นับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ยืนหนึ่งในเรื่องความปังไปแล้วสำหรับ ‘ตุรกี’ หรือดินแดนสองทวีป หนึ่งในประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า แถมราคาตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวนี้ก็อยู่ในเกณฑ์คุณแม่ปลื๊มปลื้ม ไม่ได้แพงมากมายจนต้องแกล้งลืมจ่ายค่าบัตรเครดิตตอนสิ้นเดือน งบประมาณโดยรวมในการเที่ยวก็ไม่ได้มากมายจนจ่ายไม่ไหว ถ้าแลกกับการได้บินลัดฟ้าไปเยือนถึงสองทวีป ยุโรปและเอเชีย ก็ถือว่าแสนจะคุ้มค่า เพราะบินยาวไฟลท์เดียวได้เที่ยวถึงสองบรรยากาศเลยทีเดียว ฉะนั้นเดี๋ยวนี้เราจึงเห็นรีวิวตุรกีผ่านตากันมากกว่าเดิม ซึ่งขอโบกเลยบอกว่านอกจากภาพคู่กับบอลลูนสุดชิคที่คัปปาโดเกียแล้ว ตุรกียังมีดีกว่านั้นเยอะ!

 

วันนี้เราก็เลยจะมาขออาสาพาไปเปิดมุมมองใหม่ๆ ออกไปให้ไกลกว่าคัปปาโดเกียอีกสักนิด แวะไปชิดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกันสักหน่อย แนะนำให้ชวนเพื่อนสาวไปเดินอ่อยๆ ริมหาด ส่องผู้ตุรกีว่าแซ่บแค่ไหน เพราะที่นี่คือ ‘Fethiye’ เมืองตากอากาศสุดชิลริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของตุรกี!

การเดินทางไปเฟทิเย
ไม่มีไฟลท์บินตรงจากไทยไปถึงเฟทิเยเลย ฉะนั้นเราจะต้องจองตั๋วเครื่องบินไปลงที่อิสตันบูลก่อนค่ะ ซึ่งทุกวันนี้มีตั๋วเครื่องบินไปอิสตันบูลราคาถูกออกมามากมาย ทั้งบินตรงและต่อเครื่อง ส่วนตัวเราบินกับสายการบิน Etihad แวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศอาบูดาบี ได้ราคาประมาณ 18,xxx บาท จองผ่าน Traveloka ซึ่งสามารถเช็คราคาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจได้ พอเทียบกับสายการบินอื่นๆ แล้วก็รู้สึกว่าราคานี้ไม่แพงเลย เพราะต่อเครื่องแค่ 3 ชั่วโมง แถมยังเป็นสายการบินแบบ Full Service เบาะกว้าง นั่งสบาย มีหนังให้ดู มีเกมให้เล่น ทำให้ไม่รู้สึกว่ายาวนานเกินไปสำหรับการเดินทาง ถ้าใครกำลังมองหาตั๋วเครื่องบินไปอิสตันบูล ลองคลิกเข้าไปเช็คราคาผ่านเว็บไซต์ Traveloka ได้ รับรองว่าจะต้องได้ราคาที่ทำให้ยิ้มออกแน่นอนค่า : )

 

จองตั๋วเครื่องบินไปตุรกีกับ Traveloka คลิก!

 

เมื่อสองขาย่างลงถึงดินแดนสองทวีปแล้ว เราก็ต้องบินต่ออีกตุ้บเพื่อไปลงยังสนามบินใกล้เคียงกับเมืองเฟทิเย ซึ่งสามารถเลือกลงที่เมืองอันตัลยา (Antalya) หรือ อิซเมียร์ (Izmir) ก็ได้ ราคาตั๋วเครื่องบินภายในประเทศของตุรกีนั้นก็ถูกแสนถูก ถ้าจองล่วงหน้านานๆ บางไฟลท์ ไป-กลับ แค่ 500 บาทก็มีค่ะ จากนั้นแนะนำว่าให้เช่ารถขับเที่ยวจะสะดวกสุด เพราะจอดถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ อิสระเรื่องเวลามากกว่ารถสาธารณะค่า

 

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเฟทิเย
เฟทิเย คือ เมืองตากอากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศตุรกี ฉะนั้นจึงมีบรรยากาศฟีลซัมเมอร์มาก น้ำทะเลสีฟ้าคราม ไม่เหมือนกับที่เคยเห็นในประเทศไทย แม้แต่มัลดีฟส์ก็จะเป็นอีกสีนึงค่ะ นอกจากนี้อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้เฟทิเยมีความโดดเด่นก็คือ ‘กิจกรรมร่มร่อน หรือ Paragliding’ ซึ่งที่นี่เขามีชื่อเสียงระดับโลกเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทางวัฒนธรรมก็มีให้สัมผัสอีกมาก รับรองว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางไปแน่นอนจ้า

 

Umbrella Street
ในตัวเมืองเฟทิเยจะมีถนนช็อปปิ้งชื่อว่า ‘Umbrellaa Street’ หรือจะเรียกว่าถนนร่มก็ได้ เพราะถนนเส้นนี้จะมีร่มกางห้อยเรียงยาวเป็นของประดับประดาอยู่ด้านบน เป็นมุมที่ใครแวะมาก็ต้องมาถ่ายรูปเช็คอิน ด้านในมีร้านค้าเรียงรายให้ช็อปปิ้งมากมาย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง รวมไปถึงบริเวณรอบๆ ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอีกต่างหาก ฉะนั้นถ้ามีเวลาจะแวะมาฝากท้องที่นี่สักมื้อแล้วช็อปปิ้งต่อเพื่อเป็นการย่อยก่อนไปโดดน้ำทะเลก็แจ่มไม่น้อยจ้า

 

Lycian Rock Tombs
‘Lycian Rock Tombs’ คือ สุสานเก่าซึ่งสลักอยู่บนหินผาขนาดใหญ่จนสามารถมองเห็นได้จากตัวเมือง ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้สร้างมาจากความเชื่อของชาวลิเชียที่เชื่อว่าหลุมฝังศพซึ่งตั้งอยู่บนหินผาเหล่านี้จะเป็นประตูที่นำไปสู่ชีวิตหลังความตายอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี เพราะหน้าผาเป็นพื้นที่ที่มีความสูงส่ง การจะเดินขึ้นไปถึงประตูสู่ชีวิตหลังความตายนี้ได้จะต้องขึ้นบันไดประมาณ 200 ขั้น และเสียค่าเข้าคนละ 5 ลีรา ซึ่งโคตรคุ้มค่าเลย เพราะวิวจากด้านบนสวยมากๆ ค่า

เห็นไหมว่าตุรกีมีดีมากกว่าที่คิดเยอะเลย ใครยังหาแพลนเที่ยวสำหรับทริปครึ่งปีหลังไม่ได้ อย่าลังเลที่จะใส่ตุรกีลงไปในลิสต์ กดคลิกเข้าไปในเว็บ Traveloka แล้วจองตั๋วไปเปรี้ยวที่ตุรกีด้วยกันเลย!