จนถึงวันนี้ เราว่าคงจะมีรีวิว “นำเที่ยวย่างกุ้ง” อยู่เป็นร้อยๆ พันๆ บทความแล้วล่ะ เปิดอ่านดูส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นการพาทัวร์วัด ไหว้พระเสริมสิริมงคล พาไปทานอาหารพื้นเมือง ชอปปิ้งของพื้นเมือง อ่านไปหลายสิบรีวิว ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเดิม รสชาติเดิมๆ จนกลายเป็นภาพจำว่าเมียนมานี่ล้าหลัง ถ้าไม่ไปไหว้พระ ก็ต้องไปดูวิถีชีวิตคนพื้นเมือง

 

เฮ้ย!! นี่มัน “ย่างกุ้ง (Yangon)” นะ!! อดีตเมืองหลวงของ “เมียนมา” ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกับไทยมาหลายร้อยปี การไปเที่ยว “ย่างกุ้ง” ยังมีอีกหลายรสชาติที่คุณยังไม่ได้ค้นพบ

ทริปเที่ยวย่างกุ้งรอบนี้เราบินตรงกับ Bangkok Airways โดยเราเลือกไปไฟลท์เช้า เครื่องออกตอน 08:45 น. โดยมาถึงสนามบินกันตั้งแต่ 6 โมงกว่าๆ  บินจากสุวรรณภูมิไปสนามบินย่างกุ้งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งครับ

เช็คอินกันก่อนครับ

สำหรับการจองตั๋วเครื่องบินไปย่างกุ้งเราจองกับ Traveloka โดยตรง เพราะมักจะมีโปรดีๆ ราคาลดพิเศษเสมอ ซึ่งสะดวกในการหาไฟลท์บิน จองปุ๊ปพร้อมบินเลย เพราะไปพม่า FREE VISA ครับผม

จองตั๋วเครื่องบินไปย่างกุ้งกับ Traveloka

 

แวะมาใช้บริการกันที่ Lounge ก่อนออกเดินทางครับ
แวะมาใช้บริการ Lounge ก่อนออกเดินทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มื้อเช้าเลยเรื่องใหญ่ 5555 หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเช้าแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่น่านฟ้าเมียนมาร์กันแล้วครับ

6 พิกัดน่าเที่ยวพร้อมที่พักที่ไม่ควรพลาดในย่างกุ้ง

ร้อยละ 90% ของคนไทยที่มาเที่ยวย่างกุ้ง เค้ามาไหว้พระขอพรกันครับ 55555 ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมียนมามีอย่างแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา ทำให้ศาสนสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมียนมานั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความขลัง (แน่นอนว่าในประเทศไทยก็ด้วย) ดังนั้นถ้าเราไม่ใส่สถานที่เหล่านี้ไว้ใน 5 ที่เที่ยวไม่ควรพลาดฯ ก็คงจะมีอะไรผิดปกติกันบ้างแหล่ะ

 

1. นั่งรถไฟเที่ยวชมบรรยากาศเมืองย่างกุ้ง(Yangon Central railway Station)

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเมือง “ย่างกุ้ง” แบบไม่เหมือนใคร แนะนำให้ลอง “นั่งรถไฟ เดินตลาดสด และหาคาเฟ่เก๋ๆ นั่งชิลล์ดูสิ” ฟังดูเหมือนมันจะไม่เข้ากันสักอย่าง แต่นี่คือความเป็นย่างกุ้ง ณ ปัจจุบัน!!! บรรยากาศบ้านเมืองที่มีกลิ่นอายโคโลเนี่ยลสไตล์อังกฤษอยู่บางๆ วิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ย่างกุ้งเป็นเมืองที่มีสีสันน่าสนใจสุดๆ ครับ

.

