พอทำงานหนักเข้ามากหน่อย ร่างกายก็ต้องการทะเลอีกแล้ว! ทริปนี้ไม่อยากหยุดงานเยอะ ขอไปทะเลชิลล์ๆ แค่เสาร์อาทิตย์ก็พอ คิดได้ดังนั้นก็เลื่อนดูลิสต์โรงแรมใกล้ๆ กรุงเทพฯ อย่างหัวหิน ที่ขับรถไปไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง สำหรับทริปนี้โจทย์คืออยากได้โรงแรมที่อยู่ในเมือง ไม่ไกลไปนัก อย่างปราณบุรี หรือว่าเขาตะเกียบ เพราะรอบนี้อยากเดินเล่นในเมืองบ้าง ที่สำคัญคือต้องเป็นโรงแรมที่อยู่ติดทะเล แบบไม่ต้องเดินไกล ก้าวเท้าแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล และสิ่งสุดท้ายที่โฟกัสมากๆ ก็คือต้องเหมาะกับการถ่ายรูป ทำให้รอบนี้เราเลือกที่จะมาพักผ่อนที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายข้อดีว่าทำไม เราถึงหลงรักรีสอร์ทหรูสไตล์โมร็อคโคแห่งนี้

ก่อนอื่นเลยเราขอแนะนำให้จองที่พัก Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ผ่าน Traveloka คืองี้ ความสะดวกอย่างแรกเลยก็คือ จองผ่านแอพฯ แค่ไปถึงก็บอกชื่อ แล้วเข้าพักได้เลย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องปริ้นท์ใบจอง แล้วความสะดวกอย่างที่สองคือมีช่องทางการจ่ายเงินให้เลือกเยอะมากๆๆๆ จะทั้งจ่ายผ่าน 7-11 บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือแม้แต่ผ่าน Internet Banking ก็มีครบเลยนะ ที่สำคัญคือเหตุผลท้ายสุดที่เราเลือกจองผ่านทราเวลโลก้าก็คือ โค้ดลดราคา ที่มีมาให้ใช้กันตลอดๆ ไม่เว้นแม้ช่วงไฮซีซั่นเลยหล่ะ

จองที่พักMarrakesh Hua Hin Resort & Spa กับTraveloka

 

แนะนำใครที่ขับรถยนต์ส่วนตัวมา ให้ขับมาเส้นเพชรเกษม และเข้าทางหลักที่เป็นหัวหิน ไม่แนะนำให้ขับไปทางปราณบุรีเพราะว่าจะอ้อม เนื่องจาก Marrakesh Hua Hin Resort & Spa นี่ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักเพชรเกษมเลยนะ ถ้าใครสังเกตเห็นห้าง Bluport ที่อยู่ขวามือ แล้วก็ให้เตรียมชะลอรถ ให้มองหาแฟมิลี่มาร์ททางซ้ายมือ ก็แปลว่าใกล้จะถึงแล้ว ให้ขับช้าๆ พร้อมเลี้ยวรถเข้ามาด้านในได้เลย ซึ่งจริงๆ แล้วที่พักมาราเกซนี้ จะมีสองส่วนที่เป็น Residence และรีสอร์ท โดยทั้งสองส่วนได้แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง สำหรับคนที่พักส่วนรีสอร์ทให้เลี้ยวเข้ามาซ้ายแรกได้เลย

 

จุดเด่นของ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกพักที่นี่ คือทำเลดีมากๆๆ อยู่ใจกลางเมืองหัวหิน ติดถนนเส้นหลัก จะออกไปไหนก็สบาย หรือถ้าใครจะอยู่แต่ในโรงแรม ก็ไม่น่าเบื่อ เพราะมีทั้งสระว่ายน้ำที่ติดทะเล และห้องพักสวยๆ ที่รับรองเลยว่าพัก 2 วัน 3 คืน ก็ยังดูเหมือนจะไม่พอ โดยคอนเซ็ปท์หลักของโรงแรมนี้ คือเน้นสไตล์โมร็อคโค ได้แรงบันดาลใจมาจากเมือง Marrakesh นั่นเอง ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง กระเบื้อง หรือว่าสิ่งของต่างๆ คือนำเข้าหมดเลย ใครไม่มีเวลาบินไปไกลถึงโมร็อคโค ขับรถมาที่นี่ก็ได้ ไม่ต้องบินไปไกลถึงโมร็อคโคหรอกเอาจริงๆ

 

