ใคร ๆ ก็บอกว่า Sydney เป็นเมืองทะเล อากาศดี สดใสไม่เหนียวตัว แถมเป็นจุดเล่น  surf ยอดฮิตอีกด้วย เราก็มาสักหน่อยละกันการเดินทางมา Sydney ก็ง่ายมาก ก็นั่งเครื่องบินตรงมาลงเลย ประมาณ 6 ชั่วโมงเอง สะดวกสบายดี สนามบินไม่วุ่นวาย คนน้อยมาก ๆ ไม่จอแจแออัดเหมือนสุวรรณภูมิ ครั้งนี้เราก็จองตั๋วผ่าน Traveloka เจ้าประจำเหมือนเดิม คือมันง่ายสะดวก เปรียบเทียบสายการบินและราคาได้ชัดเจน จบครบในที่เดียว เริ่ด !

จองตั๋วเครื่องบินไปซิดนี่ย์ กับTraveloka 

 

Opera House แบบ close up

เป้าหมายของการมา Sydney ครั้งนี้คืออยากลอง Surf สักครั้งในชีวิตที่หาดชิค ๆ อย่าง Bondi แต่ก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าคลื่นและลมจะขนาดไหน (มันก็คงไม่ต่างจากบ้านเรามั้ง แอบคิด)

Bondi Beach จากมุมสูง

วันที่ไป surf เราก็ตื่นแต่เช้า นั่งรถเมล์สองต่อก็ถึงหาด Bondi แล้ว ต้องบอกเลยว่าใครมาเที่ยว Sydney แล้วกลัวหลงขึ้นรถผิด รถมาช้าต่าง ๆ นานา ลืมไปเลยนะจ๊ะ เพราะรถมาตรงเวลาเป๊ะ เราซื้อบัตรเดินทางที่ link กันทั้งระบบชื่อว่า “OPAL CARD” แค่เติมเงินเข้าไป ทีนี้จะนั่งรถไฟ รถราง รถเมล์ ก็ใบเดียวจบ ส่วนที่เราประทับใจสุด ๆ เลยก็คือ ป้ายรถเมล์ของที่นี่ เค้ามีบอกสายรถ สถานที่และเวลาที่รถจะผ่านจุดนั้น ๆ  ทำให้ง่ายต่อการ plan trip ในแต่ละวัน รถมาตรงเวลาแถมรถไม่ติดเลยด้วย แต่ถ้าขี้เกียจนั่งรถหลายต่อแนะนำให้หาบ้านแถว  Bondi เลยก็ได้ ใกล้หาด เดินไปได้ แต่ราคาก็สูงหน่อยนะ

Opal Card บัตรเดียวจบ

พอมาถึง  Bondi Beach คือฟ้าสวยสดใสมาก เป็นหาดที่มีกิจกรรมกลางแจ้งเยอะมากที่สุด มองไปหน้าหาดแทบไม่เหลือที่ว่าง ที่ Bondi อากาศดีมากนะประมาณ 25 องศา แต่แดดก็แรงเช่นกัน คือถ้าไม่ทาครีมกันแดดต้องมีผิวไหม้

อากาศประมาณ 25 องศา

เราไปเดินเล่นหน้าหาดเห็นจุดสอน  Surf  อยู่หลายจุด ที่เด่น ๆ หน่อยก็ Speedo Surf School แต่เราไม่ได้ไปเรียนของที่นี่เพราะรู้จักคนสอน Surf ผ่าน Instagram ก็เลยจองกับเค้ามาเรียบร้อยแล้วแล้วจากที่ไทย จริง ๆ คืออยากลองสนุก ๆ ก็เลยไม่ได้คิดว่าต้องไปหา Surf School จริงจังอะไรแบบเนี้ย

Bondi Beach ที่เต็มไปด้วยกิจกรรม

คนที่จะพาเราไปเล่น Surf ชื่อ Steve เป็นคน local ที่นี่เลย เค้าคิดราคาต่อคนอยู่ที่ 2,500 – 3,000 บาท รวมค่าสอนบนบก  อุปกรณ์ทั้งหมด สอน surf ในทะเล พาเดินเล่นในตัวเมือง Bondi และพาไปกินข้าวด้วยกันแบบคนท้องถิ่น (ราคาอาหารจ่ายแยกนะจ๊ะ) รวมแล้วก็ 3-4 ชม.  ได้ การสอนก็โอเคเลย  มีอุปกรณ์พร้อม มี wet suit มีบอร์ด มีที่เก็บของให้ (แม้จะเล็กไปหน่อยเพราะเป็นบ้านของเค้าเอง) หลังจากฟังอธิบายเสร็จเค้าก็บอกว่าอย่ากังวล จะยืนได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร

Steve , local surfer

ฟังวิธีการต่าง ๆ นา ๆ จบ เราก็เริ่มเปลี่ยนชุด (สรุปก็คือยากตั้งแต่ใส่ชุดละแหละเพราะมันรัดมากแก ) ต่อมาก็คือแบกกระดานโต้คลื่นจากบ้านชั้นสองข้ามถนน ลงเนิน เดินไปหาดประมาณครึ่งกิโลได้ (ถึงหาดก็คือหมดแรง) เราเรียนวิธีการว่าย การดันพื้น การขึ้นบอร์ดก่อนออกจากฝั่ง อีกประมาณ 15 นาที แล้ว Steve ก็พาเราลงไปลอง Surf ในทะเลเลย (ไม่มีสอนแล้วนะ ) นาทีแรกเลยก็คือไม่รอดแค่จูงบอร์ดออกจากฝั่งก็โดนคลื่นซัดไม่เป็นท่าแล้วจ่ะ  สุดท้ายเค้าลากเราออกไปแล้วช่วงส่งให้เราขึ้นบนบอร์ด แต่ด้วยความสูงและแรงมากของคลื่น (เกิน 3 เมตร) เราก็แค่ได้ขึ้นบอร์ดและเข้าฝั่งแบบไม่เป็นท่าหนักกว่าเดิม สรุป mission failed  เราก็ยังยืนไม่ได้และไม่ได้รูปสวย ๆ แบบที่คิด (เพราะไม่มีใครถ่ายให้เล้ย )

Surfers Code

Surf session

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราว่ามันก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดีนะ ได้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำให้สุด ๆ ไปเลยสักครั้ง ได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนท้องถิ่นจริงๆ จนยังเป็นเพื่อนกันถึงทุกวันนี้ ถ้าใครสนใจและอยากลอง surf แบบ local ดูบ้างก็ติดต่อไปเลยที่  IG : SURFINGWITHSTEVE นอกจาก surf แล้วเค้าก็ยังมีโปรแกรมพาไป fish market เลือกซื้ออาหารทะเลแล้วไปปิกนิกกันที่บ้านเค้าด้วยนะ ลองถามดูได้

Bondi Poke bowl แนะนำโดย Steve

นอกจาก Surf แล้วมา Bondi ทั้งที ก็ต้องไป Bondi Iceberg Pool เพราะว่านี่คือ signature เลยนะทุกคน ใครมีเวลาน้อยก็แวะถ่ายรูปด้านนอกกุบกิบ พอได้มุมสวย ๆ แต่ถ้ามีเวลาทั้งวันเราแนะนำเข้าไปลองใช้บริการ Bondi Iceberg Club ดู ค่าบริการประมาณ         8 – 10 AUD ก็อยู่ไปยาว ๆ ได้เลยทั้งวัน ในนั้นจะมีคลาสโยคะ คลาสว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางทะเลที่เป็นมุมพีคสุดของ  Bondi รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่วิวแกรน ๆ ทั้งนั้น

Bondi Icebergs Pool
Ice Bergs Pool ตอนไม่มีน้ำแล้ว
มุมจาก Ice Bergs Club
Yoga at  Ice Bergs

จริง ๆ รอบ ๆ หาด  Bondi ก็มีร้านและคาเฟ่เยอะมากแบบเลือกไม่ถูก อย่างร้าน Bucket List นี่คือเด็ด วิวดี เครื่องดื่มราคาไม่แพง เราชอบ Fish and Chip สุด เริ่ดมาก ปลาสด tartar sauce ดี แล้วให้เยอะอะ มาเป็นถัง

Fish and Chip at Bucket List Bondi
Pink Mojito at Bucket List Bondi
View from Bucket List Bondi

เดินไปหน่อยก็จะมี  Speedo Café เป็นร้านสวย ๆ สีสันสดใส เมนูดู healthy เน้นพวกอาหารเช้าหรือ Acai แต่คือคนเยอะมากจนล้นออกมาร้านเลยแก  แนะนำไปรอตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยจ่ะ

Healthy Breakfast at Speedo Cafe

สำหรับร้านใจกลาง Sydney ที่อยากแนะนำก็คือ Sydney Cove Oyster Bar เพราะวิวเริ่ด คือนั่งร้านนี้ได้ทั้งวิวเมืองและวิว Opera House เลยแก  อาหารจะเป็นแนว  sea food เมนูเด็ดก็คือ oyster นี่แหละ มันสดมาก รสออกเค็ม ๆ กว่าบ้านเราหน่อย กินกับไวน์ขาวก็อร่อยดี ราคาก็สูงหน่อยตาม location นะจ๊ะ

Oyster สด ๆ

รวม ๆ แล้ว trip นี้ก็ผ่านอยู่ ถือเป็นการมา  Sydney  ครั้งแรกแบบมีความทรงจำ (มา surf ครั้งแรกไง) เราไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยวแบบจริงจังเท่าไร เน้นชิวและสบายเหมือนเดิมจ้า  ถ้าใครเบื่อบรรยากาศทะเลเดิม ๆ  อยากลองอะไรใหม่ ๆ เป็นสาย café hopping และไม่ชอบคนเยอะ Sydney ก็ตอบโจทย์เลยนะเพราะคนที่นี่ slow life มากจริง ๆ เข้างานสาย เลิกงานเร็ว ดึก ๆ เงียบกริบละ เดินทางไปไหนมาไหนก็ง่ายและสะดวก ลองหาเวลามากันนะจ๊ะ

Opera House
Street art น่ารัก ๆ ที่ Bondi