Netherlands เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใครหลายคนหมายตาไว้ว่าจะต้องไปให้ได้ เพราะนอกจากประเทศนี้จะมีเมืองหลวงอย่าง Amsterdam ที่สวยงามและโรแมนติคมากๆแล้ว ไม่ไกลกันยังมีกังหันลม และ ทุ่งดอกไม้ให้ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ แถมสายฮาร์ดคอร์หน่อยยังสามารถเดินไปดู Show ผู้ใหญ่แบบ 18+ ได้เล่นๆอีกด้วย ไปประเทศเดียวได้หลายอารมณ์เหลือเกิน ถ้าอยากรู้แล้วว่าที่นี่มีอะไร ก็ขอให้ทุกคนตามมาดูด้วยกัน แอบกระซิบบอกนิดนึงว่าทั้งทริปนี้ใช้เวลาไม่มาก เพียงแค่ 4 วัน 3 คืนเราก็สามารถเก็บที่เที่ยวใน Amsterdam ได้มากมาย แถมแต่ละที่ยังมีเวลาให้ดื่มด่ำบรรยากาศกันจนชุ่มฉ่ำใจอีกด้วย

 

 

จองตั๋วเครื่องบินไปอัมสเตอร์ดัม กับTraveloka

 

 

Landmark บรรยากาศดีในเมือง Amsterdam 

วันแรกของทริปขอพาทุกคนไปเดินชมเมืองแบบ sight seeing เริ่มต้นจากสนามบินกันเลย เรานั่งรถไฟจากสนามบิน Amsterdam Airport Schiphol ไปลงที่ สถานีรถไฟ Amsterdam Centraal ตรงใจกลางเมือง

จริงๆแล้วสิ่งที่เด่นทีสุดใน  Amsterdam ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างใหญ่โตที่ไหน แต่กลับเป็นลำคลองในเมืองที่นอกจากเราจะสามารถเดินเล่นชมบรรยากาศถ่ายรูปริมคลองได้แล้ว ยังสามารถนั่งเรือชมตัวเมืองชั้นในที่เหมือนเกาะเล็กๆมีลำคลองล้อมรอบได้อีกด้วย ถือเป็นอีกบริเวณหนึ่งที่สวยงามและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ซื้อบัตรล่องเรือแบบไม่ต้องต่อคิว กับ Traveloka

 

อย่างไรก็ตามหากถามคนท้องถิ่น ลำคลองเหล่านี้คงเป็นมากกว่าที่ท่องเที่ยว เพราะการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งบนลำคลองสามารถทำได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้นบางคนยังเลือกที่จะมี “เรือบ้าน” อยู่ไปเลย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจถ้า  Amsterdam จะได้ชื่อว่า Venice of the North หรือ เวนิซแห่งยุโรปเหนือนั่นเอง

 

ถัดมาเราได้เดินเข้าไปในตัวเมืองชั้นใน โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ Dam Square บริเวณนี้คือแหล่งนัดพบและรวมตัวกันของคนท้องถิ่น (และนกพิราบที่มากันเยอะเหลือเกิน) บริเวณนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ตอนที่มีการสร้างเขื่อนขึ้นรอบๆเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลล้นเข้ามา พอเวลาผ่านไปรอบๆจัตุรัสนี้มีตึกและอาคารต่างๆถูกสร้างขึ้นล้อมรอบอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Royal Palace, พิพิธภัณฑ์ Madame Tussaudes, และ The Nieuwe Kerk (New Church) นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และศูนย์การค้าให้เดินช็อปปิ้งกันเพลินๆ ถ้าช่วงไหนมีงาน event พิเศษอะไร Dam square นี้ก็มักถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานอีกด้วย

 

ซื้อบัตร Fast track พิพิธภัณฑ์ Madame Tussaud กับ Traveloka

 

 

