หลังจากที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ปูซาน มานาน จนเกิดอาการไขว้เขว ทริปเกาหลีใต้ครั้งนี้ เราจึงตกลงปรงใจกับเพื่อนๆ ว่าในเวลาอันน้อยนิดของเรานั้น จะต้องเก็บให้ได้ ทั้งปูซานและโซล! สำหรับทริปนี้ จุดหมายปลายทางแรก คือ ปูซาน เมืองริมทะเลวิวดี๊ดีที่มีแต่ความชิลล์ ก่อนจะมุ่งเข้า​ โซล จุดหมายปลายทางที่สองที่ถ้าไม่ไปคงขาดใจตาย! โดยมีเป้าหมายหลักๆ คือ ต้องได้เปิดวาร์ปร้านอร่อย เที่ยวมิวเซียมชมงานอาร์ต และที่สำคัญต้องได้ช้อปแบบจัดเต็ม! เอาล่ะ ใครพร้อมแล้ว ตามมาลุยกับเราโลดดด~

Day1

ทริปนี้เราคาดการณ์ไว้ว่างานช้อปต้องปัง มีหมื่นหมดหมื่น มีแสนหมดแสน! เลยต้องมองหาสายการบินที่จะทำให้เรารู้สึกสบายใจเรื่องน้ำหนักกระเป๋ามากที่สุด ดังนั้นการเลือกนั่งสายการบินฟูลเซอร์วิสน่าจะตอบโจทย์ที่สุด ประจวบเหมาะกับที่ การบินไทย มีรูทบินตรงไปลงปูซานพอดี แถมเวลาบินโอเคมาก บินดึกถึงเช้า เที่ยวปูซานต่อได้สบายๆ เลยตัดสินใจบินไปเกาหลีแบบกินอิ่ม นั่งสบายกับการบินไทยซะเลย

สำหรับใครที่อยากจองตั๋วเครื่องบินการบินไทย แบบไป-กลับหลายเมืองก็สามารถทำได้ เพียงแค่แวะเข้าไปเช็คราคาและจองตั๋วเครื่องบินการบินไทยไปเกาหลีใต้กับ Traveloka แล้วเลือกฟังก์ชั่น Muti-City ได้เลย

จองตั๋วเครื่องบินกับการบินไทย ผ่าน Traveloka

 

ไปค่ะ ได้เวลาเหินฟ้าไปตามหาอปป้ามาดามใจแล้วววว~ หย่อนตัวนั่งบนเครื่องบินการบินไทยปุ๊ป ก็ต้องบอกเลยว่าของเขาดีจริงๆ ทั้งผ้าห่ม และหมอนนอนสบายไม่มีหนาว หรือจะใช้บริการความบันเทิงบนเครื่องบิน สัมผัสจอทัชสกรีน+หูฟังให้เราเลือกดูหนัง ฟังเพลงกันเพลินๆ

เผลอหลับไปได้หนึ่งตื่นก็ถึงเวลาอาหารเช้า เสิร์ฟกันให้อิ่มแบบจุกๆ ไปเลย ทั้งขนมปังเอย อาหารจานหลักเอย ขนมหวานเอย ไหนจะเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟสั่งกันได้เต็มที่ถ้าไม่กลัวปวดหนัก (อิอิ) แถมพนักงานต้อนรับก็น่ารัก ยิ้มแย้ม แจ่มใส ให้ความช่วยเหลือดีทุกเรื่องตามแบบฉบับการบินไทยเลยจ้า

