ในช่วงวันหยุดยาว ศุกร์-จันทร์ ที่ผ่านมา โบอยากไปพักผ่อนค่ะ ชิลล์ๆ หลังจากตรากตรำงานหนักมาพักหนึ่ง ทีนี้ด้วยความที่ขี้เกียจไปไหนไกลๆ ขับรถเหนื่อยๆ อย่างหัวหินงี้ ตอนนี้ทางขับไปรถอย่างติดเลยค่ะ ก็เลยได้ไอเดียไป Staycation ซึ่งก็คือ การเปลี่ยนบรรยากาศพักผ่อนอยู่ในกรุงเทพนี่แหละค่ะ โดยเปลี่ยนจากการนอนบ้าน เป็นโรงแรมบรรยากาศดีๆ สักแห่ง บริการฟินๆ งี้ ก็เลยลองหาที่พักกรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาดู แล้วไปเจอกับที่นี่เข้าค่ะ “บ้านหิรัณยกุล” (Hiranyakul House)

ซึ่งที่เลือกที่บ้านหิรัณยกุลนี่เลยคือ คิดว่าถ่ายรูปสวยแน่นอน คือหลายๆ คนคงรู้ว่าโบมีร้านเสื้อผ้า อย่างน้อยได้หยุดพักผ่อน ก็ไม่เสียเปล่าค่ะ ได้ถ่ายรูปขายของไปด้วยเลยเบาๆ แต่อย่างไรก็ดี มีรูปสวยๆ ให้อัพไอจีแน่นอนค่ะ สาวๆ และด้วยโลเคชั่นที่มองเห็นวิวสะพานพระรามแปดและแม่น้ำเจ้าพระยา บอกเลยว่าฟิน โดยที่บ้านหิรัณยกุล เป็นที่พักริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตั้งอยู่ในย่านพระนคร สามเสน บนถนนสามพระยาค่ะ (แถวๆ ท่าพระอาทิตย์ค่ะ) โดยรอบเป็นย่านชุมชนนิดนึงค่ะ โดยที่พักก็อยู่ในซอย แต่ว่าพอเข้ามาเจอที่พัก นี่เหมือนหลุดมาอีกที่หนึ่งเลย คือตกแต่งได้อย่างสวยงามมาก

บอกเลยว่า คู่รักที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ มาพักที่นี่ก็เหมาะค่ะ เพราะโบก็มากับแฟนเหมือนกัน หรืออย่างถ้ามีเพื่อนชาวต่างชาติ เลือกมาพักที่นี่ก็น่าจะถูกใจไม่น้อย เพราะบรรยากาศก็ได้ฟีลไทยๆ ร่วมสมัย ผสมผสานความเป็นโคโลเนียล แบบยุโรป ลงตัว สวยงามเนอะ แบบในสมัยรัชกาลที่ 5 ไรงี้ แต่ว่าที่นี่ก็จะเน้นๆ โทนชมพู คือมันหวานๆ เคลิ้มๆ แถมราคาต่อคืนก็ไม่แพงด้วย อย่างถ้าเพื่อนอยาก Staycation เหมือนโบ อย่างมากก็เสียค่าที่พักคืนเดียวเริ่มต้นแค่สองพันกว่าบาทเองค่ะ ค่ารถ ค่าน้ำมันอะไรก็อยู่ในกรุงเทพอยู่แล้ว และถ้าใครไม่รู้จะจองที่ไหน โบแนะนำจองที่เดียวกับโบได้เลยค่ะที่ Traveloka เผื่อเจอโค้ดส่วนลด ลดไปอีก คุ้มจะตาย ลองพาแฟนมาสวีทดูค่ะ

เช็คราคาห้องพัก บ้านหิรัณยกุล กับ Traveloka คลิก

เมื่อเข้ามาเช็คอินที่ บ้านหิรัณยกุล ก็ได้รับการบริการที่อบอุ่นเป็นกันเองมากค่ะ ทีนี้พิเช็คอินเสร็จ สิ่งแรกที่โบทำก็คือเดินเล่นถ่ายรูปแป๊ปนึง เพราะที่นี่สวยทุกมุมจริงๆ ไม่เชื่อดูได้จากภาพ

พอเก็บกระเป๋าที่ห้องพักเสร็จ ก็เป็นช่วงเวลาประมาณบ่ายสามสี่โมงพอดี ซึ่งที่นี่ก็มีบริการ Afternoon Tea ด้วยนะคะ โดยเราลืมบอกไปว่า นอกเหนือจากที่พักแล้ว สำหรับคนที่ไม่อยากค้าง ไรงี้ ก็สามารถเข้ามาเอนจอย กับในส่วนของร้านอาหารและคาเฟ่ บรรยากาศริมน้ำแบบนี้ได้ค่ะ โดย Afternoon Tea ของที่นี่ ก็จะให้บริการตั้งแต่บ่ายโมงถึงประมาณห้าโมงเย็นค่ะ โดยราคาต่อเซ็ตอยู่ที่สามร้อยกว่าบาท ถ้าโบจำไม่ผิด

