ดานัง ประเทศเวียดนาม เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและเอเชีย เนื่องจากเป็น ประเทศที่ไปง่าย เดินทางแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ก็ถึงแล้ว เที่ยวบินก็เยอะ ลางานไม่กี่วันก็ไปเที่ยวได้แล้ว และที่สำคัญเที่ยวประเทศเดียว เมืองเดียว แต่ได้รับความหลากหลายทั้งทางภูมิอากาศและสไตล์ คือมาดานัง ได้ทั้งเที่ยวในเมือง แสง สี เสียง หรือจะเดินเล่นชิลล์ๆ ที่ชายหาดที่เขาว่ากันว่าสวยเป็นอันดับ 6 ของโลก ยัง ไม่พอที่ดานัง ยังมีหมู่บ้านฝรั่งเศสที่ต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปกว่า 5,801 เมตร ซึ่งยาวที่สุดในโลกอีกด้วย พร้อมรึยัง ?? พร้อมแล้ว ก็จองตั๋วเครื่องบินก่อนเลย แล้วไปเที่ยวกัน!!!

 

 

เที่ยวดานัง 01

จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนาม กับ Traveloka

Day1

ทริปนี้เราเริ่มออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 07.15 น. นั่งชิลล์ๆแปปเดียวก็ถึงท่าอากาศยานนานาชาติดานัง เวลา 09.05 น. พร้อมลุย แล้ว !!

แพลนวันแรกของเรา คือ มุ่งสู่ บานาฮิลล์ หมู่บ้านฝรั่งเศษดินแดนในฝันของหลายๆคน
เราเลือกที่จะเรียก Grab เพื่อไปยัง จุดขึ้น Cable Car โดยเราเข้าพักกับทาง Mercre Hotel จึงได้ขึ้นกระเช้าอีก จุดนึงคือจุด VIP สำหรับผู้ที่เข้าพักเท่านั้น สะดวกสบายมาก พนักงานบริการดีสุดๆ แนะนำว่าถ้ามาเยือนบานาฮิลล์ แล้วต้องพักที่นี่สักคืน

บาน่าฮิลส์ , เที่ยวดานัง

สำหรับบาน่าฮิลล์ (Bana Hills) ถือเป็นแลนด์มาร์กที่โด่งดังที่สุดของดานังเลยก็ว่าได้ ใครที่มาดานังแล้วคือ ห้ามพลาด ที่นี่เหมือนเป็นดินแดนแห่งเทพนิยายยุโรป โดยตั้งอยู่บนภูเขาสูงเกือบ 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไป เป็นระยะทาง 5,042 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลย… ตลอดทางกว่า 20 นาที จะได้เห็นทิวทัศน์ป่าไม้เขียวขจีรวมไปถึงน้ำตก ลำธารต่างๆ น้อยใหญ่ มากมาย และในวันที่หมอกจัดทำให้เราเหมือนนั่งกระเช้าทะลุเข้าไปในหมู่เมฆยังไงยังงั้น มันวิเศษมากความ รู้สึกนี้ ~

ยิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ หมอกก็ลงจัดเท่านั้น น่าเสียดายที่วันที่เราไปฝนตกตลอดทางเลย ทำให้มองเห็นวิวได้ไม่ชัดเจน เท่าไหร่ ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในมวลหมู่เมฆเลย…

และแล้วก็มาถึงแล้วค่ะ อาณาจักร Sun World ดินแดนที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามันดีและพิเศษ แค่ไหน ??

และนี่ก็คือที่พักของเราในคืนนี้ เราพักที่ Mercure Hotel 1 คืน เพราะอยากสัมผัสทั้งกลางวันและกลางคืน ราคา ห้องพักอยู่ที่คืนละ 6,227 บาท / 4 คน (ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละวันด้วยค่ะ)

เริ่มหิวแล้ว จึงตัดสินใจกินบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ ARAPANG ซึ่งมีอาหารที่หลากหลาย ราคาอยู่ที่คนละ 245,000 VND (เงินไทยประมาณ 319.95 บาท) ถามว่าแพงไหม? ก็ได้เรื่องอยู่เลยนะ แต่สำหรับเรารู้สึกว่าที่านาฮิลล์ ราคาอาหารโดยทั่วไปค่อนข้างราคาสูงกว่าในเมืองอยู่แล้ว จึงไม่ซีเรียสอะไร กินๆ ไป จบๆ

