Marseille ( มาร์แซย์ ) เป็นเมืองทางตอนใต้ของประเทศ ฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอัน 2 ของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่เรียบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และแน่นอนว่า เมืองนี้จึงเป็นเมืองท่า ที่ขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญที่สุดของประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเมืองนี้ได้ถูกยกให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป เมื่อมาที่เมืองมาร์แซย์ นอกจากจะมีดื่มด่ำกับบรรยากาศชิวๆ ของมหาสมุทร สายลม และแสงแดดแล้วนั้น เราก็จะได้ดูงานนิทรรศกาลของเหล่าศิลปินต่างๆ ที่วนเวียนมานำผลงานให้เราได้ชมกันตลอดทั้งปี รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ และคอนเสิร์ต เรียกได้ว่า มีหลายรส หลายอารมณ์จริงๆกับเมืองนี้

 

สำหรับคนที่อยากจะไปเที่ยว marseille ก็สามารถเดินทาง หรือจองตั๋วเครื่องบินไปลงที่ปารีสก่อนได้ โดยการเดินทางในครั้งนี้ ด้วยความที่เราชอบความสะดวกสบาย เลยตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka เพราะใช้ง่าย รวดเร็ว และมีความสะดวกเป็นอย่างมาก รับรองได้เลยว่าการเดินทางไปฝรั่งเศสจะง่ายกว่าที่คิด ถ้าหากใช้กับทราเวลโลก้า

จองตั๋วเครื่องบินไปปารีส กับ Traveloka 

 

การเดินทางสู่ทะเลของยุโรปเป็นครั้งแรก ด้วยความตื่นเต้นแบบมากถึงมากที่สุด จึงทำให้จินตนาการไปต่างๆนาๆ ก่อนหน้านี้ก็ศึกษา และดูข้อมูลมาพอสมควรกับเมืองนี้ พอเห็นในรูปต่างๆว่าว๊าวววแล้ว ของจริงนี่ทำให้เราว๊าวววววววว…เกินไปมากกกก เมืองน่ารัก ทุกอย่างเหมือนมีการออกแบบคิดเอาไว้เป็นอย่างดี สีคลุมโทนไปทิศทางเดียวกัน โดยที่ตึกราบ้านช่องนั้น จะมีขนาดไม่สูงมาก ทำให้ไม่บดบังทัศนียภาพของเมือง ท้องฟ้ากว้างๆ ความรู้เหมือนว่าเราอยู่ใกล้กับท้องฟ้ามากยังไงอย่างนั้น  อากาศก็แสนจะดี คือสูดออกซิเจนเข้าไปได้อย่างเต็มปอด โดยไม่ต้องกังวนเรื่องมลพิษแต่อย่างใด

ช่วงที่ไปนั้นอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน อาจจะมีฝนสลับบ้าง อากาศค่อนข้างเย็น อยู่ที่ประมาณ 16 องศา แต่เมื่อมีแดดออก แล้วได้รับความอบอุ่นจากแสงแดดนั้น ทำให้รู้สึกสบายมาก คือ เดินเล่นชิวๆไปรอบๆเมือง ได้ทั้งวันโดยที่ไม่ร้อนและเหงื่อไม่ออกเลยสักนิด

 

บรรยากาศโดยรอบเมืองที่เป็นจุดที่เรียกได้ว่าชิว และ สำคัญมากๆของเมืองนี้คือ ท่าเรือเก่า ชื่อว่า Vieux-Port Marseille ที่เรียกว่าท่าเรือเก่า ก็เนื่องมากหลังจากนั้นเมืองนี้ได้สร้างท่าเรือมาอีก 1 ที่ ท่าเรือนี้ จึงกลายเป็นท่าเรียกเก่าไปโดยปริยาย แต่ถึงจะเก่า แต่ก็เก๋า เพราะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างมาก โดยท่าเรือนี้จะเป็นที่จอดเรือต่างๆมากมาย ซึ่งบางลำก็เป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยของคนที่นั้นด้วย บางจุดจะมีทางเข้าที่จอดเรือโดยใช้คีย์การ์ด เหมือนทางเข้าหมู่บ้านอะไรแบบนั้น  ก็เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านเรือหรือหมู่บ้านบนน้ำก็ว่าได้ ซึ่งก็เป็นที่นิยมของคนเมืองนี้เป็นอย่างมาก เพราะราคาจะต่ำกว่าบ้านที่ปลูกบนพื้นดิน