นั่งรถบัสเข้าปูซาน

หลังจากแลนด์ดิ้งสู่แผ่นดินเกาหลีแล้ว ผ่านด่านตม.ได้แบบสวยและรวยมาก ก็ถึงเวลาต่อเข้าไปในเมืองปูซาน โดยเราเลือกนั่งรถบัสจากแอร์พอร์ตไปยังที่พักแถวย่าน Dongbaek ในราคา 7,000 วอนเท่านั้น วิธีง่ายๆ แค่เดินผ่านประตูสนามบินไปยังป้ายรถบัสหมายเลข 2 (ตามในรูปเลยจ้า) แล้วดูที่ข้างรถบัสเลยว่าเขาจะไปจอดป้ายสุดท้ายที่ไหน หรือลองถามคุณลงคนขับรถก็ได้จ้า ขึ้นไปนั่งแล้วก็เตรียมตัวเตรียมใจฟังชื่อสถานที่ที่จะลงให้ดีๆ เพราะบนรถบัสไม่มีป้ายบอก แต่จะเป็นเสียงประกาศแทนค่ะ

 

ตามเก็บของอร่อย เที่ยวอควาเรียมที่หาดแฮอุนแด

เก็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาหิวพอดี เราจึงเดินจากที่พักไปหาดใกล้บ้านก็คือ หาดแฮอุนแด นั่นเอง สำหรับใครที่พักไกลจากที่นี่สามารถนั่ง Subway มาลงที่ Haeundae Station เดินออกจากสถานีมาจะเจอกับลานกว้าง ยาวไปจนถึงตัวหาดเลยจ้า

 แวะซื้อ โฮต็อกไส้น้ำผึ้ง รองท้องสักหน่อยก่อนจะไปจัดเต็มกันจ้า

หลังจากลังเลอยู่นานว่าจะกินอะไรกันดี เราตัดสินใจเลือกกิน Gaemijip เพราะเห็นว่าคนต่อคิวรอกินกันเยอะมาก ค่าเสียหายคนละ 11,000 วอน อาหารที่นี่ก็จะเป็นหม้อไฟที่ประกอบด้วยปลาหมึก กุ้ง และสามชั้น มาในรสชาติเผ็ดร้อน กินคู่กับข้าวสวย งานนี้มีจุกแน่นอนจ้า

หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาเดินย่อยสักที… เราเลือกที่จะไปเดินย่อยใน SEA LIFE Busan Aquarium อควาเรียมที่เขาว่ากันว่าดีและควรค่ามาก สำหรับใครที่กลัวว่าจะสื่อสารภาษาเกาหลีกับสตาฟฟ์ไม่รู้เรื่อง สามารถจองตั๋วเข้าอควาเรียมมาจากไทยได้นะ แล้วปริ้นเอกสารมาให้พร้อม ยื่นให้พนักงานปุ๊บก็เข้าไปสนุกกันได้เลย

เข้าไปปุ๊ปก็อลังการทันที ข้างในมีของให้เล่นเยอะมาก ทั้งพี่ฉลามน้องแมงกะพรุน แสงสีเสียงและจุดถ่ายรูปเก๋ๆ เพียบ!

เดินชิลล์ นั่งชมวิวหาดกวังอัลลี

ตะลุยโลกใต้น้ำกันเสร็จแล้ว เวลามีน้อยใช้สอยประหยัดไปต่อกันที่หาดควังอัลลีกันเลย! ก่อนอื่นเราขอเตือนก่อนว่าการเดินทางโดย Subway ของปูซานนั้น หาที่เติม T-Money ยากมาก แนะนำให้ซื้อตั๋วเป็นเที่ยวโดยเลือกสถานีเอา ราคาจะอยู่ที่ประมาณขาละ 1,400-1,600 วอน แต่ถ้าซื้อแบบ One-day pass เหมาๆ ก็จะประมาณ 5,000 วอนจ้า

นั่ง Subway มาลงที่สถานี Geumnyeonsan แล้วเดินตามป้ายมาเรื่อยๆ ก็จะเจอหาดควังอัลลี

บรรยากาศที่นี่บอกเลยว่าชิลล์มาก มากแบบมากจริงๆ เราเลือกนั่งพักที่คาเฟ่ HYUTE บอกเลยว่าชั้นดาดฟ้าเห็นวิวสวยๆ ของหาดแบบสุดลูกหูลูกตาคือดีงามมากจริงๆ หลังจากสั่งเครื่องดื่มแล้วเราจะได้เครื่องเรียกคิวมา แนะนำให้นั่งรอที่ชั้น 2-3 ก่อน เพราะบนดาดฟ้าสัญญาณมาไม่ถึง

วิวสวยแบบสิบเต็มมาก กาแฟรสชาติดี ขนมเค้กเริ่ด ให้สิบ สิบ สิบไปเลยจ้า!

