ร้อนแล้วจ้า…ช่วงซัมเมอร์ปิดเทอมด้วยไม่มีอะไรจะดีไปกว่าช่วงนี้แล้วที่เราจะยกโขยงไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว เรารีบจัดทริป  “พัทยา 2 วัน 1 คืน  แบบครอบครัวพร้อมบ้านพักราคาถูก”  กันก่อนเลย  ตั้งแต่ปิดเทอมผ่านมาเพียงไม่กี่สัปดาห์  โดยทริปพัทยา (อีกแล้ว) คราวนี้ ใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์เพียง 2 วัน 1 คืน  พอดี เพราะพัทยาอยู่ไม่ไกลกรุงเทพ เดินทางสะดวกแปร็บเดียวก็ถึง ทำให้เที่ยวได้ไม่เหนื่อยมาก  แถมที่เที่ยวในพัทยาก็เยอะ มีผุดขึ้นใหม่ตลอด แบบที่มากี่ทีก็มีที่เที่ยวใหม่ ๆ ได้ไม่ซ้ำ แล้วยังมีทะเลที่เข้าถึงง่าย  เดินทางสะดวกอีกด้วย สะดวกสบายแบบนี้ก็รีบจัดทริปกันเลยซิจะรออะไร

เราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพเวลาประมาณ 11 โมงหลังจากที่กิจวัตรประจำวัน  และธุระต่าง ๆ ในช่วงเช้าของวันเสาร์เรียบร้อยแล้วอย่างไม่เร่งรีบ การเดินทางจากกรุงเทพ  ไป พัทยาก็สะดวกสบายด้วยทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ กรุงเทพ – พัทยา) ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงนิด ๆ เท่านั้น  ยิ่งล่าสุด Motorway ต่อขยายทางด่วนเพิ่มยาวมาจนถึงพัทยาแล้ว ยิ่งเดินทางง่าย และเร็วขึ้น เพราะจำนวนรถน้อยลง รถติดน้อยลงช่วงทางเบี่ยงทางแยก  ก็นะ … จ่ายค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น แล้วมันดีขึ้นก็โอเคเนอะ ใช้เวลาเพียงพักเดียวเราก็เดินทางมาถึงเขตพื้นที่เมืองพัทยากันแล้ว แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง  เราจึงเริ่มต้นด้วยการเติมพลังร่างกายกันก่อน ที่ร้าน Tree Tales

ร้าน Tree Tales  คาเฟ่และร้านอาหารในสวน  สไตล์วินเทจย้อนยุค ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศเงียบสงบ  ร่มรื่นย์ ที่อาหารอร่อยทั้งของคาวของหวาน จัดเป็นร้านอาหารรสชาติดี   ตกแต่งร้านสวย ในบรรยากาศสุดชิลล์ จัดเป็นร้านเล็ก ๆ ชื่อดังร้านนึงในย่าพัทยาเลยก็ว่าได้  ภายในร้อนมีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ให้เลือกโดยโซน Indoor ซึ่งเป็นห้องแอร์มีลักษณะเหมือนโดมกระจกแบบ Glass House ที่เข้ากับบรรยากาศหมู่มวลต้นไม้เขียวขจีโดยรอบอย่างลงตัว  หลังจากทานเมื่อเที่ยงทั้งคาวและหวานที่ร้าน Tree Tales กันเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าเที่ยวต่อกันเลยกับการไปเพิ่มเติมความชิลล์ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้และดอกไม้ที่รายล้อม ในดินแดนสวนดอกไม้เมืองหนาวของพัทยา  ที่ Flower Land

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Facebook FlowerLand Pattaya

Flower Land สถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ล่าสุดในพัทยาที่เพิ่งเปิดเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา  ที่ได้รังสรรค์พื้นที่มากกว่า 100 ไร่ข้างอ่างเก็บน้ำมาบชัน ให้กลายเป็นสรวงสรรค์ของดินแดนแห่งหมู่มวลดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก  ทั้งไม้ดอกและไม้ยืนต้น ทั่วบริเวณพื้นที่แบบ 360 องศาที่เต็มไปด้วยสีสัน และความสดชื่นของมวลดอกไม้ละลานตา โดยพื้นที่ภายใน Flower land นอกจากจะจัดแสดงต้นไม้  ดอกไม้ที่สวยงามมากมายแล้ว ภายในบริเวณ Flower land ยังมี Aquarium จัดแสดงสัตว์น้ำ น้ำพุพร้อมแสงสีสันอันสดใส Coloeful Waterfall โดมจัดแสดงพันธุ์ไม้ป่าฝนเมืองหนาว Cloudforest  และสวนกลางแจ้งสไตล์ Eden โดยพื้นที่ภายในทั้งหมดถูกแบ่งพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน แยกเป็นโซนทั้งหมด 6 โซน ได้แก่ Himmapan Dome จัดแสดงพันธุ์ไม้หายาก, Eden Dome ไม้ดอกเมืองหนาวในคอนเซ็ปต์  สวนเอเดน, Inthanon Dome เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าฝนเมืองหนาว (Cloudforest) กลางเวหา, Magic Tree น้ำตกหลาหลายสีสัน และน้ำตกจำลองความสูงกว่า 5 เมตร, Ocean Park อควาเรียมทรงกลม ที่ชื่นชมโลกท้องทะเลได้แบบ 360 องศา  และOcean Flowers งานภาพ 3 มิติที่สร้างสรรค์จากต้นไม้และดอกไม้สุดตระการตา