ซึ่งบริเวณท่าเรือเก่าแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน เพราะอะไรหนะหรอ!?.. ก็เพราะว่าติดทะเลซะขนาดนี้ และในอดีตที่นี่ถือว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสอีกด้วย และหากต้องการซื้อตั๋วเรือเพื่อไปไปท่องเที่ยวเกาะเล็กๆ ใกล้ ก็มาติดต่อซื้อได้บริเวณท่าเรือเก่าแห่งนี้ได้เลย

ชิงช้าสวรรค์ ก็ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของเมืองอีกจุดหนึ่ง คือ ของยิ่งใหญ่มากกกก เราจะเห็นได้จากที่ไกลๆ นักท่องเที่ยวนิยมขึ้น เพื่อชมวิวเมืองจากด้านบน

ถัดจากชิงช้าสวรรค์ ที่นี่คือ L’Ombriere de Norman Foster หรือเรียกสั้นๆว่า Foster เป็นจุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพื่อมาถ่ายรูป ตัวเพดานจะเป็นกระจก เมื่อเดินผ่านเราก็เห็นตัวเองเป็นเงาสะท้อนขึ้นไปยังกระจกที่เป็นเพดาน ใครผ่านไปผ่านมาก็จะหยุดแล้วเงยขึ้นมองตัวเองด้านบน พร้อมกับยกมือถือขึ้นมากถ่ายรูป

 

บรรยากาศบ้านเมืองและร้านค้า ขายของฝากต่างๆ รอบๆท่าเรือเก่า ซึ่งยังคงเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี อาคารขนาดไม่ใหญ่มากนัก เรียงรายกัน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ มามาเดินเล่น และจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งมาทานอาหาร หรือขนมต่างๆ เพราะรอบๆท่าเรือนั้น ร้านอาหารเยอะมากกกกก มีให้เลือกหลากหลาย และส่วนมากจะเป็นอาหารทะเล บอกเลยว่า สด ใหม่ และหวานสุดๆ

 

ของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุด นิยมที่สุดก็คือ สบู่ มีหลากหลายกลิ่นมากมาย ตามร้านค้าต่างๆ และตลาดนัด ราคาก็จะแตกต่างกันไป แล้วแพ็กเกจที่ใช้ก็น่ารักมากกกก แต่ละร้านเค้าก็จะออกแบบของตัวเองให้ต่างกันออกไป ถ้ามาเมืองนี้แล้วของฝากที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็น สบู่ นั่นเอง เราจะสามารถพบได้ทั่วๆเมือง หน้ามีหน้าร้านแบบจริงจังราคาก็จะสูงหน่อย แต่ถามขายที่ Market ราคาก็จะถูกกว่า และหอมเช่นกัน

 

เมื่อเดินเข้ามาในเมือง ก็จะเจอกับอาคารบ้านเรือนที่มีความหรูหรามากขึ้น คนที่นี่จะนิยมเดินทางโดยรถราง ซึ่งจะมีบริการอยู่ทั่วๆเมือง ทำให้สามารถเดินทางไปไหนมาได้สะดวก

 

Cathédrale de Marseille (อาสนวิหารมาร์แซย์) มีขนาดใหญ่มากกก และสวยงามมากกกกก เราสามารถเดินเล่นรอบๆ และ สามารถเข้าไปชมภายในวิหารนี้ได้ ซึ่งแต่ละมุม แต่ละด้านก็จะให้ความสวยงามและมุมมองที่แตกต่างกันออกไป

ป้อมปราการ Fort Saint-Jean เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ ซึ่งจะตั้งอยู่ตำแหน่งด้านหน้าของท่าเรือเก่า สามารถเดินเข้าไปชมด้านในได้โดยไม่มีค่าใช่จ่ายใดๆ

ตรงข้ามกับป้อมปราการ คือ Museum of European and Mediterranean Civilisations เป็นพิพิธภัณฑ์ของฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่นอกปารีส ซึ่งได้มาตั้งอยู่ที่เมืองนี้ โดยทางด้านบนจะมีสะพานเชื่อมกันกับป้อมปราการ ซึ่งเราสามารถขึ้นไปชมวิวตรงจุดนั้นได้

 

มาร์แซย์ ยังอีกหลายมุมมาก ที่อยากให้ทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเอง ทั้งธรรมชาติ ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม รวบไปตลอดจนสิ่งก่อสร้างหรือที่อยู่อาศัย ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ เมืองนี้ยังคงความสวยงามไว้ได้ดี อาจจะมีบางอย่างที่ปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่เสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้ลดลงไปจากเดิมเลย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม