หลายคนอาจจะเคยไปเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีกันซะจนไม่รู้สึก “ว้าว” กับจังหวัดนี้ไปซะแล้ว แต่วันนี้ผมจะขอพาทุกคนไปเที่ยวเมืองกาญจน์กันในสไตล์ชิล์ดๆรับลมร้อนที่กำลังย่างเท้าก้าวเข้ามาหาเราในวันนี้ และไม่ว่าทุกๆครั้งคุณจะออกเดินทางด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ผมเชื่อว่าครั้งนี้มีเหตุผลเดียวที่พวกคุณต้องตามผมมา นั่นก็คือความทรงจำดีๆระหว่างทางของการท่องเที่ยวในทริปนี้!

ผมนัดรวมตัวกับสมาชิกที่ทำหน้าที่สารถีและเป็นเพื่อนร่วมทางอีก 3 ชีวิตในเช้าตรู่ของปลายสัปดาห์เพื่อออกเดินทาง และ “ตลาดน้ำดอนหวาย” คือจุดหมายรายทางที่เราจะแวะเก็บเกี่ยวประสบการณ์และช้อปปิ้งอาหารการกินกันเป็นจุดแรก แอบสารภาพตามตรงเลยว่าได้ยินชื่อตลาดน้ำแห่งนี้มานานมาก แต่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกจริงๆครับ ตลาดน้ำดอนหวายตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดคงคารามดอนหวาย จังหวัดนครปฐม เน้นขายอาหารการกินทั้งอาหารท้องถิ่นและขนม อาหารที่หาทานในเมืองได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ไทยๆอย่าง ละมุดยักษ์ มะยงชิดคัดไซส์ มะเฟืองสดจิ้มพริกกะเกลือ ลูกตาลสดลูกโตๆหวานฉ่ำหรือจะเป็นขนมเทียนไส้เค็มไส้หวานที่ตัวแป้งหนานุ่มตัดกับไส้ขนมเทียนที่ให้รสเค็มหวานของถั่วทองบวกความเผ็ดร้อนนิดๆของพริกไทยโขลกละเอียดที่ทำคนช่างกินอย่างเราเอาฟินได้ง่ายๆภายในไม่กี่วินาที ระหว่างทางที่เดินจับจ่ายของกินประจำทริปนี่แอบสับสนอยู่ในใจว่าจะเลือกอะไรติดมือขึ้นรถกลับไปบ้าง ก็แหม! ที่ตลาดนี้เค้ามีทั้ง ผลไม้แช่อิ่ม มะพร้าวแก้ว ขนมสาลี่ ขนมรังนก น้ำตาลปั้น วุ้นกรอบ ปลาสลิด น้ำพริก และอื่นๆอีกเพียบ แต่ในที่สุดเราก็ได้ ถั่วทอด น้ำตาลปั้น ขนมเทียน ตะโก้ ถั่ว – มะม่วงหิมพานต์เคลือบน้ำตาล ตะลิงปลิงน้ำปลาหวาน และลูกสมอสดแช่อิ่มรสชาติดีจากร้านเจ๊ส่งเป็นเสบียงทัพระหว่างทาง

ขับรถมาเรื่อยอีกราวครึ่งชั่วโมง สมาชิกบางคนก็บ่นเบาๆว่าหิวแล้ว จุดแวะพักต่อมาก็คงต้องเป็นร้านแจ๋วแหววไก่ย่างบางตาล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรีแล้วล่ะ จริงๆไก่ย่างบางตาลนั้นมีอยู่หลายเจ้าอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างก็ว่ากันไป แต่สำหรับร้านนี้ขอการันตีได้เลยว่าไก่ย่างของเค้าอร่อยเด็ดจริงๆ จุดเด่นอยู่ที่เนื้อไก่ที่ย่างกำลังดีไม่แห้งจนแข็งเกินไป หนังไก่ที่ย่างก็นุ่มชุมฉ่ำหอมเครื่องหมัก รสชาติเข้าเนื้อทุกคำที่เคี้ยว ทานกับข้าวเหนียวหอมๆนุ่มๆ หรือจะเลือกเมนูส้มตำ ลาบ น้ำตกมาแกล้มก็อร่อยไม่แพ้กัน แถมราคายังไม่แพงเหมาะกับเศรษฐกิจยุคนี้ดีจริงๆ ใครที่อยากจะมาลองไก่ย่างร้านนี้เค้าเปิดขายตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นเท่านั้น ร้านตั้งอยู่ริมถนนทางเลี่ยงเมืองบ้านโป่ง วิ่งจากถนนเพชรเกษมแล้ววิ่งเข้าทางเลี่ยงเมืองบ้านโป่ง (323) ผ่านวัดจันทารามมาประมาณ 800 เมตรจะเจอร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ ใครไปไม่ถูกโทรถามที่ 081 – 517870 ได้เลยครับ