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Facebook FlowerLand Pattaya

 

เดินเที่ยวชมดอกไม้นานาพันธุ์หลากหลายสีสันอยู่ได้พักใหญ่ ๆ เพลินเพลิดไปกับความงามตามธรรมชาติ  ที่จัดแสดงอย่างสร้างสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์แบบไม่มีเบื่อ เที่ยวชมจนครบแล้วก็ยังฟินเพลินกันอยู่เลย  ว่าแล้วดูเผิน ๆ ก็คล้าย ๆ Garden by Bay ของสิงคโปร์เหมือนกันนะเนี่ย แม้ว่าจะ Minimal Size กว่า แต่ก็ประหยัดค่าใช้จ่าย  และไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงสิงคโปร์ แค่ที่พัทยาก็หาดูได้แล้ว ว่าไปก็ดีอยู่เหมือนกันนะ

ชมธรรมกันเรียบร้อยก็ล่วงมาจนถึงเวลาบ่าย 3 โมง  จึงออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักที่เราได้จองล่วงหน้ากับ Traveloka มาเรียบร้อยแล้วก่อนเดินทาง  เพื่อทำการ Check – In เข้าห้องพัก  เก็บสัมภาระ และเตรียมออกตระเวนเที่ยวกันต่อ

สำหรับทริป  “เที่ยวพัทยา 2 วัน 1 คืน  แบบครอบครัวพร้อมที่พักราคาถูก”  คราวนี้  เราได้ดูห้องพักราคาถูกสำหรับครอบครัวจาก Traveloka และทำจากจองล่วงหน้าจากแอพลิเคชั่น Traveloka บนมือถือมาก่อนแล้ว  ที่ต้องจองผ่านแอพลิเคชั่น Traveloka บนมือถือก็เพราะว่า  ได้ราคาดีกว่า แถมยังใช้ส่วนลดเพิ่มจากโปรโมชั่น Traveloka อีกด้วย  ที่พักราคาถูก  ยิ่งถูกลงไปอีก ราคาดีเป็นมิตรกับกระเป๋าเงิน  แบบนี้ปีนึงก็ยิ่งเที่ยวได้เพิ่มอีกหลายทริปยังไงล่ะ  

เช็คราคาและจองบ้านพักราคาถูกในพัทยากับ Traveloka

 

สำหรับที่พักที่เราเลือกสำหรับทริปนี้  เราเลือกพักที่ Bird and Bee Resort บนเขาพระตำหนัก  ที่ทำเลที่ตั้งเดินทางสะดวก  ติดถนนหลัก แถมพื้นที่ของรีสอร์ทยังอยู่บนเนินเขา  วิวดี ติดทะเลอีกด้วย ที่สำคัญมาก ๆ เลย คือราคาไม่แพง  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหาร สระว่ายน้ำกลางแจ้ง  และยังมีห้องพักหลากหลายรูปแบบให้เลือก

รวมไปถึงห้องพัก Big Bird Family สำหรับครอบครัว  ขนาด 98 ตร.ม. 2 ห้องนอน สำหรับ 4 คน พร้อมห้องนั่งเล่นส่วนกลาง  อยู่ติดกับสระว่ายน้ำเด็กอีกต่างหาก มันช่างเหมาะเจาะสำหรับครอบครัวอย่างแท้ทรู  ที่สำคัญต้องย้ำอีกครั้งคือราคาไม่แพง ห้องพักที่ Bird and Bee Resort ราคาเริ่มต้น  3,xxx บาท  เท่านั้นเอง  

ที่พักราคาดีแล้วยังได้ทะเลดี ๆ วิวสวย ๆ อีกด้วยแบบนี้ไม่เลือกได้ยังไงใช่มั้ยละ  สรุปก็จัดมาเรียบร้อย Bird and Bee Resort  สำหรับ  ทริปพัทยา 2 วัน 1 คืน  คราวนี้

