วันหยุดทั้งทีให้อยู่กรุงเทพฯ ก็คงจะน่าเบื่ออยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ไม่ได้ทำงาน เชื่อว่าใครหลายคนก็อยากจะพักผ่อน หนีความวุ่นวายสักแปปหนึ่งไปชาร์จแบตให้พร้อมกลับมาทำงานในวันจันทร์ และถ้าหากใครที่ไม่อยากไปไกลถึงต่างจังหวัด ทางเราก็มีทางเลือกให้พร้อม ด้วยการคัด 15 ที่เที่ยวกรุงเทพฯ เจ๋งๆ ที่สามารถไปเที่ยวได้วันเสาร์ – อาทิตย์ หรือในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งถ้าหากว่าถูกใจที่เที่ยวกรุงเทพฯ แห่งไหน ก็สามารถกดจองได้ง่ายๆ ใน Traveloka ได้เลย รับรองว่าสะดวกกว่า ช่วยประหยัดเวลา และที่สำคัญสามารถจองล่วงหน้าไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิว

ซื้อตั๋วเข้าชมที่เที่ยว และบัตรทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ กับ Traveloka

1. แบงค็อกแบตติ้งเซนเตอร์ (Bangkok Batting Center)

  • เวลาเปิดปิด: 10.30 – 21.30 น.
  • Google Map

“แบงค็อกแบตติ้งเซนเตอร์ (Bangkok Batting Center)” ชื่อนี้อาจจะดูไม่คุ้นหู แต่หากบอกว่าสถานที่นี้เอาไว้สำหรับฝึกตีลูกเบสบอล หลายคนก็อาจจะร้องอ๋อ เพราะว่าคุณจะได้มาเปิดประสบการณ์ในการตีเบสบอลที่หาได้ยากยิ่งในไทย กับเครื่องยิงลูกแบบอัตโนมัติ ที่สามารถกำหนดระดับความเร็วต่างๆ ได้ตามใจชอบ เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าสนใจ และทำให้คุณได้สนุกสนานไปกับการปลดปล่อยพลังหวดวงสวิงเบสบอล

ซื้อบัตรเข้าแบงค็อกแบตติ้งเซนเตอร์ (Bangkok Batting Center) คลิกที่ >> Traveloka

 

2. มหานคร สกายวอล์ค (Mahanakhon Skywalk)

  • เวลาเปิดปิด: 10.00 – 24.00 น.
  • Google Map

หากเดินช้อปปิ้งในคิงพาวเวอร์ที่ตึกมหานครเสร็จแล้ว แนะนำว่าอย่าลืมขึ้นมาถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ของเมืองกรุงเทพฯ ที่ “มหานคร สกายวอล์ค (Mahanakhon Skywalk)” ที่เที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่มีความสูงมากถึง 310 เมตร และถือว่าเป็นดาดฟ้าชมวิวที่สูงที่สุดของเมืองกรุงเทพฯ เลยทีเดียว ถึงแม้ว่ามหานคร สกายวอร์คจะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะขึ้นชื่อเรื่องวิวที่สวย และเห็นวิวได้กว้างแบบ 360 องศา ที่สำคัญคือเดินทางง่าย สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ BTS สถานีช่องนนทรีได้

ซื้อบัตรเข้าชมมหานคร สกายวอล์ค คลิกที่ >> Traveloka

3. ล่องเรือเจ้าพระยาครุยส์

นับว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวกรุงเทพฯ และกิจกรรมในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะการล่องเรือเจ้าพระยาครุยส์นั้น จะทำให้คุณได้เต็มอิ่มไปกับวิวสวยๆ สองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งเรือลำนี้จะมีความหรูหรา และเป็นเรือลำใหญ่ ซึ่งตลอดการล่องเรือ คุณจะได้รับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ชั้นเยี่ยม โดยจะมีทั้งอาหารไทย และอาหารนานาชาติ อีกทั้งยังมีขนมหวาน และเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ หากอยากได้สถานที่บรรยากาศดีสำหรับดินเนอร์ แนะนำให้จองตั๋วล่องเรือเจ้าพระยาครุยส์ จะพาครอบครัว หรือคนรักมาก็ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ซื้อบัตรล่องเรือเจ้าพระยาครุยส์ทานอาหารมื้อค่ำ คลิกที่ >> Traveloka

 