มีเมนูข้าวยำเกาหลีด้วยนะ โอเคเลยแหล่ะ ตักได้เองตามใจชอบเลยจ้าา ~

อิ่มท้องแล้วพร้อมลุยค่ะ.. แต่สภาพอากาศไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ เพราะวันที่เราไปฝนตกแบบไม่มีหยุดเลยจริงๆ ต้องใส่เสื้อกันฝนตลอดเวลาแบบนี้แหล่ะค่ะ

โซน Fantasy Park ตรงโซนนี้จะเป็นสวนสนุกในร่ม ซึ่งเป็นสวนสนุกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายของจู ลส์ เวิร์น (Jules Verne) เรื่อง Journey to the Center of the Earth และ 20,000 Leagues Under the Sea จริงๆ จะมีโซนด้านนอกด้วยก็คือ New Alpine Coaster หรือ โรลเลอร์โคสเตอร์ ที่สุดแสนจะพิเศษ โดยเราจะ สามารถเดินทางไปตามเส้นทางที่ยาวถึง 2,400 เมตรด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัย และน่าสนุกมากๆ แต่ๆๆ…. ด้วยที่ฝนตกแบบไม่มีหยุดไม่มีพัก วันที่เราไปจึงปิด!! ค่ะ!!

…ไม่เป็นไร เล่นในร่มก็ได้เนอะ …

และนี่คือ Tower Drop ที่เป็นไฮไลท์หลักๆ ของ Fantasy Park เอาใจคนชอบความหวาดเสียวกันหน่อย ด้วย ความสูงถึง 29 เมตร ไฮไลท์เด็ดๆ อยู่ที่ตอนขึ้นไปสู่จุดสูงสุด ก่อนที่จะทิ้งตัวลงมานั้น ด้านบนของหอคอยยังเป็น โดมหลังคาแก้วที่มองเห็นวิวได้ด้วยจ้าาาแต่!!!ตอนเราเล่นไม่เห็นอะไรเลยจ้าหมอกจัดมาก!! 555555

4D หรือ 5D ก็มีนะ ทุกอย่างคือเข้าฟรี เล่นฟรีทั้งหมดเลย จะเข้ากี่รอบเล่นกี่รอบก็ได้เลย…

หลังจากเล่นเครื่องเล่นเพลิดเพลินกับเกมต่างๆ ใน Fantasy Park แล้ว ก็ออกมาเดินเล่นด้านนอกกันบ้าง..

Chua linh Tu เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์จีน โดยประดิษฐานพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ สูงถึง 27 เมตร โดยมีความเชื่อกันว่าที่นี่เป็นจุดเชื่อมต่อกันระหว่างท้องฟ้าและโลก เป็นจุดศูนย์รวมของ Ying และ Yang ตาม ความเชื่อของชาวจีน แต่เราในขณะที่เรากำลังเดินขึ้น ฝนก็เทลงมา ทำให้เราเก็บภาพมาให้ได้เท่านี้

มื้อเย็นเราฝากท้องไว้ที่ Beer Plaza ที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ ราคาต่อหัวอยู่ที่คนละ 250.000 VND (เงินไทยประมาณ 326.48บาท) จะได้คูปองมาไว้ใช้แลกเบียร์ หรือ น้ำผลไม้ คนละ 1 แก้ว / คน

โดยข้อดีของที่นี่คือ มีดนตรีสดแสดงให้เราฟังเพลินๆ

เบียร์ที่ใช้คูปองแลกมา คนละ 1 แก้ว แต่แก้วนึงขนาด 1 ลิตร คือคุ้มมากๆ เอาแบบแก้วเดียวเมา จบ นอน 5555

~ แต่เรายังไม่นอนค่ะ ….. เพราะเราจะไปแช่น้ำอุ่นที่โรงแรมก่อนนอน

สระว่ายน้ำของโรงแรม Mercure Hotel คือดีงาม มีหลายสระให้เล่น โซนสระใหญ่ สระเด็ก ที่สำคัญเป็นระบบ น้ำอุ่น ผ่อนคลายมากกก!!

