ถ้าใครกำลังวางแผนเที่ยวอังกฤษอยู่แน่นอนเลยว่าต้องมี London อยู่ในแผนแน่ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วยังมีเมืองอื่นๆที่น่าไปเที่ยวอีกเยอะแยะมากมายในอังกฤษ แน่นอนว่าแต่ละเมืองก็ให้บรรยากาศที่แตกต่างกันไป วันนี้เราขอพาทุกคนออกนอก London เพื่อไปดูว่าที่อื่นที่น่าไปคือที่ไหน เมืองนอกสายตาเหล่านี้ทำไมน่าไป มันมีอะไรดี ถ้าพร้อมเที่ยวแล้ว รีบหาตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวอังกฤษแล้วตามไปกันเลย

จองตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษ กับ Traveloka

 

1. Birmingham

ไม่แน่ใจว่าเหมือนกันว่าพอพูดชื่อเมืองนี้จะมีคนรู้จักหรือไม่ หรือถ้าเคยได้ยินชื่อแล้วจะนึกถึงอะไร บางคนอาจจะถึงมหาวิทยาลัยที่เมืองนี้มีมากถึง 4 ที่ ถือว่าเป็นเมืองที่นักศึกษามาอาศัยอยู่เยอะพอสมควร ถ้าเป็นแฟนบอลอาจจะนึกถึงทีมฟุตบอล แต่ถ้าเป็นที่เที่ยวล่ะ มีอะไรให้ดูบ้าง

Birmingham เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากเป็นอันดับที่ 2 ในอังกฤษรองจาก London การเดินทางจาก London ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ขึ้นรถไฟมาประมาน 2 ชั่วโมง ก็มาถึงสถานีรถไฟ Birmingham New Street แล้ว แค่เดินออกมาปุ๊บอาจจะต้องร้องโอ้โหในใจ สถานีนี้พึ่งได้รับการปรับปรุงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ตัวอาคารดูทันสมัยมาก มีร้านค้าร้านอาหารมากมายภายในตัวสถานี

การเดินทางเที่ยวในเมืองนั้นไม่ยากเลย แค่ออกจากตัวสถานี Birmingham New Street มา เราก็มาถึงใจกลางเมืองกันแล้ว ใครชอบช็อปปิ้งบอกเลยเตรียมใจให้ดี มีสิทธิ์กระเป๋าเบากลับบ้าน เพราะตลอดข้างทางตรงถนนใจกลางเมืองเป็นร้านค้าต่างๆมากมาย พอเดินออกไปจนสุดถนนจะเห็นพี่วัวกระทิงตัวใหญ่อยู่ตรงหน้าห้าง Bullring ตรงนี้ถือเป็นจุด landmark หนึ่งของเมือง แขกไปใครมาต้องมาถ่ายรูปกับพี่วัวตัวนี้ วันดีคืนดีพี่วัวเค้าก็เปลี่ยนชุดตามเทศกาล ถือเป็นสีสันของเมืองไปอีกแบบ ใครสะดวกอยากช็อปต่อก็เดินเข้าห้างได้เลยสะดวกสบายมาก

เดินเลยจากพี่วัวกระทิงคือโบสถ์ Saint Martin เป็นโบสถ์เก่าแก่ของเมืองนี้ ซึ่งถ้าเรามองจากด้านหน้า เราจะเห็นความแตกต่างแต่อยู่ด้วยกันอย่างลงตัวของโบสถ์ที่เก่าแก่มาก กับ ห้างที่ดีไซน์ทันสมัยสุดๆ เป็นวิวถ่ายรูปที่เก๋ไปอีกแบบ

ถัดจาก New Street ไปคือบริเวณ Victoria Square บริเวณนี้เป็นตึกหน้าตาสวยงามซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์และที่ทำการของรัฐ

เดินเลยออกไปอีกหน่อยจะเจอกับ Library of Birmingham ซึ่งเป็นตึกดีไซน์แปลกใหม่ เหมาะกับการไปถ่ายรูปมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านนอกหรือด้านใน

