ในเมื่อเราชอบท่องเที่ยว แล้วเราก็เป็นชาวพุทธ เราต้องไม่พลาดไปสักการะ 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของพม่าแน่นอน ก็ในเมื่อวางแผนไปเที่ยวพม่าแล้วเราอาจจะเที่ยวไม่ได้ทั้งประเทศในคราวเดียว แต่เราตั้งใจไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 ให้ครบ เราย่อมทำได้ เข้า Traveloka จองตั๋วเครื่องบิน เลยค่ะ ขาไปจองไปลง ย่างกุ้ง Yangon ขากลับเราจองกลับจาก มัณฑะเลย์  Mandalay ได้เลย ไม่ต้องย้อนกลับมาย่างกุ้งอีก ได้ตั๋วแล้วก็หาโรงแรมต่อเลยใน Traveloka นี่แหละ สะดวกใจสบายกระเป๋าทุกครั้งที่จองผ่านที่นี่ ครั้งนี้จะไม่ขอพูดถึงโรงแรมนะคะ เพราะรายละเอียดเยอะ แล้วโรงแรมในพม่าราคาไม่แพง ไม่ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ

จองตั๋วเครื่องบินไปพม่า กับ Traveloka 

ไปค่ะ ไปเที่ยวกันเวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมงลงเครื่องแล้วก็แลกเงินจ๊าด (MMK) ที่สนามบินได้เลย เราแลกเงินดอลล่า มาจากไทยซึ่งต้องเป็นแบงค์ใหม่ไม่พับนะ คนพม่าไม่เอาแบงค์ดอลล่าเก่าหรือยับ แต่เวลาทอนเงินเรากลับมาเป็นเงินจ๊าดนี่ จับแทบไม่ลง ทั้งเยินทั้งเน่าจริงๆค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาแลกดอลล่าไป พยายามยามแลกแบงค์เล็กๆ หนึ่งดอลล่า สองดอลล่าไปเยอะๆนะคะ จะได้ไม่ต้องทอน คราวนี้เราจ้างรถพร้อมคนขับอยู่กับเราทุกวันเลยค่ะ ราคาไม่แพงพอได้อยู่เพื่อความสะดวก คนขับส่วนมากพูดภาษาอังกฤษดี บางคนพูดไทยได้ และเป็นไกด์ในตัวด้วย ถ้าเที่ยวสบายหน่อย เหมารถดีกว่าค่ะ แนะนำเลย เราไม่เจาะจงนะคะ ส่วนมากดีๆทั้งนั้น หาในเน็ตได้เลยค่า พร้อมแล้วเราไปเที่ยวที่แรกกันเลยค่ะ

 

 

องค์เทพทันใจ ว่ากันว่า ความจริงสรรพนามนี้เป็นคนไทยบัญญัติขึ้น เพราะไปขอพรแล้วประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อบอกเล่าจากปากสู่ปาก คำว่าองค์เทพทันใจจึงติดปากและเรียกแทนชื่อจริงคือ “นัตโบโบจี” (Nat BoBo Gyi) ตามแบบคำเรียกของคนเมียนมาร์ หลังจากไหว้พระขอพรเรียบร้อยเราก็ไปขับรถวนชมเมือง ไกด์พาเราแวะกินกาแฟ ช็อปปิ้งตลาดสก๊อต Scot Market และอีกหลายที่ ก่อนเข้าไปเชคอินโรงแรม แล้วออกมาอีกทีตอนสี่โมงเย็นเพื่อไปเจดีย์ชเวดากอง เพื่อที่เราจะได้ถ่ายรูปทั้งตอนมีแสงและตอนหัวค่ำ

 

