“เที่ยวเทไป เปย์แบบเบาๆ” คำพูดนี้ฟังดูเหมือนพรหมลิขิตที่ทำให้ผมได้ไปเที่ยวไต้หวัน จากการที่นอนเล่นอยู่บนเตียง ไปเจอโปรตั๋วเครื่องบินแบบราคาไปกลับคนละ 5 พัน แถมยังโหลดกระเป๋าได้อีกด้วย เลยกดจองไปแบบเบาๆ จากนั้นก็เริ่มมาวางแผนเที่ยวไต้หวัน โดยหาข้อมูลจอง โรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล ที่พักราคาหลักพันต้นๆ ที่อยู่กลางใจเมืองไทเป ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ใกล้ซีเหมินติง

จองที่พักไต้หวัน กับ Traveloka

 

เช็คโปรโมชั่นส่วนลดกับ Traveloka

สำหรับการซื้อบัตรกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้าของ Traveloka ก็ไม่ยาก ทั้ง ทัวร์อุทยานเย่หลิว จิ่วเฟิ่น และสือเฟิน และ ค่าขึ้นตึก taipei101ในราคาเบาๆ อีกทั้งสามารถใช้ รหัสโปรโมชั่น ทำให้ประหยัดค่าเข้าชมได้อีกด้วยจ้าา เกริ่นมาซะเยอะแล้ว ความสนุกของทริปนี้จะเป็นยังไง ตามมาเที่ยวกันเลยจ้า

เริ่มต้น การเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เวลา 19.20 น. ถึงสนามบินเถาหยวน ประเทศไต้หวัน เที่ยงคืนพอดีเป๊ะ

ถึงสนามบินแล้วท้องร้องพอดี เดินไปศูนย์อาหารเพื่อหาอะไรทองร้องกันซักหน่อยไม่คิดว่าดึกขนาดนี้ จะมีร้านอาหารเปิดให้บริการ จัดไป บะหมี่เส้นหนาๆหนึ่งเซท กินกับชาร้อน คลายหิวได้ดีทีเดียว

อิ่มท้องเรียบร้อยแล้ว เดินหามุมงีบกันซักหน่อย ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตี 5 นอนหลับได้กันประมาณนึง แล้วค่อยหาซื้อบัตรโดยสาร สาย 1819 เพื่อเดินทางเข้าเมืองไทเปกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่าาา

ใช้เวลาเดินทางประมาณสี่สิบนาทีเดินทางถึงสถานี Taipei Main Station Bus station แล้วเดินไปฝากกระเป๋าที่ โรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล เพื่อจะได้เที่ยวกันแบบตัวปลิว ชิวๆได้จ้า

พิกัดโรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล https://www.google.com/maps/place/Morwing+Hotel+Fairytale 

จากโรงแรมเดินทางไปจุดนัดหมายบริเวณสถานีรถไฟ ซีเหมินติ เพื่อไป ทัวร์อุทยานเย่หลิว จิ่วเฟิ่น และสือเฟิน ประมาณ 8 โมงเช้า เดินทางจากจุดขึ้นรถประมาณชั่วโมงนิดๆ ก็เดินทางไปเที่ยวจุดแรก คือ Yehliu Geopark เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติคล้ายหินดอกเห็ดจำนวนมากที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเล

พิกัด Yehliu Geopark : https://www.google.com/maps/place/Yeliou,+ซินเป่ย+ไต้หวัน/

เดินทางไปต่อที่ Jiufen Old Street เป็นถนนคนเดินที่มีของกินมากมาย ทั้งชาไข่มุก เห็ดย่าง ไส้กรอกย่าง ให้เลือกชิมตลอดการเดินเที่ยว จัดเห็ดย่างไป ราคา 100 NTD อร่อยดีแฮะ เป็นเห็ดย่างที่ผสมพริกไทย นุ่มๆเผ็ดหน่อยๆ อร่อยดีจริงๆ

