วันนี้… เราจะพาทุกคนไปเที่ยว ” ฮ่ อ ง ก ง ” ในแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน ที่มีเวลาแค่ไม่กี่วัน แต่เชื่อเราเถอะว่า เวลาแค่ไม่กี่วันนี้แหละ ที่จะพาเราออกไปให้ได้สัมผัสและเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเห็น

และเราก็มีแพลนแบบเที่ยวครบจบแบบฮิปๆ มีทั้ง กิน เดิน เล่น กันแบบเพลินๆ กันในฮ่องกงกับเวลาเพียง 3 วัน 2 คืน

ก่อนอื่นเลยค่ะ เราเลือกเดินทางกับสายการบิน การบินไทย (Thai Airways) โดยจองตั๋วผ่านทางเว็ปของ Traveloka

ที่สามารถจองได้ทั้ง เที่ยวบิน + โรงแรม ที่มีทั้งโปรโมชั่นและกิจกรรมดีๆ รวมทั้งโค้ดส่วนลดอีกมากมายเลยทีเดียว จองง่ายๆแบบไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็ได้นะ

จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง กับTraveloka 

หรือจะจองผ่าน App ในมือถือก็ได้ตามแต่สะดวกเลยค่ะ กับ App Traveloka

จบขั้นตอนของการจองตั๋วแล้ว มาเริ่มออกเดินทางไปพร้อมๆกันกับเราเลย

Day1 ใช้สิทธิ์วันลา1วันเพื่อ (ลางานวันศุกร์) 5555

เราเดินทางวันศุกร์ไฟล์ทเช้า 8 โมง ถึงฮ่องกงก็ประมาณเกือบเที่ยง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.)

พอถึง ฮ่องกง ่ผ่านทำเรื่องผ่าน ตม. เรียบร้อยเเล้วก็เตรียมตัวไปขึ้นรถมินิบัส ที่เราเเละเพื่อนๆติดต่อไว้ เพื่อไปส่งเราที่จุดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่ได้ชมวิว 360 องศา กันเลย เพื่อขึ้นไปไหว้ พระใหญ่ ที่ วัดนองปิง 

ใช้เวลาอยู่บนกระเช้าประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้ว ข้างบนก็จะมีร้านขายเครื่องดื่ม ภัตตาคาร และร้านขายของฝากที่เป็นพวกเครื่องราง

มีมุมให้เดินเล่น ถ่ายภาพเยอะมากก็เดินเล่นกันเพลินๆได้เลยล่ะ

ไหว้พระขอพรเสร็จ เดินเล่นถ่ายภาพสักพักเราก็เริ่มหิวเลยว่าหาอะไรทานง่ายๆที่นี่เลยเเล้วกัน แล้วค่อยเตรียมตัวลง เพื่อเดินทางไป Shopping ต่อที่ Citygate Outlets

ขาลงจากวัดนอนปิง ต้องใช้ตั๋วใบเดิมสำหรับนั่งกระเช้าลงนะคะ ย้ำ!! ว่าห้ามทำหายหรือเผลอโยนทิ้งไป ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเสียค่ากระเช้าขากลับ อีก1 ขา 5555 มันไม่ดีเลยใช่ไหม ฉะนั้นเก็บรักษาตั๋วนั้นไว้ดีๆค่ะ

อะเมื่อถึงแหล่ง Shopping ต่อที่ Citygate Outlets ก็ Shopping ตามอัธยาศัยจร้า

เมื่อ Shop กันจนขาลากแล้วก็หิวแล้วสินะ อะทานมื้อเย็นกันที่นี่เลยแล้วกัน แล้วค่อยเข้าที่พักทีเดียว มื้อเย็นจัดหนักจัดเต็มไปเลยจร้า

อิ่มเเล้วได้เวลากลับที่พักแล้วสินะ

เราเลือกพักที่ Prudential Hotel 恆豐酒店 ที่อยู่ในย่าน จิมซาจุ่ย เอาจริงๆที่นี่สะดวกนะ เพราะอยู่ในย่านที่เดินเล่นและShoppingได้ตอนกลางคืน เดินลงจากที่พักก็ถึงแหล่ง Shopping เลยจร้า ที่สำคัญมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ใต้โรงแรมด้วยนะ