4. ล่องเรือทานอาหารสุพรรณิการ์ครูซ

ถ้าหากว่าการล่องเรือนั้นตอบโจทย์ แต่ทว่าไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่อยากนั่งเรือลำใหญ่ที่มีคนเยอะ หรืออยากได้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกนิด แนะนำให้ลองมาล่องเรือรับประทานอาหารที่เรือสุพรรณิการ์ครูซ เพราะมีความโดดเด่นตรงที่เรือจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก อีกทั้งดีไซน์ของเรือลำนี้ยังผสมผสานความเป็นไทย เหมาะกับคนที่ชอบนั่งชมวิวภายในบรรยากาศสบายๆ ไม่เร่งรีบ พร้อมกันนั้นยังมีอาหาร และเครื่องดื่มให้บริการ สำหรับคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็สามารถซื้อบัตรพร้อมค็อกเทล หรือแชมเปญก็ได้

ซื้อบัตรล่องเรือทานอาหารสุพรรณิการ์ครูซ คลิกที่ >> Traveloka

 

5. สยามนิรมิต

  • เวลาเปิดปิด: 09.00 – 22.00 น.
  • Google Map

ถ้าวันหยุดไม่อยากไปไหน แต่อยากหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย แนะนำให้จองตั๋วมาดูโชว์ขึ้นชื่อของเมืองไทยอย่าง “สยามนิรมิต” ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดดเด่นด้วยโชว์ที่จะแสดงถึงความเป็นไทย ด้วยการแสดงที่ได้สอดแทรกวิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณี และศิลปะวัฒนธรรมของไทยเอาไว้อย่างลงตัว ซึ่งการแสดงสยามนิรมิตนี้นั้นจะประกอบไปด้วยการแสดงทั้งหมด 3 องก์ ประกอบไปด้วย การย้อนรอยประวัติศาสตร์ การท่องไปในไตรภพ และรื่นเริงสนุกสนาน การสืบสานประเพณีไทย เป็นต้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่น่าสนใจ แม้แต่คนไทยเองก็ไม่ควรพลาด

ซื้อบัตรชมการแสดงที่สยามนิรมิต คลิกที่ >> Traveloka

 

6. อาร์ตอินพาราไดส์ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดสามมิติ กรุงเทพฯ

  • เวลาเปิดปิด: 10.00 – 21.00 น.
  • Google Map

ไม่อยากไปเที่ยวที่ไหนไกลกรุงเทพฯ แต่อยากเดินดูเสพย์งานศิลปะแบบชิลล์ๆ แนะนำให้มาที่ “อาร์ตอินพาราไดส์” ที่เที่ยวกรุงเทพฯ แนวพิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้คุณสนุกสนานด้วยการเดินดูภาพวาดศิลปะสามมิติในแบบต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ ถ้าหากใครต้องการไปเที่ยวอาร์ตอินพาราไดส์ ก็จะต้องไปถึงพัทยา แต่ตอนนี้สามารถมาที่กรุงเทพฯ ได้แล้ว สำหรับใครที่ต้องการเดินทางมาถ่ายรูปสวยๆ กับภาพวาดสามมิติเหล่านี้ก็ให้เดินทางมาที่ศูนย์การค้าเอสพานาด รัชดา

ซื้ออาร์ตอินพาราไดส์ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดสามมิติ กรุงเทพฯ คลิกที่ >> Traveloka

 

7. ขี่จักยานเที่ยวโอเอซิสแห่งกรุงเทพฯ

เปิดประสบการณ์เที่ยวกรุงเทพฯ แบบใหม่ ด้วยการซื้อทัวร์ไปปั่นจักรยานที่มีให้เลือกมากมายหลายแบบ แต่สำหรับการปั่นจักรยานที่เราอยากจะแนะนำนี้ คือการปั่นไปชมโอเอซิส หรือพื้นที่สีเขียวธรรมชาติของกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดเส้นทาง หรือการเดินทางจะถูกนำโดยไกด์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งไฮไลท์เด็ดของที่เที่ยวนี้คือการปั่นจักรยานไปตามเส้นทางของบางกระเจ้า ได้ชมทั้งป่าโกงกาง และฟาร์มเพาะปลูก ที่ล้วนแต่มีสีเขียว เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ของธรรมชาติ ใครอยากพักสายตา หนีความวุ่นวาย แนะนำให้ลองซื้อทัวร์จักรยานนี้ดู

ซื้อทัวร์ขี่จักยานเที่ยวโอเอซิสแห่งกรุงเทพฯคลิกที่ >> Traveloka

 

8. ขี่จักรยานเที่ยวไชน่าทาวน์

มีอีกหนึ่งตัวเลือกมาฝากสำหรับคนที่ชอบขี่จักรยาน ซึ่งถ้าหากเบื่อการขี่จักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ แบบเดิมๆ แนะนำให้มาลัดเลาะขี่จักรยานเที่ยวรอบๆ ไชน่าทาวน์ หรือย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ไฮไลท์ของทริปนี้ก็คือคุณจะได้ขี่จักรยาน พร้อมกับลงเรือข้ามฟาก ไปสำรวจย่านฝั่งธนฯ ซึ่งจะได้เยี่ยมชมทั้งวัด ตลาด หรือว่าตึกรามบ้านช่องอาคารเก่าต่างๆ เหมาะกับคนที่ชอบทั้งการผจญภัย และชอบดูสถาปัตยกรรมสวยๆ หากการขี่จักรยานแบบเดิมมันดูธรรมดาไป แนะนำให้ลองมาขี่จักรยานเที่ยวไชน่าทาวน์ดู

ซื้อทัวร์ครึ่งวันขี่จักรยานเที่ยวไชน่าทาวน์แห่งกรุงเทพฯ คลิกที่ >> Traveloka

 

9. ออนเซ็นและสปา ‘คาชิคิริ’

  • เวลาเปิดปิด: 10.00 – 22.00 น.
  • Google Map

ตัวเลือกที่ดีอีกอย่างหนึ่งของการพักผ่อน ก็คือการเข้าสปา หรือว่าการไปแช่ออนเซ็น เพราะข้อดีของการแช่ออนเซ็นคือ อุณภูมิน้ำที่ร้อนกำลังดีจะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี อีกทั้งยังเป็นการใช้พลังจากธรรมชาติบำบัดผิว และร่างกายไปในตัว หากใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวเสาร์ – อาทิตย์ที่จะทำให้คุณได้ผ่อนคลายแบบไม่ต้องขับรถไปไหนไกล เราขอแนะนำว่าการไปแช่ออนเซ็น และการทำสปาที่คาชิคิริ นั้นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี

ซื้อบัตรออนเซ็นและสปา ‘คาชิคิริ’ คลิกที่ >> Traveloka

 

10. สปาทรีตเมนต์ Let’s Relax Spa

  • เวลาเปิดปิด: 10.00 – 22.00 น.
  • Google Map

ใครมีโอกาสได้แวะไปเดินช้อปปิ้งที่ห้าง Terminal 21 แล้วเกิดเมื่อย หรืออยากผ่อนคลาย แนะนำให้ซื้อแพคเก็ตสปาทรีตเมนต์ Let’s Relax Spa เอาไว้ได้เลย เพราะสปาแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ชั้นบนของห้างเทอมินอล 21 ใจกลางเมือง ความโดดเด่นคือเป็นสปาแบบไทยๆ เมื่อคุณเดินเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แสนจะผ่อนคลาย มีสปาหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือก ทั้งการนวดแบบไทย การนวดน้ำมัน หรือว่านวดอโรม่าก็มีให้เลือกครบ อีกทั้งยังมีน้ำผลไม้ และน้ำดื่มสมุนไพรเสิร์ฟให้หลังการนวด

ซื้อแพ็กเกจสปาทรีตเมนต์ Let’s Relax Spa เทอร์มินอล 21 คลิกที่ >> Traveloka

 

11. สปาทรีตเมนต์ HARNN Heritage Spa

  • เวลาเปิดปิด: 10.00 – 22.00 น.
  • Google Map

ถัดจากห้างสรรพสินค้า Terminal 21 แล้วนั้น ใจกลางย่านราชประสงค์ หากใครเดินเล่นจนเมื่อย หรืออยากมาทำสปาก่อนออกไปดินเนอร์ต่อ แนะนำ “HARNN Heritage Spa” สปาจากแบรนด์ดัง HARNN ที่ตั้งอยู่บนชั้น 12 ของห้างเซนทรัลเวิลด์ ให้คุณได้ผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมของอโรม่าของแบรนด์ HARNN ไปพร้อมกับการทำสปาที่มีการนวดให้เลือกหลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ การนวดแบบเพลินจิต สุโขทัย รัตนโกสินทร์ หรือว่าอยุธยาก็มีให้เลือกมากมาย ด้วยจากบริการจากนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ

ซื้อแพ็กเกจสปาทรีตเมนต์ HARNN Heritage Spa เซ็นทรัลเวิลด์ คลิกที่ >> Traveloka

 

12. ทรีตเมนต์ผม Zik Zleep Zalon

  • เวลาเปิดปิด: 10.30 – 21.00 น.
  • Google Map

เสร็จจากการนวดเพื่อผ่อนคลายเรือนร่างแล้วนั้น ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับเส้นผมด้วย หากใครที่ชอบไปสระผมที่ร้านทำผม เพียงเพื่ออยากให้ช่างทำผมนวดหัวให้ แนะนำให้ลองมาที่ “Zik Zleep Zalon” ที่เปรียบเสมือนเป็นการรวมสปา และซาลอนเข้าด้วยกัน เน้นไปที่การทำทรีตเมนต์เส้นผม และการผ่อนคลายหนังศรีษะโดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากการทำสปาผม ที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาสะอาด แข็งแรง และดีท็อกซ์ของเสียออกไปแล้วนั้น ยังทำให้คุณได้ผ่อนคลายไประหว่างการทำสปา และทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ใครทำงานมาเหนื่อย ต้องเผชิญกับมลภาวะบนท้องถนนทุกวัน แนะนำให้ลองมาทำสปาเส้นผมดูสักครั้ง