พิกัด Jiufen Old Street : https://www.google.com/maps/place/Jiufen+Old+Street/@25.109872,121.8451143,19.86z

จุดหมายปลายทางที่เป็น Landmark ของ Jiufen Old Street คือร้านชาที่เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยม และไม่พลาดที่จะแวะนั่งและสั่งเซทขนมกินกับชาในราคา 600 NTD ซึ่งอาจจะดูแพงไปนิดแต่แลกกับการบรรยากาศบอกตรงเลยว่าคุ้มมมมากกกก กอไก่ล้านตัวเลย

 

พิกัด ร้านน้ำชา A-mei : https://www.google.com/maps/place/ร้านน้ำชา/@25.1086229,121.8436066,18.92z

หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศ จิ่วเฟิ้น จนไม่อยากกลับแต่ต้องเดินทางลงมายังจุดนัดหมาย เพื่อเดินทางไปยัง น้ำตกซีเฟิ้น ซึ่งต้องลงบันได เดินข้ามสะพานแขวนมาไกลพอสมควร ก็จะเจอกับน้ำตกที่สวยงามมาให้สัมผัสบรรยากาศได้ใกล้ๆเลย

พิกัด น้ำตกซีเฟิ้น : https://www.google.com/maps/place/Shifen+Waterfall/@25.0489711,121.7852666,17z

เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย ซึ่งเป็นอีกไฮไลต์สำคัญ คือการปล่อยโคมลอยบริเวณรางรถไฟ ที่ Shifen Old Street โดยโคมลอยที่สามารถเขียนคำอธิษฐานแล้วปล่อยลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า จะแบ่งราคาเป็น 2 ประเภท คือ สีเดียว 150 NTD และ หลายสี 200 NTD นานๆจะมาที เลือกราคาให้สุดกันไปเลยจ้าาา

พิกัด Shifen Old Street : https://www.google.com/maps/place/Shifen+Old+Street/@25.0426687,121.774487,17z

หลังจบโปรแกรม ทำการเช็คอิน เก็บกระเป๋าที่โรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล บรรยากาศห้องพักสะอาดสะอ้าน ห้องน้ำส่วนตัว แถมโถส้วมเป็นแบบอัตโนมัติตามต้นฉบับประเทศญี่ปุ่นด้วยจ้าา

อาบน้ำอาบท่าพักกันจนหายเหนื่อยแล้ว เดินเล่นซีเหมินติง มีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย และหนึ่งในร้านที่คิดไว้จะไปลองชิมบุฟเฟต์ชาบูไต้หวันแบบต้นตำรับ ในราคาเบาๆ ตอนแรกตั้งใจไปกินร้าน หม่าล้าชาบู แต่ต้องไปต่อคิวชั่วโมงครึ่ง เลยเปลี่ยนไปอีกร้านนึง “Hakkai Shabu Shabu” ร้านชาบูไต้หวัน เนื้อก็ดี ซีฟู้ดแจ่ม ของหวานละลานตา แถมไอติมเทพอีก สุดตรงเบียร์ไม่อั๊นด้วย ดีงามตรงนี้ สุดจริงมื้อนี้

พิกัดร้าน Hakkai Shabu Shabu : https://www.google.co.th/maps/place/Hakkai+Shabu+Shabu

กินคาวแล้ว ไม่ตบด้วยของหวานก็ยังไงๆอยู่ เดินผ่านร้านชาไข่มุกชื่อดัง อย่างร้าน Xing Fu Tang แล้วไม่แวะต่อคิวชิมชาไข่มุกต้นตำรับได้ยังไงกัน จัดไปหนึ่งแก้ว Ice Brown Sugar Boba Milk 60 NTD ดูดไปอึกแรก ไม่แน่ใจว่าสั่งผิดหรือร้านทำผิดไหม เลยลองดูดอีกอึกเพื่อความมั่นใจ จริงๆมันคือนมใส่น้ำตาลทรายแดง แล้วใส่ไข่มุก รสชาติแปลกแต่ไข่มุกอร่อยจริง ยอมเลยร้านนี้ ห้าดาวไปเลยจ้าา