Red Light District ย่านนี้ 18+ 

ด้วยความที่มีสิ่งล่อตาล่อใจนักช็อปนักกินอย่างเราอยู่มากตรง Dam square เราจึงเสียเวลาตรงนั้นไปนานพอสมควร กว่าจะมาถึงที่สุดท้ายของวันนี้ก็มืดแล้ว สถานที่นี้ชื่อว่า Red Light District หรือ De Wallen อ่านถึงตรงนี้ถ้าใครอายุยังไม่ถึง 18 ปีขอให้เลื่อนผ่านไปก่อน เพราะนี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กตัวน้อยแน่ๆ

Red Light District ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Amsterdam ถ้ามองในแผนที่จะเห็นบริเวณนี้เป็นรูปหอยแมลงภู่ ภายในย่าน “โคมแดง” นี้จะเต็มไปด้วย “ตู้ปลาสีแดง” ที่อยู่ภายในนั้นไม่ใช่ปลาแต่เป็นสาวสวยจากยุโรปตะวันออกที่พร้อมจะให้บริการหนุ่มๆที่ใจถึงและกระเป๋าหนัก เพราะแอบสืบทราบมาว่าราคาประมาน 50 ยูโรต่อ 15 นาที! ถ้ากระเป๋าเรายังไม่หนักถึงขนาดนั้นสามารถเดินผ่านๆเพื่อไป “ดู” สิ่งอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะบริเวณนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับ sex มากมาย เช่น Sex museum, บาร์เปลื้องผ้า, โชว์การมีเพศสัมพันธ์ และ Peep show ที่สามารถจ่ายเงินเพียง 2 ยูโร เพื่อดูสาวสวยเปลื้องผ้าเป็นเวลาทั้งหมด 2 นาที ถ้าเป็นผู้ชายต้องดูคนเดียว แต่ถ้าเป็นผู้หญิงสามารถเข้าไปดูกับเพื่อนได้อีกคน แน่นอนว่าการท่องเที่ยวในส่วนที่เล่าไปนี้ ไม่มีรูปประกอบ หากอยากทราบว่าเป็นอย่างไร ทุกคนคงต้องมาดูเองให้เห็นกับตา

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะได้กลิ่นฟุ้งเต็มย่านนี้เลยก็คือ Cannabis หรือ กัญชานั่นเอง ร้านขายกัญชาของที่นี่จะถูกเรียกว่า Coffee shop (ไม่ใช่ร้านขายกาแฟนะ) ร้านเหล่านี้ขายกัญชาในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งแบบที่ทำออกมาหน้าตาน่ารัก สามารถซื้อเป็นของฝากจาก Amsterdam ได้อีกด้วย (แต่ก่อนซื้อควรเช็คก่อนว่าประเทศที่เราจะเอาของกลับไป อนุญาตให้นำกัญชาเข้าประเทศได้หรือไม่) ไม่ว่าจะเป็น space cake หรือ บราวนี่ผสมกัญชา ชากัญชา อมยิ้มกัญชา ช็อกโกแลตกัญชาและของชำร่วยอีกมากมาย

 

สุดยอดตลาดอาหารท้องถิ่นราคาประหยัด อิ่มสบาย เงินหายไปนิดเดียว 

Albert Cuyp Market คือตลาดขายของกินของใช้ที่ได้รับความนิยมมากใน Amsterdam เพราะไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยว จะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเข้าไปเพื่อหาอาหาร Dutch รสชาติอร่อยมาทานได้ และที่สำคัญเลย ราคาอาหารเป็นมิตรกับกระเป๋ามากๆ ตลาดเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ตอน 9 โมงเช้า เราสามารถไปเลยตั้งแต่เปิดก็ได้ แต่ขอแนะนำว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 11 โมง เพราะทุกร้านจะมีอาหารเต็มพร้อมบริการพอดี

 

จากที่เดินไปเดินมาและทำการ “ชิม” มาทั่วตลาด เราเลยอยากพามาดูร้านเด็ดห้ามพลาดของตลาดนี้สักหน่อย

 