เอออะสะดวกไปอิ๊กกกกก 

เดินเล่นถ่ายรูปสนุกมาก และหาของอร่อยๆกินที่ใครๆก็ต่างบอกว่ามาฮ่องกง ต้องลองนะไม่ลองนี่เหมือนมาไม่ถึงฮ่องกง 555

วาฟเฟิล ชาไข่มุก Tiger Sugar  ขนมและเครื่องดิ่มชื่อดังของฮ่องกงเลยล่ะ อื้มมมม เราลองแล้ว อร่อย สมคำร่ำลือจริงๆจร้า

ถึงแม้ว่าคิวจะยาวมากก็ตามแต่ เราไม่หวั่น 5555

จบวันแรก ได้แบบอิ่มๆ จร้า

Day2 วันนี้ยกให้เป็นวันของ Hong Kong Disneyland นะ

(ใช้เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวัน เพื่อรอชมขบวนพาเหรดของเหล่าตัวการ์ตูนจากดิชนีย์)

เรามีเครื่องเล่นที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำด้วยนะ ยกให้เป็นไฮไลท์ของทริปครั้งนี้คือ

1.Iron Man Experience

2.Hyperspace Mountain

3.Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars

4.Toy Story Land ลองไปสัมผัสกันดูนะคะว่าจะมันส์ขนาดไหน

 

จบวันที่2 แบบสนุกสุดเหวี่ยง แบบโลกหมุนไปหลายรอบเลยล่ะ 5555 ปะคงได้เวลากลับที่พักกันเเล้วล่ะ

Day3 ตื่นเช้าของวันนี้ ว๊าาาา วันสุดท้ายแล้วสินะต้องเก็บกระเป๋าแล้วแต่เราจะยังไม่กลับนะคะเราจะไม่ยอมเสียเวลาของวันนี้ไปฟรีๆ ก่อนกลับเราจะขึ้นไปจุดชมวิวของเมืองฮ่องกงกัน และไปไหว้พระขอพรกันต่อที่ วัดเจ้าแม่กวนอิมทินหัว และวัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม

ที่นี่เรียกว่าจุดชมวิว The Peak Tower & Sky Terrace 428 และไปไหว้พระขอพรกันต่อเลยจร้าที่

วัดเจ้าแม่กวนอิมทินหัว อ่าวรีพัลส์เบย์ 

ตามความเชื่อ 9 สิ่งต้องทำเมื่อไปวัดเจ้าแม่กวนอิมทินหัว ( รีพัลส์เบย์ Repulse Bay ) เชื่อไม่เชื่อแล้วโปรดใช้วิจารณญาณ