บริเวณถัดมาคือ ICC หรือ The International Convention Center เป็นสถานที่สำหรับจัดประชุม งานนิทรรศการ หรือแม้กระทั่งการแสดงต่างๆ เราแนะนำให้เดินทะลุตึกนี้ไปเพื่อไปพบกับจุดที่บรรยากาศดีมากที่สุดในเมืองนี้ ซึ่งได้แก่ Birmingham Canal

บริเวณนี้เป็นจุดศูนย์รวมของร้านอาหารริมคลอง และที่เที่ยวต่างๆเช่น  Lego Land Discovery และ Sea Life Aquarium นอกจากนั้นรอบๆยังคุมโทนสีตึกให้เป็นอิฐแดงทั้งหมดอีกต่างหาก ใครไป Birmingham แล้วไม่ได้ไปถ่ายรูปเช็คอินตรงนี้อาจรู้สึกว่าพลาดได้เลย เพราะร่มรืนสวยงามมากจริงๆ

ที่สุดท้ายที่อยากแถมให้ ไม่ใช่ที่เที่ยวแต่สวยงามน่าไปดูคือ University of Birmingham การไปมหาวิทยาลัยนี้ต้องนั่งรถไฟออกจาก Birmingham New Street ไปลงที่สถานี University ก็จะถึงตัวมหาวิทยาลัยแล้ว ใครสนใจเดินเล่นดูความสวยงามของตัวอาคารแบบโบราณสามารถไปเยี่ยมชมได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้จะบานสวยไปทั้งสวนทั่วมหาวิทยาลัย ที่สำคัญที่สุดเลย อย่าลืมไปถ่ายรูปกับ Old Joe หอนาฬิกาอันเก่าแก่ที่ว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจของหอนาฬิกาในเรื่อง Lord of the Ring อีกด้วย

 

 

จองที่พักBirmingham กับ Traveloka 

 

2. Chester

Chester เป็นเมืองที่น่ารักมาก อยากใส่กอไก่ให้อีกหลายๆตัว ที่พูดอย่างนี้เพราะเพียงแค่เดินเข้าไปในเมืองก็ตื่นเต้นแล้ว อาคารและบ้านเรือนทุกๆหลังในเมืองนี้ถูกสร้างมาเป็นสถาปัตยากรรมแบบ Tudor ทำให้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็สามารถถ่ายรูปเอาไปลง Instagram ได้อย่างสวยงาม ดูเป็นบ้านเมืองแบบอังกฤษอย่างแท้จริง

จุดเด่นอย่างแรกที่อยากให้ไปชมคือนาฬิกา Eastgate Clock นาฬิกาที่ว่านี้ถือว่าเป็นนาฬิกาที่สวยที่สุดในอังกฤษรองจากนาฬิกา Big Ben เลยทีเดียว นอกจากการตกแต่งที่สวยงามอลังการแล้ว ด้านบนของตัวฐานนาฬิการยังเปิดให้ประชาชนสามารถเดินขึ้นไปชมบรรยากาศของเมืองในมุมสูงได้อีกด้วย

 

Highlight อีกอย่างได้แก่ Chester Cathedral ถ้ามองด้านนอกอาจจะทำให้เผลอคิดไปได้ว่าเป็นโบสถ์ใหญ่ธรรมดา แต่ถ้าได้เข้าไปข้างในแล้วจะตื่นตาตื่นใจมากๆกับความละเอียดสวยงามของตัวอาคารและการตกแต่งโบสถ์ พูดได้เลยว่าอลังการมากจริงๆ

 

 