สถานีรถไฟย่างกุ้งอยู่ใจกลางเมืองก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1877 โดยชาวอังกฤษ แต่ถูกทำลายโดยกองทัพญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ. 1943 ต่อมา ได้มีการออกแบบใหม่โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบเมียนมาแท้ ๆ และได้เปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อ ค.ศ. 1954

เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมามีระยะทางทั้งประเทศรวม 3,126 ไมล์ เชื่อมต่อกับเมืองทางตอนบน ต่างจังหวัด เทือกเขารัฐฉาน และเขตชายฝั่งตะนาวศรี สถานีรถไฟย่างกุ้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกปีพ.ศ. 2539

บริเวณด้านในสถานีรถไฟ
ภาพแบบนี้ต้องมาชมที่สถานีรถไฟย่างกุ้งครับผม

ถ้าใครชอบถ่ายรูปสไตล์ Life สนุกๆ ได้เห็นวิถีชีวิตชาวย่างกุ้งในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ได้เห็นที่อื่นๆ  ผมแนะนำที่นี่เลยครับ

เด็กน้อยตาใส แถมเล่นกล้องซะด้วย

การนั่งรถไฟเที่ยวนั้นนำมาซึ่งประสบการณ์พิเศษ มันทำให้เราได้พบเจอผู้คน ได้เห็นตัวตนแท้ๆ วิถีชีวิตแท้ๆ ของชาวย่างกุ้ง คนเมืองนี้น่ารักนะ ยิ้มง่าย พร้อมต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เราว่าเป็นอีกกิจกรรมนึงที่ควรมาลอง

รถไฟที่นี่จะดูโบราณๆ หน่อย พอยิ่งได้ใส่ชุด Vintage สักหน่อย จะยิ่งเข้ากับบรรยากาศมากๆครับผม

หนุ่มสาวพม่าก็สวีทหวานไม่แพ้ชนชาติใดเลยคร๊าบ 555

ถ้าสนใจนั่งรถไฟ แนะนำให้เริ่มที่ “Yangon Central railway station” กับเส้นทาง “รถไฟวงแหวนย่างกุ้ง (Yangon Circular Railway)” นั่งเที่ยวชิลล์ๆ ถ่ายรูปเพลินๆ สัมผัสประสบการณ์การโดยสารรถไฟสไตล์เมียนมาดูครับ สนุกดี ลองนั่งชิลล์ๆ สัก 2-3 สถานีก็ได้ ค่าโดยสารเริ่มต้นแค่ 5 บาท สำหรับนักท่องเที่ยว (ราวๆ 200 จัต) ถ้าไม่ลงสถานีไหนเลย รถไฟจะวนเข้าเมืองกลับย่างกุ้ง 2 -2.30 ชม. ราคา 500 จ๊าด

ข้อมูลเพิ่มเติม
เว็บไซต์ : https://en.wikipedia.org/wiki/Yangon_Circular_Railway
พิกัด : https://goo.gl/maps/Mksvf8b4SEA2

 

2. สัมผัสวิถีชีวิตคนย่างกุ้ง ต้องไปลุยตลาดสดกลางเมือง (Yangon local market)

จากสถานีย่างกุ้ง แนะนำให้นั่งลงที่ “สถานี Mahlwagon” ห่างจากสถานีย่างกุ้งแค่ 2 สถานีจะมี “ตลาดสดพื้นเมือง“ (บรรยากาศคล้ายตลาดสดทางเหนือเมื่อ 30 ปีก่อน) ตลาดนี้รวมสินค้าหลากหลาย ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เสื้อผ้า หมาก ฯลฯ เราชอบจักรยานสามล้อสไตล์เมียนมาจัง อย่าลืมไปลองนั่งดูนะประสบการณ์เดินทางด้วยรถไฟท้องถิ่นรอบเมืองย่างกุ้ง

ถ้าเดินเมื่อยก็มานั่งรถสามล้อชมตลาดแทน
ชาวบ้านเป็นมิตร ยิ้มแย้ม น่ารักจัง
มาที่นี่จะได้ภาพถ่ายแนว Life ที่เป็นวิถีชีวิตคนพม่าจริงๆ ครับผม
เราจะเห็นวิถีชาวบ้านแบบเรียลๆ เลยหล่ะ
อารมณ์แบบเดินตลาดสด มีขายเนื้อ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ คนที่ชอบเที่ยวแบบ local ต้องชอบที่นี่ครับผม

