มองผ่านๆ Copenhagen อาจเป็นเมืองที่ดูเงียบสงบ ผู้คนขี่จักรยาน และ เดินเล่นพักผ่อนบรรยากาศสวยงาม แต่เอาเข้าจริงเมืองนี้มันน่าตื่นเต้นมากกว่านั้น ในแต่ละวันเราสามารถตื่นมาเจอที่เที่ยวแปลกใหม่ ที่ไม่คิดว่าว่าจะเจอได้ที่นี่ แถมยังได้ลองทานอาหารในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังมีรางวัลมาการันตีอย่าง Noma (ร้านอันดับ 2 จาก World’s 50 Best Restaurant) บอกเลยว่าทริปนี้อิ่มอกอิ่มใจและอิ่มท้องมาก แต่ก็อย่างว่าประสบการณ์อันมีค่า อาจต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงสักเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่า ทุกบาทที่จ่ายไปคุ้มค่าแน่นอน

ถ้าพร้อมมาเที่ยว Copenhagen ด้วยกันแล้ว ขอให้จองตั๋วเครื่องบิน หา flight ที่ถูกใจเอาไว้ก่อน เราเลือกจาก Traveloka เลย เพราะเค้าเปรียบเทียบข้อมูลเวลาและราคาของสายการบินหลายๆสายเอาไว้ให้แล้วในที่เดียว สะดวกมาก ช่วยให้เราตัดสินใจได้รวดเร็ว

จองตั๋วเครื่องบินไปโคเปนเนเก้น กับTraveloka 

ขอแบ่งทริปนี้เป็น 4 ส่วนตามรูปแบบประสบการณ์และอารมณ์ที่เราจะได้เจอ เริ่มจาก 1.เที่ยวสนุกสบายใจไปได้ทั้งครอบครัว 2.เที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ดูสิ่งสวยงามถ่ายรูปเพลินๆ 3.เที่ยวแบบตื่นเต้นเร้าใจจนไม่กล้าไปคนเดียว 4. เที่ยวแบบอิ่มอร่อยกินวันนี้ฟินไปถึงเดือนหน้า

 

เที่ยวสนุกสบายใจไปได้ทั้งครอบครัว

Tivoli Garden

เริ่มทริปนี้แบบเบาๆกับการไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก Tivoli Garden กันก่อน สวนสนุกแห่งนี้เป็นสถานที่เก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1843 ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก City Hall และ Copenhagen Central Station

นักท่องเที่ยวสามารถ ซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกแบบเหมารวมเครื่องเล่นไม่อั้น หรือ ซื้อแค่ตั๋วเข้าสวนเพื่อไปนั่งเล่นเดินเล่นถ่ายรูปเฉยๆ ก็ได้ โดยคนที่ซื้อตั๋วประเภทหลังนี้ หากเดินเล่นแล้วเปลี่ยนใจอยากเล่นเครื่องเล่นไหนขึ้นมา สามารถซื้อตั๋วเฉพาะเครื่องเล่นแยกได้ เพราะในสวนสนุกจะมีตู้ขายอยู่เป็นระยะ

เมื่อเดินเข้าไปในสวน เราจะรู้สึกเหมือนหลุดไปอีกเมืองนึงเลยทีเดียว เพราะภายในมีสวนขนาดกว้างให้คนนั่งเล่นนอนเล่น มีตึกเก่าแบบคลาสสิค และ สถาปัตยากรรมจากชาติอื่นๆให้เราถ่ายรูปเล่นได้

นอกจากนั้นเครื่องเล่นที่นี่ก็ถูกออกแบบให้เข้ากับบรรรยากาศในสวนสนุกด้วย อันที่เด่นๆเลยได้แก่

The Wooden Roller Coaster : รถไฟเหาะไม้ สร้างมาตั้งแต่ปี 1914 ถือเป็นเครื่องเล่นที่เก่าที่สุดในสวนสนุกนี้

The Demon : รถไฟเหาะสไตล์จีน ที่ผู้เล่นสามารถสวมอุปกรณ์ VR ระหว่างเล่นไปด้วย

แต่ถ้าไม่ชอบแนวตื่นเต้นหวาดเสียว เครื่องเล่นแบบน่ารักๆก็มีให้เข้าไปเล่นได้ เช่น

The Flying Trunk : หีบลอยฟ้า ที่จะพาเราลอยเข้าไปสู่โลกแห่งเทพนิยายของ Han Christian Andersen ภายในมีตัวละครจากนิทาน อยู่ในฉากที่ทำมาอย่างสวยงาม น่าประทับใจมาก