ร้านที่ 1  Original Stroopwafels

ขายวาฟเฟิลสอดไส้น้ำเชื่อมอบเชย รสชาติแบบต้นตำรับมากๆ เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากที่สุดร้านหนึ่งใน Netherlands ร้านนี้จะทำ stroopwafel ให้ทานแบบสดๆร้อนๆ ซึ่งแตกต่างจาก stroopwafel ปกติของร้านอื่นๆที่ทำแล้วใส่ห่อเก็บไว้ขาย ที่สำคัญ stroopwafel แบบปกติ ราคาเพียงแค่ 1.5 ยูโรเท่านั้น (มีแบบจัมโบ้กับแบบเคลือบช็อกโกแลตด้วย)

ร้านที่ 2 Poffertjes

ร้านขาย pancake ชิ้นเล็กนุ่มบาง แถมยังมี topping ให้เลือกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มิกซ์เบอร์รี่ ช็อคโกแล็ต น้ำผึ้งแบบดั้งเดิมที่เสิร์ฟคู่กับเนยสด ทั้งหมดนี้ขายเป็นจานตกจานละ 6 ยูโรเท่านั้น

 

ร้านที่ 3

ร้านขายปลาแฮริ่งดองหน้าหอมหัวใหญ่สไตล์ Dutch ที่เป็นเมนูอาหารอันดับหนึ่งแห่งชาติของชาว Dutch สนนราคาที่ตัวละ 2.5 ยูโร

 

ร้านที่ 4 

ร้านไก่ย่างสีแดงที่มีให้เลือกหลากหลายเมนูมากๆ ไม่ว่าจะเป็น แซนด์วิชสะโพกไก่ชีส เนื้อไก่ย่างที่มีให้เลือกหลายส่วนทั้งแบบ อกไก่ ปีกไก่ น่องไก่และไก่แบบทั้งตัว ความดีงามของร้านนี้คือการย่างไก่ได้แบบนุ่มและฉ่ำมากๆ ซึ่งเมนูเล็กๆอย่างแซนด์วิชและไก่ย่างแบบเป็นส่วนๆนั้นราคาแค่ 2-3 ยูโรเท่านั้น

ร้านที่ 5

ร้านซีฟู้ดทอดที่มีเมนูเด่นอีกจานอย่าง Kibbeling ซึ่งก็คือ เนื้อปลาชิ้นชุบแป้งทอดเสิร์ฟคู่กับซอสมายองเนส ซึ่งเราได้ลองชิมทั้งเนื้อปลา หอยแมลงภู่ ปลาหมึกและกุ้ง โดยรวมนั้นรสชาติพอใช้ได้เลย ราคาแต่ละจานประมาณ 3 ถึง 6 ยูโร

 

เปิดตำนานเบียร์ระดับโลกของชาว Dutch ที่โรงเบียร์ Heineken Experience

ไม่ไกลนักจากบริเวณตลาดเราก็เดินทางมาถึงโรงเบียร์ขวดสีเขียว! แน่นอนว่านี่คือเบียร์ Heineken ที่เราเคยเห็นและสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาดในเมืองไทย เบียร์ Heineken นี้มีที่มาจากประเทศ Netherlands นี่เอง ดังนั้นเราในฐานะคนไทยที่คุ้นเคยกับเบียร์ขวดเขียว จึงพลาดไม่ได้เลยที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของเบียร์แห่งชาติแบรนด์นี้

แอบบอกทริคนิดนึงว่าสามารถซื้อตั๋วไปก่อนล่วงหน้าได้เพื่อจะได้ไม่ต้องต่อคิวให้เสียเวลา

ซื้อตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Heineken Experience ล่วงหน้ากับ Traveloka

เมื่อเข้าไปภายในโรงเบียร์ Heineken นี้แล้ว เราจะได้รับรู้ประวัติความเป็นมา และ กรรมวิธีการผลิตเบียร์ของแบรนด์ Heineken  พูดได้เลยว่าสำหรับคอเบียร์ต้องเพลิดเพลินอย่างแน่นอน เพราะมีสิ่งน่าสนใจมากมาย เช่น ตำนานเบียร์ที่มีอายุยาวนานกว่า 145 ปี โชว์ขั้นตอนการผลิตเบียร์ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การหมักเบียร์ไปจนถึงการบรรจุขวดและลูกเล่น multi-media ต่างๆที่ทำให้ตัวนิทรรศการสนุกสนานน่าติดตาม ที่สำคัญที่สุดมีเบียร์ให้ดื่มไปเลย 3 แก้วเต็มๆ พอออกมาแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ามากจริงๆ

