ญี่ปุ่น ประเทศยอดฮิตของคนไทยที่ต้องไปเช็คอินสักครั้ง แต่ก่อนที่จะไปเช็คอินในตัวเมือง เราก็ต้องเช็ควิธีการเดินทางออกจากสนามบินให้ดีกันก่อน เพราะตั้งแต่ที่เราก้าวลงจากเครื่องบิน ก็เหมือนเรากำลังอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย และถ้าไม่ศึกษาให้คุ้นชิน คุณอาจต้องเสียเวลา หรือเสียเงินเกินความจำเป็นได้ บทความนี้จึงอยากขอรวบรวมวิธีเดินทางจาก สนามบินนาริตะ เข้าตัวเมือง เพื่อให้คุณได้เลือกวิธีที่คุ้ม และเหมาะกับคุณที่สุด ให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสุโค่ยยยตั้งแต่เริ่มต้น

4 วิธีเดินทางสุดคุ้ม!! จากสนามบินนาริตะ จนใครก็ต้องร้องสุโค่ยยย

1. รถรับ – ส่งสนามบินแบบจองล่วงหน้า

ใครที่มากันเป็นแก๊งค์ 5-7 คน ลองใช้บริการรถรับ – ส่งสนามบินที่สามารถวางแผน และจองล่วงหน้าได้ง่ายๆจากเมืองไทย โดยจองผ่านเว็บไซต์ เพียงเข้าไปกรอกละเอียดการเดินทางเล็กน้อยเพื่อนัดหมาย ชำระค่าบริการ และรับใบจองแบบอิเล็คทรอนิกส์เก็บไว้ในมือถือเพื่อเป็นหลักฐาน เมื่อถึงสนามบินตามเวลาที่วางแผนไว้ เราก็จะได้เจอกับอัศวินขี่ม้าขาว เอ้ย คนขับรถที่รอรับเราอยู่ที่สนามบินนาริตะ ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหา เรียกได้ว่าสะดวกสุดๆ หารกันแล้วก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับความสบายที่ได้รับ ซึ่งขอแนะนำให้เข้าไปจองผ่าน Traveloka เพราะนอกจากความสะดวก และการคัดราคาที่คาวาอี้สุดๆมาให้แล้ว ยังปลอดภัยจากคนขับที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอก หรือถูกโกงจนน้ำตาตกซึมลงแผ่นดินญี่ปุ่นด้วย

 

เช็คราคา จองรถรับส่ง สนามบินนาริตะ

 

จุดเด่น: มีรถให้เลือกหลายแบบตามความต้องการ ไม่มีการบวกราคาเพิ่ม เพราะราคาที่เห็นเป็นราคาสุทธิที่รวมทุกอย่างไว้แล้ว และที่สำคัญยังปลอดภัยไม่ต้องกังวลเรื่องคนขับ เพราะเขาคัดคนมาให้แล้ว มีคุณภาพ และเชื่อถือได้แน่นอน ซึ่งมีบริการตลอด  24 ชั่วโมง สามารถจองล่วงหน้าได้ตลอดเวลา

เหมาะกับ: คนที่เดินทางเป็นกลุ่ม หารค่าเดินทางกันกรุบกริบ ที่สำคัญไม่ต้องห่วงกระเป๋า หรือต้องคอยแบก ไปมาให้เปลืองแรง และถึงที่หมายด้วยกันอย่างปลอดภัย

 

2. Narita Express (N’EX)

ขบวนรถพิเศษสำหรับผู้โดยสารจากสนามบินจากค่าย JR ที่มาพร้อมหน้าตาที่ดูทันสมัยแปลกตา ภายในมีที่นั่งกว้างขวาง สามารถปรับเบาะเอนได้ และมีห้องน้ำในขบวน โดยตั๋วจะเป็นแบบระบุเลขที่นั่งชัดเจน ไม่มีการยืนให้เมื่อย ซึ่งสามารถซื้อตั๋วผ่าน JR EAST Travel Service Center หรือ JR Ticket Office (midori-no-madoguchi) โดยสามารถใช้ JR Pass หรือ JR TOKYO wide pass ในการจองที่นั่งได้ ซึ่งจะมีให้เลือก 2 แบบคือแบบธรรมดาราคาเริ่มต้นที่คนละ 3,070 เยน และชั้นหนึ่ง (Green Car) ราคา 4,640 เยนโดยจะมีพื้นที่กว้างขวางกว่า

