คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “จอร์เจีย” เป็นประเทศที่กำลังมาแรงอยู่ในตอนนี้ เพราะนอกจากจะเป็นประเทศที่น่าค้นหา เต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติอันสมบูรณ์แบบ และการออกแบบสถาปัตยกรรมที่น่าหลงใหลแล้ว จอร์เจียยังเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ต้องยุ่งยากไปกับการขอวีซ่าและเตรียมเอกสารให้ปวดหัววุ่นวายอีกเช่นกัน เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้จอร์เจียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนกำลังจับตามองเป็นอย่างมาก วันนี้เราเลยอยากพาเพื่อนๆ ทุกคนไปเปิดประสบการณ์เที่ยวจอร์เจียในรีวิวฉบับแบบไฮโซในราคาโดนใจ โดยเราจะรวบรวมชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเช็คอินและข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในการเดินทางให้ทุกคนทราบ หากพร้อมแล้วก็รีบเตรียมเก็บกระเป๋าแล้วตามเราไปดูกันได้เลย

แต่ก่อนจะเริ่มทริปก็อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินกันก่อน โดยการเดินทางไปจอร์เจียครั้งนี้เราก็ได้ทำการจองตั๋วเครื่องบินผ่านทาง Traveloka เว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ทำให้การเดินทางของคุณเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากกว่าเคย แถมยังได้ตั๋วไป-กลับในราคาพิเศษอีกด้วย หากใครสนใจก็ลองเลือกวันเดินทางที่ต้องการและกดจองตั๋วตามเราไปกันได้เลย รับรองว่าคุ้มค่าสุดๆ

 

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปจอร์เจีย ราคาพิเศษ

 

มารู้จักจอร์เจียกันก่อน

            จอร์เจีย (Georgia) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่สุดขอบของทวีปเอเชีย และอยู่ใกล้กับทวีปยุโรป จึงทำให้การออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ ค่อนข้างมีความเหมือนในยุโรปเป็นอย่างมาก จนทำให้ใครหลายคนเรียกประเทศแห่งนี้ว่าเป็นประเทศสองทวีปนั่นเอง

 

จอร์เจียฟรีวีซ่า!

ใครหลายคนอาจไม่เชื่อว่าประเทศจอร์เจียนั้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราอยู่ในประเทศเขาได้นานถึง 365 วัน หรือเป็นเวลานาน 1 ปี เต็มๆ ซึ่งหากใครอยากแพลนไปจอร์เจียก็สามารถวางแผนเที่ยวได้กันแบบยาวๆ กันเลยทีเดียว

 

อัตราแลกเปลี่ยนที่ควรรู้ไว้

            สกุลเงินของประเทศจอร์เจียจะเรียกว่า “จอร์เจียน ลารี” (Georgian Lari) หรือที่ชาวจอร์เจียนเรียกกันสั้นๆ ว่า ลารี (GEL) โดย 1 GEL = 10.25 บาท ซึ่งสถาบันแลกเงินบางแห่งในไทยอาจไม่มีเงินสกุลนี้ให้แลก เราเลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆ แลกเงิน US หรือเงิน Euro ไปก่อน แล้วค่อยไปแลกเป็นเงินลาลีที่ประเทศจอร์เจียจะสะดวกกว่า

 

ใช้ภาษาอะไรในการสื่อสารได้บ้าง?

          ที่ประเทศจอร์เจียนั้นมีภาษาประจำชาติ นั่นก็คือ ภาษาจอร์เจีย ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้ภาษานี้ในการสื่อสารกัน แต่ก็มีบางกลุ่มที่พูดภาษารัสเซียบ้าง เนื่องจากทางด้านฝั่งด้านตะวันออกของจอร์เจียติดกับประเทศรัสเซียนั่นเอง แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าคนจอร์เจียส่วนใหญ่แทบจะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้เลย ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราสื่อสารค่อนข้างลำบากหน่อย แต่ก็สามารถใช้ภาษามือกันได้ค่ะ เพราะคนที่นั่นก็ยังพอเข้าใจอยู่

 

การเดินทางในประเทศจอร์เจีย

            การเดินทางในประเทศจอร์เจียนั้นปลอดภัยมากกว่าที่ใครหลายคนคิด ซึ่งหากเราอยู่ในเมืองหลวง เราสามารถนั่งรถบัสหรือรถไฟใต้ดินได้อย่างสะดวก แต่หากใครต้องการออกไปเที่ยวนอกเมืองเราอยากแนะนำให้ขับรถเที่ยวมากกว่า เพราะนอกจากคุณจะสามารถแวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้อย่างตามใจแล้ว ยังทำให้การเดินทางของคุณสะดวก แถมราคาเช่าต่อวันยังตกอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ ไปเลย แต่หากใครไม่สะดวกในการขับรถเที่ยวเองก็สามารถเหมาแท็กซี่ หรือ Mini Van ที่มาพร้อมคนขับที่มีความชำนาญเส้นทางในแต่ละพื้นที่ก็ได้อีกเช่นกัน

 

ซื้อซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตของอะไรดี? 