The Mine : เรือล่องแก่งในเหมืองจำลอง บนเรือของผู้เล่นจะมีปืนเลเซอร์เอาไว้ให้ผู้เล่นแข่งกันยิงเป้าในเหมืองเพื่อนับคะแนนตอนออกมา

นอกจากนั้นยังมีเครื่องเล่นอื่นๆอีกมากมาย ถึงแม้จะไม่ได้ต่างจากสวนสนุกอื่นๆมากนัก แต่การตกแต่งของแต่เครื่องเล่นกลับสวยงามเข้ากับบรรยากาศของสวน ทำให้ดูมีเสน่ห์น่าเล่นไปอีกแบบ

พอเล่นเสร็จแล้วก็ไม่ต้องกลัวหิว เพราะภายในสวนมีส่วนที่เป็นร้านอาหารและที่นั่ง indoor ให้นั่งรับประทานได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะซื้อขนมตามซุ้มข้างทางที่มีอยู่ทั่วสวนก็สะดวกดี ตัวอย่างขนมที่น่าลองน่าจะเป็น popcorn รสชาติแปลกๆไม่น่าเข้ากัน แต่พอรับประทานไปแล้วกลับอร่อยไม่น่าเชื่อ ในรูปที่เห็นนี้เป็นรสพริก รูบาร์บ และส้มยูสุ ส่วนไอศกรีมนี้ราดด้วยซอส Licorice ซึ่งเป็นของหวานขึ้นชื่อของประเทศ

 

Strøget

เสร็จจากสวนสนุก เรามาเริ่มต้นออกเดินเล่นกันที่ Strøget ที่นี่เป็นถนนคนเดินใจกลางเมือง มีความยาวกว่า 1.1 กิโลเมตร ตลอดทางมีร้านค้าต่างๆให้เลือกซื้อของมากมาย นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร และ ตึกสวยๆให้ถ่ายรูปเล่นได้ยาวๆ

Nyhavn

ถ้ามา Copenhagen คงจะพลาดที่นี่ไม่ได้ เพราะ Nyhavn เป็น landmark ที่มีขนาดใหญ่มาก ย่านนี้อยู่ริมอ่าวที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 จุดเด่นของที่นี่นอกจากสมอเรืออันใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานแล้ว ก็คือบ้านหลากสีริม 2 ข้างทางที่หลายๆหลังเป็นร้านอาหาร บรรยากาศดีเหมาะกับการนั่งเล่นชมวิว ถ่ายรูปคู่กับเรือไม้สุดคลาสสิคที่ทอดสมออยู่ริมน้ำด้วย

Round Tower หรือ Rundertaarn

หอคอยดูดาว Round Tower นี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ถือว่าเป็นหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปที่ยังคงถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน ภายในหอคอยดูดาวนี้เป็นทางลาด วนขึ้นไปถึงชั้นบน มี design ที่สวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปมาก แต่ขอบอกก่อนว่าให้เตรียมร่างกายไว้ให้พร้อม เพราะถึงแม้หอคอยนี้จะสูงแค่ 36 เมตร แต่ด้วยความที่ต้องเดินวนขึ้นไป ทำให้เราต้องเดินขึ้นทางชันไกลถึง 209 เมตรกว่าจะถึงยอดหอคอย!

เมื่อเดินวนขึ้นไปหายอดหอคอย เราจะพบ Library Hall อยู่ตรงกลางทาง ขอให้แวะเข้าไปพักสักหน่อย เพราะที่นี่มีงานศิลปะแสดงอยู่เต็มพื้นที่ พร้อมกับมีร้านของที่ระลึกเล็กๆให้เราเลือกซื้อของฝากด้วย

เมื่อเดินถึงหอคอย เราจะได้พบกับจุดชมวิวเมือง Copenhagen แบบ 360 องศา วิวที่เห็นสวยงามมากจนหายเหนื่อยไปเลย

ขากลับเดินลงมาอย่าลืมมองหากระจกใส เมื่อมองผ่านกระจกนี้ เราจะเห็นใจกลางของหอคอยลึกลงไปถึงพื้น 25 เมตร