และสถานที่ที่สำคัญที่สุดใน Chester แบบพลาดไม่ได้เลย คือ Chester Zoo อันโด่งดังนั่นเอง ที่บอกว่าดังเพราะว่า สวนสัตว์นี้ติดอันดับเป็น 1 ใน 10 สวนสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก! คือมันจะขนาดไหนนะ ก่อนไปนึกไม่ออกเลย แต่พอไปแล้วถึงได้เห็นว่ามันยิ่งใหญ่และกว้างขวางมาก เนื้อที่ของสวนสัตว์ทั้งหมดกว่า 125 เอเคอร์ เป็นที่รวมสัตว์กว่า 5,000 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ช้าง แรดดำ เสือโคร่ง ชีต้าร์ จากัวร์ มังกรโคโมโด เพนกวิน แพนด้าแดง จิงโจ้แดง สมเสร็จและอีกมากมาย สัตว์ทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ที่ถูกออกแบบและสร้างมาอย่างดีให้เหมือนถิ่นกำเนิดของสัตว์สายพันธุ์นั้นๆ เรียกได้ว่าเดินไปโซนของสัตว์ประเภทไหนก็เหมือนเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว ใครที่ชอบสวนสัตว์ รับรองว่าต้องสนุกมากแน่ๆ อย่าลืมเตรียมพร้อมร่างกายไว้ให้ดี เพราะกว่าจะเดินครบหมดเล่นเอาเหนื่อยได้เหมือนกัน

จองที่พักChester กับ Traveloka 

 

3. Leeds

ตอนแรกที่ไปเมืองนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปเดินเที่ยวเลย แต่พอได้ไปเดินเที่ยวเท่านั้นแหละก็ค้นพบว่า Leeds เป็นเมืองที่เดินแล้วเพลิดเพลินเหลือเกิน

สาเหตุที่ทำให้เดินเพลินๆนั้นอาจเป็นเพราะ Leeds ไม่ใช่เมืองที่มี landmark ให้ต้องตามล่า แค่เดินไปตามจุดต่างๆที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตกันเป็นเรื่องปกติ สไตล์การ “เที่ยว” หลักๆของเมืองนี้คือการเดินไปตามห้างสวยๆตึกสวยๆ และ ชมพิพิธภัณฑ์ ได้ดูได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่ก็ทำให้เวลาผ่านไปไวแบบไม่รู้ตัว

จุดเที่ยวที่แรกเลย คือย่านใจกลางเมือง บริเวณนี้จะมีห้างที่มีการตกแต่งสวยงาม และ ใช้แสงจากธรรมชาติ หรือที่คนที่นี่เรียกกันว่า Arcade อยู่หลายแห่ง เช่น Queen’s Arcade, Thornton’s Arcade และ Cross Arcade ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ไม่ห่างกัน แต่ละที่สวยงาม น่าเดินเล่น ซื้อของและถ่ายรูปด้วยมากๆ

ที่ต่อไปคือตลาด ฟังแล้วอาจจะคิดว่าธรรมดา แต่ตลาดนี้เป็นตลาดใจกลางเมืองที่ใหญ่มาก ชื่อว่า Leeds Kirkgate Market บรรยากาศด้านในถือว่าคลาสสิคมาก ร้านรวงต่างๆก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม ร้านของชำ ร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านต่างๆ

ทีเด็ดของตลาดแห่งนี้คือ ร้าน Mark & Spencer สาขาแรกในโลก โดยร้าน Mark & Spencer สาขานี้ตั้งขึ้นในปี 1884 พอปี 1984 ก็ได้มีการสร้างนาฬิกาสีเขียวตั้งอยู่กลางตลาดบริเวณข้างๆร้าน เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของร้านอีกด้วย

จุดต่อไปที่ห้ามพลาดเลยเพราะถ่ายรูปสวยมากได้แก่ Corn Exchange อาคารนี้เป็นอาคารทรงกลม ภายในมีการตกแต่งด้วยประตูหลายๆสี ร้านต่างๆทั้งร้านขายของ และร้านอาหารก็ตกแต่งแนวๆเดียวกัน ทำให้ดูน่ารักไปทั้งหมด

เบรคอารมณ์ความน่ารักกันสักนิดด้วยที่เดินเล่นถัดมา พิพิธภัณฑ์ Royal Armouries Museum เป็นศูนย์รวมอาวุธยุทโธปกรณ์หลายยุคหลายสมัยมาจัดแสดงให้เห็นกันใกล้ๆ ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องสงครามโลก ห้องนักล่าสัตว์อังกฤษ ห้องอาวุธในยุคปัจจุบัน และที่เป็น highlight ของพิพิธภัณฑ์นี้เลยก็คือ หอคอยอาวุธ ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า  รวมๆแล้วที่นี่ทำออกมาได้ดีมาก ได้ทั้งความรู้ ความตื่นเต้น และ เพลิดเพลิน ที่สำคัญไม่เสียค่าเข้าเลย เที่ยวสบายตังค์อยู่ครบ

จองที่พัก Leeds กับ Traveloka 

 

จองโรงแรมในเมือง Leeds กับ Traveloka

 

4. York

York คือเมืองทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษในเขต Yorkshire ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Leeds การเดินทางท่องเที่ยวในเมืองนี้ใช้เวลาประมาน 1 วันก็เดินได้ครบ หรือ จะค้างไปเลยอีก 1 คืนเพื่อเก็บบรรยากาศให้เต็มที่ก็สามารถทำได้ แต่ทั้งหมดที่เห็นว่าไปมากมายหลายที่ในรีวิวนี้คือการเดินเที่ยวเพียงแค่ 8 ชั่วโมงเท่านั้น

ที่สามารถทำเวลาได้เร็วขนาดนี้เพราะที่เที่ยวหลักๆตั้งกระจุกกันอยู่ที่ใจกลางเมือง เราสามารถแบ่งการเที่ยวในเมืองนี้ได้เป็น 2 อย่าง คือ 1. เดินดูสถาปัตยากรรมและสิ่งก่อสร้างที่สวยงามต่างๆทั่วเมือง และ 2. เดินเล่นในย่านช็อปปิ้งเพื่อชมความน่ารักของร้านต่างๆในเมือง เราขอเริ่มพาเที่ยวด้วยการเดินออกจากสถานีรถไฟ และ เดินผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ  River Ouse  เพื่อเขาสู่ตัวเมืองกัน

 

ที่แรกที่เราจะเจอคือ Museum garden เราสามารถเดินเข้าไปด้านในได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะว่าสถานที่นี้เป็นเหมือนสวนสาธารณะใจกลางเมืองต้นไม้ร่มรื่น แถมยังมีความพิเศษคือด้านในเป็นที่ตั้งของ Yorkshire museum และ ซากปรักหักพังของโบสถ์ Abbazia di St Mary อายุนับพันปี ทั้งหมดนี้ ทำให้สวนแห่งนี้มีความสวยงาม น่าถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

เดินเข้าไปใจกลางเมืองจะเจอ York Minster ซึ่งเป็นมหาวิหารสไตล์กอธิคขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านเป็น landmark ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

ทางทิศตะวันออกฉียงใต้ของเมืองจะเจอเนินเขาขนาดใหญ่ที่มีสิ่งก่อสร้างโบราณตั้งอยู่ด้านบน ที่นั่นคือ Clifford’s tower หากได้ไปเห็นของจริงจะไม่เชื่อตาเลยว่าทั้ง 2 สิ่งนี้จะอยู่ใกล้กับเขตเมืองมากขนาดนี้ได้อย่างไร

ปราสาททรงกลมบนเนินเขานี้เคยเป็นที่คุมขังนักโทษ สามารถซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมบรรยากาศภายใน และเดินบนกำแพงเพื่อชมวิวทั่วเมือง York แบบเต็มๆได้อีกด้วย

จบจากสถาปัตยกรรมแล้ว เรามาเดินกันต่อที่ The Shambles เพื่อดูความน่ารักของร้านค้าต่างๆ บริเวณนี้ว่ากันว่าเป็นตรอกที่เป็นแรงบันดาลใจให้ J.K. Rowling นำไปสร้างเป็นตรอกไดแอกอนในหนังสือ Harry Potter เชื่อเลยว่าแฟนๆพ่อมดน้อยไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต้องตื่นเต้นกับบรรยากาศในตรอกนี้มากแน่นอน ซึ่งจากตรงนี้สามารถเดินไปจนถึง Stonegate เพื่อช็อปปิ้งต่อได้อีกเรื่อยๆเลย

จองที่พัก York กับ Traveloka 

5. Cardiff

ออกนอกอังกฤษมานิดนึงทางทิศตะวันตกเราจะเจอกับประเทศ Wales ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร มีเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการท่องเที่ยวชื่อว่า Cardiff

ความน่าสนใจของเมืองนี้คือเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นสถานที่โบราณ แต่กลับกันในอีกฝากหนึ่งของเมืองก็มีสิ่งก่อสร้างทันสมัย ทำให้ผู้คนที่นี่อยู่ร่วมกับความเก่าและเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปในเวลาเดียวกัน

จุดหลักๆของการเที่ยวที่เมืองนี้ที่ใครมาถึงก็จะต้องไปชมก็คือ  Cardiff Castle ซึ่งเป็นปราสาทที่อยู่ริมถนนตรงใจกลางเมืองเลยทีเดียว เรียกว่าไปง่ายมากๆ แค่เดินข้ามถนนก็เจอแล้ว ตัวปราสาทมีอยู่ 3 ส่วน คือป้อมปราการ ตัวปราสาท และ กำแพงปราสาท เมื่อซื้อตั๋วแล้ว สามารถเดินเข้าไปชมได้ทุกส่วน โดยเฉพาะในตัวปราสาท หากอยากได้คำอธิบายส่วนไหนสามารถถามเจ้าหน้าที่ได้เลย จะได้รับคำตอบที่ละเอียดมาก นอกจากนั้นส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ของปราสาท (อยู่ด้านหลังที่ขายตั๋ว) ก็นำเสนอข้อมูลออกมาได้ดีแม้จะมีพื้นที่จำกัด แนะนำให้ทุกคนเข้าไปชมกัน

ขอนอกเรื่องที่เที่ยวสักหน่อย เพราะตรงข้ามปราสาทมีสิ่งที่พลาดไม่ได้จริงๆ คือ Welsh cake ของร้าน Fabulous Welshcake เป็นเค้กย่างเตาร้อนเสิร์ฟแบบอุ่นๆโรยหน้าด้วยน้ำตาลหรือสอดไส้ช็อกโกแลต ราคาชิ้นละ 1 ปอนด์เท่านั้น อร่อยเกินราคามากๆ

 

หากใครยังไม่อิ่มสามารถมาเดินเล่นต่อกันได้ที่ Cardiff Market เป็นตลาดแบบคลาสสิคตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากปราสาท มีร้านอาหาร ร้านขนม และ ร้านของใช้มากมาย เหมาะที่จะเดินเล่นดูวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่นี่มากๆ

ออกจากนอกเมืองมาเราได้ไปที่ Penarth Pier Pavilion เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจริมทะเล มีคนมานั่งเล่น กินขนม ตกปลา บรรยากาศดีมากเลย

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คืออ่าว Cardiff Bay ที่สามารถมองเห็นเมือง Cardiff ได้แบบเต็มๆ

ปิดท้ายทริปด้วยอาคาร Wales Millennium Centre ที่เป็นศูนย์รวมของโชว์ musical ต่างๆ

จองที่พักCardiff กับ Traveloka 

 

ทั้งหมดนี้คงพอทำให้เห็นแล้วว่า อังกฤษนั้นไม่ได้มีดีแค่ลอนดอน ถ้าใครยังพอมีเวลาในทริปเหลืออยู่ เราอยากให้ลองวางแผนออกนอก London ซักวันสองวัน หาเมืองที่ถูกใจแล้วลองไปเดินเล่นดู คุณจะค้นพบว่าการเดินไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน ดูชีวิตผู้คนท้องถิ่นผ่านไปมา ก็ให้ความอิ่มเอมใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว