ROME (โรม) เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อิตาลี ซึ่งที่เมืองนี้มีอะไรน่าสนใจหลายอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมม ศูนย์กลางแห่งศิลปวัฒนธรรม ศูนย์กลางการปกครองและอำนาจของอาณาจักรโรมัน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์อีกด้วย กรุงโรมได้รับฉายาว่าเป็น เมืองอมตะ หรือนครที่ไม่มีวันตาย คือ ไม่มีวันตายจริงๆ ทุกอย่างแต่เคยถูกสร้างไว้ ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ เราก็ยังรู้สึกได้ถึงความเจริญ และความยิ่งใหญ่ มีมากกว่ายิ่งใหญ่จริงๆ เป็นหลายอย่างที่สุดของที่สุด และในอดีตโรมได้รับการยกย่องให้เป็นอนาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลกกกกเลยนาจาาา ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 3,000 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ และโรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกในอดีต และส่งผลมาปัจจุบันด้วยเช่นกัน

Z (โคลอสเซียม ) เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม คือของจริงใหญ่มากกกกกกกกก เป็นรูปวงกลม ก่อสร้างด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน จากประวัตินั้น สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก สนามนี้ถือว่าเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน ในอดีตนั้นเป็นสนามประลองที่แสนโหดเหี้ยมของเหล่ากลาดิเอเตอร์  การประลองเพื่อความแข็งแกร่งเช่น ประลองกับสัตว์ดุร้าย การประลองของนักโทษเพื่อแลกกับอิสรภาพและความมั่งคั่ง และนี่คือ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ควรพลาดดด

เราจะเห็น โคลอสเซียมได้ง่ายมากจากการเดินชมเมือง เพราะถูกตั้งไว้ในจุดศูนย์กลางเลยก็ได้ และมีขนาดใหญ่ ทำให้เมื่อไปเมืองนี้ ยังไงเราก็เจอได้ไม่ยาก

มาถึงจุดสำคัญมากกก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยงอย่างมากกก อีกที่หนึ่ง Piazza Navona (จตุรัสโนโวน่า)  ซึ่งในอดีตเคยเป็นสนามกีฬาโรมันโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 86 ภายใต้ชื่อ Stadium of Domitian เป็นสถานที่ที่ชาวโรมันในอดีตจะเดินทางมาเข้าชมการต่อสู้ที่จำลองมาจากการต่อสู้ทางทะเล เนื่องจากเคยเป็นสนามกีฬามาก่อน จัตุรัสแห่งนี้จึงมีรูปร่างลักษณะเป็นรูปทรงวงรีตามแบบฉบับของกีฬาที่เป็นลานประลอง

ปัจจุบันมีผู้คนมากมาย ให้ความสนใจมาที่จตุรัสกันอย่างคับคั่ง ตลอดทั้งปี  เป็นอีกหนึ่งจัตุรัสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรม ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา  มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือกนั่งเก็บบรรยากาศชิวๆ แม้ว่าราคาจะสูงหน่อย แต่วิวที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอนนนน เมื่อได้เห็นตึกอาคารสีสันสดใส สถาปัตยกรรมสวยๆ น้ำพุที่สวยงามที่ถูกจัดไว้รอบๆ ภาพวาดและโชว์ของศิลปินต่างๆที่นำมาจัดที่ลาดกว้าง คือ เราสามารถอยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อแน่นอน

น้ำพุมีอยู่หลายจุดให้ชมในจตุรัสแห่งนี้ เราจะได้เห็นประติมากกรรมที่สวยงามมาก เหมือนกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ

น้ำพุจตุมหานที อยู่ตรงกลางจตุรัสจะมีรูปปั้นแทนแม่น้ำสายสำคัญ จาก 4 ทวีป ในแต่ละมุม คือ แม่น้ำไนล์ ดานูป คงคา และ พลาต้า ซึ่งเสาโอเบลิกส์นี้ก็เดินทางมาไกลจากประเทศอียิปต์เลยนะ

Piazza Vennezia (ปีอัซซา เวเนซเซีย) นับว่ามีความสวยงาม เก่าเเก่ เเละมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง สร้างโดยหินอ่อน ที่มีความยิ่งใหญ่และสวยงามมากกก เดิมแล้วที่นี่คือพระราชวัง ได้ถูกสร้างขึ้นโดย พระคาร์ดินัลเวนิส ซึ่งเคยใช้เป็นสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเวนิสและถูกใช้โดยเอกอัครราชทูตออสเตรีย ซึ่งอิตาลีได้เข้ายึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และปัจจุบัน อาคารแห่งนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะยุคกลางและยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา ให้คนในยุคปัจจุบันนี้ได้ดู เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ตั้งในใจกลางเมือง คือ สามารถเดินเล่นได้ทั่วๆหากมีเวลา ก็จะพบแน่นอน แต่หากไม่มีเวลามากนัก จะเดินทางโดยรถไฟ เมโทร โดยให้มาลงที่เมโทร Colosseo จะช่วยประหยัดเวลาและราคาไม่แพง 

หมาน้อยที่ถูกสร้างจากทราย เราจะพบบ่อยมากที่อิตาลี คือจะมีคนสร้างประติมากรรมนี้ไว้ตามถนน หรือแหล่งที่คนพลุกพล่าน หน้าตาน้องหมาก็จะเศร้าๆ แบบว่า อ้อนวอนให้เราช่วยให้เงินค่าอาหารหน่อย อะไรแบบนี้

