ฮ่องกงมีที่เที่ยวและกิจกรรมทำเยอะ เมื่อเราจองตั๋วเครื่องบิน-ที่พักฮ่องกง และวางแพลนเที่ยวจนนิ่งแล้ว ก็ได้เวลาซื้อตั๋วกิจกรรมฮ่องกงล่วงหน้ากันแล้ว นี่ก็เพิ่งรู้ว่า Traveloka มีจองที่เที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย ซึ่งสะดวกมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็จองที่พัก-ตั๋วเครื่องบินผ่าน Traveloka เพราะเป็นเว็บที่ปลอดภัย เชื่อถือได้มาตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องไปจองที่ไหน แอปฯเดียวจบครบเลย ราคาก็ประหยัด คุ้มกว่า แถมไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวซื้อตั๋วหน้างาน เกิดตั๋วเต็ม ตั๋วหมด คิวยาวเป็นสามขดแปดขด แบบที่ร้านอาหารในฮ่องกงเป็น ก็จะเซ็งซ้ำซ้อน ร้อนใจซ้ำซากมาก ไม่อยากเที่ยวขึ้นมาซะงั้น Traveloka มีที่เที่ยวให้จองแล้วด้วยใช้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับคนเที่ยวเองแบบเรา

วันที่ 2 ของทริปฮ่อง เราวางรูทการเที่ยว อยู่บนแกน MTR ของฝั่ง Kowloon เริ่มเที่ยวจากบนสุดไหว้พระขอพรที่วัดหวังต้าเซียน MTR : Wong Tai Sin ไล่ลงมาแบบเวลาหลวมๆ จนบรรจบ MTR : Kowloon ที่ SKY100 บนห้าง Elements ก่อนปิดวันเดินไปชมไฟ A Symphony of Lights เวอร์ชั่นใหม่ริมอ่าว

นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปชมทริปรีวิวของกินน่ารัก น่าอร่อยในฮ่องกงของเราได้ที่ https://blog.traveloka.com/th/article/hongkongcutiesfoodies/ 

สำหรับการซื้อบัตรกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้าของ Traveloka ก็ไม่ยาก เราจะพาไปส่องทีละขั้นตอนตามนี้เลย

เริ่มแรกเข้าที่ลิงค์นี้ >> https://www.traveloka.com/th-th/activities เลือกแถบขวาสุด “กิจกรรม” แล้วพิมพ์สถานที่ๆ ต้องการ

หรือจะคลิกที่กรอบเฉยๆ ให้สถานที่ท้อปฮิตห้อยลงมาให้เราเลือกก็ได้ กรณีนี้ไม่มีเป้าหมายอื่นแล้ว เลือก “ฮ่องกง” ค่ะ

เข้ามาหน้าแรกประทับใจรูปสวยเชียว

นึกไม่ออก บอกไม่ได้ว่าอยากทำอะไรที่ฮ่องกง เลื่อนดูกิจกรรมยอดนิยมไปเรื่อยๆ ก่อนได้เลย เพื่อเจอกิจกรรมที่ถูกใจก็กดจองโลด

มีให้เลือกเที่ยวหลายแนวเลย ทั้งแนวเปิดประสบการณ์

หรืออยากตะลุย ฮ่องกงเค้าก็มีทัวร์ให้จ้ะ ไม่ต้องไปทำแพลนเองให้ยุ่งยาก

ฮ่องกงถึงจะไปซ้ำ แต่กิจกรรมไม่ช้ำจนทริปเฉื่อยแน่นอน เราเลือกมองหากิจกรรมใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำ อย่างการขึ้น SKY100 ไหนๆ ก็สะสมไมล์ขึ้นยอดตึกมาหลายประเทศแล้ว ต้องเก็บสกอร์ต่อ ที่ SKY100 ขึ้น 1 ใน 10 ตึกสูงที่สุดในโลกไปดูหน่อยว่า วิวจะวีว่าเว่อร์วังอลังไหม ซื้อตั๋วชมวิว SKY100 กับ Traveloka คลิกตรงนี้เลย

ราคาตั๋วก็ไม่แพง แถมตั๋วมีหลากหลายแพ็คเก็จมาก ทั้งแบบราคาตั๋วอย่างเดียว หรือรวมเครื่องดื่มและอาหารก็มี อันนี้ต้องก็ลองตัดสินใจเองได้เลยว่าใจอยากเอาแบบไหน

แต่สำหรับเราเอง สรุป เรียบง่าย ได้ใจสุดค่ะ เอาแบบตั๋วอย่างเดียว ไม่รวมอะไรเลย ถ้าขึ้นไปแล้วอยากกินจริงๆค่อยว่ากัน เลือกจำนวนคน วันที่จะขึ้น (ไม่ระบุเวลา) และประเภทตั๋ว ตอนนี้มีแบบเดียวคือ 1 วัน

รายละเอียดบัตรก็จะตามนี้เลย วางแผนมาให้พร้อมเพราะขึ้นกี่โมงก็ได้ แต่เปลี่ยนวัน ไม่ได้!