พิกัดร้าน Xing Fu Tang สาขา ซีเหมินติง : https://www.google.com/maps/place/幸福堂台北站前店

เช้าวันที่สอง ตื่นกันแต่เช้า จริงๆ ที่โรงแรมจะมีขนมปังปิ้ง ชาให้บริการอยู่ แต่ด้วยความอยากกินอาหารไต้หวัน เลยเลือกไปหาของกินใกล้ที่เที่ยววันแรกที่ตั้งใจจะไป “หอรำลึกเจียงไคเช็ค” มาลงสถานี MRT Chiang Kai-Shek Memorial Hall Station ทางออก 2 เดินตรงมาเรื่อยๆไม่ไกลมา จะเจอด้านทางขวามือ เป็นร้าน Jin Feng Braised Pork Rice เป็นร้านขายข้าวหน้าหมูสับ หมูสามชั้น ซุปยอมรับอาหารร้านนี้โครตอร่อย เมนูเป็นภาษาไต้หวัน โชคดีเจอคนไต้หวันแนะนำวิธีการสั่งเลยได้กินสมใจจ้าา

วิธีการสั่งนะจ๊ะ เมนูซ้ายสามแถวแรกคือ ข้าวหน้าหมูสับ ต่างกันอย่างไร ราคาที่ต่างกันคือขนาดของจาน ไล่จากใหญ่ไปเล็กเลย เราสั่งขนาดกลาง 40 NTD ส่วนแถวที่สี่คือ ข้าวหน้าหมูสามชั้น อร่อยนุ่มมากๆ ไม่เหนียวเลย ส่วนซุปเป็นแถวที่ห้าค่ะ เป็นซุปใส่หมูสับ บอกตรงอร่อยมากกก เป็นมื้อที่ประทับใจที่สุดในไต้หวันเลยก็ว่าได้

พิกัดร้าน Jin Feng Braised Pork Rice : https://www.google.com/maps/place/Jin+Feng+Braised+Pork+Rice

เสร็จจากอาหารเช้าที่สุดฟินกันแล้ว เดินไปเที่ยวต่อที่ หอรำลึกเจียงไคเช็ค เดินออกจากร้านขวามาทางขวาไม่ถึงห้าสิบเมตร จะเจอร้านชาไข่มุก jenjudan ดูน่ากินดี เลยแวะชิม การสั่งชาไข่มุกร้านนี้ สามารถเลือกระดับน้ำแข็งว่าต้องการมากหรือน้อย และยังเลือกได้ว่าจะใส่น้ำตาลน้อยหรือมาก เราทางสายกลาง สั่งน้ำแข็งกับน้ำตาลกลางๆแล้ว ซึ่งไม่ผิดหวังจริงๆ ไข่มุกนุ่ม ฟินมากก ชานมก็ถือว่าดีมากเลย

พิกัดร้านชาไข่มุก jenjudan : https://www.google.com/maps/place/珍煮丹+中正南門店

เดินตาม GPS ในมือถือได้ระยะนึงก็ถึง หอรำลึกเจียงไคเช็ค กันแล้วจ้าา แล้วจุดถ่ายรูปยอดฮิตตาม Instagram หรือภาพที่จะต้อง Check-in ใน Facebook คงไม่พ้นภาพนั่งถ่ายกับพื้นแล้ว พื้นหลังเป็นอาคารสีส้ม หรือป้ายทางเข้า ภาพที่ได้มาก็จะสวยงามตามท้องเรื่องจ้าา

เดินเข้ามาด้านในจะเจอกับ  เดินขึ้นบันไดมาจะเจอ รูปปั้นประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค อยู่พร้อมทหารอารักขาทั้งสองฝั่ง ดูมีมนต์ขลังมาก แถมด้านบนถ่ายวิวด้านล่างที่เดินเข้ามาให้ภาพมันเล่าเรื่องความอลังการของที่นี่ดีกว่าเนอะ

