นี่เป็นการเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของเรา ถ้าไม่นับตอนออกไปชายแดนพม่านะ จริงๆก็ไม่ควรนับหรอก ฮ่าๆๆๆ แต่ก็เป็นการเที่ยวต่างประเทศที่เราไม่กลัวเราเรื่องการใช้ภาษาเลย จะมีประเทศไหนที่เราไปแล้วคุยภาษาไทยได้ทุกคำแบบนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันดีกว่าว่า เที่ยวลาวทริปนี้จะมีอะไรบ้าง

พูดถึง สปป ลาว หลายคนคงนึกถึงความชิวแต่แค่ความชิวยังไม่หมดวิวภูเขาที่นี่ก็สวยไม่แพ้ความชิวเลย
สารบัญ
  • ชมวิวมุมสูงของตัวเมืองวังเวียงที่ ถ้ำจัง วังเวียง
  • โดดน้ำเย็นที่ บลูลากูน 3
  • ชมพระอาทิตย์ตกและดูบอลลูนที่ผาเงิน
  • เดินเล่นชิวดูวิวเพลินๆใน ตัวเมืองวังเวียง
  • เดินดูเมืองมรดกโลกอย่าง ย่านเมืองเก่าหลวงพระบาง
  • เดินเล่นหาอะไรกินที่ตลาดมืด
  • จิบชาตอนเช้าที่ร้านกาแฟประชานิยม
  • ไปดูไปเล่นไปถ่ายรูปกับน้ำตกที่โคตรสวยอย่าง น้ำตกตาดกวางสี
  • ตกเย็นนั่งชิวๆที่ ยูโทเปียบาร์
จริงๆเรามีที่ที่อยากไปเยอะมากเลย คิดไว้ว่าจะเที่ยวตั้งแต่ลาวเหนือลงมายันลาวใต้ ด้วยงบ 5,000ก็น่าจะพอ ที่ไหนได้ แค่เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง ก็หมดไป 8,000แล้ววว เราเหลือเงินข้ามประเทศมา 4บาท คืออนับเหรียญจ่ายค่าผ่านด่านกันเลยทีเดียว ยิ่งถ้าได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกยิ่งคุ้มใหญ่ ลองเข้าไปดูของ Traveloka ได้เลย เพราะมีตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษมาให้ตลอดแถมยังมีคูปองส่วนลดมาให้ลดเพิ่มได้อีกด้วย
เช็คราคา จองตั๋วเครื่องบินไปลาว ราคาพิเศษ

ที่พักลาว

แต่ที่พักก็ราคาไม่แพงนะ เราจองผ่านแอพ Traveloka อย่างเดียวเลยเพราะถูกกว่า Walk in เยอะแถมได้ส่วนลดด้วย เซฟงบไปได้เยอะเลย

เราออกเดินทางด้วยรถทัวร์ไปลง หนองคาย แล้วนั่งรถบัสข้ามไปเวียงจันทน์ แต่จริงๆมันนั่งจาก บขส.หนองคายหรือบขส.อุดร ไปลงวังเวียงได้เลย ราคาเป็นมิตรกว่าไปต่อรถเองที่เวียงจันทน์อีก คำเตือนๆ!!!!! ถ้าลงรถบัสที่เวียงจันทน์แล้ว อย่าขึ้นรถสกายแลปที่มาคุยด้วยเด็ดขาด ไม่งั้นพวกแกจะโดนพาไปเชือด ตั้งแต่ซื้อซิม แลกเงิน ซื้อตั๋วรถ ราคาแพงกว่าไปซื้อเองเกือบ2เท่า ทำไมรู้อ่ะเหรอ เพราะเราไปลองโดนเชือดมาให้แล้ว ลองให้รู้ ฮ่าๆๆๆ

รถออกจากเวียงจันทน์ประมาณเที่ยง กว่าจะมาถึงวังเวียงก็ 6โมงกว่าแล้ว หมดไป1วันแบบไม่ต้องทำอะไร เหมือนมาโดนเชือดแล้วถูกปล่อยให้เลือดไหลจนหมดตัว ฮ่าๆๆ