และเราก็จะพบกับร้านที่เป็นแกลลอรี่ของศิลปะมากมายยยยยย

Trevi Fountain (น้ำพุเทรวี) น้ำพุชื่อดังของกรุงโรม และนี่คืออีก 1จุด Check in หากมาที่เมืองนี้ เป็นน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงโรม ที่มาของชื่อเทรวี มาจากคำว่าตรีวิอุม หมายถึงการพบกันของถนนสามสาย ถ้าคนไทยที่รู้จักกันก็จะเรียกว่า ทางสามแพร่งนั่นเอง น้ำพุเทรวีขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามเป็นอย่างมากกกกใช้เวลาสร้างทั้งสิ้นรวม 30 ปี จึงสร้างเสร็จ ตรงกลางน้ำพุมีรูปปั้นแกะสลักเทพเจ้าเนปจูนและไทรทันซึ่งเป็นเทพแห่งท้องทะเล แสดงถึงการมีสุขภาพที่แข็งแรง ความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักรและลักษณะทะเลที่เงียบสงบและแปรปรวน มีความเชื่อว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าต้นกำเหนิดอะไรยังไงแต่ว่ากันว่าถ้าใครโยนเหรียญลงไปในน้ำแล้วอธิษฐานจะทำให้กลับมายังประเทศอิตาลีอีกครั้ง โดยการโยนที่ถูกต้องคือหันหลังให้กับน้ำพุ ใช้มือขวากำเหรียญเอาไว้พร้อมอธิษฐานในใจ แล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายของเราให้ลงบ่อน้ำพุ ก็จะสมหวังตามคำอธิษฐาน 

 

Spanish Steps (บันไดสเปน) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งได้รับการตกแต่งสวยงามและล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลักอันงดงาม ที่เป็นเอกลักษณ์แบบโรมัน คือที่เรียกว่า บันไดสเปนอันก็เพราะว่าในอดีตนั้นที่บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของสถานฑูตสเปน นอกจากความสวยงามและความยิ่งใหญ่แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคนจำนวนมากนิยมมาเพราะ บันไดแห่งนี้ตั้งอยู่บนจัตุรัสอันเป็นที่ตั้งที่สามารถเชื่อมต่อกับถนน Via Condotti ที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนเนมต่างๆๆมากมายยยจ้าาาาา และที่นี่ยังใกล้กับร้านคาเฟ่ร้านกาแฟเก่าแก่ที่สุดชื่อดังของโรม คือ ร้านคาเฟ่เกร็กโก อีกด้วยยยย ก็ไม่แปลกที่บันไดนี้จะค่อนข้างคึกคักและได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวอย่างมากกกก

เรื่องอาหารนี่ ยกให้ เต็ม10 10 10  มาอิตาลีทั้งที อาหารที่ต้องกินให้ได้เลยก็คือ อาหารอิตาเลียนแบบแท้ๆ พาสต้า ลาซานญ่า และพิซซ่าต่างๆ เพราะมันดีมากกกกกกก บางคนอาจจะเลี่ยนไป แนะนำให้สั่งทานคู่กับการดื่มไวน์ไปด้วยยย คือมันละมุนมาก อร่อยมากจริงๆ และที่สำคัญไวน์ราคาถูกกกกก หลายคนคงเคยได้ยินว่าไวน์ถูกกว่าน้ำเปล่านั้น มีอยู่จริงที่ยุโรปปปป

ที่ชอบที่สุด คือ Chocolate ร้อน ที่อิตาลีไม่เหมือนใคร เพราะเข้มข้นมากกก มากกกกสุุด เราจะรู้สึกถึงความนุ่ม ละมุน เป็นการดื่ม Chocolate ร้อนครั้งแรกที่ฟินที่สุด ต้องงลองงงง!!

ร้าน Pompi ที่มีชื่อเสียงในเรื่อง ทิรามิสุ เป็นขนมที่มีส่วนผสมของกาแฟเป็นหลัก ซึ่งเป็นขนมที่ขึ้นชื่อของอิตาลี ถ้ามาแล้วก็หาทานให้ได้** คือมันละมุนนุ่มลิ้นมากกกก และในร้านก็มีขาย เจลาโต้ เช่นกัน

ร้านเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า วินเทจต่างๆๆๆ คือเพลินมากกกกก  ที่โรมมีหลายร้านมากก และอยู่ไม่ไกลกัน เดินเล่นชิวๆไปได้ ถ้าหากมีเวลาว่าง หรือใครที่ชอบของวินเทจ แนะนำมากว่าถ้าไปโรมให้ หาเวลาไปเดินชม เดินช๊อปร้านพวกนี้ดู รับรองว่าจะได้ของดีๆกลับบ้านมาแน่นอน ราคาก็ไม่แพงมาก และคุณภาพดีอีกด้วยย สินค้าแบรนเนมต่างๆ ที่ราคาถูกลง เราก็จะได้พบกับร้านวินเทจประมาณนี้แน่นอนน

สุดท้ายที่อยากแนะนำ เมื่อไปถึงที่โรมแล้ว  เป็น Cocktail สีส้มๆ ที่เรียกว่า Garibaldi** ซึ่งเหมือนเครื่องดื่มยอดฮิตของที่นี่ โดยเราจะเห็นการทำโปรโมชั่น Happy hour ในช่วงหัวค่ำ ของฺบาร์ และร้านอาหารต่างๆ ไปละต้องชิมกันซะหน่อยนะคะ!!!

จองตั๋วเครื่องบินไปโรม กับTraveloka