 

ชมงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum

พิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดใน Netherlands ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์ ก่อสร้างขึ้นในสไตล์ Gothic และ  Renaissanceเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี 1885 ภายในมีสิ่งของและรูปภาพที่จัดแสดงในนิทรรศการถาวรรวมกันเกือบล้านชิ้น แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต้องการเข้าชมหลายพันคน จนทำให้ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดที่ที่หนึ่งใน Amsterdam

ซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum กับ Traveloka

 

 

ภาพที่แสดงในพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum มีมากมายหลายประเภท และมาจากหลายยุคสมัย เราได้นำตัวอย่างภาพเด่นๆในพิพิธภัณฑ์นี้มาให้ชมกัน

ชิ้นที่ 1: The Night Watch โดย Rembrandt van Rijn

ผลงานรูปวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ยักษ์ของ Rembrandt อายุเกือบ 400 ปีนี้ ถูกจัดแสดงในห้องส่วนตัวโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าสนใจของภาพนี้คือ ความสามารถในการใช้แสงและเงาในการนำเสนอภาพ portrait ของกลุ่มทหารออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ชิ้นที่ 2: The Threatened Swan โดย Jan Asselijn

รูปหงส์สีขาวที่กำลังทำหน้าที่ปกป้องไข่ที่มีตัวอักษรที่เขียนว่า Holland สลักอยู่ ซึ่งมีความหมายถึง Johan de Witt ฮีโร่ที่กำลังปกป้องประเทศเนเธอร์แลนด์ในยุคทองเมื่อ 400 ปีก่อน

ชิ้นที่ 3: Self-portrait โดย Vincent Van Gogh

ผลงานวาดรูปใบหน้าตัวเองของ Vincent Van Gogh ซึ่งถ้าใครยังไม่จุใจ สามารถไปดูผลงานของ Van Gogh ต่อแบบเต็มๆได้ที่พิพิธภัณฑ์ Van Gogh ที่ตั้งอยู่ข้างๆกัน

ซื้อตั๋วชมพิพิธภัณฑ์ Van Gogh กับ Traveloka 

 

ชิ้นที่ 4: The Milkmaid โดย Johannes Vermeer

ภาพวาดสีน้ำมันนี้เป็นภาพของสาวใช้ที่กำลังตั้งใจรินนมออกจากเหยือก นอกจากนมที่กำลังเคลื่อนไหวแล้ว ทุกอย่างที่เหลือในภาพกลับนิ่งสนิทและดูสงบ Vermeer ได้ทำให้การทำงานในชีวิตประจำวันออกมาเป็นภาพวาดได้อย่างงดงาม

 

นอกจากนั้นแล้วยังมีภาพที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าจะถูกใจคนชอบงานศิลปะอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เที่ยวหมู่บ้านกังหันลมริมแม่น้ำ รับบรรยากาศแบบชนบท Netherlands

วันนี้เราออกนอกตัวเมือง Amsterdam มานิดนึงเพื่อจะไปเยี่ยมชม highlight ที่สุดของที่สุดของประเทศนี้ นั่นคือ Zaanse Schans หมู่บ้านกังหันลมของชาวนานั่นเอง การเดินทางมาที่นี่ไม่ยากอะไร สามารถเดินทางมาจาก Amsterdam ด้วยรถไฟ ใช้เวลาประมาน 30-40 นาที มาลงที่ สถานี Zaandijk Zaanse Schans ได้เลย