แต่ว่าโบขอขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องพักสักก่อนค่ะ โดยภายในห้องพักก็ตกแต่งแบบไทยๆ เลย แต่กว้างขวาง พักสบายมากเว่อร์ โดยห้องของโบเป็นแบบ Deluxe ค่ะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปอีกกกก ราคาต่อคืนอยู่ที่สามสี่พัน แล้วแต่ช่วงเวลาเนอะ ซึ่งจุดที่โบชอบก็คือ มุมโซฟาตรงนี้ บอกเลยว่าช่วงมีแดด คือถ่ายรูปสวย เช็คอินเลยค่ะสาวๆ

นอกเหนือจากห้องกว้างขวางพักผ่อนสบายแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกก็คือครบค่ะ มีมินิบาร์ มีคอมพลิเมนทารีในห้องน้ำครบ ก็ไม่ต้องพกอะไรมาเยอะมาก

พอถึงเวลาอาหารเย็นเราก็ไม่ได้ออกไปไหนค่ะ เพราะที่นี่เค้ามีร้านอาหารไทยร่วมสมัยให้บริการอยู่ ซึ่งโบลงมาทานเร็วหน่อย เพราะว่าไม่ได้กิน Afternoon Tea และก็อยากถ่ายรูปช่วงมีแสงให้เพื่อนๆ ดูกัน จะได้สวยๆ แล้วก็เป็นไอเดียให้ด้วยเนอะ ดูบรรยากาศร้านตอนมีแสง คือดีย์

โดยเมนูที่โบสั่งก็เป็นเมนูแนะนำจากทางห้องอาหารที่นี่ อย่างไฮไลท์สวมงามเลยคือ กรงทองหิรัณยกุล แนะนำว่าให้สั่งจริงๆ ก็คือมันจะมีอาหารที่หาทานยากอยู่อย่างม้าฮ่อ เมี่ยงที่ใช้กลีบดอกบัวแบบนี้

นอกจากนี้ ก็มีปอเปี๊ยะข้าวซอย ข้าวผัดต้มยำกุ้ง ที่ใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตมาก และซุปไก่คุณหนู ค่ะ

ตบท้ายด้วยของหวานที่โบชอบอีกอย่างคือ บัวลอยหิรัณยกุล นอกจากนี้ ก็มีเมนูเครื่องดื่มด้วยนะคะ บอกเลยว่าที่นี่แขกที่ไม่ได้เข้าพัก ก็สามารถมาเอนจอยกับอาหารได้ค่ะ  

กินอิ่ม คืนนี้นอนหลับสบายแน่นอน แถมตื่นมาที่นี่มีอาหารเช้าบริการ รวมอยู่กับค่าห้องพักแล้วค่ะ ซึ่งอาหารเช้าของโบก็จะเป็นแบบง่ายๆ เป็นเซ็ทข้าวต้ม พร้อมกับข้าวต่างๆ อย่างหมูหยอง กุนเชียงทอด กระหล่ำปลีผัด และผลไม้ ให้ฟีลเหมือนอยู่บ้านเลยค่ะ แต่เสิร์ฟมาเป็นถาดแบบนี้นะ สวยงาม


และจากไฮไลท์รูปนี่ก็คือ กินอาหารเช้าไปดูวิวไป ได้รูปสวยๆ มาอีก เป็นไงล่ะ กับที่นี่ บ้านหิรัณยกุล

อย่างที่บอกไปว่า นอกเหนือในส่วนของที่พักแล้ว ที่นี่ก็ยังมีในส่วนของร้านอาหาร คาเฟ่ และ Rooftop Bar ค่ะ เรียกได้ว่า มาถึงที่นี่แล้ว ไม่ต้องออกไปไหนแล้วค่ะ ใช้เวลาให้คุ้มตั้งแต่มาถึง บ่ายโมงเต็มอิ่มกับคาเฟ่ ไปจนถึงตอนเย็น นั่งดูพระอาทิตย์ตก พร้อมวิวสะพานพระรามแปด และถ้าใครอยากพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศแบบ Staycation อย่างโบ โบก็แนะนำให้กดจองี่พักกับ Traveloka เลยค่ะ คุ้มค่า หรือหากใครอยากดูรายละเอียดที่พักบ้านหิรัณยกุลเพิ่มเติม ก็ลองดูได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้นะคะ

 

รายละเอียดที่พักบ้านหิรัณยกุล

https://www.facebook.com/hiranyakulhouse

https://www.hiranyakul.com/