– คืนนี้หลับฝันดีท่ามกลางอากาศดีๆ

Day 2

อรุณสวัสดิ์ตอนเช้า ที่บรรยากาศดีมากๆๆๆๆ แต่ ฝนยังไม่หยุดนะทุกคนนน … ใครจะมาแนะนำเช็คสภาพอากาศก่อนด้วยนะ

สำหรับมื้อเช้าเราทานที่โรงแรมค่ะ เพราะราคาที่พักรวมอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว

ฝนไม่หยุดไม่เป็นไร กางร่มถ่ายเอาก็ได้ 5555 มุมยอดฮิตเลยมุมนี้ห้ามพลาดจริงๆ !!

นั่งกระเช้าไป Golden Bridge กันค่ะ มาลุ้นกันว่า เราจะได้เดินเล่นถ่ายรูปคู่สะพานมือ แบบชิคๆ เก๋ๆ ไหม ? ฝน จะหยุดให้เราไหม? ไปกันค่าาา ….

มาลงที่สถานนี Ga Bordeaux นะคะ ก็จะมาพบกับสะพานมือยักษ์ Golden Bridge ถ้ามาบานาฮิลล์ไม่มาถ่าย รูปคู่สะพานมือก็เหมือนมาไม่ถึง !!!!

และสุดท้าย

.

ฝนก็ไม่หยุดตก แถมลมแรงมากกกก ~ ไม่สามารถไปถ่ายรูปคู่กับสะพานได้ ได้แต่ถ่ายอยู่ไกลๆแบบนี้ 555

แวะเข้ามาชมความสวยงามของโบสถ์กันสักหน่อย โบสถ์นี้ตั้งอยู่ด้านหน้าเลย แอบเสียดายที่ถ่ายรูปด้านนอกไม่ ได้ เพราะฝนตกหนักมาก เอาไว้รอบหน้าต้องมาซ้ำแน่นอน !!!

ได้เวลาลงไปเที่ยวเมืองดานังกันต่อ … สำหรับบานาฮิลล์ไว้มาใหม่แน่นอน มาในวันที่อากาศเป็นใจกว่านี้ เพราะที่นี่มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เราเหมือนอยู่อีกโลกนึงเลยจริงๆ

เมื่อลงมาถึง เจอจุดนี้ คือวิวดีมาก สวยมาก แต่ไม่ทราบว่าคืออะไรนะคะ ต้องขออภัยด้วยเพราะเราไม่ได้เข้าไป

มาถึงโรงแรมที่เราพักในเมืองดานัง ชื่อที่พักว่า Fivitel Hotel เรียกได้ว่า ใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่ใกล้ จุดสำคัญหลายๆ จุดเลย สะดวกสบายมากๆ พนักงานก็น่ารัก บริการดี เราจองที่พักจาก Traveloka ได้ราคาดี มากๆ คืนละ 1,178 บาท แล้วห้องพักคือดีมากๆ ประทับใจสุดๆ

และนี่คือวิวจากห้องพักเราค่ะทุกคนนนน… คือดีงาม หันไปอีกฝั่งยังสามารถมองเห็น Dragon Bridge อีกด้วย เจ๋งเลย!!

ที่โรงแรมมีสระว่ายน้ำที่มองเห็นวิวแบบไม่มีอะไรมาบดบังเลย คือดีงาม แต่น้ำเย็นมากกกก!!! 55555

ออกมาเดินเล่นที่ Son Tra Night Market อยู่ไม่ไกลจากที่พักมากเราเลยปั่นจักรยานของโรงแรมมาค่ะ

ตลาดไม่ค่อยใหญ่มากนะคะ แต่ก็ไม่ได้เล็ก มีของให้ซื้อหลากหลาย ทั้งของกิน ของฝาก และมีโซนสตรีทฟู๊ดด้วย

อาหารส่วนใหญจะเป็นพวกซีฟู๊ด ซึ่งราคาถูกกว่าไทยมากๆ ยิ่งดึกยิ่งลด มีหลายร้านให้เลือกเลย

กบก็มีนะจ๊ะ เนื้อใสๆ เลยแม่คุณณณ!!