ช้อปปิ้งย่านนัมโป

ไปต่อกันค่ะซิส! นั่ง Subway มาลงที่ Nampo Station แล้วไปช้อปกันที่นัมโป ย่านช้อปปิ้งของปูซานที่ดีงามซะเหลือเกิน บอกเลยว่ามาที่นี่ต้องเผื่อเวลานะจ้ะ เพราะเริ่มเข้า 4 ทุ่มทุกร้านก็จะเริ่มทยอยปิดแล้ว ดังนั้นกะเวลาให้ดีค่ะคุณขา

เส้นทางการช้อปปิ้งของนัมโปบอกเลยว่าเริ่ด เพราะที่นี่เป็นถนนเส้นเดียวยาวๆ และมีซอยข้างๆ ให้เราได้เดินเข้าไปเสาะแสวงหาร้านเด็ด เดินเที่ยวที่นี่คนไม่ค่อนแน่นมาก ถนนหนทางก็สะอาดตา เรื่องเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางจัดเต็มไม่มีตกเทรนด์ ไม่แพ้ฮงแดและเมียงดงเลย

Day2

แพลนคร่าวๆ ของเราวันนี้คือ เช็กเอาต์โรงแรมแล้วลากกระเป๋าไปฝากที่ Busan Station แล้วไปเที่ยวต่อที่หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมช็อน แล้วกลับมาขึ้น KTX มุ่งหน้าเข้าโซล

ทุกคนสามารถมาฝากกระเป๋าเดินทางที่ Busan Station ได้ โดยนั่ง Subway มาลงที่ Busan Station แล้วลากกระเป๋าขึ้นลิฟต์มา จากนั้นเดินเข้ามาในอาคาร Busan Station จะเห็นตู้ล็อกเกอร์สำหรับฝากกระเป๋าเยอะมาก แถมใส่ได้ทุกไซส์ไม่ว่ากระเป๋าจะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม แถมยังดูแน่นหนาสุดๆ และคิดค่าบริการกระเป๋าไซส์ใหญ่ประมาณ 5,000 วอนเท่านั้น

 

ลุยหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมช็อน

นั่ง Subway ไปลงที่สถานี Toseong Station เดินไปที่ทางออก 6 แล้วจะนั่งรถบัสต่อขึ้นไปยังหมู่บ้านก็ได้ หรือแท็กซี่ก็ดี แต่ที่แน่ๆ เดินไม่ไหวแน่นอน เพราะทางชันมากกกก สำหรับพวกเราที่ต้องรีบทำเวลา เลยเลือกนั่งแท็กซี่ขึ้นในราคา 3,300 วอน

ถึงหมู่บ้านก็เดินเล่น ถ่ายรูปกับเจ้าชายน้อย แล้วไปตามเก็บมุมสวยให้ครบทุกมุม แล้วแวะหาอะไรกินให้หายหิว ชมวิวสวยๆ ของหมู่บ้านสีพาลเทลจนครบ เป็นอันจ็อบที่ปูซานได้เวลาไปโซลแล้ววววว

Train to Seoul

เราจอง KTX กลับโซลกันมาล่วงหน้าแล้วผ่าน http://www.letskorail.com/ebizbf/EbizBfTicketSearch.do ตกคนละประมาณ 1,500 บาท จากนั้นก็ปริ้นเอกสารมาให้ครบถ้วน แล้วเช็กตารางเวลาเดินทางและชานชาลาให้ดี เพราะรถไฟที่นี่ตรงเวลามาก! ขึ้นไปแล้วก็นั่งให้ตรงที่นั่งที่จองไว้นะคะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่มาคอยเช็กจำนวนคนตลอดเวลา ถ้านั่งผิดที่อาจจะเกิดปัญหาได้

