สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ แต่ใจอยากจะบินข้ามขอบฟ้าเพื่อตามหาบางสิ่งที่ขาดหายไป แต่ลึกๆในใจยังแอบหวั่นๆ ว่าฉันต้องมีเงินเท่าไร จะไปไหนดี มีที่ประหยัดๆ และปลอดภัยไหม ดังนั้นวันนี้เราขอเสนอ “ฮ่องกง” เป็นคำตอบที่แสนชัวร์และใช่ จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงก็จองได้ง่ายๆ ที่อยากให้ลองไปสัมผัสกัน ยิ่งไปกว่านั้นการบินลัดขอบฟ้าไปเกาะฮ่องกงอย่างประหยัดๆ ยังสามารถจัดทริปแบบไปศุกร์กลางคืนกลับวันอาทิตย์ หรือไปเสาร์เช้ามากๆ กลับวันอาทิตย์ก็ยังได้เลยนะ!!

 

ฮ่องกงมีดีอะไรนะ?
ถ้าพูดถึงฮ่องกงในยุคๆหนึ่ง หลายคนอาจจะคิดถึงสถานที่ช็อปปิ้งของแบรนด์เนมแสนไฮโซ เพื่อไปช็อปเป็นพรอบมาใส่โก้แบบเก๋ๆ แต่สำหรับเรานั้น ฮ่องกงเป็นเกาะที่มีความดีงามอยู่มากมายที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายแบบครบทุกสายจริงๆ ไม่ว่าจะชิม ช็อป ชิลล์ ธรรมชาติ วัดวาอาราม สตรีทฟู้ด หรือเมืองชิคๆ ให้ไปจิกกล้องเก็บภาพกลับมาสบายๆ ขึ้นอยู่กับเวลาและเงินตราที่พกไปนั่นเอง!!

 

ก่อนไปฮ่องกง ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
1.ฮ่องกงไม่ต้องใช้ VISA มี Passport อย่างเดียวก็พอ
2.ฮ่องกงสามารถบินตรงได้เลย ไม่ต้องต่อเครื่อง สายการบินมีให้เลือกเยอะ เช่นเดียวกับตั๋วโปรโมชั่นราคาดี้ดีย์
4.แนะนำว่าให้บินเช้าๆ ไปถึงสายๆ หน่อยเพื่อที่เราจะได้ออกเดินทางไปเที่ยวกันต่อได้เลยแบบไม่ต้องเสียค่าโรงแรมฟรีๆ หนึ่งคืน
5.ส่วนคนที่ไม่เก่งภาษาไม่ต้องกลัวเลยจ้าาาาา จำป้ายรถไฟใต้ดินหรือ MTR ให้ได้ก็พอเพราะคนที่นี่เขาก็ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกัน ตอนเราไปมานั้นก็ใช้ภาษากายกันเยอะทีเดียว (อยากได้อะไรก็ชี้เอาค่ะ!!)

 

ราคาทริปคร่าวๆ ประมาณเท่าไร?
จริงๆแล้วทริปฮ่องกง 3 วัน 2 คืน หรือ 2 วัน 1 คืนนั้นสามารถคุมค่าใช้จ่ายแบบรวมตั๋วเครื่องบินให้อยู่ภายในหนึ่งหมื่นบาท และงบไหลไปไม่เกิน 12,000 หรือ 13,000 บาทได้ ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นนั้นก็คือตั๋วเครื่องบินจ้า ดังนั้นเราจะตัดค่าตั๋วออกก่อนแล้วมาพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นๆคร่าวๆกัน

1.ค่าที่พัก 600 – 900 ต่อคืน (รวม 2 คืนก็ 1,800 บาท)
2.ค่ากิน 150 – 200 บาทต่อมือ (รวม 6 มื้อก็ 1,200 บาท)
เห็นไหมว่าค่ากินค่านอนรวมแล้วแค่ 3,000 เอง ส่วนใครสายกาแฟ หรืออยากกินหรูเพิ่มนิดหน่อยก็ค่อยๆลองหาร้านที่อยากโดนแล้วบวกค่าใช้จ่ายไปจ้า

ปล. ที่เราไม่เอ่ยถึงค่าตั๋วเครื่องบินนั้นเพราะว่ามีหลายราคามากมายตามโปรโมชั่น แต่ถ้าอยากได้ไอเดียคร่าวๆ ก็ลองเช็คราคาที่ถูกที่สุดใน Traveloka ได้เลยนะ!

จองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง กับ Traveloka 

การเดินทางที่เกาะฮ่องกง
การเดินทางที่ฮ่องกงมีหลากหลายวิธี แต่ถ้าจะให้ดีมีค่าใช้จ่ายไม่เยอะ เราขอแนะนำให้ใช้รถไฟใต้ดิน ซึ่งรวดเร็ว ครอบคลุม และคุ้มค่ากับราคามากๆ และอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ทุกการเดินทางและการใช้จ่ายภายในฮ่องกงของเราง่ายขึ้นเยอะก็คือบัตร Octopus card (บัตรออคโตพุส) จ้า

 

รูปบัตรปลาหมึก

เจ้าบัตรปลาหมึกนี้ เราสามารถซื้อได้ที่สนามบิน (เคาเตอร์ Airport Express) โดยเราแนะนำให้ซื้อเป็นบัตรแบบเช่า (On-Loan Octopus Card) ซึ่งมีค่าเปิดบัตรที่ ราคา 150 HKD โดยรวมค่ามัดจำบัตรที่ 50 HKD (ซึ่งเราจะได้เงินคืนมาใช้บัตรเสร็จและนำบัตรมาคืนจ๊ะ) การใช้งานก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่เราเติมเงินแล้วก็นำไปแตะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กับเกือบทุกสิ่งบนเกาะฮ่องกงนี้ทั้งรถเมล์ รถไฟ เรือจนกระทั่ง 7-11 ก็ใช้ได้ กล่าวได้ว่าใช้บัตรเดียวเที่ยวได้ทั่วฮ่องกงจริงๆ

อ่อลืมบอกไปว่า ถ้าเงินหมดก็เติมเงินที่ 7-11 ได้เช่นกันจ้า

 

ที่พักที่เกาะฮ่องกง
ที่พักที่ฮ่องกงมีตั้งแต่ราคาถูกมากๆ เช่นหลักห้าหกร้อยยันเป็นหมื่นเป็น ซึ่งถ้าตั้งเป้าไว้ว่าเป็นทริปประหยัดค่าใช้จ่าย ที่พักของเราอาจไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไร อาจเป็นลักษณะห้องเล็กๆ (ถึงแคบ) บนตึกสูงๆ ถ้ามีอุปกรณ์ที่ต้องชาร์จเยอะๆ ควรเตรียมปลั๊กพ่วงพร้อมหัวแบบ universal ไปด้วย

 

คำเตือน!!! ควรจองที่พักล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เพราะที่พักราคาดีๆ มักจะเต็มไวมากจ้า
เอาล่ะ พอได้ไอเดียคร่าวๆแล้ว ก็มาเช็คตั๋วเครื่องบินกับที่พักกันเสียหน่อย ซึ่งในปัจจุบันนี้การจะหาที่พักหรือตั๋วเครื่องบินราคาดีๆ ไม่ใช้เรื่องยากเลย ซึ่ง Traveloka เองเขาก็มีโปรโมชั่นดีๆเด็ดๆ ให้เราเช็คราคาโดนๆ จองได้มั่นใจปลอดภัยแน่นอน.

(จองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka เห็นไหมว่ามีราคาที่ต่ำที่สุดให้เราเลือกดูกันแบบรายวันทีเดียว)

 

และอย่างที่เราบอกไว้ว่าการไปฮ่องกงนั้นถ้าจะให้ดีควรจะพักบริเวณที่ใกล้รถไฟใต้ดินหรือ MTR Stations ซึ่ง Traveloka นั้นเขาก็รู้ใจมีฟังชั่น Near MTR Stations ไว้ให้เราเลย แต่ถ้ารู้สึกว่าบางทีแพงไปนิสสสส เราก็จิ้ม Budget หรือ Hostel ได้เลยนะ

เห็นไหมว่าที่พักคือละ 768 บาทเท่านั้น ถ้าไม่พอใจก็ลองเปลี่ยนตัวกรองเป็น Hostel หรือ Budget ที่จะเน้นราคาประหยัด หรือถ้าอยากได้ที่พักใกล้ MTR ชัวร์ๆ ก็เลือก Near MTR Stations ได้ตามที่เราเล่าให้ฟังมาแล้ว

จองที่พักฮ่องกง กับ Traveloka 

 