พิกัดหอรำลึกเจียงไคเช็ค : https://www.google.co.th/maps/place/หอรำลึกเจียงไคเช็ค/@25.0346119,121.5195923,17z

เที่ยวถ่ายรูปที่หอรำลึกเจียงไคเช็ค กันแล้ว อีกจุดหมายปลายทางที่ถือว่ามาไทเป แล้วไม่ได้มาถ่ายรูปหรือมาเช็คอินที่นี่ ก็คือ ตึก Taipei 101 อดีตตึกที่เคยถูกจาลึกไว้ว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ตกอันดับ 8 เป็นที่เรียบร้อย เดินทางด้วยสถานี MRT สายสีแดง มาลงกันที่ สถานี Taipei 101/World Trade Center Station เดินออกมาทางออกที่ 4 เข้ามาในตึกเลย

เดินเข้ามาในตึกจะเจอ Observation Desk เข้ามาแลกตั๋วที่จองกันมาก่อน ที่เคาน์เตอร์พนักงาน สนนราคา ค่าขึ้นตึก taipei101 คนละ 460 บาท (ราคาเต็ม 505 บาท ใช้รหัสโปรโมชั่น) แลกตั๋วและทำการเลือกรอบในการขึ้นตึก Taipei 101 แล้ว เดินต่อคิวเพื่อขึ้นลิฟต์ที่ถือว่าใช้เวลาขึ้นมา 70 กว่าชั้น ได้เร็วมากทีเดียว

วิวด้านบนสามารถชมวิวเมืองไทเปได้แบบ 360 องศารอบตึกเลย แถมยังมีร้านขายของที่ระลึกแบบน่ารักๆ ให้เลือกช๊อปปิ้งเป็นของฝากได้อีกด้วยน้าา เดินถ่ายรูปด้านบนเกือบเป็นชั่วโมงทีเดียว มุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะใช้ได้อยู่ จากนั้นเดินลงบันไดจะเจอร้านขายของฝากพวกไข่มุก ราคาค่อนข้างสูงอยู่ เลยเดินผ่านแบบเร็วไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมากมาย เพราะต้องไปถ่ายรูป ตึก Taipei จากยอดเขาเซียนซานกันจ้าา

พิกัด Taipei 101 : https://www.google.com/maps/place/ไทเป+101

จากสถานี Taipei 101/World Trade Center Station มายังสายสีแดง สถานีสุดท้าย คือ สถานี Xiangshan Station เดินมายังทางออก 2 จะเจอป้ายนี้ แนะนำให้เดินตรงไปด้านหน้าของป้ายนี้ ตามลูกศรสีส้มด้านล่าง ทางเดินจะใกล้กว่าทางขวาเยอะ แถมทางขึ้นทำค่อนข้างดี ไม่ชันมาก แถมมีราวจับตลอดทาง

เดินมาเลาะสวนสาธารณะมาสุดทาง จะเจอสามแยกที่เป็นร้านอาหาร Nola Kitchen อยู่พอดีกับยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงมาด้วย กลัวจะเดินขึ้นเขาไม่ไหว เลยรองท้องกันด้วยพิซซ่ากันซักหน่อย สัมผัสคำแรกแอบประหลาดใจมาก เพราะมันอร่อยจริง งงว่าร้านอร่อยแบบนี้ทำไมไม่มีใครมารีวิวเลย ถ้าแวะมาพิชิตยอดเขาเซียนซานแนะนำให้มาแวะชิมพิซซ่าร้านนี้กันคะ

พิกัดร้านอาหาร Nola Kitchen : https://www.google.com/maps/place/Nola+Kitchen

เติมพลังกันแล้ว ได้เวลาพิชิตยอดเขาเซียนซานกันแล้ว ยะฮู้ๆๆๆๆ สู้ๆๆๆ Fighting!!! ต้องให้กำลังใจตัวเองกันหน่อยย 555