Day 3

~ สวัสดีตอนเช้าค่ะ
วันนี้เรามีเที่ยวในเมืองดานังกันอีก 1 วัน ก่อนที่พรุ่งนี้เราจะกลับแล้ววว…

วัดหลินอึ๋ง (Linh Ung Temple) วัดที่มีรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีขาวดูเด่นเป้นสง่า มีความสูงกว่า 67 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะเซินตร่าทางเหนือของดานัง โดยเจ้าแม่กวนอิมหันหน้าออกสู่ทะเล และเหตุที่เจ้าแม่กวนอิม หันหน้าออกสู่ทะเลนั้นก็มีความเชื่อว่าเพื่อคุ้มครองชาวประมงที่ออกไปหาปลา นอกจากนี้ เจ้าแม่กวนอิมที่นี่ก็ยัง ขึ้นชื่อในเรื่องของการขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ การทำมาค้าขาย รวมถึงขอลูกด้วย มาดังนังห้ามพลาดเลย แวะไป ขอพรกันได้นะคะ

ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่งเลยทีเดียว

ทำเล่นไปภายในวัดหลินอึ๋งมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามหลากหลายมาก สวยงามมาก และมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ มาก ได้รูปเพียบเลย แนะนำว่าต้องมา!!

Marble Mountains หรือ ภูเขาหินอ่อน ที่นี่เรียกได้ว่าเป้นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ถูกโยงไปในความ เชื่อกับตำนานนางฟ้าแห่งเมืองดานัง โดยภูเขาแห่งนี้ถูกสันนิษฐานว่า เกิดจากปลายยอดของภูเขา ที่วันเวลา ผ่านนานไปเปลือกโลกมีการเคลื่อนตัว น้ำก็เหือดแห้งไป จึงกลายเป้นยอดสูงเหนือพื้นดินทั้งหมด 5 ลูก

ด้านบนภูเขามี เจดีย์เจ็ดชั้น วัด และถ้ำ Huyen Khong ซึ่งมีรูปปั้นทำจากหินอ่อน ที่ผู้คนนิยมไปสักการะ วิวด้าน บนนั้นมีความสวยงามมากๆ ด้านหนึ่งเป็นภูเขาอีกลูกที่ถูกโอบล้อมรอบด้วยบ้านพักของชาวดานัง ส่วนอีกด้าน จะเป็นวิวของน้ำทะเลของทะเลจีนใต้ จะเดินบันไดขึ้นไปก็ได้ หรือถ้าไม่อยากเดินก้มีลิฟต์แก้วบริการในราคา 15,000 VND (เป็นเงินไทยประมาณ 20 บาท)

My Khe Beach (ชายหาดหมีเคว)
สำหรับชายหาดที่นี่ได้ถูดจัดเป็นชายหาดที่มีความยาวที่สุดในเอเชีย เนื้อทรายละเอียดนุ่มมากกกก ปกติหน้า ร้อนจะมีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำกันจำนวนมาก แต่ช่วงที่เราไปเป็นฤดูหนาว คลื่นค่อนข้างแรง จึงงดเล่นน้ำทะเล ที่นี่เหมาะแก่การมานั่ง Chill กับคนรักหรือแก๊งค์เพื่อนที่สุด ทัศนียภาพที่มองไกลออกไปแบบสุดลูกหูลูกตา ที่สำคัญ ยังมองเห็นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ด้วย..