ซื้อแพ็กเกจทำทรีตเมนต์ผม Zik Zleep Zalon คลิกที่ >> Traveloka

 

13. ทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพ OSS LOUNGE

  • เวลาเปิดปิด: 10.30 – 20.30 น.
  • Google Map

สำหรับพนักงานออฟฟิศทั้งหลาย หรือคนที่นั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ต้องปักหมุดไว้ที่เที่ยวกรุงเทพฯ แห่งนี้เลย เพราะว่า “OSS LOUNGE” เป็นสปาแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีวิธีการบำบัดโรคออฟฟิศซินโดรมที่ใช้เทคนิคเฉพาะของ OSS เท่านั้น ซึ่งจะเป็นมากกว่าการนวด เพราะจะมีการใช้กายบำบัดเข้าร่วม เพื่อให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย หายและบรรเทาอาการปวดหลัง หรือไหล่ได้อย่างเห็นผล นอกจากนั้นยังมีโปรแกรม Japanese Sand Bath ที่ให้คุณได้แช่ตัวอยู่ในอ่างทรายญี่ปุ่น ช่วยทำให้ผ่อนคลาย และกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี

ซื้อทรีตเมนต์เพื่อสุขภาพ OSS LOUNGE คลิกที่ >> Traveloka

 

14. Power Nap Lounge

  • เวลาเปิดปิด: 07.00 – 24.00 น.
  • Google Map

ใครที่ทำงานหนักจนเกินกำลัง หรือคนที่ตกอยู่ในภาวะเครียดจนนอนไม่ค่อยหลับ รวมถึงคนที่อยากจะผ่อนคลายให้ร่างกายหายจากความเหนื่อยล้า แนะนำให้ลองมาเที่ยวที่ “Power Nap Lounge” เป็นสถานที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่เอาไว้สำหรับงีบหลับโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยให้คุณงีบหลับได้อย่างไม่มีอะไรมากวนใจ ให้คุณได้ชาร์จพลังผ่านเก้าอี้นวดไฟฟ้าแสนสบาย เปลนอนขนาดใหญ่ หรือเตียงเดี่ยว ที่จะช่วยทำให้คุณได้จมลึกเข้าสู่ห้วงความฝัน และพักผ่อนจากการทำงานหนักตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา

ซื้อบัตรชาร์จพลังที่ห้องสำหรับงีบ Power Nap Lounge คลิกที่ >> Traveloka

 

15. ย่านบางรัก

รับรองว่าสายกินทั้งหลายจะต้องถูกอกถูกใจไปกับที่เที่ยวแห่งนี้แน่นอน เพราะเราจะพาทุกคนไปทัวร์กินอาหารรสเด็ดในย่านบางรัก โดยจะเน้นที่สตรีทฟู้ดเป็นหลัก ให้คุณได้ลิ้มชิมรสของอาหารอร่อยทั้งหมด 12 ชุดด้วยกัน พร้อมกับแวะจุดรับประทานอาหารทั้งหมด 5 แห่งด้วยกัน หากใครไม่เคยมาเดินเล่นที่ย่านบางรัก หรืออยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับประทานอาหาร แนะนำให้ซื้อทัวร์แล้วเตรียมท้องให้พร้อมมาตะลุยกินกันได้เลย

ซื้อทัวร์ชิมอาหารไทยรสเด็ดย่านบางรัก คลิกที่ >> Traveloka

หวังว่าวันหยุดที่จะถึงนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดยาว หรือวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ คุณจะอิ่มเอมใจไปกับที่เที่ยวกรุงเทพฯ ทั้ง 15 แห่งนี้ ซึ่งรับรองได้เลยว่าจะทำให้คุณเพลิดเพลินจนลืมไปว่า กิจกรรมทั้งหมดนี้ก็สามารถหาทำได้ง่ายๆ ในกรุงเทพฯ ไม่ต้องขับรถไปไหนไกล แค่กดเลือกจองที่เที่ยวทั้งหมดกับ Traveloka แล้วเตรียมตัวมาชาร์จพลังกันได้เลย

ซื้อตั๋วเข้าชมที่เที่ยว และบัตรทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ กับ Traveloka