เช็คราคาและจองที่พัก Bird and Bee Resort พัทยา  กับ Traveloka

 

หลังจากได้ห้องพักเรียบร้อยแล้ว  เราก็เข้าห้องพัก เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย  แล้วก็เดินเที่ยวเล่นสำรวจอาณาบริเวณรอบรีสอร์ท  เดินเล่นรับลชมวิวริมชายหาดชิลล์ ๆ ฟินกับบรรยากาศและท้องทะเลได้พักใหญ่ ๆ ก่อนจะเริ่มออกเดินทางอีกครั้งราว ๆ 4 โมงเย็น  เพื่อมุ่งหน้าไปรับลมชมพระอาทิตย์ตกดินจากมุมสูงของจุดชมวิวพัทยามุมสูงเหนือแหลมบาหลีฮาย ที่จุดชมวิวเขาพระตำหนัก

 

เดินเล่นชมวิว city scape และ sea scape ยามพระอาทิตย์ตกดินแสนโรมแมนติก  และถ่ายรูปชิค ๆ กับวิวอลังการจากมุมสูงเหนือแหลมบาหลีฮาย กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่  จุดชมวิวเขาพระตำหนัก  ก็ไปต่อกันที่โรงละคร D’ Luck Thearter  เพื่อเป้าหมายต่อไปกับการชมการแสดง KAAN Show  บน Landmark แห่งใหม่ของเมืองพัทยา  ที่จากตอนนี้ก็น่าจะใหม่มาได้สักระยะนึงแล้วเนอะ ซึ่งเราก็ซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าไว้แล้วกับ Traveloka จองง่ายใช้สะดวกมาก ไม่ต้องไปต่อคิวหรือมาก่อนเวลาเพื่อรอซื้อตั๋วด้วย มาประมาณ 19.30 น. เพราะการแสดงเริ่มประมาณ 19.30 น.

ซื้อบัตรเข้าชมการแสดง KAAN Show  กับ Traveloka

ที่ Landmark แห่งใหม่ของเมืองพัทยา โรงละคร D’ Luck Thearter  เราแวะรองท้องมื้อเย็นระหว่างรอเข้าชมการแสดงรอบ 19.30 น. ที่ร้าน Greyhound Café ใกล้ ๆ กับจุดจำหน่ายตัวการแสดง  

สำหรับ การแสดง KAAN Show  กับการแสดงมหัศจรรย์วรรณคดีได้  กับโรงละคร 3 มิติลอยได้สุดตระการตา  ที่ SINGHA D’LUCK Cinematic Theatre  กับโรงละครลอยได้แห่งแรกของโลก  แค่ได้ยินก็ตื่นเต้นแบบสุดแล้ว ด้วยตัวอาคารที่โดดเด่นสะดุดตาสีเหลือทองอร่าม  เป็นประกายระยิบระยับ ตั้งเด่นเป็นเอกลักษณ์ชิดติดริมถนนเทพประสิทธิ์ ที่รับรองว่าหาเจอได้ไม่ยากแน่นอน

ในส่วนของ การแสดง KAAN Show  การแสดงในรูปแบบ Live Show  ผสมผสานกับ ภาพยนตร์ พร้อมการเทคนิคแสง  สี เสียงระดับโลกมาผนวกเข้าไว้ด้วยกัน กับเรื่องราวการผจญภัยสุดล้ำในจินตนาการอันน่ามหัศจรรย์ ซึ่งดำเนินเรื่องและได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีไทย  ที่ได้ใช้ตัวละคร และตัวดำเนินเรื่องทั้งหมดมาจากตัวละครในวรรณคดีไทย มาถ่ายทอดเรื่องราวของวรรณคดีผ่านเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ แบบทันสมัยเข้าใจง่าย และได้สร้าง Hero ตัวใหม่ในฉบับไทย  ที่น่ารักน่าเอ็นดู และแสนซนออกมาได้อย่างน่าสนใจ กับตัวละคร “กบิลปักษา” นอกจากตลอดระยะเวลาการแสดง 75 นาที จะตื้นเต้น อลังการ และน่าสนใจแล้ว บอกได้เลยว่ารับรองว่าเด็ก ๆ ต้องชอบจนร้องอยากมาดูอีกแน่นอน  Confirm !!! หลังจากจบการแสดงก็เป็นเวลาล่วงเลยเกิน 3 ทุ่มไปแล้ว  ก็ได้เวลากลับเข้าที่พัก และพักผ่อน