มหาเจดีย์ชเวดากอง SHAWEDAGON PAGODA (1ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติมากมายพากันเที่ยวชม และนมัสการทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก ปัจจุบันรัฐบาลพม่าได้บูรณะพระมหาเจดีย์ชเวดากองเสร็จสิ้นแล้ว ให้มีความงดงามยิ่งใหญ่สมเป็นมหาเจดีย์ที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เราอยู่กันจนตะวันมืดจึงกลับมาพักผ่อนเพื่อออกเดินทางแต่เช้าไปอีกเมือง เมืองหงสาวดี Bago อยู่ห่างจากย่างกุ้ง ประมาณ 80 ก.ม. สักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์  Shwemawdaw Pagoda (1ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) หรือพระธาตุมุเตา ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี สัญลักษณ์ที่ยืนยันความเจริญรุ่งเรืองของกรุงหงสาวดี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า หลังจากนั้นเรายังได้มีโอกาสแวะชม พระราชวังบุเรงนอง Kamboza Thadi Palace พระราชวังกัมโพชธานีถูกเผาจนเหลือแต่เพียงซาก หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยกบฏยะไข่ พร้อมๆ กับอาณาจักรตองอูที่เคยเรืองอำนาจเสื่อมลง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาเท่านั้น และได้มีการเร่งสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง

จากนั้นคนขับรถหรือไกด์ ก็พาเราแวะเรื่อยๆ เหมือนกลัวเราเที่ยวไม่คุ้มยังไงเลย ^_^ เราเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไปคือ พระธาตุอินทร์แขวนเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง คิมปูนแค้มป์ เชิงเขาไจ้เที่ยว เพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อขึ้นบนภูเขาไจ้เที่ยว อีกประมาณ 1 ชั่วโมง รถบรรทุกหกล้อ ตามภาพที่เห็นเลยค่ะ

แนะนำว่าถ้าเหมาข้างหน้านั่งไปกับคนขับได้จะดีมากๆค่า เพราะระหว่างทางขึ้นเขานี่หวาดเสียวมาก และหันไปเห็นผู้โดยสารข้างหลังร้องหวีดว้ายตลอดเวลา ร่วมถึงมีอ๊วกกันหลายคนอยู่ แอบดีใจที่ไกด์แนะนำให้เหมามานั่งข้างหน้า ทางขึ้นเขา อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ อย่าลืมติดเสื้อกันหนาวมาด้วยนะ

 

พระธาตุไจที่โย่ Kyaiktiyo Pagoda (1ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) หรือที่คนไทยเรียกว่า พระธาตุอินทร์แขวน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Golden Rock  เป็นเจดีย์ที่จาริกแสวงบุญของพุทธศาสนิกชน เชื่อว่าพระธาตุไจที่โย่ เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระโคตมพุทธเจ้า ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาสูงชันบนยอดเขาไจที่โย่ อย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกแต่ไม่ตกลงมา ตามตำนานเล่าไว้ว่าฤๅษีติสสะ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าและนำมาไว้ในมวยผม ตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของฤๅษี ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางไว้บนภูเขา ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในบริเวณพระธาตุ ผู้หญิงสามารถเข้าออกได้ที่ระเบียงด้านนอกและลานด้านล่างของก้อนหินเท่านั้น หลังจากถ่ายรูปจนจุใจเราก็ลงมาเพื่อเข้าที่พักตรงเชิงเขาออมแรงไว้สำหรับวันถัดไปค่ะ เราตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางต่อไปเมืองพุกาม “ดินแดนแห่งเจดีย์หมื่นองค์” ที่มีอายุกว่า 200 ปีมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกโดยกษัตริย์อนุรุทมหาราชแห่งอาณาจักรพุกาม เราไปเที่ยวที่แรกกันเลยค่ะ

 

พระเจดีย์ชเวสิกอง Shwe Zi Gon Pagoda (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) มีหมายความว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” ซึ่งเป็นศิลปะที่โดดเด่นงดงามโดยแท้มีสีทองอร่ามองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ผู้ที่รวบรวมชนชาติพม่าให้เป็นปึกแผ่น รวมถึงชาวมอญด้วย องค์เจดีย์จึงได้รับอิทธิพลมาจากมอญ ภายในเจดีย์ยังบรรจุพระธาตุสำคัญ 3 ส่วน คือ พระเขี้ยวแก้ว ที่กษัตริย์แห่งศรีลังกาได้นำมาถวาย พระธาตุกระดูกไหล่ ที่นำมาจากเมืองศรีเกษตร(ใกล้เมืองแปร) และพระธาตุพระนลาฏ (หน้าผาก) ซึ่งพระเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญมาจากลังกานั้น ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น ซึ่งก็กลายเป็นสถานที่ตั้งมหาเจดีย์ชเวซิกองมาจนถึงทุกวันนี้

 

วัดอนันดา ANANDA TEMPLE ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน แผนผังเหมือนไม้กางเขนแบบกรีก ซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือช่างได้ทำการส่องแสงสว่างเข้าไปในวิหารเฉพาะให้ตรงองค์พระประธาน

 

วิหารธรรมยันจี DHAMMAYANGYT ที่ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่าน เป็นเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพุกาม แต่เป็นเจดีย์ที่สร้างไม่เสร็จ ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านรสุ ที่ทรงสั่งสร้างเจดีย์เพราะสำนึกผิดในการลอบปลงพระชนม์พระบิดา และพี่ชายตัวเองจึงสร้างขึ้นมา โดยชาวบ้านเรียกเจดีย์นี้ว่า เจดีย์ไถ่บาป

เจดีย์ชเวซานดอว์ SHWESANDAW PAGODA เรามารอชมอาทิตย์ดัสดง ซึ่งสามารถเห็นทะเลเจดีย์ได้อย่างชัดเจนที่นี่ สวยจริงๆ วันนี้เรานอนที่พุกามหนึ่งคืนพรุ่งนี้เราจะกลับมาที่เจดีย์ชเวซานดอว์ อีกครั้งเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมชมบอลลูนเหนือเมืองทะเลเจดีย์กันค่ะ

หลังจากดื่มด่ำกับไฮไลท์ของพุกามแล้งเราก็เดินทางต่อไปยังเมืองมัณฑะเลย์ เมืองสุดท้ายของทริปนี้กันค่ะ ซึ่งกว่าเราจะมาถึงก็บ่ายคล้อยแล้วเราเลยไปเก็บตกก่อนหมดวันที่พระราชวังมัณฑะเลย์กันเลยค่ะ

 

พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังหลวงที่ย้ายมาจากเมืองอมรปุระ โดยสร้างขึ้นใหม่ตามผังเดิมทุกประการ ภายในพระราชวังมีตำหนักน้อยใหญ่ที่เป็นที่ประทับของมเหสี ราชเทวี ราชชายา ราชธิดา และหมู่มวลสนมมากมาย จนนับได้ว่าพระเจ้ามิงดง เป็นกษัตริย์ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีชายามากที่สุดอีกพระองค์หนึ่ง ภายในพระราชวังยังมีท้องพระโรง แท่นประทับพักผ่อน และหอคอย ที่ในอดีตพระเจ้าแผ่นดินใช้เป็นที่ทอดพระเนตรบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของราษฎรอีกด้วย เราเข้าเชคอินเตรียมพักผ่อนแต่หัวค่ำเพราะพรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วแต่เราต้องตื่นเช้ามากประมาณตีสามกว่ากันเลยเพื่อไปดูพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนีกัน

 

พระมหามัยมุนี Mahamuni Buddha (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแห่งพม่า) ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 และในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี ต่อมาในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้าสีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท จนมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลี จึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า พระมหามัยมุนี ที่เชื่อว่าเป็นองค์พระพุทธรูปที่มีชีวิตซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประทานลมหายใจให้ เพื่อเป็นตัวแทนในการสืบทอดพระพุทธศาสนา ดังนั้นในทุกๆ เช้าจึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์ ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดี พร้อมกับแปรงพระโอษฐ์ แล้วใช้ผ้าจากศรัทธาที่ประชาชนนำมาถวาย มาเช็ดจนแห้งสนิท ซึ่งพิธีนึ้ก็ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

ในที่สุดภารกิจก็สำเร็จ ได้เที่ยวพม่า พร้อมทั้งไหว้ครบทั้งห้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของพม่ากัน แต่เวลาเรายังมี ก่อนไปสนามบินเราไปชมสะพานอูเบ็ง ที่ชื่อเสียงโด่งดังและรอดูพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ สะพานไม้อูเบ็ง U-BEN Bridge สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี ทอดข้ามทะเลสาบคองตามัน TOUNGTHAMON

หวังว่าบทความนี้จะสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนอยากเที่ยวกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

เรื่อง และภาพถ่าย โดย รจนา รุ่งรัตน์ธวัชชัย

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.sinehabangkok.com , Instagram : sinehabangkok , Facebook Fanpage : Sineha Bangkok , Twitter : sinehabangkok