Arezzo (อาเรสโซ) เป็นจังหวัดหนึ่งของอิตาลี ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามทั้ง 4 แห่ง ของแคว้น Tuscany

ในอดีต เมืองนี้เคยถูกโจมตีและถูกทำลายอย่างหนัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในย่านเมืองเก่าของอาเรซโซยังคงรักษาและเก็บสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่จากยุคกลางและเรอเนซองส์จำนวนมากเอาไว้ได้ คนรุ่นหลังอย่างเราเลยมีโอกาศได้เห็น เป็นอะไรที่โชคดีมาก เพราะเมืองนี้สวยงามมาก เหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในหนังยุคโบราณของชาวโรมันตลอดเวลา

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปอิตาลี

เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากฟลอเรนซ์ประมาณ 80 กม. เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นเป็นชุมชนการค้าของชาวอีทรัสคัน ปัจจุบัน มีศิลปะ สถาปัตยกรรม ร้านอาหาร และร้านค้าปลีก ที่ผสมผลานกันในเมืองได้อย่างสวยงามและน่าหลงไหล

…และการมา Arezzo คราวนี้ จะเป็นมาสัมผัสและเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสของเมืองนี้ ที่จัดขึ้นเร็วกว่าเมืองอื่นๆ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนพศจิกายนของทุกปี โดยจะมีการจัดตลากคริสต์มาส จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นการเฉลิมฉอง และการเดินขบวนพาเลท โดยที่ชาวเมืองจะร่วมแต่งตัวเป็นการ์ตูนดิสนีย์ ซึ่งเป็นเป็นกิจกรรมที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้วันนี้เป็นวันที่เมืองจะคึกคักเป็นพิเศษ

ตลาดคริสมาสต์ จะจัดที่จัตุรัส Piazza Grande เป็นจตุรัสแบบยุคกลางตั้งอยู่ใจกลางเมืองอาเรซโซ จัตุรัสแห่งนี้จะห้อมล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองมากมาย รวมถึงโบสถ์ซันตา มาเรีย เดลลา ปีเอเว สมัยศตวรรษที่ 13 และวังโกฟานี-บริซโซลารี เวลาเค้าจัดงานต่างๆของเมือง เค้าก็จะนิยมมาจัดกันที่ลานแห่งนี้

นอกจากตลาดคริสต์มาสแล้ว ในทุกวันเสาร์แรกในแต่ละเดือน จัตุรัสแห่งนี้จะเป็นสถานที่จัดตลาดขายของเก่า เรียกว่า Antiques Market นั่นก็คือ ตลาดขายของเก่า หรือของวินเทจต่างๆๆ คือ จะบอกว่าสวยมากกก ทั้งของที่มาขายและบรรยากาศ ตลาดใหญ่คล้ายๆกับตลาด Christmas เลย แต่เปลี่ยนเป็นพวกของวินเทจแทน บรรยากาศชิวๆ ของสวยๆ ถ้าใครที่ชอบของวินเทจ รับรองว่าต้องชอบแบบสุดๆ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นที่จตุรัสนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คึกคักและน่าตื่นเต้นที่สุด!!! คือ งานชนม้าซาราเชน เป็นการจำลองงานชนม้าแบบยุคกลางตามประวัติศาสตร์ โดยจัดขึ้นปีละสองครั้งในเดือนมิถุนายนและกันยายน เราจะได้ชมนักชนม้าในเครื่องแต่งกายเต็มยศควบม้าไปรอบๆ จัตุรัส ขบวนพาเหรด การตกแต่งเมืองด้วยธงโบราณต่างๆ ในแบบหนังฝรั่งโบราณ เหมือนฉากจำลองจากไหนหนัง ยังไงอย่างงั้นเลยค่ะ

โบสถ์ซันตา มาเรีย เดลลา ปีเอเว มีหลังคาโค้งและเสาตกแต่งงดงาม ที่ด้านข้างของโบสถ์แห่งนี้ คือ ปาลัซโซ เดลลา ฟราแตร์นีตา เดย์ ลาอีชี (Palazzo della Fraternità dei Laici) ซึ่งเป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 14 ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจัตุรัส ส่วนทางขอบด้านทิศเหนือของจัตุรัส นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นใต้แนวทางเดิน (loggia) ที่งดงาม ซึ่งได้รับการออกแบบโดยนักเขียน จิตรกร และสถาปนิกชาวอิตาลีสมัยเรอเนซองส์ จอร์โจ วาซารีซึ่งเป็นคนเดียวกันกับผู้ออกแบบโถงวาซารีในฟลอเรนซ์อีกด้วย