ส่วนที่พักของเรานั้น เราเลือกย่าน มงก๊ก (Mong Kok) ในเกาลูน ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่สำคัญ และเป็นแหล่งห้องพักราคาถูก เหมาะสำหรับทริปประหยัดๆ ของเรา เพราะหาของกินง่ายและเดินทางไปเที่ยวต่อได้สะดวกสบายด้วย MTR จ้า

เห็นป้ายสีน้ำตาลที่ซ้อนกันเรียงรายนั้นไหม..นั้นละคือชื่อโรงแรมและที่พักที่มีให้เลือก ซึ่งทั้งหมดนั้นตั้งอยู่ในตึกเดียวกัน ประมาณว่าเหมาชั้นๆหนึ่งโรงแรมอะไรแบบนี้เลย

 

แม้ว่าห้องพักจะดูไม่ใหญ่เท่าไร แต่เราก็นอนกันสามคนได้อย่างสบายๆ แถมหารค่าห้องสามก็ประหยัดไปอี๊กกก! เอาล่ะ เก็บของเข้าที่พักเสร็จแล้วก็มาเริ่มออกเดินทางในทริปเวลาน้อยใช้สอยอย่างประหยัดกันเถอะจ้าา

Day 1 
01 *Forbes Street – Wall Tree*
เก็บของเข้าที่พักปุ๊บ เราก็นั่ง MTR จากสถานีมงก๊กไปลงที่ MTR Kennedy Town Station หลังจากนั้นให้เดินออกมาประมาณ 120 เมตร เลี้ยวซ้าย ทันใดนั้นเราก็จะพบกับผนังกำแพงรากต้นไทรที่ใหญ่มาก ที่สร้างขึ้นมาป้องกันแผ่นดินถล่ม ความดีงามคือสามารถเก็บภาพพอร์ทเทรจสวยๆ ได้สบาย หรือจะเดินสำรวจเส้นทางหน่อยก็จะพบกับคาเฟ่ และร้านอาหารชิคๆ มากมายแต่ราคาค่อนข้างสูงนิดนึง ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าถ้างบไม่หนาให้เดินออกมาไปนั่งชมคุณลุงคุณป้าที่กำลังตกปลาริมทะเล หามุมสวยๆถ่ายรูปหรือจิบกาแฟสักแก้วพอสร้างบรรยากาศก็ถือว่าคุ้มมากแล้วจ้า

 

 

02 *Victory Harbor*
ออกตัวก่อนว่า ต่อให้เป็นทริปที่มีเวลาน้อย แต่เราก็ไม่ชอบเที่ยวแบบยัดๆ ให้จบๆ เพราะเราเชื่อว่าแต่ละสถานที่มีเรื่องราว มีมุมต่างๆที่น่าค้นหา ดังนั้นเราก็ควรใช้เวลาเพื่อเสพบรรยากาศ หรือเฝ้ามองวิถีชีวิตผู้คนท้องถิ่นเพื่อเปิดประสบการณ์ด้วย ซึ่งจาก Forbes Street – Wall Tree เราก็นั่ง MTR ชิลล์ๆ ย้อนมาที่ MTR Tsim Sha Tsui Station ทางออก J เพื่อมาขึ้นเรือไปยังอ่าววิคตอเรียฮ่องกงที่ๆซึ่งเป็นแหล่งประมงเมื่ออดีต แต่ปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ซึ่งมีย่านการค้าและสวนสาธารณะตั้งอยู่ริมน้ำ มีชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่โตมโหฬารเป็นพรอบให้เราไปถ่ายรูปเล่นกัน นอกจากนั้นยามเย็นก็จะมีการแสดงเปิดหมวกต่างๆของผู้คนที่นี่ มีหนุ่มสาว ผู้ใหญ่ผู้แก่ ลูกเล็กเด็กแดงมาเดินเล่นกันเต็มไปหมดเลย

 

03 *Symphony of light*
นั่งฟินกับทัศนียภาพสวยๆและอากาศดีๆ ริมอ่าววิคตอเรียเสร็จแล้ว เราก็นั่งเรือย้อนกลับมาที่ฝั่งเกาลูนเพื่อชม Symphony of light (ซิมโฟนี ออฟ ไลท์) เพราะมาเยือนเกาะฮ่องกงทั้งที แนะนำว่าคืนแรกให้มาดูแสงสีของ Symphony of light เพราะถึงแม้ว่าแสงอาทิตย์จะลับตา แต่บนฟ้าของเกาะฮ่องกงยังคงสว่างสดใสไปด้วยการแสดงแสง สี เสียง จากไฟ LED ที่ยิงพาดไปบนตึกระฟ้ากว่า 40 อาคารซึ่งเป็นหนึ่งในการแสดงแสงสีเสียงที่ตื่นตาที่สุดในโลกมนุษย์ด้วยนะ!!