หลังจากจอดรถเสร็จ เดินเข้ามาในล็อบบี้ ก็ต้องร้องว้าว เพราะว่าล็อบบี้ของที่นี่ ทั้งเงียบสงบ สวยงามตามแบบฉบับโมร็อคโคเลยจริงๆ ในมุมของโซฟาตัวยาว บอกเลยว่าเอาไปเต็มสิบ สวยงาม อลังการมาก เป็นมุมที่แนะนำมากจริงๆ เพราะเห็นใครไปใครมาก็ต้องแวะมาถ่าย ใครที่สนใจอยากจะมาพักที่นี่ แนะนำให้ชาร์จแบตกล้องมาให้พร้อม! เพราะมุมถ่ายรูปเค้าเยอะ และสวยมากจริงๆ ระหว่างรอเช็คอิน ก็จิบเวลคั่มดริ๊งค์ (Welcome Drink) กันไปเบาๆ พอห้องพร้อมเราก็ไม่รอช้า รีบตรงดิ่งไปยังห้องพักเลย

 

ระหว่างทางเดินไปห้องพัก บอกเลยว่าแค่เห็นก็ฟินแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ การตกแต่ง สถาปัตยกรรมทุกอย่าง เหมือนหลุดออกจากในเทพนิยาย ใครที่เพิ่งดูการ์ตูนเรื่องอะลาดิน (Alaadin) รับรองว่าฟินแน่ๆ ส่วนเราก็ไม่รอดเช่นกัน ถ่ายรูปกันไปรัวๆๆ ยิ่งถ้าใครพกเสื้อผ้าสีสันสดใสมา เชื่อเลยว่าต้องมีกลับไปอย่างต่ำๆ ร้อยรูป เป็นโรงแรมที่สวย คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน

 

ห้องที่เราพักในวันนี้ก็คือ “Junior Suite Pool View” ราคาเริ่มต้นที่หลัก 3,xxx บาท เป็นรีสอร์ทที่คุ้มค่าราคามากๆ เพราะภายในห้องมีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ให้ด้วยตรงริมระเบียง ดึกๆ ออกมาแช่น้ำมองดาว คือฟินมาก! โดยห้องที่เราเลือกในรอบนี้จะเป็นธีมสีแดง โดยจะมีให้เลือกสองสีคือ ฟ้า กับแดง เพราะเป็นธีมหลักของที่นี่ ข้อดีคือเตียงจะหันหน้าออกระเบียง ทำให้สามารถนอนมองวิวสวยๆ ได้ตลอดเวลา

 

ถ้ามองจากเตียงออกไปก็จะเห็นระเบียง และอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่พักหัวหิน ที่เรายกให้เรื่องความโรแมนติก หากใครอยากพาคู่รักมาสวีท เราขอแนะนำโรงแรมนี้เลย ทั้งส่วนห้องนอน และระเบียงก็ไม่อึดอัด ไม่คับแคบ มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ซึ่งทีเด็ดของห้องนี้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้

 

ตอนแรกที่เราจองมา ก็ไม่คิดว่าอ่างอาบน้ำจะใหญ่ขนาดนี้ บอกเลยว่าทั้งคุ้มค่า และก็เกินคาดมากๆๆ ซึ่งอ่างก็ไม่ธรรมดา เพราะมีระบบตีฟองแบบจากุซซี่ แนะนำให้อุดหนุน Bath Bomb ของทางโรงแรม ก้อนละ 150 บาทเท่านั้น แต่ว่าตีฟองได้ดีมาก แนะนำให้เปิดน้ำให้เกินครึ่งอ่าง แล้วกดปุ่มระบบตีฟอง จากนั้นก็เตรียมลงไปแช่อ่างได้เลย ขอบอกว่าเรามาพักที่นี่แค่สองคืนก็จริง แต่แช่อ่างไปคุ้มมากๆๆ แช่ทั้งเช้า กลางวัน เย็น ยิ่งเปิดน้ำอุ่นๆ ตีฟองนุ่มๆ นอนฟังเสียงคลื่น บอกเลยว่าฟินมาก

 

ไฮไลท์เด็ดของห้องนี้ ที่เราชอบมากๆๆ ก็คือว่าสามารถมองเห็นวิวทะเลได้จากริมระเบียง หากใครที่มีงบจำกัด ไม่อยากจ่ายแพง แนะนำให้เลือกห้อง Room Type แบบเราก็ได้ เพราะสามารถมองเห็นทะเลได้เหมือนกัน! อยากแนะนำเพื่อนๆ หรือใครที่สนใจมากจริงๆ เท่าที่เคยไปพักมา บางโรงแรมจ่ายแพงมาก เกือบหมื่น ก็ยังมองไม่เห็นทะเลได้เท่านี้เลยจริงๆ

 

ในส่วนของวิวสระว่ายน้ำก็สวยมากจริงๆ ถึงแม้ว่าสระว่ายน้ำนี้จะเป็นส่วนของ Residence ที่เราไม่สามารถเข้าไปได้ แต่แค่ได้มองวิวสวยๆ แบบนี้ เห็นท้องฟ้าตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล ก็ทำให้เราลืมเรื่องเครียดๆ เหมือนได้ผ่อนคลายจริงๆ ลืมหมดสิ้นทุกอย่าง วางสิ่งที่ต้องทำเอาไว้เบื้องหน้า แล้วซึมซับช่วงเวลาอันแสนวิเศษนี้ไปทีละเล็กทีละน้อย พร้อมกับภาวนาให้เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

สำหรับใครเดินทางมาเหนื่อยๆ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะทางที่พักได้เตรียม Welcome Gift เอาไว้ให้ เป็นผลไม้ พร้อมกับชอกโกแลตรูปอูฐสุดแสนจะน่ารัก ทั้งหมดนี้ไม่มีบวกเพิ่ม เป็นบริการจากทางโรงแรม ฟรี!

 

พามาดูในส่วนที่เป็นห้องน้ำกันบ้าง บอกเลยว่าใหญ่เบิ้ม ใครชอบห้องน้ำไซส์ใหญ่ๆ มีพื้นที่ให้ได้เดิน มีกระจกให้ส่อง ที่สามารถมองเห็นได้ทั้งตัว แนะนำที่นี่เลย เพราะห้องน้ำกว้างเท่ากับขนาดห้อง แยกฝั่งเปียก และแห้งเอาไว้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือมีโซนที่เหมือนกับเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็กๆ ให้ด้วย สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องน้ำ ก็คือพร้อมมาก มาแต่ตัวก็ยังได้ เพราะมีสบู่ แชมพู แปรงสีฟัน หวี ให้พร้อมเลยนะ

 

มาถึงก็บ่ายกว่าๆ พอดี แอบรู้มาว่าที่นี่โด่งดังเรื่องเซ็ต Afternoon Tea ที่เสิร์ฟชาสไตล์โมร็อคโค พร้อมกับขนมหวาน หลังจากเช็คอิน เก็บของเสร็จอะไรเสร็จ ก็ตรงดิ่งมายังห้องอาหาร พร้อมกับสั่งชามาจิบเบาๆ โดยห้องอาหารนี้ก็เป็นห้องอาหารเดียวกับที่เราจะต้องมากินข้าวตอนเช้านั่นแหละ

 

แนะนำใครชอบกินขนม เป็นอันว่าต้องสั่งมูสช็อกโกแลต ด้านนอกจะเป็นมูสช็อกโกแลตรสชาติหวานอมขมนิดๆ ละมุนลิ้นสุดๆ แค่ตักเข้าปากก็เหมือนจะค่อยๆ ละลายหายไปทันที สอดไส้ด้วยแยมเชอร์รี่ ซึ่งรสหวานอมเปรี้ยวได้เข้ากับรสชาติของชอกโกแลตได้ดีมาก ยิ่งกินคู่กับชาหอมๆ ยิ่งเข้ากัน ส่วนชานั้น เราก็ชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่แรกเลยมั้ง ที่ได้ลองใส่น้ำผึ้ง มะนาว และใบสะระแหน่ลงไปในชา จะว่าแปลกก็แปลก แต่จะว่าอร่อยก็อร่อยมาก! เพราะไม่เคยดื่มชารสชาติแบบนี้มาก่อน บอกเลยว่าถ้ามีโอกาสได้มาอีก ก็จะมาซ้ำชานี้นี่แหละ

 

สระว่ายน้ำจะอยู่ในส่วนด้านหน้าห้องอาหาร เป็นสระว่ายน้ำสไตล์โมร็อคโคที่สวยมากๆ คิดดูสิว่าขนาดถ่ายรูปวิวสระว่ายน้ำเฉยๆ ก็ยังสวยเลย ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ตรงที่เป็นสระว่ายน้ำที่อยู่ติดทะเล สามารถว่ายน้ำไปมองเห็นวิวทะเลไปด้วยๆ ใครเล่นๆ อยู่ อยากจะเดินลงไปเล่นน้ำที่ทะเล ก็เดินได้แบบใกล้มากๆ

 