และนี่คือเครื่องดื่มสุดเลิฟ Glühwein คือ ไวน์ร้อน เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเดียวที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายและดื่มได้ในที่สาธารณะ จึงได้รับความนิยมในช่วงการจัดตลาดคริสต์มาส เพราะสามารถทำให้ร่างกายอบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาว จิบไวน์ร้อนคือมันดีมากกกก ฟินมากกก รสชาติต่างจากไวน์ปกติตรงที่มันจะหวานมากกว่า และดื่มง่าย ดื่มไปดื่มมาระวังเมานะจ๊ะ ระวังอย่างดื่มเพลิน…ส่วนลูกกลมๆด้านข้าง คือ Olive all’ascolana ข้างนอกมีความเป็นแป้งบางๆมีไส้อร่อยมาก ข้างในจะเป็นมะกอก กินพร้อมกับดื่มไว์เป็นอะไรที่ดีมากกกกกกกกกกกกกกก

นอกจากสินค้าต่างๆแล้ว ที่ตลาดก็มีของกินมากมายให้เลือก ทั้งของคราวของหวาน ใครที่เป็นนักชิม บอกเลยว่าฟินมาก ถ้าได้มาลองเดินที่ตลาดคริสต์มาสนี้

ระหว่างการเดินทางขึ้นไปด้านบน เหมือนเรากำลังปีนเขาอยู่ เพราะเมืองนี้มีการสร้างอยู่บนเขา และด้านบนก็ยังมีการจัดกิจกรรมคริสต์มาสด้วยเช่นกัน

ที่นี่คือสวน Prato ที่เหมาะสำหรับเป็นจุดปิกนิก และมานั่งชมวิวเมืองแบบชิวๆ ซึ่งเป็นด้านบนของเมือง ที่จัดงานเทศการคริสต์มาสอีกหนึ่งที่ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ชิงช้าสวรรค์ รูปแกะสลักน้ำแข็ง และมีลานเล่นสเก็ตน้ำแข็งเล็กๆ

วิวด้านบนของสวนด้านบน มองลงมาจะเจอวิวแบบนี้ ของจริงสวยมากกก มีคนมานั่งชิวกันชมวิวด้านบนมากมาย

บริเวณตรงกลางสวนเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานของฟรานเชสโก เปตรากาซึ่งอุทิศมอบให้แด่กวีแห่งศตวรรษที่ 14 ท่านนี้ที่ยังได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งมนุษยนิยม”

อีกด้านที่อยู่ติดกับสวน นั่นคือ Cattedrale di San Donato (วิหารอาเรซโซ) เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาที่มีความสำคัญมากที่สุดของเมือง โครงสร้างสไตล์โกธิคที่ที่เราสามารถมองเห็นได้จากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง ซึ่งเราสามารถเข้าชมผลงานศิลปะ ทางศาสนาที่มีความสำคัญที่ภายในโบสถ์ได้ที่นี่

วิหารตั้งอยู่บนจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์คริสต์มาก่อน แม้ว่าการสร้างวิหารจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1200 แต่การก่อสร้างกลับดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงศตวรรษที่ 16 และยังไม่แล้วเสร็จจนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 20

บริเวณส่วนด้านหน้าของวิหารที่ทำเพิ่มในศตวรรษที่ 20 โดยยึดตามการออกแบบของสถาปนิก Dante Viviani ที่บริเวณด้านหน้าอาคารมีการตกแต่งด้วยผลงานประติมากรรมและหน้าต่างกุหลาบที่หรูหรา และ การตกแต่งด้วยกระจกที่สวยยยยมากกกก

ระหว่างทางเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ เพื่อยังร้านอาหาร เราจะได้พบกับอาคาร ที่มีความสวยงาม มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน สร้างด้วยอิฐ และมีสีเดียวกันทั่วไปทั้ง Old town ของเมือง
เครื่องประดับ เครื่องเงิน แบบ vintage แบบเกร๋ๆ ดูเป็นขอโบราณที่ควรค่าแก่การสะสมมากๆ แต่ละชิ้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะ รับรองว่าไม่ซ้ำใครแน่นอน
ร้านค้าต่างๆ ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง เอาจริงตอนเดินเข้าไปเหมือนหลุดไปในอีกโลกเลยค่าาาา

ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน ท้องฟ้าเป็นเหมือนสีชมพู ส้ม ทั้งเมืองเลยยย เราก็จะสามารถอินกับช่วงเวลานี้ได้มากก เพราะว่าท้องฟ้ากว้าง และไม่มีตึกบัง หรือสิ่งก่อสร้างอะไรมาบังทั้งสิ้น ขอแนะนำถ้ามาเที่ยวแค่1วัน ก็ควรที่จะอยู่ให้ถึงช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เพราะมันสวยและโรแมนติกมาก และจะได้เห็นแสงไฟของตลาดคริสต์มาสในตอนกลางคืนด้วย

และขอปิดท้ายด้วย ความสวยงาม และ อบอุ่น ของช่วงเวลากลางคืนของ เทศกาลคริสต์มาส ของเมือง Arezzo แห่งนี้ หาใครที่มีโอกาสไปอิตาลีในช่วงปลายปี ลองเช็ควัน อาจจะโชคดีตรงกับช่วงเวลาที่เค้าจัดงาน หรือหากไปในช่วงเวลาอื่น ก็สามารถแวะไปเที่ยวที่เมืองนี้ได้ รับลองว่าไม่ผิดหวังและจะต้องหลงรักเมืองนี้แน่นอน..