จุดเด่น: มีที่นั่งระบุไว้ชัดเจน ไม่ต้องไปคอยยืนเบียด และใช้เวลาเดินทางประมาณ 60 นาทีเท่านั้น

เหมาะกับ: คนที่อยากนั่งซึมซับบรรยากาศการนั่งรถไฟแบบญี่ปุ่น แต่ยังอยากได้ความสะดวกสบาย รวมทั้งมีสัมภาระเยอะ เพราะเขามีที่วางกระเป๋าไว้ให้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Narita Express คลิก

 

3.Keisei Skyliner

สำหรับใครที่ไม่อยากมัวเสียเวลากับการเดินทาง เอาไปเวลาไปเที่ยวให้มากที่สุดดีกว่า ก็คงต้องแนะนำรถไฟ  Keisei Skyliner ซึ่งเป็นรถไฟที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด โดยวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 ก.ม./ชั่วโมง และใช้เวลาในการเข้าตัวเมืองเพียงประมาณ 40 นาทีนิดๆ ภายในตกแต่งด้วยความเรียบง่าย แต่ดูดี มี Wifi ให้เล่นบนขบวนรถไฟ  ซึ่งสามารถซื้อตั๋วได้ที่ Skyliner & Keisei Information Center หรือ Keisei Electric Railway โดยมีราคาอยู่ที่ 2,520 เยน

จุดเด่น: ประหยัดเวลาในการเดินทาง และค่อนข้างสะดวกสบาย แต่ใครที่อยากดูวิว ชิมบรรยากาศข้างนอกก็อาจทำให้รู้สึกไม่จุใจด้วยความเร็วที่ต้องเจอ

เหมาะกับ: คนที่ต้องการความคล่องตัวและรวดเร็วในการเดินทาง และมีสัมภาระไม่มากนัก

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Keisei Skyliner คลิก

 

4.Airport Limousine Bus

อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม กับการขึ้นรถบัส Airport Limousine ซึ่งเป็นรถบัสที่มีเพราะเบาะนั่งค่อยข้างกว้างขวาง ปรับเอนนอนได้สบายๆ มีจุดจอดหลายที่ ข้อดีก็คือเราเข้าถึงที่พักได้ใกล้มากกว่าการนั่งรถไฟ เพราะบางโรงแรมก็อยู่ใกล้กับจุดจอดรถบัส อีกทั้งยังไม่ต้องคอยแบกลากกระเป๋าอีกด้วย แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียที่ต้องใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมาก 85-120 นาที ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพจราจรในขณะนั้นด้วย โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่ Terminal 1 และ Terminal 2 ค่าโดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 3,200 เยน

จุดเด่น: ไม่ต้องห่วงเรื่องสัมภาระ มีจุดจอดแวะเยอะที่ใกล้กับที่พัก และได้นั่งชมวิวเมืองและถนนหนทางต่างๆไปด้วย

เหมาะกับ: ทริปที่มีผู้สูงอายุ และเด็กไปด้วย เพราะไม่ต้องเดินทางให้ยุ่งยาก หรือต่อรถหลายสาย

 

และทั้งหมดนี้คือวิธีหลักๆในเดินทางสุดคุ้ม และสะดวกสบายสุโค่ยที่คนนิยมใช้เมื่อต้องการออกจากสนามบินนาริตะเพื่อเข้าตัวเมืองญี่ปุ่นซึ่งเราได้นำมาให้ทุกคนไว้เลือกตัดสินใจในการเดินทางให้เหมาะกับแผน และสไตล์การเที่ยวของตัวเอง ไม่ต้องไปยืนงงในดงสนามบิน เพราะไม่รู้จะไปยังไง หรือไม่ต้องเสียเวลา เสียแรงกายที่มากกว่าปกติจากความไม่คุ้นเคยจนทำให้หมดอารมณ์ที่เที่ยวต่อ ซึ่งเราจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่ใช่ไหม ถ้าใช่ ก็ไปลุยญี่ปุ่นให้สุโค่ยกันเลย!!!