San Francisco เมืองแห่งเนินเขา ถนนในเมืองจึงเป็นเนินลาดชันขึ้นลงตลอดสาย โดยแบ่งเป็นบล็อกๆ มีบ้านอยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อยู่สองข้างทางเรียงราย คือชอบมาก แปลกตา ถือเป็นเอกลักษณ์ของ San Francisco เลย

เมื่อเครื่องแตะรันเวย์ถึงกับอยากกับตะโกนให้ลั่น “ถึงแล้วโว้ยยยย” หลังจากนั่งเครื่องมา 15 ชั่วโมง เมื่อยสุดๆ กรุงเทพฯ – ฮ่องกง / ฮ่องกง – ซานฟราน คราวนี้ก็จองตั๋วเครื่องบิน Cathay Pacific ผ่าน Traveloka สะดวกสบายเหมือนเคย โปรโมชั่นเพียบ ประหยัดไปได้เยอะเลย เพราะเรามากัน 7 คน มาถึงซานฟรานประมาณเที่ยง ก็ไม่รอช้า ออกจากสนามบินไปเอารถที่เช่าไว้ แล้วเริ่มเที่ยวทันที เปิด google map โลดดดดด

จองตั๋วเครื่องบิน Cathay Pacific กับTraveloka 

 

PIER 39 ท่าเรือสุดฮอต ที่ใครๆ ก็ต้องแวะเวียนมาหาน้องๆ ที่นอนอาบแดดกันชิลล์มาก พร้อมส่งเสียงร้องอุ๋งอุ๋ง เมื่อเดินเข้าใกล้โป๊ะ กลิ่นของน้องเตะจมูกเข้าอย่างจัง แต่เพราะความน่ารักของน้อง เราทนได้ จะสังเกตได้ว่ามีทั้งแมวน้ำและสิงโตทะเล เค้าเล่นครองโป๊ะกันด้วยแหละ ต่างคนต่างเบียดให้อีกตัวตกน้ำไป นักท่องเที่ยวต่างก็ส่งเสียงเชียร์ พอตัวไหนครองโป๊ะสำเร็จนักท่องเที่ยวต่างก็เฮ ปรบมือกันอย่างสนุก แต่ท่าเรือนี้ไม่ได้มีแค่อุ๋งนะ จะมีร้านค้า ร้านอาหารทะเลอร่อยๆ บรรยากาศดีให้เลือกนั่งได้ตามใจชอบ มีการแสดงดนตรีเปิดหมวกตามทาง โชว์ศิลปะ วาดภาพ โชว์การแสดงเต้น ฯลฯ ที่สำคัญอากาศดี เย็นสบาย อยู่ได้ทั้งวัน

 

ถ้าไม่มา Golden Gate Bridge ถือว่ามาไม่ถึงซานฟราน เพราะเป็นสัญลักษณ์ของ San Francisco เลย ถ้าขับรถข้ามสะพานจะเสียเงิน โดยจะหักจากบัตรเครดิตที่ทำการเช่ารถ สะพานส้มๆ แดงๆ มีความยาว 2 กิโลเมตรกว่าๆ แข็งแรงทนทานต่อแรงลม และกระแสน้ำ เค้าจะมีการทาสีอยู่เรื่อยๆ ให้มีความส้มอยู่ตลอด ที่นี่มีมุมถ่ายรูปเยอะมากกก เราได้ไป 2 จุด จุดแรกต้องขับรถขึ้นเขาไปนิดนึง หาที่จอดรถยากหน่อย ระหว่างทางขึ้นเขามองไม่เห็นสะพานเลย หมอกมารัวๆ เน้นๆ เลยจ้า ทางเราก็นั่งรอให้หมอกลอยไปๆ เลยตัดสินใจขับลงไปอีกจุด เป็นวิวริมทะเล คนไม่เยอะเท่าไหร่ กดชัตเตอร์ไปเพียบ ชอบมากได้มาเห็นของจริง ยิ่งใหญ่อลังการ

 