หลับยาวไป 2 ชั่วโมงก็เป็นอันถึงโซล ระยะเวลาในการเดินทางพอดีเป๊ะไม่มีเลท ออกจากชานชาลาแล้ว ขึ้นมาที่ด้านบนอาคารให้เดินตามเส้นสีฟ้าที่เขียนว่า Airport Railway เพื่อต่อไปยังสถานีอื่นๆ ในโซล

ที่โซล เราเลือกจองที่พักกันแถว Hongik Station พราะใกล้กับฮงแด ช้อปแหลกกันได้ทุกวันทุกคืนไม่ต้องสนใจว่ารถไฟใต้ดินจะหมด หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็ไปเดินเล่นอัปเดตเทรนด์ที่ฮงแดกันสักหน่อย

เดินเล่นจนเพลินท้องก็ร้อง แวะกินร้านหมูย่างเจ้าประจำเจ้าดังเจ้าเดิมที่มาก็ครั้งก็ยังเปิดอยู่ที่เดิมเสมอ หมดค่าเสียหายไป 41,000 วอนถ้วน (กินกัน 3 คนนะคะ)

Day3

Leeum Museum

โซลจ๋า ฉันมาแล้ววว~ มิวเซียมแรกที่เราเลือกไปในทริปนี้คือ Leeum Museum ทุกคนสามารถรถไฟใต้ดิน Line 6 มาลงที่สถานี Hangangjin แล้วเดินตามป้ายมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ Leeum Museum

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาเดินชมงานศิลปะที่นี่ บอกก่อนนะว่าเขาห้ามถ่ายรูปค่ะ จะมีบางจุดเท่านั้นที่ทางมิวเซียมอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ ใครที่ชอบเสพงานศิลป์ไม่เน้นถ่ายรูปเก๋ๆ เราแนะนำให้มานะ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยงานของศิลปินเกาหลีดังๆ เยอะมาก มีครบทุกแนวให้เสพ ไม่ว่าจะรูปวาดในยุคต่างๆ งาน Installation ดีไซน์เก๋ ถ้วยชามต่างๆ งานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนา รับรองว่าอิ่ม!

คิมบับเจ้าอร่อยจนต้องกรี๊ด!

ที่บอกว่าต้องกรี๊ดคือไป กรี๊ดมากกก! สำหรับคิมบับเจ้าอร่อยที่เราตามไปตำนี้ มีชื่อว่า OTTO Kimbap เป็นคิมบับเจ้าดังในย่าน Itawon ซึ่งไม่ไกลจาก Leeum Museum ณ จุดนี้ เราแนะนำให้ทุกคนเปิด Kakao Map แล้วโบกแท็กซี่ไปเลย (ประมาณ 3,000 กว่าวอน) เพราะทางไปค่อนข้างจะชันมากจนต้องรอขอชีวิต

มาถึงแล้วบอกเลยว่าประทับใจมาก เจ้าของร้านน่ารัก ตัวร้านก็น่ารัก OTTO Kimbap เป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่เยอะค่ะ สามารถสั่งได้ที่เคาน์เตอร์หน้าแล้ว แล้วยกไปกินใต้ร่มไม้ได้เลย สำหรับเมนูที่นี่มีให้เลือกไม่เยอะ เน้นไปที่คิมบับและไก่ทอด ซึ่งอร่อยมากกกกทั้งสองอย่าง กินแล้วฟินมาก อยากกลับไปกินอีก

เดินชิลล์ย่านอิแทวอน

กินอิ่มแล้วเดินต่อได้ เราเดินลงจากร้านย่าน Itawon กลับลงมาเพื่อเดินต่อไปยัง MMMG Design Store สาขา Itawon แหล่งรวมของกระจุกกระจิกน่ารักๆ ทั้งนั้น ที่นี่มีทั้งโซนคาเฟ่ ขายเฟอร์นิเจอร์ ช้อป Frietag ให้เราเดินเล่นช้อปปิ้งกันเพลินๆ