ปล. ก่อนจองเพื่อความสบายใจดูเงื่อนไขเค้านิดนึง CF no CC ซื้อแล้วไม่มีคืนเงินไม่งอแงเนอะ

สำหรับการจอง SKY100 หากจองกับ Traveloka “ต้อง” ปริ้นท์ “ใบจอง” ด้วยนะเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ดูด้วยนะคะ ซึ่งแต่ละที่เที่ยวแล้วแต่ระบบของแต่ละสถานที่นะคะ บางกิจกรรมก็อาจจะมีหมายเหตุว่า ไม่ต้องปรินท์ อันนั้นก็แคปหรือเซฟภาพใบจองจากเว็บไปได้เลยง่ายๆ

แนะนำว่า เปิดอ่านเงื่อนไขทุกแถบให้ละเอียดก่อน เพราะแต่ละสถานที่เค้าเข้มงวดมากน้อยไม่เท่ากัน คงเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยเค้าด้วยอะนะ บางคนอาจจะคิดว่า เฮ้ย เยอะอ่ะ ไม่อยากไปละ เรื่องความปลอดภัยป้องกันไว้ดีกับเค้าก็ย่อมดีกับเรา ที่กำลังยืนอยู่ในนั้นด้วยนะ

ส่วนข้อกำหนดและเงื่อนไข ของเราไม่มีบัตรประชาชนคนฮ่องกง ก็พาสปอร์ตจ้า ปกติก็ควรพกติดตัวดีกว่า อย่าลืมไว้ที่โรงแรมอ่ะ พร้อมแล้วก็กด จองเลย !

ขึ้นมาคนไม่เยอะ ที่โล่งกว้าง เหมาะแก่การมาคุยจุ๋งๆจิ๋งๆจีบกันด้วยซ้ำ แถมวิวสวยไม่ปลอมแบบยอมนะ ยอมแล้ววว

จะหยอดเหรียญเพิ่มส่องวิวใกล้ๆ ก็ตามใจเลยค่ะ

ขึ้นมาทีเดียวได้เห็นวิวฮ่องกงแบบเต็มตา ทั้งฝั่ง Kowloon และ Hong Kong Island รวมถึง Typhoon Shelter ที่เรือหาปลาใช้หลบไต้ฝุ่น ทั้งหมดชมในบรรยากาศแบบอุ่นๆอุณภูมิห้องกำลังดีด้วยนะ

ขึ้นไปข้างบนเลยเข้าใจคำว่า ‘ขี่พายุทะลุฟ้า’ อินสไปร์มาจากไหน เห็นเมฆหมอกเคลื่อนที่ผ่านเราไประดับสายตาด้วยความเร็วแบบท้องฟ้าจะรีบตอกบัตรกลับบ้าน เคลื่อนผ่านไว สวย เบา ใส ม้วนเหมือนเมฆในฝัน

หรือจะแค่ขึ้นไปนั่งเปื่อยๆหย่อนใจ คุยอะไรกับตัวเองเบาๆก็เข้าท่า สรุปว่าขึ้นมาดูวิวทีคุ้มดีนะ

วันที่ 3 เราแพลนเที่ยวฝั่ง Hong Kong Island ดีเหมือนกันที่เค้าแบ่งฟากเกาะมาให้ จัดแผนเที่ยวง่ายเลย

ช่วงเช้าเราจะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมก่อน ค่อยย้อนกลับเข้ามาในเมืองแล้วเลาะเที่ยวตามแกนเส้น MTR เหมือนเดิม คราวนี้จากซ้ายไปขวา เพราะขากลับจากเจ้าแม่กวนอิมต้องมาลงรถที่ MTR : Central ค่ะ

เที่ยว กิน ช้อปปิ้ง ชิวๆไปเลย ตกเย็นค่อยมาล็อคเวลากันช่วง 5 โมงครึ่ง แดดร่มดีจริง เราจะไปนั่ง ดิง ดิง tram โบราณ 2 ชั้นเปิดประทุนกัน