ข้ามสะพาน Golden Gate Bridge กลับเข้าเมือง แวะ Swensen’s สาขาแรก อยู่ตรงหัวมุมถนน Union and Hyde ให้บรรยากาศถึงความคลาสสิกสุดๆ แต่ร้านนี้ไม่มีที่นั่งในร้านนะ ต้อง Take home อย่างเดียว ที่สำคัญไอติมอร่อยมาก ห้ามพลาดเลยจริงๆ ทางเราได้เลือกรสโปรดคือ มิ้นท์และช็อคโกแลต ราคาไซส์กลาง $6.15

 

Seven Sisters หรือ Painted Ladies เป็นบ้านเรือนเก่าแก่สไตล์วิคตอเรียน (Victorian) เรียงกัน 7 หลัง สีพาสเทล หน้าบ้านทั้ง 7 หลังนี้เป็นสนามหญ้ากว้างๆ จะเรียกสวนสาธารณะก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนอเมริกันเองจะออกมานั่งปิคนิก เม้ามอยชิลล์ ทำกิจกรรมต่างๆ นอนเล่น เล่นกีฬา พักผ่อนกันได้อย่างเต็มที่ ถึงกับอิจฉาคนที่นี่ ถ้าเป็นเมืองไทยนี่ร้อนตับแล่บแน่นอนจ้า

 

วันนี้จะนั่งรถรางสุดคลาสสิค Cable Car เที่ยวรอบเมืองแบบชิลล์ๆ รถรางที่นี่มีความเก่าแก่มาก ควบคุมโดยมือเป็นที่สุดท้ายของโลกเลยนะ ขนาดหมุนกลับรถยังใช้คนช่วยกันหมุนประมาณ 3 คน เพราะฉะนั้นมาถึงแล้วก็ต้องใช้บริการกันสักหน่อย รถรางจะมีมาเรื่อยๆ ไม่ต้องรอนาน แต่ถ้าเสาร์อาทิตย์อาจจะนานหน่อย เพราะนักท่องเที่ยวเพียบ ต่อแถวกันยาวเยียด วันที่ไปนี่รอเกือบชั่วโมง (บังเอิญไปวันเสาร์ 555) รีบเลือกที่นั่งด้านนอก คนเยอะมากจนต้องยืนแบบเสียวๆ เกาะเสา ขึ้นสาย Powell & Hyde Line จาก Powell Market นั่งยาวไปลง Lombard Street ระหว่างทางวิวสองข้างทางคือดีมาก ผ่านที่ช้อปปิ้ง ตึกสวยๆ วิวทะเล และมันจะมีช็อตที่ขึ้นลงทางชันมากๆ จะมีเสียงกริ้ดกร๊าดกันหน่อยๆ ให้ตื่นตาตื่นใจ จะมีตั๋วเที่ยวเดียวราคา $6 กับตั๋วรายวันราคา $17

 

พอมาถึง Lombard Street โอโห คนเยอะมากๆๆๆ ขึ้นชื่อว่าถนนที่คดเคี้ยวมากที่สุดในโลก ใครๆ ก็ต้องมาแน่นอน คดเคี้ยวสมคำร่ำลือจริงๆ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เช่ารถจะมาลองขับถนนเส้นนี้ สองข้างทางก็จะเป็นบ้านสวยๆ และสวนย่อมๆ ถ้ามาช่วงที่มีดอกไม้คงจะสวยขึ้นไปอีกแน่ๆ

 

ใครสายวินเทจ สายอาร์ต ห้ามพลาดจริงๆกับ Haight Street เหมือนเป็นแหล่งรวมตัวของชาวเรคเก้ โบฮีเมียน ฮิปปี้ ออกมาเป็นกลุ่มนั่งร้องเพลง เล่นดนตรี แถมยังมีร้านขายของมือสองให้ช้อปกัน ของดีๆ ของหายากเพียบเลยขอบอก บางอย่างคือใหม่มากยังไม่ได้แกะป้ายเลยก็มี ได้ซื้อเสื้อฮิปๆ ติดไม้ติดมือกลับมาด้วย ที่สำคัญราคาก็จับต้องได้ มาเดินนี่เหมือนได้ย้อนยุคเลยทีเดียว

 

California Street ถนนสุดชัน มองลงไปจะเห็น Bay Bridge พอดี เป็นถนนที่สวยมาก ถ้ายิ่งเดินสูงขึ้นไปอีกก็จะยิ่งเห็นความชันมากกว่านี้ แต่ประเด็นคือเดินขึ้นไปไม่ไหวแล้ววววว 5555555 ถนนนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพกันเยอะเลย ต้องข้ามถนนไปมากันหลายรอบ หลบทั้งรถยนต์และรถราง เพื่อให้ได้ภาพที่ถูกใจกัน

 

สายเนื้อห้ามพลาดกับ IN N OUT Berger ตามป้ายเลย Quality you can taste เบอร์เกอร์เนื้อเค้าดีจริง นุ่ม ฉ่ำ ชีสเยิ้มๆ ส่วนเฟรนซ์ฟรายส์เค้าใช้มันฝรั่งเข้าเครื่องสไลด์แล้วทอดกันสดๆ ให้เห็นเลย คนเยอะตั้งแต่ร้านเปิด ยิ่งช่วงบ่ายๆ นี่ต่อแถวยาวแทบล้นประตู ใครมาถึงซานฟรานแล้วควรมาลอง เพราะจะมีไม่กี่สาขา และจะมีแค่เฉพาะฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเอมริกาเท่านั้น บรรยากาศของร้านมีกลิ่นอายของความย้อนยุค

 

Yosimete National Park แนะนำว่าควรออกจากที่พักเช้าตรู่ เพราะต้องใช้เวลาขับรถประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าๆ เลยหละ หลับบ้างตื่นบ้างถนนสองข้างสวยมาก มองแล้วก็เพลิน แต่ขอเตือนถ้าใครเมารถ ควรกินยาแก้เมารถก่อนเลย เพราะเป็นทางขึ้นเขาหลายกิโลอยู่เหมือนกัน และขอย้ำอีกครั้งระหว่างทางขึ้นวิวสวยมากจริงๆ ถึงจะโค้งหลายตลบก็เถอะ มึนๆ หน่อยก็ตาม 555555 ธรรมชาติกว้างใหญ่ ป่า ภูเขา ต้นไม้ ยังแน่นมาก สมบูรณ์มาก คนตัวเล็กจิ๊ดนึง อยากจะมีเวลาอยู่ในอุทยานนานๆสัก 5 วัน เพราะใหญ่มากๆ ไปทางไหนก็สวย อากาศดี ทุกอย่างลงตัวมาก ชอบมาก นักท่องเที่ยวนนิยมขับรถบ้านกันขึ้นมาพักผ่อน ปิกนิค เป็นเดอะแก๊งค์ เป็นครอบครัว แบบนี้แหละที่เรียกว่าการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

The first time in Sanfrancisco น่าประทับใจทุกอย่าง สถานที่ท่องเที่ยวดีทุกที่ ได้เปิดโลกใหม่ๆ มองเห็นอะไรใหม่ๆ อาหารการกินเรียกว่าหาง่ายมาก มีทุกชาติให้เลือก การเดินทางสะดวกสบายไม่ว่าจะเช่ารถขับเอง หรือรถสาธารณะก็สามารถเที่ยวในเมืองได้สะดวก แต่ถ้าจะออกนอกเมืองแนะนำว่าควรขับรถ คุ้มกว่า สะดวกกว่า เพราะค่าเช่ารถไม่แพงด้วย ที่พักทางเราพักเป็นบ้าน Air bnb มี 4 ห้องนอน ครัว เครื่องซักผ้า พร้อมที่จอดรถครบครัน ไว้มาใหม่อีกแน่นอน ชักจะหลงรักเธอแล้วสิ…ซานฟรานซิสโก 🙂