จากนั้นแวะคาเฟ่สักหน่อย เราตามลายแทงมาที่ WET Coffee คาเฟ่สไตล์มินิมอลที่อยู่ชั้นใต้ดินในซอยตรงข้ามกับ Leeum Museum เป็นคาเฟ่น่ารักๆ เน้นตกแต่งด้วยสีขาว และสีแดงอิฐของกระเบื้อง บรรยากาศมินิมัลดีอยู่นะ

D Museum

เอาละ ถึงเวลาไปต่ออีก 1 มิวเซียมที่อยู่ในลิสต์ทริปนี้ โบกแท็กซี่ตรงไปยัง D Museum เลยจ้า สำหรับ D Museum แล้วถือเป็นมิวเซียมที่เต็มไปด้วยงานอาร์ตที่ค่อนข้างดูง่าย มีความ Mass อยู่พอตัว และสามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้ตลอดทั้งมิวเซียม (ค่าเข้าชมอยู่ที่ 12,000 วอน) 

เทพแห่งไก่ทอด

ก่อนจะจากย่านอิแทวอนไปไกลเกินไป เราขอแวะเติมพลังยามเย็นกันที่ร้านไก่ทอดเจ้าดัง ที่เหล่าดาราเซเลปต่างๆ พากันมากินเพียบ! ลองเสิร์จ Kakao Map ว่า Eongteori Chicken แล้วเดินตามไปได้เลย แต่ขอเตือนก่อนเลยนะว่า คุณลุงค่อนข้างจะดุพอตัว (ในกรณีที่เราสั่งไม่รู้เรื่อง 555555) ซึ่งตามปกติแล้วคนที่นี่จะสั่งไก่ทอดมากินกับเบียร์ ดังนั้นบอกตรงนี้เลยว่า คุณลุงบังคับสั่งเบียร์นาจาา ใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์กดสคิปร้านนี้ไปได้เลย แต่การันตีนะว่าความกรอบของไก่ทอด ระดับเทพมากจริงๆ!

สำหรับฮงแดแล้ว กี่ชั่วโมงก็ไม่พอ!

เอาล่ะ ก่อนจะกลับเข้าที่พักไปนอน ก็ต้องแวะฮงแดกันสักหน่อย เดินวนไปจนกว่าขาจะหมดแรง! ฟาดรองเท้าให้หมดทุกร้าน แล้วช้อปเสื้อผ้าให้เหมือนคนไม่ได้แพ็กกระเป๋ามาไปเลยย!

Day4

ต่อแถวยาวกินชาไข่มุกแต่เช้าตรู่

ก่อนจะออกไปเที่ยวที่ไหน ขอลองกินชาไข่มุก Tiger Sugar สักหน่อยเถอะ! ต้องบอกเลยว่าที่สาขาฮงแด คนต่อแถวยาวไม่แพ้ที่ไทยเลยจ้า ต้องอาศัยมาช่วงเช้าๆ เอาหน่อย ถึงได้กินสักที

โดนชาไข่มุกเรียกน้ำย่อยไปแล้วก็ต้องหาของกินใส่ท้องสักหน่อย เหลือบตาไปเห็นร้านอาหารที่ข้างๆ Tiger Sugar พอดีก็ลองสักหน่อย

ช้อปมือสองที่ Dongmyo Flea Market

ตารางการช้อปนี่บอกเลยว่าแน่นมาก แน่นกว่านี้ไม่มีอีกแล้วจ้า เตรียม Shopping Bag ให้พร้อมแล้วนั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Dongmyo Station ทางออก 3 แล้วเดินตรงไปช้อปแหลกจนกว่าชีวิตจะหาไม่!