3. Bothatown Pagoda (เจดีย์โบตะทาวน์)

กฏการเที่ยวชมวัดในประเทศเมียนมา ทุกคนต้องแต่งการเรียบร้อย ผู้หญิงต้องนุ่งผ้าโสร่ง (ลองจี) และต้องถอดรองเท้าตั้งแต่หน้าประตูวัด   เจดีย์นี้เป็นหนึ่งในศูนย์รวมใจชาวเมียนมามาแต่ช้านาน ส่วนคนไทยก็มุ่งมานมัสการวัดนี้อย่างคับคั่งไม่แพ้กัน เพราะที่เจดีย์นี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังอยู่ถึง 4 อย่าง เรียกว่า “มา 1 ได้ถึง 4” ได้แก่

เสียดายที่เจดีย์อยู่ระหว่างบูรณะ

พระเกศาธาตุ (ผม) ของพระพุทธเจ้า

ถ้าอยากบูชาพระเกศาของพระพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด ต้องมาที่นี่ครับ ว่ากันว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ (กษัตริย์มอญ) ได้ให้ทหาร 1,000 พันนายตั้งแถวถวายความเคารพพระเกศาธาตุ  ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือจากอินเดีย โดยได้สร้าง “เจดีย์โบตาทาวน์ (แปลว่าทหาร 1,000 นาย)” ไว้เป็นที่ระลึกเพื่อบรรจุพระพุทธเกศา 1 เส้น ก่อนนำไปบรรจุใน มหาเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มเมืองย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบตาทาวน์ องค์เดิมถูกทำลาย จึงมีการบูรณะใหม่ในปี พ.ศ. 2496 โดยนำพระเกศาธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส แล้วประดิษฐานไว้กลางเจดีย์ จากนั้นทำทางเดินใต้ฐานให้เป็นช่องซิกแซกคล้ายเขาวงกต เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

 

พระพุทธรูปทองคำ (Athe-Dthe Buddha)
ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาเมียนมาตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 จึงถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ

 

เทพทันใจ (Botahtaung BoBoGyi) เทพประทานพรแห่งความโชคดี
นี่คือหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยหลั่งไหลกันมาขอพรมากที่สุดในย่างกุ้ง!! “พระเทพทันใจ หรือ นัตโบโบจี” ตั้งอยู่บริเวณศาลาริมน้ำด้านข้างซ้ายของเจดีย์ ชาวมอญและเมียนมานิยมมาอธิษฐานขอพรแล้วสมปรารถนาทันใจ วิธีการสักการะจะบูชาด้วยดอกไม้ มะพร้าว กล้วยและเครื่องเซ่น แล้วนำแบงค์ 2 ใบซ้อนแล้วม้วนเป็นกรวย เอาไปไว้ในมือเทพทันใจ แล้วจรดหน้าผากแตะที่นิ้วชี้ของท่าน แล้วขอพรเพียงข้อเดียวแล้วนำเงินกลับ 1 ใบเพื่อ

 

เทพกระซิบ (Ama Taw Mya Nan New)

เทพกระซิบ (เมี๊ยะนานหน่วย)  ตามตำนานเชื่อว่า ท่านเป็นธิดาของพญานาคที่ศรัทธาพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่รับประทานเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นเทพอารักษ์ผู้คุ้มครองบันดาลโชค ชาวเมียนมานิยมบูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ เชื่อว่าถ้ากระซิบขออะไรแล้วจะสมหวัง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้ง : Strand Rd, Yangon MMR013017 Myanmar
พิกัด : https://goo.gl/maps/aoDQB61ptDs
เว็บไซต์ : http://www.botahtaungpagodamm.com/ 

 

4. นมัสการพระเจดีย์เยเลพญา (Kyaik Hwaw Wun Pagoda) ณ เกาะกลางน้ำพันปี

เจดีย์กลางน้ำเยเลพญา ตั้งอยู่ที่เมือง “สิเรียม” จากเมืองย่างกุ้งใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 45 นาที (จะเร็วกว่านี้ถ้ารถไม่ติด) เป็นเมืองเล็กๆ ณ จุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สาย ได้แก่ แม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง ส่วนตัวเราชอบฟีลลิ่งการมาเที่ยวเจดีย์กลางนี้แห่งนี้มาก ได้เห็นวิถีชีวิตน่าสนใจของชาวเมียนมาร์ได้เป็นอย่างดี

