีแดงเพลิงขบวนนี้ก็คงหนีไม่พ้นดีไซน์ของที่นั่งที่เป็นแบบห้อยขาปล่อยฟรีกันไปเลย บวกเข้ากับการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปตามรางที่แสนฉวัดเฉวียนเวียนหัว ก็ทำให้สกายโคสเตอร์เป็นอีกเครื่องเล่นที่ไม่ควรพลาดเลย

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนไม่ใช่สายบ้าพลัง ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับขู่เข็นหอบร่างขึ้นเครื่องเล่นหวาดเสียวติดๆ กันนะ เพราะทุกคนสามารถไปสนุกกุ๊กๆ กิ๊กๆ กับกิจกรรมอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปาลูกดอกลุ้นรางวัล นั่งโมโนเรล (Monorail) ชมวิวแบบชิลๆ หรือจะไปปั่นจักรยานน้ำรอบ Lake of Paradise ทะเลสาบแห่งดรีมเวิลด์ก็ได้เช่นกัน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เพียงเล่นไปแค่ 3 เครื่อง เราก็อยากจะยกธงขาวยอมแพ้แล้ว จุดนี้ขอยาดมด่วนๆ เพราะสังขารไม่ไหวแล้ว เราขอกดปุ่มหยุดความหวาดเสียวไว้ชั่วคราว แล้วไปดับร้อนที่ เมืองหิมะ (Snow Town)

เมืองหิมะเปิดบริการครั้งแรกเมื่อปี 2540 จำได้ว่าสมัยที่เรายังเรียนอยู่ชั้นประถม ดรีมเวิลด์ยังไม่ได้กั้นช่องสำหรับสไลเดอร์เหมือนปัจจุบัน เด็กสมัยนั้นก็จะฟาดฟันแย่งเบาะกันบ่อยๆ เพราะสไลเดอร์หิมะถือเป็นไฮไลท์ขั้นสุด ใครได้เล่นคือชนะ เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนอีกแล้วในเมืองไทย ในส่วนของอุณหภูมิด้านในก็ต้องยอมรับเลยว่าหนาวจริงอะไรจริง เหลือบตามองดูจอโชว์แล้วก็สั่นเข้าไปอีก เพราะแตะต่ำถึง 5 องศาเซลเซียสเชียวล่ะ

ถ้าตัวแข็งจะไม่ไหวแล้วก็อย่าฝืน มาละลายความเย็นสุดขั้วด้วยน้ำชุ่มๆ กันดีกว่า เครื่องเล่นเนื้อหอมระดับแถวหน้า ตั้งอยู่ข้างๆ กับเมืองหิมะเลยก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ซูเปอร์สแปลช (Supersplash) เรือลำใหญ่ไต่ขึ้นฟ้า แล้วดิ่งลงมาอย่างรวดเร็วจน… บู้ม! เกิดเป็นโกโก้ครั้นช์ ไม่ใช่! เกิดเป็นคลื่นน้ำขนาดใหญ่มหึมา สาดกระจายเปียกทั่วทุกอณูหัวใจ ตั้งแต่เสื้อนอกยันกางเกงใน เปียกกว่านี้ก็ต้องไปว่ายน้ำแล้วแหละ

สำหรับใครที่อยากเปียกต่อไม่รอแล้วนะ เราขอผายมือนำสู่ แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) ล่องแพไปตามสายน้ำเชี่ยว ผ่านทั้งโขดหิน น้ำตก วังน้ำวน และอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่คิดว่าเครื่องเล่นนี้จิ๊บๆ ไม่เปียกเนอะหรอก ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด! ลองไปเล่นเองแล้วจะรู้เลยว่าตรงกันข้าม

เล่นสนุกกันจนเหนื่อยแล้วล่ะสิ มานั่งพักชมสิ่งที่น่าสนใจกันสักครู่ดีกว่า อย่างที่เราเกริ่นไปในไฮไลท์แล้วว่า นอกจากเครื่องเล่นมากมายแล้ว ดรีมเวิลด์ยังมีโชว์ให้ดูอีกด้วย โชว์ห้ามพลาดเลยก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ฮอลลีวู้ด แอ็คชั่น (Hollywood Action) ที่นักแสดงมืออาชีพเขาแท็กทีมกันมาโชว์คิวบู๊กันอย่างสุดความสามารถ ทั้งยังต้องร้องว้าวสุดๆ ไปกับเอฟเฟกต์สุดตระการตา ไม่ว่าจะเป็นควันโขมง ไฟลุกโชน รวมถึงไปน้ำพุ่งทะลักออกมาจาก… อ๊ะๆ ไม่สปอยล์ดีกว่า เพราะอยากให้เพื่อนๆ ไปดูด้วยตาตัวเอง

อ่านกันมายาวๆ ถึงนี่แล้ว กำลังสงสัยว่าเราลืมพูดถึง เฮอริเคน (Hurricane) ใช่ไหม? นั่นแน่ ไม่ได้ลืมหรอก แต่ของดีต้องเก็บไว้ท้ายๆ ต่างหาก จ้าวพายุเฮอริเคนจะพาเราเหินฟ้าขึ้นไปรับความหวาดเสียวแบบ 360 องศา ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก หมุนติ้วกันไปเลย จังหวะที่มันหมุนเหลือเกิน หมุนเก่ง! ก็ได้แต่คิดว่า อะไรหนอที่ทำให้เราตัดสินใจต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นนี้ แต่ถามว่าคุ้มไหม ขอบอกว่าคุ้มมาก ไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่ยังมีพลังเหลือ ก็สามารถไปสนุกกับเครื่องเล่นอื่นๆ ได้ ถ้าพลังเหลือเยอะหน่อยก็จงไปต่อกับ ทอร์นาโด (Tornado) ที่จะดูดหมุนพาคุณขึ้นไปเคว้งคว้างกลางอากาศ แต่ถ้าพลังเหลือเพียงกระจิ๊ดริดกระจ้อยร่อยก็ไปต่อกับ วิหคสายฟ้า (Thunderbird) บินขึ้น บินลง หมุนไป หมุนมาแบบเบาๆ เบบี๋ๆ

แดดร่มลมตก ใกล้จะถึงเวลาปิดของสวนสนุกเต็มที จุดนี้เราขออนุญาตเดินทอดน่องสบายๆ ไปถ่ายรูปเล่นที่ดินแดนมหัศจรรย์ โฟโตเปีย (Photopia) แปลงร่างเป็นเจ้าหญิงที่ปราสาทอัศวินสุดยิ่งใหญ่ แอ๊บท่าเป็นสาวแบ๊วที่บ้านขนมหวานสีสันสดใส หรือจะไปตามหาแหวนทองของรักของข้าที่กระท่อมฮอบบิทก็แล้วแต่ใจชอบเลย

ขอบอกว่า ทั้งหมดที่เล่าให้มานี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ของความสนุกก้อนใหญ่มากๆ ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสที่ ดรีมเวิลด์ (Dreamworld) โลกแห่งความสุข สนุกทุกครอบครัว

สวนสนุกดรีมเวิลด์

62 หมู่ 1 ถนนรังสิต-องครักษ์ (กม.7)
ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
เปิดทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 10:00 – 17:00 น.
และเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10:00 – 19:00 น.


Written by Theerada Moonsiri
Edited by Theerada Moonsiri
Photo by Theerada Moonsiri