Eze (เอส) หมู่บ้านบนยอดเขา ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของบรรยากาศที่โรแมนติก และนั่นคือเหตุผลที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ได้ดึงดูดคู่รักจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ให้มาเที่ยวชมและซึบซับความสวยงามของหมู่บ้านแห่งนี้ ลักษณะที่โดดเด่นของเมืองนี้ คือ จะเป็นถนนหรือทางเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ เช่น น้ำหอม สบู่ งานช่างฝีมือ และ ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนต่างๆ รวมไปถึงร้านค้าที่เหมือนกับหอศิลป์ แสดงงานศิลปะมากมาย ซึ่งคนพื้นเมืองในละแวกนั้น จะให้คำนิยามเมืองนี้ว่า เป็น “หมู่บ้านพิพิธภัณฑ์” ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีการอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างต่างๆ ไว้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งพืชพรรณ ต้นไม้ต่างๆ ที่ประดับ หรือห้อยระย้า ตามสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือน รวมทั้งร้านอาหารเก๋ๆมากมาย ทำให้บรรยากาศของเมืองนี้ เหมือนกับเราได้หลุดเข้าไปในเมืองในเทพนิยาย ยังไงอย่างนั้น

จองตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศส กับTraveloka

 

เมืองนี้ อยู่บนถนน Moyenne Corniche (RN7) ระหว่างเมืองนีชและโมนาโค บนฝั่งชายทะเล Eze-sur-Mer เดียวกันกับสายรถไฟหลัก สาย Ventimiglia ที่วิ่งระหว่างเมืองนีชและโมนาโค ซึ่งมีรถไฟวิ่งทุกวัน แต่จริงๆ แล้วไปรถเมย์หรือรถแท๊กซี่จากเมืองนีชหรือโมนาโคจะง่ายที่สุด

ระหว่างทางก็จะมีร้านเก๋ๆ ขายของมากมาย แต่ของฝากหรือของขึ้นชื่อที่นี่คือ “น้ำมันมะกอก” มีหลากหลายรสชาติ หลายกลิ่นให้เลือก โดยที่เราจะลืมแบบ เดิมๆอย่างรส Original ไปเลยยยย

ทางเดินเล็กๆน้อยๆ แต่มีความน่ารัก คือทำไรเราอยากเดินดูไปเรื่อยๆ จะทำให้เราเจอมุมต่าง ที่เซอร์ไพรส์เราได้ตลอด และแม้จะเล็ก แต่บ้านเมืองสะอาดเรียบร้อยมากกก 

ยอดเขานี้สูงประมาณ 429 เมตร มองไปเห็นวิวของชายฝั่งตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่เรียกว่า Cote d’Azur หรือ The Blue Coast

บนยอดเขา ได้ถูกเนรมิตรให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ คือThe Exotic Garden ที่มีเหล่าต้นกระบองเพชรขนาดใหญ่ และต้นไม้ต่างๆนาๆ มากมาย  โดยค่าเข้าไปชมสวนนี้ อยู่ที่ 6 ยูโร สำหรับผู้ใหญ่ และ เด็กอายุต่ำกว่า12 ปี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในการเข้าชม และแม้จะมีค่าใช้จ่าย แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อไปถึงเมืองนี้แล้ว จะพลาดไม่ได้สำหรับส่วนของสวนนี้ เพราะว่าคุ้มค่ามากจริงๆนอกจากสวยแล้วยังมีประติมากรรมในรูปของเทพี ที่มีท่าทางต่างๆที่แตกต่างกันทั้งหมด 15 รูปปั้น ซึ่งให้ชื่อว่า “Goddesses of the Earth” ของศิลปินที่ชื่อว่า Jean-Philippe Richard

ในสมัยโบราณเอชคือป้อมปราการและปราสาท ซึ่งในปัจจุบันยังมีสภาพที่หลงเหลือให้เราได้ดูหรือไปสัมผัสได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการบูรณะซ่อมแซมอย่างดี และ มีทางเดินที่ใช้อิฐสีแดงเรียบเนียน ทำให้เราสะดวกสบายและปลอดภัยในการเดินขึ้นไปชม

โบสถ์ของเมือง ด้านนอกสีเหลืองสดใส และข้างในประดับตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ ที่งดงาม โบสถ์แห่งนี้ก็เป็นอีกจุดหมายหนึ่ง ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ 

การเดินทางขึ้นไปบนยอดเขามี 2 แบบ
1. เดินขึ้นแบบปีนเขา แบบทางลาดชัน ปีนหินบ้าง ทางขึ้นเขาจะห่างประมาณ 5 นาที จากสถานีรถไฟ
2. ไปโดยรถยนต์ หรือ รถประจำทาง ซึ่งทางขึ้นอยู่อีก ด้านจากการปีนเขา จะต้องไปขึ้นจะเป็นการขึ้นบันได เดินดูบ้านเมืองไปเรื่อยๆ ก็จะไม่เหนื่อยและประหยัดเวลา

สุดท้ายและท้ายสุด เมืองเอซแห่งนี้ หากมีโอกาส ควรไปสัมผัสด้วยตาตัวเองจริงๆสักครั้ง รับรองว่าจะประทับใจมากๆ สามารถไปพักได้ เพราะมีโรงแรมต่างๆในเมือง และหากมีเวลาน้อยก็สามารถไปเช้าเย็นกลับได้เช่นกัน รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจ แบบไม่รู้ลืมมมมมม..