ย้อนกลับไปสมัยที่อังกฤษยังปกครองเมียนมาร์ เมืองสิเรียมถือเป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือและเป็นแหล่งผลิตอาหารสู่เมืองต่างๆ ที่นี่จึงมีแรงงานคนอินเดียมาทำนาปลูกข้าวและลงหลักปักฐานอยู่เยอะ คนเมืองนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นชาวเมียนมาร์เชื้อสายอินเดีย ผิวจะเข้ม ตาโต ผมดำ ปัจจุบันเมืองนี้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมไปแล้วครับ มีโรงกลั่นน้ำมัน มีโรงเบียร์ อยู่ที่นี่

หน้าวัดก่อนข้ามเรือจะมีชาวบ้านขายแตงโมหวานฉ่ำ เหมาะกับอากาศร้อนมากๆ

การไปเที่ยวชมเจดีย์กลางน้ำอายุ 1,000 กว่าปีแห่งนี้ เราต้องต่อเรือไปนะครับ ตัวเจดีย์อยู่บนเกาะกลางน้ำซึ่งเป็นที่สักการะของชาวสิเรียม มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ทำให้ตลาดบริเวณท่าเรือคึกคักอยู่ตลอดเวลา เราแวะซื้อผลไม้ แวะเดินเล่นเพลิน จนไกด์ต้องมาคอยตามเลยล่ะ

เจดีย์องค์นี้สร้างหลังจาก มหาเจดีย์ชเวดากอง จากเกาะกลางน้ำ เราจะเห็นวิวปากเเม่น้ำย่างกุ้งได้อย่างชัดเจน ตำนานในการสร้าง เจดีย์เยเลพญา เชื่อกันว่าถูกสร้างโดยคหบดีค้าขายทางทะเล ชาวมอญในยุคที่อาณาจักมอญยังรุ่งเรือง โดยได้ตังจิตอธิฐานในตอนที่สร้างเจดีย์ว่า ขอให้น้ำอย่าท่วมองค์เจดีย์เเละขอให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับคนมากราบไหว้บูชา

ภายในมีวัดด้านในจะทาสีทองเหลืองอร่าม

ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจดีย์จะเป็นเรื่องความสำเร็จในการค้าขาย การทำธุรกิจ จึงทำให้มีพ่อค้าเเม่ค้า และนักธุรกิจนิยมมากราบไหว้บูชากันคับคั่ง นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของเจดีย์ ก็เป็นที่ประดิษฐานของ “เทพทันใจ 2” อันศักดิ์สิทธิ์อีกองค์ ที่ DJ มดดำเพิ่งมาไหว้ขอพรด้วย

พิกัด :  https://goo.gl/maps/6SRDLA1nyZS2

 

5. พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระนอนตาหวาน(Kyauk Htatgyi Buddha)

เป็นวัดที่คนไทยนิยมไปสักการะมากที่สุดวัดนึงในย่างกุ้ง วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์เจาทัตยี หรือที่คนไทยเรียกว่า “พระนอนตาหวาน” เป็นพระพุทธรูปที่ถูกยกให้เป็น “พระพุทธรูปที่มีความงดงามที่สุดในเมียนมา” องค์พระที่เห็นอยู่นี้เป็นองค์ที่ถูกสร้างแทนที่องค์เก่าที่ทรุดโทรมไปเพราะดินฟ้าอากาศ

องค์พระมีความยาว 66 เมตร พระพักตร์สีขาวเปลือกไข่ ขนตางอนยาว ดวงตาเป็นแก้ว เปลือกตาระบายสีฟ้ารอบๆ พระโอษฐ์สีแดง เล็บนิ้วมือสีแดง จีวรสีทองที่คลุมมีความพริ้วเหมือนจริง บริเวณฝ่าพระบาท 2 ข้างมีภาพวาดลายธรรมจักรฝ่าพระบาท รายล้อมด้วยรูปมงคล 108 ประการ ที่แสดงถึงอากาศโลก สัตว์โลก และสังขารโลก