เมื่อมาถึงแล้ว คำแรกที่พูดออกมาเลย คือ โอ้โหทำไมมันสวยงามมากมายขนาดนี้  เริ่มรู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว เราเริ่มทริปชมหมู่บ้านด้วยการเดินไปบนสะพานข้ามแม่น้ำ ตรงนั้นเราจะเห็นกังหันลมหลายอันตั้งอยู่ริมน้ำเรียงกันอย่างสวยงาม สิ่งที่น่ารักมากไปกว่านั้นคือบ้านกังหันลมไสตล์วินเทจ ที่แต่ละหลังนั้นสร้างออกมาไม่เหมือนกันเลย นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมหมู่บ้านจำลองของเกษตรกรชาว Dutch ได้อย่างใกล้ชิด แถมยังมีจุดชมวิวที่อยู่สูงจากพื้นให้ขึ้นไปชมวิวได้ฟรี ทำให้เราได้เห็นภาพกังหันลมเรียงรายกันมีผืนนาสีเขียวกว้างใหญ่เป็นพื้นหลังสวยงามน่าถ่ายรูปมากๆ

 

นอกจากเดินชมวิว ถ่ายรูปคู่กังหันลมแล้ว ภายใน Zaanse Schans ยังมีร้านขายของที่ระลึกและพิพิธภัณฑ์หลากหลายแห่งให้เข้าไปเดินชมได้ (เสียเงินเข้าชม) เราได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ที่ให้เดินขึ้นไปบนกังหันลมได้ เพื่อดูกระบวนการทำงานของกังหันจากภายใน นอกจากตื่นตาตื่นใจแล้วยังได้ความรู้ไปด้วย โดยรวมแล้วประทับใจหมู่บ้านกังหันลมมาก แนะนำให้ทุกคนมากัน

เดินเล่นถ่ายรูปใน Keukenhof สวนดอกทิวลิปสุดอลังการ

มา Netherlands แล้วเราจะพลาดสวนดอกไม้ไม่ได้เลยเด็ดขาด เราเดินทางออกจากตัวเมือง Amsterdam ด้วยรถบัส นั่งมาประมาน 40 นาทีก็ถึงสวน Keukenhof หรือ “Garden of Europe”

Keukenhof เป็นสวนดอกไม้ที่รวบรวมดอกไม้กว่า 7 ล้านดอกมารวมไว้ด้วยกันได้อย่างสวยงามในพื้นที่ขนาดกว่า 79 เอเคอร์ (หรือ 199.87 ไร่) สวนนี้ได้เปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชมครั้งแรกในปี 1950 และเพียงแค่ปีแรกก็มีคนเข้าชมไปมากกว่า 2 แสนคน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าแม้จะผ่านมาเกือบ 70 ปีแล้ว สวน Keukenhof ก็ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ภายในประกอบไปด้วยโซน indoor ที่มีการจัดสรรดอกไม้ไว้ให้ชมได้อย่างสวยงามและโซน outdoor ที่เต็มไปด้วยจุดถ่ายรูป คนที่ชอบดอกไม้น่าจะรักสวนนี้มาก ส่วนคนที่ชอบถ่ายรูปก็น่าจะอยู่ในสวนไปได้เลยทั้งวันเช่นกัน

 

 

ขอบอกก่อนว่าการจะไปที่นี่ต้องไปให้ถูกจังหวะ มิฉะนั้นจะไม่เจอเจ้าดอกไม้แสนสวยเหล่านี้เลย ตัวเราเองได้ไปที่นี่เดือนมีนาคม 2018 แต่ยังเห็นว่ามีดอกไม้บางส่วนในสวนที่ยังตูมและไม่บานเต็มที่ เวลาที่สวนเปิดให้บริการคือช่วงเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม แต่เราขอแนะนำให้ไปเดือนเมษายน เพื่อจะได้รับบรรยากาศความสวยงามของดอกไม้ได้จุใจ ใครจะตามไปในปีนี้หรือปีหน้า สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://keukenhof.nl/en/

 

และทั้งหมดนี้คือ Amsterdam ฉบับเร่งรัด 4 วัน 3 คืน ใช้เวลาไม่มาก แต่ก็ยังได้รับความเป็น Netherlands ครบทุกอารมณ์ เราเชื่อว่าทุกคนที่ไปคงรู้สึกเหมือนกัน คือประทับใจในความมีเสน่ห์ของบ้านเมือง ธรรมชาติ และ วัฒนธรรม จนทำให้พอกลับมาแล้ว ยิ่งหลงรัก Amsterdam ยิ่งกว่าตอนก่อนไปเสียอีก