เริ่มเช้าวันใหม่ กับวันที่ 2 ของทริปพัทยา  กันสบาย ๆ ไม่เช้ามากนักด้วยการไปเดินเล่นรับลม  เอาเท้าแตะทรายนุ่ม ๆ ให้ผ่อนคลาย ส่วนเจ้าตัวเล็กก็ลงเล่นน้ำทะเลริมชายหาดไปพักใหญ่ ๆ  ก่อนที่แดดจะเริ่มแรงขึ้น จนต้องย้ายเด็ก ๆ มากระโดดลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำแทน จนเริ่มจะหมดแรง  ก็พาไปอายน้ำแต่งตัว และมาทานอาหารเช้าเติมพลังกับบุพเฟ่ต์อาหารเช้าของที่พัก หลังจากอิ่มท้อง ก็นั่งเล่นผึ่งพุงในบริเวณรีสอร์ท  แล้วก็เดินเล่นกินลมย่อยอาหารสักครึ่งชั่วโมง ก็พอดีเหลือเวลาสักเล็กน้อยสำหรับการเก็บกระเป๋าและ Check – Out ออกจากที่พักก่อนเที่ยง

วันที่สองนี้แผนของเราไม่มากนัก  เอาแบบที่ชิลล์ ๆ สบาย ๆ เพราะเมื่อวานจัดเต็มมาทั้งวันแล้ว  วันที่ 2 ให้เป็นการเที่ยวพักผ่อนชิลล์ ๆ ก็พรุ่งนี้วันจันทร์เป็นวันทำงานนี่นะ  จัดหนักมากไม่ได้สำหรับวันนี้ หลังจากออกจากที่พักแล้ว ก็มุ่งหน้าสูโครงการ A’ La Campagne

ขอบขอบคุณรูปภาพจาก  A’ La Campagne  

A’ La Campagne ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ  หารจำลองหมู่บ้านชนบทของยุโรป  ที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรม และกลิ่นอายวิถีชีวิตชนบทอันเรียบง่าย  และอบอุ่น เป็นกันเอง ผ่านสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปชนบท ผสมผสานระหว่าง English Vintage Garden  และ Italian Tuscany Country สุดคลาสสิค ท่ามกลางสวนสวย บรรยากาศอันอบอุ่น พร้อมกิมมิคการตกแต่งอันโดดเด่นด้วยสีโทน Earth Tone ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น  เป็นกันเอง และสบายสายตา ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่ถ่ายทอดการผสมผสานเรื่องราวของความหลากหลายทางวัฒนธรรมของยุโรปที่แตกต่างแต่สอดคล้องกันไว้ในพื้นที่เดียวได้อย่างลงตัว  

ภายในพื้นที่ของ A’ La Campagne เป็นทั้งพื้นที่จักกิจกรรมศิลปะ  พื้นที่จัดงาน Event เก๋ ๆ กลางแจ้ง  ร้านอาหาร ส้มตำวิลล่า และ บาร์ยุโรปวินเทจ “ Le Rouge”   คาเฟ่ “Tea Factory” ฟาร์มผักเกษตรอินทรีย์ ร้านคาสินค้า Handmade จากวัสดุธรรมชาติ ท่ามกลางธรรมชาติส่วนตัว เป็นกันเอง และร่มรื่น ซึ่งสามารถใช้เวลาทั้งวันสบาย ๆ อยู่ใน A’ La Campagne แห่งนี้ได้เลย

หลังจากเดินเที่ยว  ช้อปปิ้งสินค้า Handmade เท่ ๆ   เข้าร่วมกิจกรรมศิลปะ ผลิตงาน Art เก๋ ๆ  เที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์สุดฮิป และทำกิจกรรมต่าง ๆ กันเรียบร้อย  ก็แวะพักเหนื่อย เพื่อเติมความชิลล์กันที่  “Tea Factory Café’”     นั่งจิบกาแฟ  และเครื่องดื่มเย็น ๆ ปลดปล่อยอารณ์และสายตาในวันสบาย ๆ เพลินเพลินไปกับบรรยากาศเก๋ ๆ อันอบอุ่น  พร้อมเติมความหวานด้วยของหวานแสนอร่อยเป็นการรองท้อง ก่อนจะจากลา A’ La Campagne  แล้วไปฟินกับบรรยากาศสุดปังอลังการของท้องทะเลริมชายหาดพัทยากันต่อที่ ร้าน 

 

ก่อนจะอำลาจากเมืองพัทยา  เรามาแวะส่งท้ายทริปด้วยอาหารมื้อบ่าย  กับบรรยากาศสุดคลาสสิค แสนโรแมนติก วิวดีเว่อร์ที่  ร้าน The Sky Gallery บนเขาพระตำหนัก  ให้อิ่มท้อง และอิ่มใจกับบรรยากาศสุดฟินของพัทยากันก่อนจะ Say Bye พัทยา  และเดินทางกลับกรุงเทพเพื่อทำงานเก็บเงินไว้มาเที่ยวกันใหม่