พร้อมแล้วก็ไปเลือกๆ คุ้ยๆ เสื้อผ้าและสินค้ามือสองให้หนำใจกันไปเลย

เสพงานศิลป์ให้สุด

ลงรถไฟใต้ดินสถานี Anguk Station ทางออก 3 แวะเดินเล่นที่หมู่บ้านบุกชอนฮันอกให้เสร็จสรรพ ถ่ายรูปเล่นให้พอเป็นพิธีสักหน่อย

แล้วไปต่อที่ MMCA หรือ National Museum of Modern and Contemporary Art เป็นมิวเซียมที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับพระราชวังเคียงบกกุง มีค่าเสียหายในการเข้าชมอยู่ที่ 4,000 วอนเท่านั้นเอง ซึ่งงานศิลปะที่ถูกจัดแสดงไว้ก็จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตามแต่ละช่วง และมีให้ชมหลายห้องมากกก

เสร็จภารกิจจาก MMCA ก็นั่งรถไฟใต้ดินยาวไปลงที่ Gungmum-gu Station แล้วไปเสพงานศิลป์กันต่อที่ K Museum ที่นี่น่าจะเหมาะกับสายถ่ายรูป เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงาน Installation ให้เราได้เข้าไปถ่ายรูปกับงานอาร์ตต่างๆ ได้ แต่ค่าเข้าค่อนข้างจะแรงเอาเรื่อง อยู่ที่ 15,000 วอน

ได้เวลา Shopping Time!

ไหนๆ ก็มาถึง K Museum แล้ว เราก็ต้องแวะเดินช้อป อัปเดต Luxury Brand ที่ย่าน Apgujeong Redeo กันสักหน่อย เดี๋ยวบัตรเครดิตจะเน่าซะก่อน

เอาล่ะ อย่าเพิ่งรูดจนเพลิน เพราะเราจะพาไปรูดกันต่อที่ย่าน Garosu-gil นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Sinsa แล้วเดินต่อไปที่ Garosu-gill แวะช้อปปิ้งเครื่องสำอาง เดินเล่นไปตามเส้นทางของต้นกิงโกะ ผ่านช็อปแบรนด์ดัง ซื้อกระเป๋าสักใบให้ใจชื้นก็เป็นอันกลับได้จ้า

ปิ้งย่างสามชั้นนัวๆ

เรากลับจากกาโรซูกิล มาซบฮงแด ในเมื่อสามชั้นย่างไม่ตกถึงท้องมาหลายวัน ก็ต้องเดินวนหาร้านอร่อยแล้วล่ะ แล้วสุดท้ายเราก็เลือกร้านนี้ (ตามรูป) รอคิวนานสักนิดแต่ก็ทนไหว ใครกลัวว่าสั่งหมูเยอะจะแพง แนะนำให้สั่งบิบิมบับมาสัก 1 จานรับรองว่าจุกชัวร์!

Day5

ตื่นเช้ามารีบเก็บกระเป๋า เช็กเอาต์ที่พัก จากนั้นก็ไปฝากกระเป๋า แล้วไปตามล่าหาของอร่อยกินก่อนกลับสักหน่อย

เราไปเดินเล่นย่านยอนนัมดงก่อนกลับ เดินเข้าซอยไปมาจนไปเจอกับร้านขนมปัง Sapporo เจ้านี้ บรรยากาศร้านน่ารัก แต่มีที่นั่งน้อยไปหน่อย ส่วนตัวขนมปังกับไส้ไข่หวานนั้นบอกเลยว่าละมุนใจ มาพร้อมกลิ่นวาซาบิน้อยๆ กำลังดี

ของคาวกินอิ่มแล้วก็ได้เวลากินของหวานต่อ เราลองมากินทิรามิสุเจ้าดัง Mangwondong Tiramisu แล้วผลก็คือ มันอร่อยอย่างที่ใครๆ ว่าไว้จริงๆ หวานไม่มาก ละมุนกำลังดี มีให้เลือกหลายแบบตามใจชอบเลยจ้า

กินอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินพอดี เราเลือกกลับไปสนามบินด้วยการขึ้นรถบัส นั่งยาวไปลงที่สนามบิน จากนั้นก็ช้อปและกินต่อจนกว่าเงินวอนจะหมด เป็นอันปิดทริปปูซาน-โซล 2019 แล้วจ้า