1. เดินเข้าวัดด้วยเท้าซ้าย ออกด้วยเท้าขวา การเดินเข้าวัดด้วยเท้าซ้ายและออกจากวัดด้วยเท้าขวาผ่านประตูพันปีนั้น 
เป็นเคล็ดลับที่ชาวฮ่องกงและคนจีนบอกว่าคล้ายกับการเดินของเข็มนาฬิกา ก็จะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้านั่นเอง
2. ลูบลูกแก้วในปากสิงโต ก่อนที่จะเดินเข้าวัดเราก็ยังสามารถที่จะเสริมดวงแห่งโชคลาภได้ด้วยการหมุนลูกแก้ว ที่อยู่ในปากของสิงโต
ตัวทางด้านขวาของประตูทางเข้า เพื่อให้มีแต่ความโชคดี ทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มีแต่โชคลาภเข้ามาหาตัวเองและครอบครัว
3. ขอพรจาก เจ้าแม่กวนอิมเมื่อเดินลัดเลาะตามชายหาดมาเรื่อยๆ เจอวัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของคนไทย
ก็ว่าได้ เพราะที่นี่ มีคนไทยจำนวนมาก มาไหว้นมัสการขอพรจากจากเทวรูปเทพเจ้าจีนนี้
4.ไหว้ขอพรเจ้าแม่ทับทิมเจ้าแม่ทับทิม เป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ในอดีตคนฮ่องกงประกอบอาชีพประมงเป็นหลักจึงนับถือเจ้าแม่ทับทิม
กันมาก โดยเชื่อกันว่าเจ้าแม่ทับทิมจะช่วยปกปักรักษายามที่ต้องออกเดินเรือ และยังให้พลังในการทำกิจการค้าขายอีกด้วย
5. นมัสการขอพรจากเทพแห่งโชคลาภ หลังจากได้นมัสการขอพรจาก เจ้าแม่กวนอิม แล้ว อันดับต่อไป คือ มาไหว้เทพแห่งโชคลาภ 
หรือ เทพไฉ่ซิงเอี้ย หรือ บางคนเรียกว่า เจ้าแม่ทับทิม หรือ เจ้าแม่ทินเห่า
6. ขอลูกจากพระสังกัจจายน์ คู่ไหนที่แต่งงานกันมาแล้วและอยากได้ลูกก็สามารถมาขอพรกับพระสังกัจจายน์ได้ที่นี่ โดยคนฮ่องกงบอกว่า
ให้ใช้มือลูบที่ท้องของท่าน อธิษฐานถึงลูก หากอยากได้ลูกชายให้ลูบท้องทางด้านขวา แต่ถ้าหากอยากได้ลูกสาวให้ลูบท้องทางด้านซ้าย
7. เดินบนวงกลมขอพรจากรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อนำสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตของเราหลังจากที่อิ่มอกอิ่มใจกับการนมัสการขอพร
จากเทพเจ้าและรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อให้สุขภาพดี ร่ำรวย เงินทอง และความรัก
8. เดินข้ามสะพานศักดิ์สิทธิ์เพื่อต่ออายุ ซึ่งชื่อของสะพานนี่ก็บอกอยู่แล้วว่า ถ้าให้เดินข้ามแล้วจะทำให้อายุจะยืนยาว สะพานต่ออายุตั้งอยู่
ตรงบริเวณริมชายหาด ทาสีแดง สามารถสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นสะพานแดง ข้างหลังเรียกว่าสะพานต่ออายุเชื่อกันว่า
หากท่านเดินข้ามสะพานแห่งนี้ไปแล้วจะทำให้เราอายุยืนไปอีก 3 ปี
9. ไหว้ขอพรเทพเจ้าแห่งความรัก เมื่อข้ามสะพานสีแดงไปแล้วจะพบกับเทพเจ้าแห่งความรัก ใครที่มีคู่แล้วหรือยังไม่มีคู่ก็สามารถที่จะมา
ขอพรจากท่านได้ คนที่มีคู่แล้วให้นั่งระหว่างกลางของสิงโตทั้งสองตัวที่อยู่หน้าท่าน ใครที่มาด้วยกันให้นั่งด้วยกันแล้วอธิษฐาน 
เพื่อให้ชีวิตรักและชีวิตคู่ราบรื่น อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ

หลังจากจบที่วัดนี้เเล้วเราจะไปต่อกันที่ วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม เป็นที่สุดท้ายของวันนี้ก่อนที่เราจะกลับไทยเเล้ว

วัดแชกงหมิว (Che Kung Temple) เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ เรื่องของกังหันลมที่พัดพาเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต เชื่อว่าการหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ ทำให้วัดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดกังหันลม เดิมทีวัดนี้เป็นวัดเล็กๆ ที่เก่าแก่และได้อนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถาน อยู่ทางด้านหลังของเรือนใหม่ ส่วนเรือนใหม่สร้างเสร็จในปี 1993 บนเนื้อที่ 50,000 ตารางฟุต สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงท่านแชกง นักรบผู้ซึ่งปกป้องจักรพรรดิราชองค์สุดท้ายแห่งวงค์ซ่ง

จากการไหว้พระขอพร ให้อิ่มอกอิ่มใจก็ต้องเดินทางกลับเเล้วนะ เราจะบินกลับไทยที่ไฟล์ท 20.45น. ตอนนี้ก็ไปหาข้าวกินก่อนจะเดินทางไปสนามบินนะ เราขอจบทริปนี้ไปด้วยบรรยากาศของ Sunset กับทะเลสีอุ่นๆแบบนี้

ขอบคุณสำหรับการออกเดินทางมาพร้อมๆกับเราจนจบทริปนะ สำหรับคนที่ยังไม่กล้าที่จะออกเดินทาง อย่ามัวลังเล ก้าวผ่านความไม่กล้านั้นออกมาเร็วๆนะ เราเป็นกำลังใจให้แล้วคุณจะรู้ว่า เเค่เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่มัน “วิเศษ” สุดๆไปเลยล่ะ