พิกัดทางขึ้นเขาเซียนซาน : https://www.google.com/maps/place/Xiangshan+Trail

เดินๆหยุดๆ พักตลอดทาง ตอนแรกคิดว่าไม่เหนื่อย จะบอกแบบตรงๆเลย ว่า แม้งเอ้ย เหนื่อยอิบอ๋าย เหงื่อท่วมตัว แนะนำเลย!!! ให้ติดน้ำเปล่าขวดเล็กมากันอย่างน้อยคนละขวดนะจ๊ะ ถ้าไม่มีให้แวะซื้อตรงไหนก็ได้ก่อนขึ้นมา จะบอกว่าช่วยอาการเหนื่อย เสียน้ำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เร็วขึ้นมากเลยค่ะ

เดินขึ้นมาบนเขาเซียนซานประมาณสามสิบนาที จะเจอจุดถ่ายรูปที่เป็นลานยื่นออกไปให้ถ่ายรูปแบบนี้จ้าา แต่ถ้าจุดนี้ยังไม่หนำใจเดินขึ้นไปอีกประมาณไม่เกินสิบนาที จะเจอจุดยอดฮิตแบบประมาณว่าต้องปีนป่ายก้อนหินเพื่อให้ได้รูปกันเลยทีเดียว พอได้มาถึงจุดนี้แลกกับภาพถ่ายบอกเลย คุ้มมากเลยค่ะ คุ้มมมมค่าเหนื่อย….

พิกัดจุดถ่ายรูปจุดแรก : https://www.google.com/maps/place/象山攝手平臺

พิกัดจุดถ่ายรูปบนโขดหิน : https://www.google.com/maps/place/Xiangshan+Six+Rocks

เที่ยวกันมาค่อนวันแล้ว ลืมบอกไปอย่างหนึ่งเลย การเดินทางที่ไต้หวันสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายไม่ต้องซื้อตั๋วในแต่ละเที่ยวอีกแล้ว เพราะสามารถซื้อบัตร Smart card จาก 7-11 หรือ Family Mart สามารถใช้ได้ทั้งขึ้นรถไฟ MRT หรือรถโดยสารก็สามารถใช้บัตรนี้ได้เช่นกัน

โดยบัตรมีลายคิตตี้น่ารักๆสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะ ถ้าบัตรแบบเป็นที่ระลึกแบบนี้ จะราคา 100 NTD แต่ถ้าเป็นพวงกุญแจถ้าจำไม่ผิด 150 NTD ถ้าราคาไม่ถูกยังไงต้องขอโทษด้วยนะจะ ส่วนเรื่องการเติมเงินสามารถเติมได้จากตู้เติมเงินตามสถานีได้เลยครับ หรือถ้าลงสนามบินเถาหยวานมา จะเจอตู้เติมเงินบริเวณสถานีรถบัสเข้าเมืองนะคะ

แนะนำบัตรการเดินทางกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาเที่ยวกันต่อดีกว่าา อิอิ หลังจากลงมาจากเขาเซียนซานก่อนจะเที่ยวหาอะไรกินมื้อเย็นกัน ตัดสินใจกลับ โรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล เพื่ออาบน้ำอาบท่ากันก่อน เหนื่อยแบบไม่ไหวจะเคลียจริงๆ ถ้าขืนไปเดินเที่ยวหาของกินต่อ มีหวังคนข้างๆ ได้เป็นลมกันแน่แท้ 5555

อาบน้ำหอมสดชื่น สบายตัวกันแล้ว ไปเที่ยวกันต่อที่ ตลาดกลางคืนที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในไทเปกันแล้ว อย่ามัวรอช้าไปเที่ยวกันต่อที่ Shilin Night Market โดยนั่งรถไฟมาลงสถานี MRT Jiantan station เดินออกทางออก 3 จะเจอสี่แยกไฟแดง และทางม้าลาย ให้ข้ามถนนตามฝูงชน แล้วเดินเลาะมาทางซ้ายเรื่อยๆ จะเจอทางเข้าตลาดเลยค่ะ

เดินมาจะมีร้าน Street Food ตลอดทาง มีร้านดังๆเยอะเลยนะ แต่ไม่ได้ลองชิมเลย กะหิ้วท้องมากินข้าวกันที่นี่เลย ในที่สุดก็ถึงทางเข้าตลาด Shilin Market แล้ว ถ้าคุณมาเจอป้ายนี้และร้านตกปลาแล้ว แสดงว่าคุณมาถูกแล้วจ้าาา

เอาจริงๆ ตอนแรกเดินเข้ามาในตลาดแห่งนี้แอบงงว่า มีแต่ร้านขายผลไม้ ขนม ของฝาก แล้วร้านดังๆ Street Food ทำไมมีน้อยจัง เรามีคำแนะนำให้ท่านตามนี้เลยนะจ๊ะ 1) ถ้าท่านต้องการกินอาหารทะเล แนะนำให้ลงบันไดไปชั้น B1 จะเจอร้านอาหารเป็นสิบๆร้าน เลือกร้านได้ตามสะดวกและความอยากได้เลยค่ะ 2) ถ้าท่านต้องการเดิน Street Food แนะนำให้ท่านเดินตรงไปสุดตลาดเลย ย้ำว่าสุดทางเลย จะเจอ Street Food รอท่านอยู่

แนะนำทางเลือกกันเรียบร้อยแล้ว เราจะพาทุกท่านไปรีวิวอาหารทะเลที่นี่กันเล๊ยยย เดินลงบันไดมาชั้น B1 กันแล้ว แนะนำให้เดินวนกลับไปตรงข้ามที่ลงกันมาก่อน เพื่อจะได้เดินเลือกร้านกันก่อนตัดสินใจกินอาหารกันนะค่ะ ราคาจากที่เดินดูแล้ว พอๆกัน เลือกได้ตามใจชอบเลย

สำหรับเราเองเดินวนครบรอบนึงพอดี มาตกลงปลงใจกับร้านด้านในสุดเลย ชอบตรงที่เด็กไม่เชียร์ให้เข้าร้านเหมือนร้านอื่นๆ แถมดูถูกชะตา 555 จริงๆนะ เลือกเพราะถูกชะตาร้านนี้จริง เมนูอาหารมีราคาบอกชัดเจน ตอนแรกก็หวั่นๆว่าจะหัวแบะไหม แต่คิดราคามาก็ตามป้ายเลย แถมรสชาติก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย

ราคาอาหารถามว่าแพงไหม ผมว่าสมราคา ไม่แพงจนเกินไป บางอย่างก็ถูกเกิ๊น มื้อนี้สั่งข้าวผัดตอนแรกคิดแค่ว่ากินแทนข้าวเปล่า แต่ที่นี่ ดั๊นอร่อยเกินคาด เป็นข้าวผัดที่ผมว่าอร่อยที่สุดเท่าที่กินมาในการท่องเที่ยวหลายๆประเทศเลย ตามด้วยสั่งปูนิ่มทอด จานละ 150 NTD ถูกเกินเมื่อเทียบกับปริมาณที่ให้มา ปลาหมึกผัดอะไรซักอย่างไม่แน่ใจ จานละ 150 NTD แต่อร่อยอยู่ ปิดท้ายด้วยหอยเปาฮื้อ เมืองไทยราคาหลักพัน แต่ที่ไต้หวัน 4 ตัว 150 NTD จัดไปแบบไม่ต้องคิดเลย ทั้งหมด 4 อย่างจ่ายไป 690 NTD

พิกัดตลาด Shilin Night Market : https://www.google.com/maps/place/Shilin+Night+Market

อิ่มจากอาหารทะเลมื้อเย็นกันแล้ว เดินเล่น Street Food ย่อยกันซักหน่อยดีกว่า ไหนๆก็มาแล้ว ต้องลองให้ครบทุกอย่าง ร้านแนะนำเลยก็จะมี ร้านเห็ดย่าง, ร้านนมทอด, ร้านกระเพาปลา (มิชลินสตาร์), ร้านชาไข่มุก jenjudan, ร้านชาไข่มุก Tiger Sugar ส่วนร้านอื่นๆ แล้วแต่อยากจะลองชิมกันเลย เดี๋ยวจะแปะพิกัดร้านแนะนำให้จ้าา

พิกัดร้านเห็ดย่าง นมทอด อยู่ติดกัน : https://www.google.co.th/maps/place/二代%26章魚燒

พิกัดร้านชาไข่มุก jenjudan : https://www.google.co.th/maps/place/Jen+Ju+Dan/@25.0898771,121.5233996,19.39z

พิกัดร้านกระเพาปลา (มิชลินสตาร์) : https://www.google.co.th/maps/place/士林廟口阿輝麵線

เดินวนไปวนมาจนอาหารย่อยเกือบหมด มาบังเอิญเจอร้านชาไข่มุก Tiger Sugar พอดี ลองซักแก้วแล้วกัน จัดไปเบาๆ ร้านนี้ส่วนตัวเลยนะ น้ำเป็นชานม และไข่มุกอร่อยที่สุดที่กินมาในไต้หวัน แนะนำๆต้องลองมาชิมชาไข่มุกร้านนี้เลยยย อร่อยฟินทั้งของคาวของหวาน หลับฝันดีแล้วคืนนี้ ^_^

พิกัดร้านชาไข่มุก Tiger Sugar : https://www.google.co.th/maps/place/TIGER+SUGAR+Shilin

เช้าวันสุดท้ายของการเดินทางเที่ยวไต้หวัน ออกเดินทางไปเก็บตกไหว้พระที่ วัดหลงซาน กันซักหน่อย ซึ่งเดินทางสะดวกมาก จะเดินทางมาจากสถานี MRT หลงซาน ก็ได้ หรือจะนั่งรถบัสประจำทางก็ได้เช่นกันจ้าา

เห็นหน้าตาตึกประมาณนี้ เดินเลี้ยวซ้ายก็จะเจอทางเข้าวัดหลงซานกันเลยจ้าา

*** ข้้นตอนการสักการะบูชาที่วัดหลงซาน ***

  1. เดินเข้าซุ้มวัดเข้ามาแล้ว น้ำตกจะอยู่ทางขวามือ ให้เดินเข้าประตูทางขวามือเลย เป็นประตูมังกร
  2. เมื่อเข้ามาแล้วสามารถหยิบธูปได้ฟรี บริจาคตามกำลังศรัทธา
  3. จุดธูปไหว้ตามกระถางธูปทั้ง 7 กระถาง หรือถ้าไม่จุดธูป ให้ไหว้เฉยๆก็ได้ เวียนจากทวนเข็มนาฬิกาจากขวาไปซ้ายก็ได้เช่นกันจ้า
  4. เสร็จแล้วก็เดินออกประตูเสือ ฝั่งเดียวกับที่ขายเครื่องลางเลยค่ะ

มาถึงวัดหลงซานกันแล้ว ถ้าไม่ได้บูชาเครื่องลางกลับไปเลย มันเหมือนจะผิดธรรมเนียมของคนไทย

ซึ่งเครื่องลางจะแบ่งเป็นประเภท ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ การงาน ธุรกิจการค้า ความสุข มีโชคและก็ความรัก อันนี้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะ ส่วนตัวบูชา มาหลายอันเหมือน เพื่อนฝากบูชา หรือเอามาเป็นของฝากก็เยอะมากก

วันนี้จะแนะนำ ประมาณว่าคัดแบบทีเด็ดมาแนะนำกันจ้าา อยากทราบหน้าตาเป็นยังไงดูที่รูปจะมีหมายเลขกำกับอยู่พร้อมราคาอัพเดทเดือนมิถุนายน 2562 นี้เลยจ้าา

  • ความรัก ความสุข เบอร์ 17  อันนี้ เอาส่วนตัวที่มีคนฝากซื้ออันนี้เยอะสุด 5555 ส่วนกระดิ่งคู่รักรูปหัวใจ เบอร์ 19 ราคาแอบสูงไปหน่อย
  • ค้าขาย เบอร์ 40 กระดิ่งแมวกวักทอง มีคนของซื้อต่อเยอะมากก
  • มีโชค เบอร์ 27 อันนี้ก็มาเยอะไม่แพ้สองอันแรกเลย แต่เนื่องด้วยราคาที่ถูกกว่า ทำให้คนฝากซื้อเยอะ
  • การงาน เบอร์ 61 ราคาแสนประหยัด แถมเป็นเรื่องหน้าที่การงานด้วย
  • สุขภาพ เบอร์ 63 ปลอดภัย แถมราคาแสนประหยัดด้วย
  • การเรียน เบอร์ 89 เพราะเทพเจ้าเหวินชาง เทพเจ้าแห่งสติปัญญา
  • คลอดบุตรง่าย รองเท้าเด็กน่ารัก เบอร์ 15
  • ขอบุตร ช่วยให้สมหวังเรื่องการขอลูก เบอร์ 101

พิกัดวัดหลงซาน : https://www.google.co.th/maps/place/วัดหลงซาน/

แนะนำกันเป็นประมาณนึง ได้เวลาเดินทางไปเก็บกระเป๋าที่ โรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล เพื่อเปิดประสบการณ์นั่งรถไฟความเร็วสูงที่ไต้หวันจากสถานี Taipei Main Station มายัง สถานี Tao yuan Station ภายในรถไฟค่อนข้างสะอาด ที่นั่งเป็นแบบ 3 -2 ห้องน้ำเหมือนห้องน้ำบนเครื่องบิน แถมมีแผนที่บอกว่าตู้ไหนมีห้องน้ำ ตู้ไหนมีเครื่องขายน้ำ เลือกจองขบวนตู้แรก มีครบเลย

ถึงสถานี Tao Yuan แวะกินชูชิราคาจานละ 30 NTD รองท้องกันซักหน่อย 9 จานเบาๆ มันเบาตรงไหนหนิ 555

แต่ต้องบอกข้อเสียอย่างนึงสำหรับการนั่งรถไฟความเร็วสูง คือมันต้องต่อรถไฟ MRT เข้าสนามบินอีกทีนึง ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที ดังนั้นให้เผื่อเวลา รอบรถไฟความสูงกันซักหน่อย ไม่เช่นนั้นอาจตกเครื่องได้นะจ๊ะ จะหาว่าไม่บอกกันก่อน

ถึงสนามบินเถาหยวนทำการเช็คอิน โหลดกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้ว ขอบอกเลยว่าทริป เที่ยว”ไทเป” เปย์แบบเบาๆ 4 วัน 2 คืน เป็นทริปที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวไต้หวันครั้งแรก ก็รู้สึกประทับใจ แถมภาพรวมค่าครองชีพ ค่ารถไฟ ค่าอาหารก็ไม่ได้แพงไปกว่าบ้านเรามากนัก ทำให้ค่าใช้จ่ายคนละหมื่นต้นๆ ก็สามารถมาเที่ยวไต้หวันกันได้แล้ว

ค่าใช้จ่ายทริปเที่ยว”ไทเป” เปย์แบบเบาๆ 4 วัน 2 คืน

✈️ ค่าตั๋วเครื่องบิน คนละ 5000 บาท

💃 ทัวร์อุทยานเย่หลิว จิ่วเฟิ่น และสือเฟิน ราคาคนละ 990 บาท (ไม่รวมค่ากินและค่าเข้าบางสถานที่)

🤗 ค่าขึ้นตึก taipei101 คนละ 460 บาท (ราคาเต็ม 505 บาท ใช้รหัสโปรโมชั่น)

🏢 โรงแรมมอร์วิง แฟรี่เทล คนละ 1,500 บาท

💸 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ กิน นั่งรถ ช้อปปิ้ง คนละ 4,000 บาท

สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/TeawMuNDotCom/