เช้าวันที่2 เราเช่ามอไซค์ แถวนั้นร้านนี้โอเคเลยไม่มีโกงใจดี เราเช่าไป5วัน ก็มีลดราคาให้ แต่ก็ต่อราคากันพอสมควร ได้รถแล้วก็ลุยดิ ที่แรกของเราคือถ้ำจัง อยู่ใกล้ๆขับไปนิดเดียวเอง สะพานที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูป และก็มีจุดชมวิวเมืองวังเวียง แต่ต้องเดินขึ้นไปด้านบนและเสียค่าเข้า เราเลยมาหยุดอยู่ที่ธารน้ำก่อนขึ้นถ้ำจัง น่าใสสีฟ้า และเย็นมากกกกก ออกจากถ้ำจังมาก็ไปขับรถหาบลูลากูน 3 ส่วนมาคนจะไปลากูน1กัน เราไๆม่ชอบคนเยอะก็เลยไปที่ที่ไกลกว่า ระหว่างทางก็ตามภาพอ่ะ ฮ่าๆๆ เจอทางเละเจอวิวสวย ได้เล่นกับเด็กๆ กว่าจะถึงใช้เวลานานพอควรเลย

พอมาถึงแน่นอนทุกที่ของประเทศนี้มีค่าเข้าจ้าา ก็จ่ายๆกันไป สิ่งแรกที่สนใจเลยไม่ใช่น้ำใสๆสีฟ้า แต่เป็นร้านข้าววว คือทุกคนหิวมากกก ต่างก็เดินไปสั่งข้าวกินกันก่อนแล้วค่อยกลับมาให้ความสนใจกับเจ้าน้ำใสๆสีฟ้านี้ เหมือนทุกอย่ามันกำลังเคลื่อนอย่างช้าๆ ความเหนื่อยจากการขับรถเริ่มหายไปแทนที่ด้วยความชิวที่พาไปโดยบรรยากาศรอบๆ

ประมาณบ่าย3เราก็ออกมาจากบลูลากูน

ก็ขับหลงอยู่สักพัก ก็สมควรหลงอยู่แหละ มันไม่มีป้ายบอกเลย ถามคนแถวนั้นอยู่หลายคน จนสุดท้ายได้น้อง2คนนี้ปั่นจักรยานไปส่ง
มาถึงทางขึ้นเขา มีค่าเข้าเป็นธรรมดาจ้าาา พกน้ำขึ้นไปสักขวดก็พอ ทางเดินเป็นหินๆ เดินไม่ยากแต่ก็ระวังๆหน่อย ใช้เวลาเดินประมาณ30นาที จริงๆเราเดิน 5 นาทีก็พอแล้ว….ไม่ใช่อะไร เหนื่อยย ฮ่าๆๆ

แต่เมฆเยอะขนาดนี้พระอาทิตย์ไม่น่าจะเห็น คนอื่นๆเริ่มลงกันหมดแล้ว จนตอนนี้มืดแล้ว เหลือพวกเราอยู่4คน ไฟฉายก็ไม่มีต้องใช้ไฟฉายจากโฟนส่องทาง ใครเคยเดินป่ากลางคืนจะเข้าใจความน่ากลัวที่เรารู้สึก แต่เราก็ลงมาถึงข้างล่างอย่าปลอดภัย ตอนนั้นก็ทุ่มกว่า กลับที่พักหาไรกินด่วนน หิวมากก

พอเห็นบอลลูนเลยนึกขึ้นได้ว่าควรไปถ่ายบอลลูนตอนเย็น แต่ก็นั่งรอถ่ายพระอาทิตย์ตกดีกว่า

ขับดูนั้นนี้ในเมืองสักพัก ก็เริ่มมุ่งหน้าสู่ หลวงพระบาง เจ้าของร้านเช่ามอไซค์บอกว่าอย่าขับออกนอกวังเวียงนะเดี๋ยวตำรวจจับ เราก็เชื่อ เลยขับไปหลวงพระบางซะเลย ฮ่าๆๆ ระยะทางแค่เกือบๆ200กิโลเอง เราเริ่มออกจากวังเวียงตอน 10โมง

 

แต่ด้วยวิวที่ดีย์อะไรขนาดนี้ เราจึงแวะถ่ายรูปเล่นอยู่ตลอดทาง ในที่สุดก็เย็นตอนนั้นจะ 6 โมงแล้วเราเพิ่งขึ้นมาถึงยอดเขา เมฆฝนก็ไล่มาเรื่อยๆ ฟ้าก็แรง น้ำมันก็จะหมด จน4ทุ่มเราขับไปเจอหมู่บ้านนึงบนเขา มีปั๊มน้ำมันพพอดี ใกล้ๆมีร้านขายของ เราเลยไปถามว่ามีที่พักมั้ยตอนนั้นตัดสินใจนอนกลางเขาแล้ว ไม่ไหว เพลียเมาก ป้าก็แนะนำที่พักแถวนั้น พร้อมชวนกินข้าว ใจดีฝุดๆ ที่พักราคาประมาณ 300

 

9 โมงเช้าเราก็เริ่มออกเดินทางต่อ ตอนนี้ไม่แวะไหนแล้ว ประมาณ 11 โมงก็มาถึงหลวงพระบาง เป็น 190กิโลที่ใช้เวลานานมากกกก
ระหว่างเดินดูเมืองก็หาที่พักในแอพ Traveloka ไปด้วย ถ้าเดินไปจองเองราคาแพงกว่าในแอพเยอะ
ที่พักหลวงพระบาง กับ Traveloka 
แทบไม่ต้องทำอะไร จริงๆก็หาที่เที่ยวแหละ เพราะเรามาแบบไม่มีแพลน อยาไปไหนก็ไปหาที่เที่ยวเอาข้างหน้า ตลาดมืดมากินข้าวหรือมาเดินดูของก็ดี ร้านค้าเยอะมากแต่ของก็จะซ้ำๆกัน

อาหารเช้า มานั่งกินโอวัลตินกับปลาท่องโก๋ มองแม่ภูเขาชิวๆ

สายหน่อยก็ขับรถไปน้ำตกตาดกวางสี ก็หลายกิโลอยู่นะ แต่ก็คุ้มกับที่ขับรถมาและค่าเข้าที่เสียไป แต่ตอนแรกเห็นน้ำเป็นสีช็อกโกแลตแบบนั้นคือเซงมาก แต่ไหนๆก็มาแล้วก็ขึ้นไปมันให้สุดๆ เราก็เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ขึ้นไปจนถึงด้านบน เอ้าน้ำใส่เฉย แต่คงไม่ลงเล่นนะ เพราะน้ำเย็นมากกก ได้แต่ถ่ายรูปๆๆและก็ถ่ายจน เย็น เอาอีกแล้วจ้าเดินลงเขาตอนมืดอีกแล้ว ครั้งนี้เหลืออยู่2คน ไม่มีใครอยู่แล้ว เดินจนออกมาปากทางเข้าค่อยยังชั่วมีคนเหลืออยู่อีกนิดหน่อย

ล่ะก็ต้องขับกลับเมืองมืดๆ แมลงก็เยอะมาก ทางก็มืด มีขับขึ้นเขาข้ามสะพานไม้อีก บลาๆๆ พิมพ์ไปพิมพ์มาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองขี้บ่นล่ะ ฮ่าๆๆ

วันสุดท้ายในหลวงพระบางเราหมดไปกับความชิวของตัวเมือง เดินชมเดินถ่ายรูปเล่น นั่งคาเฟ่ สุดท้ายจบวันด้วยการนั่งชิวอยู่ที่ ยูโทเปีย บาร์ และเดินออกไปดูแสงเย็นที่กำลังย้อมภูเขาตรงหน้าเราให้กลายเป็นสีส้ม

ความโชคดีของวันเดินทางกลับ 1. ถนนปิด ดินถล่มปิดทาง 2. ฝนตกหนัก 3. หมอกลงจัดมองทางไม่เห็นและฝนยังคงตกปอยๆตลอดเวลา
ระหว่างทางเจอพี่คนไทย2คน ปั่นจักรยานมาถ่ายรูปตรงจุดที่เราถ่ายพอดี

ฟ้าหลังฝนงดงามเสมอจริงๆ หมอกลงจนหนาวเลย สภาพความเละของรองเท้า จบทริปด้วยความเละ