ชิลล์เพลินๆ มาทั้งวัน ท้องร้องดังมากตอนนี้

ไปหาอะไรกินกัน…

Thùng Phi BBQ ร้านนี้เป็นร้านบาร์บีคิวที่ถูกผสมผสานระหว่างเวียดนามกับเกาหลีไว้อย่างลงตัวมากก ..บรรยากาศในร้านเป็นกันเอง พนักงานน่ารักมากๆ กินกันเพลินมากกก เพราะรสชาติดีมากกกก อร่อยแนะนำๆ

นอกจากปิ้งย่างแล้วก็มี Hotpot และเมนูทานเล่นอื่นๆอีกเพียบ เท่าที่กินคืออร่อยทุกอย่าง ราคาไม่แรงมากด้วย ของทุกอย่างสด โอเคเลยยย…

Day 4

~ ฮัลโหลเช้าวันสุดท้ายในดานัง

หมดเวลาสนุกแล้ว ได้เวลากลับบ้านกันค่ะ
วันนี้เรากลับไฟท์ช่วงเที่ยง จึงต้องออกจากที่พักเร็วนิดนึง โดยเราเลือกจองรถกับทาง Traveloka มาเลยเพราะ สะดวกสามารถนัดเวลาได้ เลือกรถได้ ราคาก็โอเคเลย

จองบริการรับ-ส่งสนามบิน คลิกที่นี่เลย

ตรงเวลามากๆ ถึงเวลาปุ๊บมาปั๊บ แฮปปี้ค่าาา…

แนะนำเลยสำหรับบริการรับส่งสนามบิน จองง่ายๆ ราคาดีๆ สะดวกสบายสุดๆ

และมีเรื่องจะเล่าด้วย จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คือ เราทำโทรศัพท์หล่นไว้ในรถ ซึ่งเพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์หายไปตอนกำลังจะเช็คอินที่ เคาวน์เตอร์ ตกใจมาก!!! จึงรีบโทรหาบริษัทของรถที่เวียดนามแล้วแจ้งเขาว่า เราทำโทรศัทพ์หล่นไว้ในรถ อยากให้เช็คให้ทีว่ายังอยู่ไหม โดยแจ้งเลขทะเบียนรถไป อีกพักทางบริษัทแจ้งกลับมาว่าเจอโทรศัพท์แล้ว…แต่ ต้องใช้เวลาในการตีรถกลับมาเพราะรถไปถึงฮอยอันแล้ว

~ เอาไงล่ะทีนี้ เครื่องออกเที่ยง ซึ่งเวลานั้นมีเวลาน้อยมาก
ใจเราคือยอมตกเครื่องเอาละกันแล้วรอโทรศัพท์
แต่พนักงานของสายการบิน ขอคุยกับคนขับรถ (เนื่องจากเราแจ้งพนักงานว่าเรารอโทรศัพท์อยู่จึงยังไม่เช็คอิน) โดยหลังจากคุยเสร็จเขาแจ้งให้เรารีบไปเช็คอินและเข้าเกต ไม่งั้นคุณจะไม่ทันนะ แล้วให้ทางบริษัทรถส่งให้คุณ ภายหลัง เราก็เอ๋อๆ อยู่ เลยตัดสินใจว่าสงสัยคงไม่มาแล้วมั้ง เราจึงตัดสินใจเข้าเกต แล้วค่อยมาติดต่อภาย หลังตอนถึงไทยละกัน

สรุป เมื่อมาถึงไทยเราใช้ คอมและไอแพดที่เราล็อกอินไลน์ไว้ ทักหาพนักงานที่ทักไลน์มาคอนเฟริมเวลานัดเรา เขาบอกว่าเขานำโทรศัพท์มาให้เราแล้วแต่ไม่เจอเรา ขอที่อยู่เพื่อส่งโทรศัพท์กลับให้ เราจึงแบบโล่งอกมาก สุดท้ายแล้วตอนนี้เราได้โทรศัพท์คืนเรียบร้อยแล้ว และขอบคุณพนักงานของ VTS และ Traveloka มากๆ เพราะอย่างน้อยเราก็โชคดีที่เลือกใช้บริการนี้ หากเราเลือกที่จะนั่ง แกรป หรือ แท็กซี่ เราคงไม่รู้ว่าจะติดต่อเอา โทรศัพท์คืนจากใคร

เล่ายาวไปหน่อยนะ แต่เป็นอุทาหารณ์เตือนใจจริงๆ

สำหรับทริปขอลาไปก่อน

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปด้วยกันนะคะ ~

เย้!!!