อิ่มหนำกับอาหารมื้อกลางวันกันแล้ว เราก็ใช้เวลาขับรถไปอีกราวๆชั่วโมง ก็เข้าเขตจังหวัดกาญจนบุรี แต่เอ๊ะ! นี่แอบได้ยินมาว่ากาญจนบุรีเค้ามีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เพิ่งไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วนี่นา… “สวนน้ำหนองบัวแดง” ต.บ้านใหม่ อ.บ้านใหม่ คือสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมจากนักเดินทางเป็นอย่างมาก เพราะบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ของที่นี่ได้ถูกพัฒนาจากหนองน้ำเกษตรกรรมให้เป็นแหล่งบัวแดงที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในเมืองกาญจน์ แถมยังไม่เสียค่าเข้าชมใดๆอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้นักเดินทางหลายๆคนจึงเลือกที่จะมาเช็คอินปักหมุดกันที่ “สวนน้ำหนองบัวแดง” กันจนเต็มหน้าฟีด แต่กระซิบบอกกันสักนิดนึงว่าถ้าใครอยากจะมาถ่ายภาพกับบัวแดงชนิดบานเต็มสระต้องมาช่วงเช้าๆสายๆไม่เกินเที่ยงจะดีที่สุด เพราะหลังจากนั้นบัวจะหุบไม่ได้ภาพงามๆตามจินตนาการของนักโพสต์อย่างแน่นอน อ้อ!ที่นี่เค้ามีร้านอาหารเล็กๆอยู่ข้างๆสระบัวชื่อร้าน “เจ๊ฉลวย” ไว้บริการด้วยนะครับ ลูกชิ้นทอด ส้มตำ ลาบ โดนัท พร้อมบริการทุกทานฮะ!

ถัดจากที่นี่พวกเราก็ขยับตัวมาต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนังของจังหวัดนี้ บอกแค่นี้คงรู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะครับ?ว่าที่นี่คือ “วัดถ้ำเสือ” ที่ใครๆก็รู้จัก วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนยอดเขาโดดเด่นของอ.ท่าม่วง ล้อมรอบไปด้วยบรรยากาศสวยๆของทุ่งนาเวิ้งว้างสุดสายตา ภายในวัดประกอบไปด้วยตัวอาคารที่มีทั้งสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานของ ไทย จีน ญี่ปุ่น เดิมที่เป็นสำนักสงฆ์ขนาดเล็กในบริเวณถ้ำเสือ วัดนี้มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ของหลวงพ่อชินประทานพร ซึ่งมีความงดงามมากๆ ชาวบ้านทุกคนให้ความเคารพและตั้งใจเดินทางมาสักการะจากทั่วทุกสารทิศ ใครที่มาเทียวเมืองกาญจน์ต้องไม่ควรพลาดการมากราบไว้ขอพรพระที่วัดถ้ำเสือด้วยประการทั้งปวงครับ

และถ้าจะบอกว่าร้านกาแฟชายทุ่งที่กำลังมาแรงแซงทุกโค้งในขณะนี้เห็นทีจะไม้พ้น “มีนาคาเฟ่” ร้านกาแฟสุดฮิปที่คนวัยหนุ่มสาวและลามไปถึงทุกผู้ทุกวัยต่างก็ตั้งใจมุ่งหน้ามาเยือนสักครั้ง ขนาดวันที่เรมาถึงไม่ได้เป็นวันหยุด แต่ก็มีแขกแปลกหน้ามาเยือนมีนาคาเฟ่กันซะแน่นขนัดจนเกือบไม่มีโต๊ะว่าง จุดเด่นของร้านกาแฟแห่งนี้เห็นจะได้แก่บรรยากาศชิคๆชิลๆที่มองออกจากร้านไปก็จะเห็นวิววัดถ้ำเสือ เพราะร้านนี้อยู่ด้านหลังของวัด

แถมยังมีสะพานไม่ทอดยาวออกไปยังกลางทุ่ง ลูกค้าสามารถดินออกไปรับลมชมวิว ถ่ายรูปกับมุมเก๋ๆกลางทุ่งนา ส่วนกาแฟและขนมเค้ก ของว่าง ของทานเล่นในร้านก็อร่อยและมีคุณภาพราคาไม่แพง และในส่วนนี้ทางเราขอแนะนำเค้กส้มสำหรับคนชอบของหวาน อิอิ… ว่ากันถึงตัวร้านนี่ตั้งเด่นอยู่ริมถนน ลักษณะเรียบง่าย เน้นกระจกใสและปูนเปลือย มีดาดฟ้าโล่งๆให้ขึ้นไปนั่งจิบกาแฟรับลมชมวิวจากมุมสูงได้อีกต่าง ใครที่ชอบถ่ายรูปลงโซเชี่ยลนี่รับรองได้ว่ามีกรี๊ดแน่นอน ถ้ามาช่วงที่ยังไม่เกี่ยวข้าวบรรยากาศจะเป็นท้องทุ่งสีเขียวสดสวยมากๆ แต่เรามาเจอทุ่งนาแห้งๆโล่งๆแบบนี้ก็เก่ไปอีกแบบนะครับ ยิ่งมาช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินภาพจะยิ่งสวยกว่าปกติอีกด้วย การเดินทางมาที่ร้านก็ใช้เส้นทางเดียวกับวัดถ้ำเสือ เมื่อผ่านหน้าวัดให้ขับตรงไปยังถนนด้านหลัง เมื่อเจอถนนสูงๆให้ขับรถข้ามไปอีกนิดแล้วเลี้ยวซ้ายขับไปตามถนนเลียบคลองจนสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายอีกที จากนั้นขับตรงไปอีกแป๊บนึงก็เจอร้านแล้วล่ะจ้ะ นี่นั่งเล่นนั่งกิน และเดินถ่ายรูปกันจนทั่วร้านแล้ว

เราก็ได้เวลามุ่งหน้าไปยังแลนด์มาร์คจุดต่อไปของกาญจนบุรี จะอะไรซะอีกละครับ ถ้าไม่ใช่ ” ต้นจามจุรียักษ์” หรือต้นก้ามปูยักษ์ อายุกว่า 100 ปี ที่หมู่ 5 บ้านเขาตก อ.มะขามเตี้ย ซึ่งใครที่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองต้องทึ่งในความมหัศจรรย์และความงดงามของธรรมชาติ เพราะต้นจามจุรีต้นนี้มีขนาดลำต้น 10 คนโอบ รัศมีพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส่นผ่าศูนย์กลางประมาณ 51.75 เมตร ความสูงจากพื้นดินถึงยอด 20 เมตร พื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา เห็นขนาดความใหญ่โตของเค้าแล้วมันน่าทึ่งมั้ยล่ะครับคุณๆ? ต้นจามจุรียักษ์แห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีกิ่งก้านสาขาที่แตกตัวออกมาร่มรื่นรูปทรงสวยงาม บริเวณโคนต้นมีรากไม่ขนาดใหญ่ชอนไชออกมาทั่วพื้นบริเวณโดยรอบ เหมาะสำหรับการถ่ายรูปมากๆ แต่บางจังหวะอาจไม่เหมาะกับการแชะภาพเท่าไหร่นัก เนื่องจากที่นี่จะมีผู้คนแห่กันมาขอโชคลาภกันในวันที่หวยใกล้ๆออกนั่นเอง แหม..เรื่องความเชื่อกับคนไทยนี่มันแยกออกจากกันยากจริงๆนะครับ ออกจากบริเวฯต้นจามจุรียักษ์แล้วเราก็ขับรถต่อไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อมุ่งหน้าไปยังวัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน

ซึ่งกว่าจะไปถึงวัดก็เย็นย่ำร่ำอัสดงไปมากแล้ว คณะของเราเลยได้แค่แวะถ่ายภาพกันหน้าวัดก่อนจะรีบขับรถมายังที่พักที่จองไว้ ซึ่งทริปนี้ผมเลือกเข้าพัก “บ้านนมแมวรีทรีต” ที่พักแสนสวยหลากสีสันตั้งอยู่ที่ ต.หนองหญ้า ริมแม่น้ำแควน้อย โดยครั้งนี้ผมจองผ่านเวปไซต์ traveloka.com ได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัสที่มาพร้อมดีลดีๆในราคาสุดพิเศษ ใครที่ชอบแมว สีสันและความเป็นธรรมชาติ ผมเชื่อว่าคุณจะต้องหลงรัก”บ้านนมแมวรีทรีต” เหมือนที่ผมเป็นอย่างแน่นอน เพราะบ้านนมแมวเป็นที่พักดินเผาสไตล์ Asian Colours ที่ผสมผสานการตกแต่งสไตล์อินเดีย ไทย จีน เข้าไว้ด้วยกัน

ที่พิเศษมากๆคือเราสามารถเลือกห้องพักตามสีที่ชอบได้ด้วย โดยแต่ละสีจะแตกต่างกันไปตามขนาดและราคา เห็นความแตกต่างจากที่อื่นขนาดนี้บางคนอาจจะบ่นว่ารีทรีตอยู่ไกลลึกลับไปสักหน่อย แต่เมื่อเข้ามาเห็นบรรยากาศของที่นี่แล้วคงไม่มีใครอยากจะไปที่ไหนอีกเลยล่ะครับ ทำไมน่ะเหรอ? ก็ที่นี่เค้ามีมุมให้พักผ่อนอย่างกว้างขวาง รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวสุดๆ งานนี้ผมเลือกห้องพักโทนสีชมพูที่มีอ่างอาบน้ำทรงกลมสีเดียวกันตั้งอยู่ในห้องนอน หวานกว่านี้มีอีกมั้ย? ฮ่าๆ… เมื่อเปิดประตูห้องนอนออกมาก็เจอสระน้ำเกลือลวดลายสวยแปลกตาที่พร้อมจะรอให้เราลงไปแหวกว่ายได้ทั้งตอนกลางวันและยามค่ำคืนกันเลยทีเดียว

ช่วงพลบค่ำก็เป็นเวลาของมื้ออาหารเย็นที่ทางที่พักเค้ามีไว้บริการให้กับแขกที่มาพัก เดินจากห้องพักมาไม่ไกลก็เป็นโรงอาหารบรรยากาศเปิดโล่ง เมนูอาหารก็มากมาย มีทั้งความอร่อยและความแปลกใหม่ เช่น ยำแมวสะดุ้ง ทอดมันหัวปรี ปลากระพงผัดคึ้นไช่ บัวลอยแต่ที่ถือว่าเด็ดที่สุดและเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ก็คือเมนู ข้าวคลุกแตงโมที่จานนี้มีทั้งความอร่อยของตัวข้าวที่คลุกเคล้าเครื่องปรุงสูตรเฉพาะตัวบวกกับความหวานฉ่ำของแตงโมชิ้นโตที่ทางเชฟคัดมาเป็นวัตถุดิบชั้นดี นอกจากจะได้นั่งรับลมเย็นๆพร้อมทานอาหารอร่อยๆแล้ว น้องแมวหน้าตาน่าขย้ำจ้ำม่ำอ้วนพีเจ้าบ้านที่เดินต้อนรับแขกไปมาอยู่รอบๆตัวก็ยิ่งทำให้มื้อค่ำของเราในคืนนี้แฮ้ปปี้ยิ่งกว่ามื้ออื่นๆไปอีกหลายเท่าจริงๆ

จองที่พัก บ้านนมแมว รีทรีท กาญจนบุรี กับ Traveloka

วันรุ่งขึ้นหลังจากจัดการมื้อเช้าเรียบร้อยแล้วเราก็ออกมาเดินถ่ายรูปบรรยากาศริมแม่น้ำแควน้อย เดินชมทุ่งดอกไม้นานาชนิดที่คุณต้นเจ้าของสถานที่ปลูกไว้รอบๆที่พัก แต่ถ้าใครอยากทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ยิ่งไปกว่านี้ ทางบ้านนมแมวเค้าก็จัดทำท่าน้ำพร้อมเสื้อชูชีพให้แขกที่เข้าพักลงไปแหวกว่ายได้ตามอัธยาศัย และถ้าใครยังไม่พอใจที่นี่เค้าก็ยังมีกิจกรรมล่องแพไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆอย่างเราได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่!

ช่วงบ่ายของวันที่สองพวกเราขับรถออกไปทางอำเภอไทรโยกเพื่อตามหาร้านอาหารบรรยากาศดีที่ชื่อ “บ้านตั้งริมแคว” ร้านอาหารบวกร้านกาแฟเก๋ๆอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ที่มีทั้งภูเขา สายน้ำและแมกไม้เป็นแบ็คกราวน์ประกอบฉาก

พูดง่ายๆว่าอาหารราคาหลักร้อยแต่วิวราคาหลักล้านนั่นแหละจ้ะ เมนูขึ้นชื่อของที่นี่ก็มีทั้งผักกูดน้ำมันหอย ปลาคังลวกจิ้ม คอหมูย่าง กุ้งแช่น้ำปลา แกงจืดเต้าหูหมูสับ ปีกไก่ทอดน้ำปลา เงาะนมสด กาแฟสดก็อร๊อย…อร่อยนะแจ๊ะ อิ่มอร่อยแล้วก็ได้เวลาขับรถกลับที่พักไปว่ายน้ำให้ฉ่ำใจก่อนเตรียมตัวแพ็คกระเป๋ากลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันที่สามคณะของเรามารวมตัวออกเดินทางกันตั้งแต่ช่วงสายๆ เพราะตั้งใจจะแวะเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีเพื่อไปจิบกาแฟสตาร์บัคสาขาแรกในเมืองไทยที่ให้บริการในสถานีปั๊มน้ำมัน ตั้งอยู่ที่ปั๊มเอสโซ่ ทีเอ็มเคพาร์ค กาญจนบุรี

สตาร์บัคสาขานี้มีรูปทรงอาคารเป็นตัวนกฟีนิกซ์กำลังกางปีกเอาใจนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูปอีกเช่นกัน บรรยากาศโดยรวมดูโล่ง โปร่งสบาย เหมาะกับการจิบกาแฟพักผ่อนชิลๆ กันถ้วนหน้า พอเรามุ่งหน้าออกจากตัวเมืองกาญจนบุรีก็พุ่งตัวไปที่ถนนทรงพล อ.บ้านโป่ง ราชบุรีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จุดมุ่งหมายของเราอยู่ที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวนางงาม” (ลิ้มมุ่ยเฮง)

ร้านก๋วยเตี๋ยวในตำนานที่เปิดให้บริการมานานกว่า 70 ปี ที่นี่ขึ้นชื่อทั้งความอร่อยและความงามของเจ้าของร้านที่มีดีกรีความสวยระดับนางงามในอดีต ร้านค่อนข้างจะคับแคบไปสักนิดเมื่อเทียบกับปริมาณลูกค้าที่มาเข้าคิวรอชิมก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ซึ่งมีทั้งหมด 4 สูตร คือ แห้ง น้ำ ต้มยำ และส้ม (ต้มยำไม่ใส่ถั่ว) เส้นบะหมี่ที่นี่ทำเองสดๆจีงได้เส้นที่เหนียวนุ่มกลิ่นหอมนวลๆ เส้นใหญ่ เส้นเล็ก วุ้นเส้น และเกี๊ยว ก็เด็ดไม่แพ้กัน แต่ที่อร่อยได้ใจสุดๆก็เห็นจะเป็นกากหมูเจียวน้ำมันที่หอมกรอบมันๆเค็มๆ และตัวเนื้อหมูแดงที่ทางร้านใช้หมูส่วนสะโพกและสันคอ หมักด้วยเครื่องปรุงรสดี ย่างด้วยเตาถ่านหอมอร่อยสุดไปเลยครับ ใคที่อยากมาทานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ต้องใช้เวลารอโต๊ะว่างสักนิดนึง แต่รับรองได้ว่าอร่อยคุ้มค่าสมการรอคอยจริงๆครับ ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการเดินชมงานกราฟฟีตี้สตรีทอาร์ตสวยๆจากโปรเจ็คต์ BanPong Urban Art Terminal 1/2017 เสพศิลป์ที่บ้านโป่ง เพื่อบ้านโป่ง

งานแสดงศิลปะจากการร่วมมือกันของกลุ่มศิลปินและนักออกแบบในนาม AT Exchange ที่เปิดตัวไปเมื่อราว 3 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงหลงเหลืองานศิลปะอยู่ในบางจุดไม่ว่าจะเป็นผลงานฝีมือสวยๆบนกำแพงโรงหนังของสองศิลปินชาวญี่ปุ่น Haruka Saito – Hideyuki Katsumata และงานอาร์ตสวยๆชุด น้องมาดี ของอเล็ก เฟรด งานอาร์ตดอกไม้ของศิลปินชาวไต้หวันที่ชื่อ Bamboo ในบริเวณโรงหนังเก่าที่ปิดตัวมาราวๆ 20 ปีที่แล้วอย่างโรงหนังเฉลิมทองคำ หรือจะเป็นย่านซอยเชาวน์ศรัทธาก็มีผลงานสวยๆซ่อนตัวอยู่ตลอดเส้นทาง นี่ยังไม่รวมงานอาร์ตเก๋ๆทั้งในและนอกอาคารย่านวอยก๋วยเตี๋ยวนางงาม ตลาดสดเทศบาล และที่อื่นๆที่ช่วยสร้างเสน่ห์ชวนมาเยือนให้กับบ้านโป่งได้อย่างน่าสนใจ จบจากจุดนี้พวกเราก็เดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงเย็น ถือเป็นการปิดทริปแบบสวยๆที่สร้างความประทับใจในปลายสุดสัปดาห์ให้ผมได้อย่างไม่รู้ลืม…