ส่วนการเดินทางหากกลัวว่าจะหลงกันก็ง่ายดายมากๆ เพียงแค่มาลงสถานี MTR East Tsim Sha Tsui Station ที่ทางออกที่ 6 เลยจ้า

 

สามสถานที่แห่งนี้ก็จะเป็นไฮไลท์หลักๆ ของวันแรกที่เราแนะนำ ใครใคร่อยากเปลี่ยนตามรสนิยมของตัวเองก็ไม่ผิดแต่ประการใด ส่วนถ้าไปมาสามที่แล้วยังไม่จุใจหรือพลังเหลือเราก็แนะนำว่าให้เดินชมเมืองบริเวณใกล้ๆ ที่พักซึ่งส่วนใหญ่จะมีร้านค้า มีตลาดต่างๆให้เดินเล่นมากมาย

 

Day 2 

สำหรับวันนี้เราสามารถแพลนได้คร่าวๆสองอย่างคือบินกลับประเทศไทยตอนกลางคืนเพื่อประหยัดค่าที่พัก และเพื่อมีเวลาให้งีบสักหน่อยก่อนจะตื่นมาทำงานต่อในวันจันทร์สำหรับคนที่วันหยุดน้อยๆ หรือจะนอนอีกหนึ่งตื่นเพื่อบินกลับตอนเช้าของอีกวันก็ได้เช่นกัน (เลือกเอาเวลาตามที่สะดวก)

และสำหรับเช้าวันนี้ เราจะพาทุกคนไปเริ่มต้นเช้าวันใหม่สดใสซ่าบซ่ากันที่ Hollywood Road

 

04 *Hollywood Road*
Hollywood Road หรือ ถนนฮอลลีวูด บอกไว้ก่อนนะว่าถนนนี้ไม่ได้ตั้งชื่อตาม Hollywood ของฝรั่งแต่อย่างใด และเป็นถนนเส้นเก่าแก่เส้นหนึ่งของฮ่องกงที่อยู่ติดกับถนน Possession Street ที่มีที่มาที่ไปตั้งแต่สมัยที่ทหารอังกฤษเริ่มเข้ายึดเกาะแห่งนี้เมื่อปี 1814 โน่นแหน่ะ

ดังนั้นถนนแห่งนี้จึงเป็นย่านที่สะท้อนถึงความเก่าแก่ทั้งทางสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ของเกาะฮ่องกงได้เป็นอย่างดี แถมจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือภาพเขียนผนังหรือกราฟฟิตี้สวยๆ ที่นี่ก็มีให้เราเลือกถ่ายแนว Street Art เยอะมากๆ เรียกได้ว่าคุ้มจุใจไม่พอใส่เมมกล้องเลยล่ะ

ซึ่งเราก็ใช้เวลาเดินเล่น เดินกินที่ถนนนี้พอสมควรจนได้เวลากลับไปเช็คเอ้าท์และเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมาพักผ่อนและเตรียมทำงานที่เรารักต่อในวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึง แต่สำหรับใครที่เป็นสายเร่งรีบ เที่ยวไว ออกไว เราก็แนะนำให้เก็บเพิ่มอีกสักที่สองที่ก่อนจะบินกลับบ้านก็ไม่ผิดประการใด แต่เผื่อเวลาไว้ไปสนามบินหน่อยก็แล้วกัน

 

เราเชื่อว่า..บางทีการไปต่างประเทศก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะ หรือใช้เงินมากมาย ซึ่งตัวช่วยสำคัญก็คือการวางแผนให้รัดกุม ศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆโดยเฉพาะข้อมูลการเดินทางและที่พักซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้เยอะมากๆ และเพียงเท่านี้ เราก็สามารถบินไปที่เกาะฮ่องกงได้ภายในงบไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท และใช้เวลาเพียงเสาร์ อาทิตย์ก็พอจ้า

 

ติดตามพวกเราต่อได้ที่: https://www.facebook.com/lapakteaw/