            แน่นอนว่าของสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยเมื่อออกเดินทางไปต่างประเทศก็คือ ซิมการ์ดอินเทอร์เน็ต เพราะถ้าขาดไปแล้วเราก็ไม่มีสตอรี่ไปอวดเพื่อนๆ ชาวโซเชียลมิเดียกันอย่างแน่นอน แถมเวลาหลงทางก็อาจทำให้ลำบากในการเดินทางได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าในประเทศไทยยังไม่มีเครือข่ายใดให้บริการซิมของประเทศจอร์เจีย ซึ่งเราต้องไปซื้อที่จอร์เจียอย่างเดียวเลย โดยแบรนด์หลักๆ ที่คนมักนิยมใช้กันก็คือ Magti, Beeline, และ Ggocells แต่เราอยากแนะนำให้ใช้ของ Magti เพราะคนส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เน็ตเร็วสุดและดีที่สุด แถมยังมีหลายแพ็กเกจให้เลือกซื้อกันอีกด้วย

 

จุดเช็คอินที่ต้องไปโดนในจอร์เจีย

1. ปราสาทเทพนิยาย Ananuri

            สถานที่น่าเช็คอินอันดับแรกที่เราอยากมาบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันก็คือ ปราสาท Ananuri ที่เพียงเดินทางขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุง Tbilisi ประมาณ 1 ชั่วโมง คุณก็จะได้พบกับปราสาทที่ถูกตั้งอยู่อย่างงดงามราวกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเทพนิยายกันเลยทีเดียว โดยปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ติดกับริมฝั่งแม่น้ำ Aragvi เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ในอดีต และเป็นป้อมปราการสำหรับการหลบภัยในช่วงการทำสงครามในสมัยก่อน ซึ่งจุดเด่นที่ชวนให้น่าหลงใหลของสถานที่แห่งนี้คือที่ตั้งของปราสาทที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ และทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำและภูเขาที่ล้อมรอบ จนเกิดเป็นภาพที่สวยงามจนทำเอานักท่องเที่ยวอย่างเราอดใจไม่ไหว และต้องหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาแฉะภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันเลยทีเดียว

 

2. Gudauri

            บนเส้นทางระหว่างเมือง Tbilisi และ Kazbegi นักท่องเที่ยวจะต้องผ่านสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่าง Gudauri ซึ่งเราสามารถแวะเล่นสกีพร้อมทั้งชมบรรยากาศรอบๆ ได้อย่างตามอำเภอใจ โดยหากขับรถขึ้นไปหน่อยก็จะเจอจุดชมวิวที่เราสามารถเห็นวิวภูเขาหิมะที่เป็นหุบเหวลึกได้แบบ 360 องศา บอกได้เลยว่าคุณจะต้องฟินและลืมภาพแรกที่เห็นไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะมันสวยราวกับภาพวาด และที่สำคัญบริเวณด้านบนยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่างการโดดร่มให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกันอีกด้วย

 

3. Tbilisi

            หลังจากที่ได้ขึ้นไปชมความสวยงามของปราสาทและแวะเล่นสกีกันมาแล้ว ก็ถึงเวลาลงมาเที่ยวเล่นและชมเมืองทบิลิซี่ (Tbilisi) เมืองหลวงของจอร์เจียกันบ้างซะแล้ว เพราะได้ยินมาว่าสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นอันแปลกตารอบเมืองของที่นี่เขาสวยและมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยปังไม่ซ้ำมุมใครอย่างแน่นอน และที่สำคัญถนนที่คุณไม่ควรพลาดเดินทางไปปักหมุดเลยก็คือ ถนนที่มีชื่อว่า ถนนซาร์เดนี (Shardeni Kucha) ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมทางสังคมและวัฒนธรรมของจอร์เจีย รวมไปถึงแหล่งรวมร้านอาหาร และร้านกาแฟสุดเก๋มากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราก็สามารถเดินเล่นชมเมืองบริเวณโดยรอบได้อย่างตามอำเภอใจ

4. Cafe Leila

โดยคาเฟ่ในกรุง Tbilisi สุดชิคที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองไปลิ้มลองรสชาติความอร่อยและเชยชมความสวยงามในการตกแต่งภายในร้าน ก็คือ Cafe Leila ที่มีความโดดเด่นตั้งแต่เพดาน ฝาผนัง เฟอร์นิเจอร์ และรายละเอียดต่างๆ ที่ผ่านการคิดและออกแบบมาอย่างถี่ถ้วน จนทำให้องค์ประกอบทุกอย่างมีความเข้ากันอย่างลงตัว แถมรสชาติของกาแฟยังมีความหอมกรุ่น และขนมที่มีให้เลือกทานอย่างหลากหลายมาพร้อมรสชาติอร่อยถูกปากใครหลายคนอีกนั่นเอง