ตอนแรกเราก็คิดนะว่า เอ้อะ นั่ง Tram ธรรมดาไม่ได้หรอ ไม่ต้องล็อคคิว แต่พอเข้าไปดูตัวอย่างหน้าเว็บ Traveloka โอ้โฮฮฮ มันสวยแฮะ เท่ด้วย Exclusive ด้วย วันๆ นึงมีแค่ฝั่งละ 3 รอบเอง แถมได้ชมวิวจากเหล่าเต๊งชั่วโมงนึงเต็มๆ เอาเหอะ คุ้มราคามาก มาจองเลยค่ะ

นี่ตั๋วที่มีคนรีวิวไว้ แค่ตั๋วก็สวยแล้ว

พอเข้ามาเลือก จุดขึ้นรถ จะมี 2 สาขานะคะ คือ

จาก Western Market (จากฝั่งซ้ายของเกาะ) วิ่งไปทางขวาสุดที่ Causeway Bay และ

จาก Causeway Bay (จากฝั่งขวาของเกาะ) มันก็คันเดิมนั่นแหละ วิ่งกลับมาที่ Western Market

เรื่องความต่างของราคาไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ห่างกันหลักสตางค์ค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆสะดวกขึ้นที่จุดไหนมากกว่า และอีกเรื่องคือ “เวลา” การออกรถค่ะ ถ้าขึ้นจาก Western Market (ฝั่งซ้าย) เวลาจะเร็วกว่าชั่วโมงนึง เค้าวิ่งจากซ้ายไปขวา ขวากลับมาซ้าย ซ้ายไปขวา ขวากลับมาซ้าย แบบนี้ไงเหมือนรถไฟอ่ะ เพราะงั้นให้ลองกดดูตารางเวลาของทั้ง 2 สาขาก่อน แล้วพอใจเวลาไหน ก็เลือกฝั่งนั้นเป็นหลักค่ะ

ส่วนเราเลือกจาก Causeway Bay กลับไป Western Market เพราะอยากได้รอบสุดท้าย จะได้ไม่หอบมากตอนกลางของวัน แล้วเราก็เริ่มเที่ยวจากทางซ้ายมาเรื่อยๆ ด้วย พอเย็นก็จะมาบรรจบที่แถว Causeway Bay พอดีค่ะ ถ้าไม่พอก็ต้องรีบมาให้ทันค่ะ 55 เพราะเค้าเขียนหน้าเว็บว่าให้มารอล่วงหน้าซัก 20 นาทีที่ป้ายค่ะ

คิดแล้ว ก็ตัดสินใจเลือก จำนวนคน วันที่ และ รอบเวลาที่จะขึ้นค่ะ

อันนี้ ย้ำๆ หน่อยนะคะ เอาเวลาที่เราชัวร์ว่าไปทัน แล้วก็อย่าลืมไปล่วงหน้า 20 นาทีเน้อออ ระวังตกรถ ดิง ดิง เสร็จแล้วก็กดจองเลย !

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ให้ไปกองรอกันหน้าโรงแรม Regal Causeway Bay มาก่อนเวลาก็ไม่ต้องกลัวเบื่อกลัวเหงา เรามีสะพานลอยสีสวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปเล่นรอรถไปพลาง

จุดรอรถตรงนี้เหมือนเป็นท่ารถดิงดิง นั่งๆก็คอยเล็งคันอื่นๆแรปโฆษณาสีสวยๆผ่านมา ก็หาจังหวะถ่ายรูปเล่นกันได้เลยค่ะ

หลังจากเรียงแถวเข้าคิวขึ้นรถแทรมแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจก ‘บัตรเบ่ง’ เป็นตั๋ว Golden Ticket สวยๆ ให้เราเป็นที่ระลึก แล้วยังเก็บไว้ใช้เบ่งขึ้นแทรมทั่วไปได้ฟรีอีก 2 วัน จากนั้นก็เดินขึ้นชั้น 2 ไปเลือกที่นั่งได้เลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็เลือกที่นั่งหน้าสุดวิวจะชัดค่ะ แต่ถ้ามีน้องๆเด็กเล็กไปด้วยคุณพ่อคุณแม่ก็ระวังน้องปีนนะคะ เพราะรั้วกั้นไม่สูงเลยค่ะ อาจจะเลือกนั่งกลางๆแล้วให้น้องนั่งริมในทางเดินจะชัวร์กว่า

 

ป.ล. ตอนเรากำลังเข้าคิวเช็คชื่อขึ้นรถ มีฝรั่งคนนึงบังเอิญเดินผ่านมาเห็นเลยจะขอซื้อตั๋วตรงนี้ขึ้นบ้าง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีตั๋วขายหน้างานค่ะ ต้องไปจองล่วงหน้ามาเท่านั้น ฝรั่งคนนั้นท่าทางเสียดายมากมาย แถมจำนวนที่นั่งแต่ละรอบก็มีจำกัดตามจำนวนเก้าอี้บนรถแทรม (ไม่มีตั๋วยืนนะคะ) ก็เลยอยากจะย้ำเตือนเพื่อนๆให้จองล่วงหน้าไปจะได้ไม่พลาดกันค่ะ

 

ขึ้นมาแล้ว น้องหมวยก็จะเดินมาแจกหูฟังสีแดงให้เราเสียบฟังคำบรรยายตลอดการเดินทาง ผ่านตรงไหน ย่านไหน ก็จะมีเสียงหล่อๆอธิบายให้ เป็นภาษาอังกฤษที่ออกเสียงชัดฟังง่าย แถมปิดท้ายตอนด้วยเสียง ดิ๊ง ดิ๊ง

ป.ล. สามารถเลือกช่องได้ 8 ภาษา เสียดายว่ายังไม่มีภาษาไทยให้เนอะ

โชคดีที่ครอบครัวก่อนหน้าเรามีลูกเล็กมาสองคน เค้าเลยไม่เลือกที่นั่งหน้าสุด เพราะกลัวเด็กซนลูกจะหล่นลงไป เราเลยได้นั่งริงไซต์หน้าสุดเลย

ได้ก้มหน้า เงยหน้า ชมวิวเปิดโล่งแบบ 360 องศา เห็นฮ่องกงมุมมองใหม่ๆ ที่เดินถนนเรียบๆทั่วไปอาจมองไม่เห็น

 

 

ได้ชมวิวอย่างดีงามด้วยความโล่ง แต่ความโปร่ง รั้วเตี้ยแบบนี้ก็ต้องคอยระวังตกค่ะ

จะยื่นมือถือออกไปถ่ายอะไรก็ระวังกันด้วยน้า เกิดร่วงตกชั้นสองขึ้นมา ลงไปเก็บไม่ทันนะคะ

ลงภาพวิวให้รัวๆ ไม่ต้องมัวมาสะดุดอ่านแคปชั่นเลยค่ะ พกกล้อง พกมือถือไป รับรองว่าได้ถ่ายทั้งภาพแนวตั้งและแนวนอน แสงสวยๆ เย็นยันค่ำ ตอนถึงที่หมายลงจากท้ายรถแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับค่ะ เดินมาถ่ายคู่กับรถแทรมด้านหน้า เค้าบอกว่าคันนี้เป็นแทรมยุค 1920’s นับเป็นเวอร์ชั่นที่ 3 ของแทรมฮ่องกงที่มีทั้งหมด 7 รุ่นเลยนะ เป็นคุณปู่คุณย่าแทรมเลยแหละค่ะ

เทียบกับเวอร์ชั่นปัจจุบัน คันข้างๆ พี่เค้าก็ไวนะ ยืนเม้าท์ๆกับเพื่อนคนขับอยู่ เห็นยกกล้องปุ๊บเก๊กท่าเข้าเฟรมปั๊บเลย 555 คิ้ววววท์

ทั้งสองกิจกรรมนี้เรียกว่าเป็นการจองตั๋วที่เกินความคาดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดิง ดิง TramOramic Tour ที่ต่างสงสัยกันว่ามันคืออะไร เราเดาว่ามันมาจาก tram + panoramic นะ เพราะนั่งแล้วได้วิวเปิดโล่งกว้างกลางแจ้งแบบแอบเสียวว่าจองคิวไปแล้ว จะเจอฝนตกไหม แต่ก็ไม่…โชคดีที่รอดค่ะ ( เป็นทริปที่พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนตกตลอดทริป แต่ก็เฉียดไปเฉียดมา ไม่เปียก) ตอนเราไปก็ได้ชวนเพื่อนแฟนซึ่งทำงานเป็น Expat ด้านการเงินอยู่ที่นั่นเที่ยวด้วย เค้าบอกว่าย้ายมาอยู่ฮ่องกง 2 ปีแล้ว เห็นแค่รถสีน้ำตาลวิ่งผ่าน ยังไม่มีโอกาสได้ลองขึ้นเลยค่ะ มองจากภายนอกก็คล้ายนั่งแทรมธรรมดา แต่ไม่คิดว่านั่งแล้วจะได้ประสบการณ์สนุกสนานขนาดนี้ เราว่านี่เป็นตั๋วราคา 300 กว่าที่คุ้มค่า แถมเหมาะกับคนทริปสั้นไม่มีเวลาสุดๆ เลย อยากชวนให้ลองไปก้มๆ เงยๆ ดูฮ่องกงมุมใหม่กันค่ะ