วัดพระนอนแห่งนี้ถูกบรรจุอยู่ในทุกโปรแกรมทัวร์ย่างกุ้งเลยครับ ใครมาเที่ยวย่างกุ้งแค่บอกกับไกด์ว่าจะมาวัดพระนอนตาหวาน เดี๋ยวเค้าจัดพามาเลย 55555 นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องความสวยงามด้านศิลปกรรมแล้ว วัดพระนอนแห่งนี้เป็นที่ศึกษาพระธรรมของพระสงฆ์ทั้งระดับต้นถึงระดับสูง มีพระสงฆ์พำนักอยู่ที่วัดนี้ถึงกว่า 600 คนทีเดียว บรรยากาศจึงสงบกว่าวัดอื่นๆ ครับ

6. จิบชายามบ่าย High Tea ณ Acacia Tea Saloon

ร้านนี้ คือ ดัชนีชี้ชัดว่าย่างกุ้งปัจจุบันกำลังเริ่มมีสีสันใหม่ๆ เข้ามาแต่งเติมแล้ว ย้อนกลับไป 2 ปีก่อน เราแทบหาร้านเก๋ๆ แบบนี้ไม่เจอ แต่ตอนนี้เริ่มมีให้เห็นกันเยอะแล้ว ร้านนี้ขายชา กาแฟ เบเกอรี่ บรรยากาศดี ตกแต่งสไตล์อังกฤษ แอร์เย็น มี Wi-Fi ให้เล่น ที่สำคัญอยู่ใกล้สนามบินด้วยครับผม

เป็นอีกร้าน “Hidden gem” ติดเป็นอันดับที่ 1 จากของหวาน 15 แห่งใน ย่างกุ้งของ TripAdvisors เป็นร้านขนมที่สวย เหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโคโลเนียล ร่มรื่น ภายในร้านตกแต่งสวยทุกมุม เหมาะกับมาถ่ายรูปจริงๆ

Afternoon Tea set 35,000 จ๊าด และเค้กและเครื่องดื่ม ชา กาแฟ จะราคา 4,500 จ๊าด โดยรวมราคาเค้กจะ 90-150 บาท/ชิ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้ง : Saya San Road, Yangon
เวลา : 9.00 – 20.00 น. ปิดวันเสาร์
พิกัด : https://goo.gl/maps/eTCesFRqym5
Facebook: https://www.facebook.com/acaciateasalon

ที่พัก

สำหรับที่พักเราขอแนะนำที่นี่ โรงแรม Novotel Yangon Max เค้าบอกว่าเค้าเป็น Mid-scale hotel for business or family trips หรือ โรงแรมขนาดกลางสำหรับนักธุรกิจหรือท่องเที่ยวกับครอบครัว แม้จะฟังดูถ่อมตัวแต่นี่เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่อยู่ห่างจากพระมหาเจดีย์ชเวดากองแค่ 3 กม. และห่างจากสนามบิน Yangon International Airport แค่ 20 นาที!!

จองที่พักกับ Traveloka

 

งานด้านบริการของเมียนมาร์นั้นทำได้ดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ยิ่งได้รับการยกระดับด้วยมาตรฐานของ Accor Hotels เลยยิ่งทำให้การบริการของที่นี่หมดจดมากขึ้น สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจน คือ Service Mind ที่แฝงในรอยยิ้มและแววตาของพนักงานครับ (อันนี้พูดกันตามตรงไม่ได้อวย)

สระว่ายน้ำชั้นบนของโรงแรม
ห้องอาหารของโรงแรม
ห้องนอนตกแต่งแบบทันสมัย

ห้องน้ำแยกเป็น 2 โซน

สำหรับเรา Novotel Yangon Max เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ควรค่าแก่การมาเข้าพักครับ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นโรงแรมดี แต่เพราะเป็นเครือโรงแรมที่มีหัวคิดทันสมัย ให้ความใส่ใจกับการบริการและรายละเอียดปลีกย่อยจนกลายเป็นเอกลักษณ์ไปซะแล้ว