แค่เห็นวิวนี้ในรูปถ่ายก็ใจละลายซะแล้ว ไม่ต้องคิดเลยว่าของจริงจะสวยงามมากขนาดไหน หากใครที่กำลังมองหาที่พักติดทะเล แบบติดจริงๆ ไม่ใช่ต้องเดินไปอีก และอยากว่ายน้ำไปพร้อมกับชมวิวทะเลไปด้วย เรายกให้ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa เป็นเดอะเบสท์เลยจริงๆ วิวนี้คือเอาใจเราไปเลย เอาจริงๆ เหตุผลแรกๆ ที่ทำให้กดจองที่นี่ ก็เป็นเพราะว่าอยากว่ายน้ำในสระนี้นี่แหละ พอมาเห็นของจริง ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย

 

หลังจากว่ายน้ำเสร็จ กลับมาพักผ่อนที่ห้อง รอเวลาอาหารเย็น เพราะไฮไลท์ของอาหารเย็นวันนี้ คือเราจะรับประทานอาหารที่โรงแรมกัน ในส่วนของที่นั่งริมชายหาด ซึ่งขอสารภาพก่อนว่า ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน เราจะไม่ค่อยอยากรับประทานอาหารเย็นของโรงแรมนั้นๆ แต่สำหรับที่พักมาราเกซนี้ ด้วยความที่ได้นั่งกินข้าวติดริมทะเล เราเลยตัดสินใจว่าวันนี้เราจะกินข้าวที่นี่กัน!

 

แค่ได้เห็นที่นั่งกินข้าวใกล้ชิดติดริมทะเลแบบนี้ก็ทำให้อาหารอร่อยมากขึ้นแบบเป็นทวีคูณแล้ว แนะนำว่าถ้าใครไปเที่ยวหัวหิน แล้วอยากจะดินเนอร์ริมทะเลเคล้าเสียงคลื่น อยากให้ลองมารับประทานที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ดู เพราะถึงแม้จะไม่ได้พักที่นี่ ก็สามารถมารับประทานอาหาร กับใช้สปาได้นะ

 

ขอเปิดตัวด้วยค็อกเทลกันก่อน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย รออาหารกว่าจะมาถึง เมนูนี้มีชื่อว่า Prince of Persia เป็นค็อกเทลที่ดื่มแล้วสดชื่นมาก แอบเหมือนมาลิบูเบาๆ มีความมะพร้าว วานิลลา ผสมกับน้ำสัปประรด ใครไม่ชอบดื่มค็อกเทลที่มีกลิ่นเหล้าแรงๆ บอกเลยว่าต้องชอบ ดื่มแล้วเฟรชมาก

 

หลังจากนั่งดื่มไปสักพัก อาหารจานหลักก็ยกมาเสิร์ฟแล้ว จานแรกเราสั่งเป็นแกงปูใบชะพลู อาหารใต้ที่คนทั่วไปก็กินได้ เพราะว่าไม่เผ็ด และรสชาติกลมกล่อมอย่างเป็นที่สุด บอกเลยว่าปูเยอะมากๆ กินแล้วฟิน ไม่เหมือนบางร้านที่มีมาแค่วิญญาณปู แนะนำให้กินคู่กับหมี่สามสี และโรตีกรอบๆ ทอดมาฟินอย่าบอกใคร ถ้ายังไม่อิ่ม แนะนำอาหารซิกเนเจอร์อีกจานคือ “Oasis” เป็นอาหารทะเลทอดมาพร้อมกับดอกไม้ชุบแป้งทอด ให้เนื้อสัมผัส และรสสัมผัสที่แปลกใหม่มากๆ ปิดท้ายด้วย “Sweet Harmony” ปลาแซลมอนเสต๊กในสไตล์โมร็อคโค ที่ปรุงมาได้สุกกำลังดี ด้านในมีความ Medium Rare นิดหน่อย ด้านล่างจะมีผักโขมต้ม และซอสหวานๆ กินคู่กันคือกำลังดีมากๆ

 

ส่วนใครที่ไม่ดื่มขอแนะนำเครื่องดื่มม็อกเทล ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ คือ Season Change และ You Better Half เป็นเหมือนเครื่องดื่มน้ำผลไม้ ที่ทำออกสไตล์สมูทตี้ ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ ที่สำคัญยังช่วยให้ผิวดีอีกด้วยนะ เพราะจะเน้นแนวเบอร์รี่ทั้งหมด สายม็อกเทลแบบเรา ให้คะแนนเต็มสิบไปเลยค่ะ

 

ปิดท้ายกันด้วยค็อกเทลของคุณผู้ชาย ที่รสชาติเข้มเชียว กลิ่นเหล้าคือลอยเด่นมาแต่ไกล รสชาติเข้มข้น แต่ทว่าหอมละมุนมาก ชื่อว่า “Djinn” ล้วนแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเป็นอาหรับราตรีกันทั้งนั้น ท็อปด้านบนมาด้วยอินทผาลัมแสนเก๋ ใครชอบเหล้า Bourbon ต้องขอให้ลอง บอกเลยว่าทั้งรสชาติ และกลิ่นหนักแบบกระแทกจมูก แต่ใครเป็นขอเหล้า รับรองว่าถูกใจแน่นอน ปิดท้ายคืนนี้ขอลากันไปที่แก้วนี้ ก่อนจะกลับไปแช่น้ำในอ่างแบบฟินๆ

 

ตื่นเช้ามาด้วยความสดใส เดินลงมากินอาหารเติมพลังกันสักหน่อย ก่อนกลับกรุงเทพฯ อาหารเช้าจะเริ่มต้นที่เวลา 06.00 – 10.00 น. นอกจากข้อดีที่มีอาหารให้เลือกเยอะ และมีอาหารหนัๆ สไตล์คนไทย อย่างข้าวต้ม ข้าวสวย และขนมจีบ ซาลาเปาแล้วนั้น ยังมีการเติมอาหารกันตลอดๆ ขนาดนั่งกินไปยาวๆ จนเกือบ 10 โมง ก็ยังมีอาหารให้กินกันอย่างต่อเนื่อง

 

สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่างหนึ่งของไลน์อาหารเช้าคือ ฝั่งที่เป็นโยเกิร์ต สมูทตี้ต่างๆ ที่ให้เลือกตักตามใจชอบ และมีทั้งน้ำส้มคั้นสด และชาเย็น พร้อมเสิร์ฟ แนะนำชาเย็น ใครมาพักที่นี่ บอกเลยว่าต้องมาโดน เพราะชงมาได้เข้มข้น หวานหอมอร่อยมาก! ทางเราก็คือโดนไปหลายแก้วมาก เนื่องจากจะหาชาเย็น ที่ชงได้อร่อยขนาดนี้คือชายากมาก ขนาดชงเองยังไม่อร่อยขนาดนี้เลยค่ะ 5555

 

สิ่งที่เราปลาบปลื้มอีกอย่างก็คือสถานีไข่ หรือ Egg Station ที่มีให้เลือกเยอะมาก จะไข่คน ไข่ดาวแบบสุก แบบไม่สุก ไข่ออมเลต หรือว่าไข่ต้ม ก็เลือกได้ตามใจชอบ จะกินกี่ฟอง กี่แบบก็ได้ ใครชอบไข่คือต้องไม่พลาด นอกจากนั้นยังมีก๋วยเตี๋ยวเป็ด ที่ได้รับความนิยมมาก ถึงแม้จะต้องไปต่อคิวเราก็ยอม! หลังจากเติมพลังกันจนเต็มอิ่มแล้วนั้น เราก็ได้เดินเล่น ถ่ายรูป และแช่น้ำต่ออีกนิดหน่อย จากนั้นก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ แต่เชื่อเถอะว่างานหนักแค่ไหนก็ไม่กลัว เพราะเราชาร์จพลังมาจนล้นเปี่ยม

 

ขอปิดท้ายทริปนี้ด้วยวิวสวยๆ ที่ทำให้เราถึงกับหยุดชะงักไปเลย ใครจะเชื่อว่าวิวสวยๆ แบบนี้ จะสามารถมองเห็นได้จากระเบียงตึกที่เราเข้าพัก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้จองที่พักแบบห้องที่แพงที่สุดมา แต่เราก็ไม่เสียใจเลยจริงๆ เพราะนี่คือวิวที่เราสามารถมองเห็นได้จากระเบียงห้องพัก เป็นวิวสระว่ายน้ำ และทะเลที่สวยมากๆๆ ต้องขอขอบคุณทริปนี้ ที่ทำให้เราได้พักอย่างเต็มอิ่ม ใช้เวลากับตัวเอง กับธรรมชาติ กับเสียงคลื่น และแสงดาว และที่สุดท้ายคือได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก วันหยุดสั้นแค่ไหนก็ไม่หวั่น ถ้าได้มาพักผ่อนที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ทำงานมาเท่าไหร่ ก็หายเหนื่อยได้จริงๆ 🙂