Langelinie

ท่าเรือ Langelinie นี้เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1894  มีขนาดกว้าง และ ลึกมาก จนเรือขนาดใหญ่สามารถทอดสมอได้เลย บริเวณโดยรอบนี้เป็นสวนสาธารณะ ผู้คนออกมานั่งเล่น เดินเล่น และ ขี่จักรยานกันมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น หากใครได้ไปในเดือนเมษายน จะได้เห็นดอกซากุระบานสะพรั่งอยู่เต็มไปหมด ทำให้ที่นี่สวยงามไม่แพ้ซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นเลย

The Little Mermaid

หากเราเดินตามทางริมทะเลบริเวณ Langelinie ไปเรื่อยๆ จะเห็นรูปปั้นนางเงือกอันโด่งดังที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของ Copenhagen ตั้งอยู่ริมฝั่ง รูปปั้นนางเงือกตัวนี้ถูกสร้างขึ้นตามเทพนิยายของ Han Christian Andersen

Lego Store

ที่น่าไป Lego store เพราะ Lego เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศ Denmark นี่เอง ดังนั้นการเดินเล่นใน store ถือเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดมากๆ แต่ถ้าใครสนใจไปเที่ยวที่เมืองต้นกำเนิดจริงๆนั้นต้องนั่งรถไฟออกนอก Copenhagen ไปที่เมือง Billund

เที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ดูสิ่งสวยงามถ่ายรูปเพลินๆ

จบจากการเดินเล่น เรามาตามดูปราสาทและพระราชวังที่น่าไปใน Copenhagen กันดีกว่า ที่แรกได้แก่

Rosenborg Castle

ในสมัยศตวรรษที่ 17 กษัตริย์ Christian ที่ 4 เป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงมากพระองค์หนึ่งในแถบแสกนดิเนเวีย Rosenborg Castle นี้คือปราสาทสไตล์ Dutch Renaissance ที่พระองค์สร้างขึ้นมา

หากเข้าไปดูในปราสาทจะเห็นว่าการตกแต่งภายในยังคงถูกเก็บรักษาให้คงสภาพเหมือนในอดีตมากที่สุด Highlight ที่สำคัญในปราสาทนี้คือ the Knight’s Hall ที่มีบัลลังก์ตั้งอยู่ พร้อมด้วยรูปปั้นสิงโตทำจากเงินขนาดเท่าตัวจริงตั้งอยู่ 3 ตัว ภายในห้องยังมีผืนผ้าม่านขนาดใหญ่ที่บันทึกเรื่องราวการทำสงครามระหว่าง Denmark และ Sweden อีกด้วย

จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างอยู่ที่ชั้นใต้ดิน มีการจัดแสดงทรัพย์สินต่างๆของกษัตริย์ รวมไปถึง “มงกุฎ” จริงของกษัตริย์ราชวงศ์ Denmark

ภายนอกปราสาทมีสวนขนาดใหญ่ที่จะมีดอกไม้สวยๆให้ชมในช่วงฤดูร้อน

Christiansborg Palace

Christiansborg Palace เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด เพราะมีความสำคัญหลายอย่าง เช่น เป็นรัฐสภา และที่พักของนายกรัฐมนตรี และราชวงศ์ Denmark ก็ยังคงใช้ส่วนหนึ่งของปราสาทอยู่จนถึงปัจจุบันในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ

การชมปราสาทแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. Royal Reception Rooms เป็นส่วนที่สวยงามและอลังการมาก บริเวณนี้ใช้เป็นที่จัดงานพระราชพิธีของราชวงศ์ 2. The Royal Kitchen เป็นห้องครัวใช้เตรียมอาหารสำหรับราชวงศ์ 3. The Royal Stables คือคอกม้าที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถม้า  4. The Ruins ซากปรักหักพังของปราสาทหิน

The Royal Receptions

The Royal Kitchen

The Royal Stable

The Ruins

ที่ยวแบบตื่นเต้นเร้าใจจนไม่กล้าไปคนเดียว

Freetown Christiania

สถานที่นี้เป็นที่ที่น่าไปมาก แต่ไม่แนะนำให้ไปคนเดียว ส่วนตัวเราไม่ได้เจอเหตุการณ์อันตรายใดๆ แต่เชื่อเถอะว่ามีเพื่อนไปแล้วอุ่นใจมากกว่าแน่นอน ที่นี่คือ Freetown Christiania

ที่ตั้งของบริเวณที่ว่านี้อยู่ทางทิศตะวันออกของตัวเมือง Copenhagen ในเมืองนี้ไม่มีลักษณะใดๆที่เหมือนกับ Copenhagen ที่เราเดินผ่านๆมาเลย ภายในเป็นพื้นที่ปกครองตนเองของชาวฮิปปี้ประมาน 1,000 คน อยู่เหนือกฎหมายของประเทศ Denmark มีตลาดมืด ซื้อขายกัญชากันอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ต้องกลัวตำรวจ

ตลอดทั้งเมืองมีงาน street art สวยงามอยู่ให้เห็นทั่วไป แต่ควรระวังให้มาก เพราะบริเวณส่วนใหญ่ในนั้นห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด หากเก็บกล้องถ่ายรูปให้พ้นสายตาไปเลยจะดีที่สุด แต่บางส่วนก็สามารถถ่ายรูปได้ตามที่มีป้ายบอก  โดยรวมถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

เที่ยวแบบอิ่มอร่อยกินวันนี้ฟินไปถึงเดือนหน้า

ร้าน Noma

จริงๆแล้วเรามา Copenhagen เพื่อสิ่งนี้! ร้าน Noma เป็นร้านของเชฟ René Redzepi เชฟคนนี้ทำให้ร้าน Noma ได้รับรางวัลอันดับ 1 จาก World’s 50 best restaurant ถึง 4 ปี ได้แก่ปี 2010, 2011, 2012 และ 2014 ร้านได้ปิดปรับปรุงในปี 2016 และกลับมาใหม่ในปี 2018 ด้วย concept อาหาร 3 ฤดูกาล ได้แก่ seafood season (มกราคม-พฤษภาคม), vegetable season (มิถุนายน-กันยายน) และ game & forest season (ตุลาคม-ธันวาคม) ซึ่งแต่ละ season นั้นจะเปิดให้เริ่มจองล่วงหน้าประมาณครึ่งปีและโต๊ะเกือบทั้งหมดจะถูกจองจนเต็มภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น !!

คราวนี้เราไปในเดือนเมษายน อยู่ในช่วง seafood ราคาทั้งสิ้น 2,500 DKK หรือประมาณ 12,000 บาทต่อคน เห็นราคาแล้วอาจตกใจไม่ใช่น้อย แต่โดยรวมแล้วถือเป็นการซื้อประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นที่ร้านไหนมาก่อน

เมื่อเดินเข้าไปที่ร้านจะมีพนักงานจำนวนมากมาต้อนรับอย่างอบอุ่นและพาไปเดินชมบริเวณที่กำลังมีการทำอาหารทะเลแบบสดๆ ก่อนไปนั่งที่โต๊ะเพื่อรอรับประทานอาหารทะเลรวมทั้งหมด 17 คอร์ส อาหารทุกจานสดใหม่และมีรสชาติดีมาก ทุกครั้งที่เห็นอาหารจานใหม่มาเสิร์ฟจะรู้สึกตื่นเต้นและแปลกใจอยู่เสมอ โดยรวมแล้วถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ถึงแม้จะราคาแรงไปมาก และ ยังอยากให้เพิ่มอาหารอีก 2-3 คอร์ส

1st course: Fresh Norwegian Scallop

2nd course: Seafood Platter

3rd course: Marinated Sweet Shrimp

4th course: Grey Shrimp cooked with Sea Lettuce

5th course: Lumpfish Roe and Cured Egg Yolk with Ramson

6th course: Cured Turbot

7th course: Medium Rare Blue Shell Mussel

8th course: Cod Bladder simmered with Quince

9th course: Cod Tongue Schnitzel

10th course: Salt Cod Pie

11th course: Beach Crab Gel and Pinecones

12th course: Boiled Brown Crab on Flatbread

13th course: Hot Smoked, then Barbecued Arctic King Crab

14th course: Crab Salad

15th course: Salted & Dried Berries from Summer

16th course: Cardamom Scented Sea Star

17th course: Chocolate Cod Skin

และทั้งหมดนี้คือ Copenhagen เมืองหลวงของประเทศ Denmark ไม่น่าเชื่อเลยว่าเมืองที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่กลับมีหลายสิ่งหลายอย่างให้นักท่องเที่ยวจากแดนไกลอย่างเราตื่นตาตื่นใจเต็มไปหมด เราขอยกให้ Copenhagen เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าประทับใจที่สุด และเราเชื่อว่าที่นี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งเมืองโปรดในแถบยุโรปของใครอีกหลายคนที่ได้มาเยือนเช่นกัน