5. Aerial Tramway

หลังจากได้ลิ้มลองความอร่อยจากคาเฟ่กันแล้ว หนึ่งในกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การนั่งกระเช้าลอยฟ้า เพื่อเป็นการเที่ยวชมเมืองหลวงของจอร์เจียจากมุมสูงได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา โดยนักท่องเที่ยวจะได้เห็นแม่น้ำ Mtkvari ที่พาดผ่าน 3 ประเทศ ได้แก่ จอร์เจีย ตุรกี และอาเซอร์ไบจานในความยาวถึง 1.515 กิโลเมตร

 

6. Gergeti Trinity Church

            เชื่อว่าหนึ่งในเหตุผลของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเดินทางมาจอร์เจีย คงเป็นภาพวิวของ Gergeti Trinity Church แห่งนี้ โปสถ์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศจอร์เจีย โดยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของโบสถ์แห่งนี้ก็คือ การสร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่บนยอดเขาที่มีความสูงถึง 2,170 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าขึ้นไป โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือนั่งรถ 4W ประมาณ 30 นาที แต่ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาในการเดินทางนาน แต่ขอบอกไว้เลยว่าคุณจะต้องตะลึงในความสวยงามเมื่อเห็นภาพนี้เป็นครั้งแรกอย่างแน่นอน เพราะมันสวยเกินคำบรรยายมากๆ ราวกับภาพวาดหรือวอลล์เปเปอร์ที่เราเห็นกันตามฝาผนังทั่วไปกันเลยทีเดียว

 

7. Uplistsikhe

            อีกหนึ่งไฮไลท์ของจอร์เจียที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ Uplistsikhe หรือป้อมปราการของขุนนางที่มีคล้ายคลึงกับเมืองถ้ำของคัปปาโดเปียในตุรกี ซึ่งความโดดเด่นของป้อมปราการแห่งนี้ก็คือ การขุดเจาะชั้นหินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนในสมัยก่อน โดยจะมีค่าเข้าชมเพียงคนละ 7 GEL ซึ่งในราคานี้คุณสามารถเดินชมรอบๆ และถ่ายรูปกันได้อย่างจุใจ รับรองว่าไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน คุณก็ได้รูปกลับไปอัพลงไอจีกันอย่างรัวๆ ในมุมที่ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

 

อาหารจอร์เจียที่ไม่ควรพลาด

1. Khinkali

มาถึงจอร์เจียแล้วก็ต้องไม่พลาดกับการไปลิ้มลองเมนูที่มีชื่อว่า Khinkali หรือ Goergian Dumplings ที่มีลักษณะคล้ายเสี่ยวหลงเปา ซึ่งคนที่นี่เขาจะทานเป็น starter โดยเกี๊ยวนี้ก็จะมีไส้เนื้อสัตว์ต่างๆ ให้เลือกทานกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แกะ เนื้อวัว เนื้อหมู ชีส พร้อมด้วยซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมอยู่ข้างใน ซึ่งวิธีกินของคนที่นี่เขาก็จะใช้มือจับบริเวณจีบด้านบนแล้วเอาเข้าปากแทนการใช้การใช้ตะเกียบกันนั่นเอง

 

2. Khachapuri

มาต่อกันที่อาหารจานต่อมาอย่าง Khachapuri อาหารเช้าจอร์เจียที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก เพราะอาหารจานนี้ประกอบไปด้วยขนมปังแป้งกรอบที่มีทั้งทรงกลม สี่เหลี่ยม และเรือ โดยตรงกลางจะมีไข่ เนย ชีส ซึ่งเวลาทานก็ให้ทานทุกอย่างพร้อมกัน โดยคุณจะได้กลิ่นหอมของเนยและชีสที่มีความเข้ากันอย่างลงตัว รับรองได้เลยว่าเมนูนี้จะต้องถูกปากใครหลายคนอย่างแน่นอน

 

3. Lobiani

อีกหนึ่งเมนูเด็ดของจอร์เจียที่เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองชิมกันก็คือ Lobiani ขนมปังไส้ถั่ว ที่เราสามารถหาทานกันได้ทั่วไป ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีสูตรพิเศษและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป โดยสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Rachuli Lobiani จากภูมิภาค Racha ที่ได้มีการนำถั่วไปผสมกับแฮม และปรุงรสด้วยเกลือกับพริกไทย พร้อมทั้งสอดไส้ขนมปังคู่กับแฮม และเสิร์ฟให้ทานกันอย่างร้อนๆ

 

หลังจากที่ได้อ่านรีวิวและข้อมูลของสถานที่ต่างๆ กันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่าจอร์เจียก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามแล้ว อาหาร และบ้านเมืองยังน่าอยู่อีกด้วย แถมยังไม่ต้องทำวีซ่าให้ยุ่งยาก ได้ยินแบบนี้แล้วก็พลาดไม่ได้ที่จะเดินทางไปด้วยตนเองสักครั้ง

 

เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปจอร์เจีย ราคาพิเศษ