หลังจากเห็นทัชมาฮาล (Taj Mahal) ผ่านภาพถ่ายมาทั้งชีวิตเลยบอกตัวเองว่าวันหนึ่งฉันจะไปเที่ยวที่นี่ให้ได้ จนมาถึงภาพเมืองสีชมพู Pink City หรือ ชัยปุระ (เมืองแห่งชัยชนะ) ที่ตอนนี้หน้าฟีดเฟสบุ๊คต่างสลับกันถ่ายรูปมาอวดกันมากมาย มันคงไม่สามารถต้านให้เราไม่ไปเยือนอินเดียอีกต่อไป แม้อุปสรรคหลักๆ ของเราคือ อาหาร ที่เขาว่าหนักไปทางเครื่องเทศ ที่เราไม่ถนัดเลย แต่เมื่อใจมันเรียกร้องหนักมาก เราเลยตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินไปอินเดียก่อนเลย ซึ่งเราก็ทำการจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka

เช็คราคาและจองตั๋วเครื่องบินไปอินเดีย กับ Traveloka

ทริปนี้ตั้งใจจะเที่ยวแบบมหาราณี เพราะเมืองชัยปุระนิยมเอาวังเก่ามาทำเป็นโรงแรมหลายที่มากและสวยๆ ทั้งนั้น เราเลยเลือกจองโรงแรมแบบวังเก่าผ่าน Traveloka ทั้งที่ Jaipur และ Agra ทริปนี้อยากเป็นมหาราณี จัดเต็มค่ะ ได้ตั๋วเครื่องบินไปอินเดียแล้ว ได้ที่พักเรียบร้อยแล้ว และก็จัดการจองรถพร้อมคนขับอยู่กับเราตลอดทริปเลยค่ะ จากนั้นก็ขอวีซ่าง่ายๆ ผ่านออนไลน์ได้เลย >> http://www.vfsglobal.com/india/thailand/

 

จองทุกอย่างครบก็เหลือแต่เพียงวันเดินทางเท่านั้นเอง เราถึงอินเดียไฟล์ทดึกมากๆ เลยเข้าที่พักและพักร่างก่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเที่ยวแต่เช้าเลย ซึ่งก็นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นไปเที่ยวแล้วแต่ร่างกายไม่งอแงลุยกันต่อด้วยการตื่นเช้ามาชมโรงแรมสวยอย่าง Mandawa Haveli จริงๆ ความสวยของที่นี่ทะลุความืดเมื่อคืนมากนะ แต่ด้วยความเพลียเราเลยไม่ได้เก็บรูปใดๆ ทั้งสิ้น ขอมาเก็บภาพสวยๆ ตอนเช้ามันดีมากจริงๆ ราคาคุ้มค่ากับความสวยมากคืนละ 3,000 นิด ถ้าช่วงนมีโค้ดส่วนลดจองกับ Traveloka ก็จะได้ราคาถูกลงไปอีก

จองที่พัก Mandawa Haveli กับ Traveloka


หลังจากชื่นชมความสวยของโรงแรม Mandawa Haveli เราก็ออกเที่ยวแวะจุดแรกกันที่ Chan Baori Step Wall บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณที่ลึกที่สุดในอินเดีย แห่งนี้ เกิดจากปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 โดยขุดบ่อลึกถึง 100 ฟุต ขนาดสูง 13 ชั้น มีจำนวนขั้นบันไดทั้งหมด 3,500 ขั้น และที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Batman The Dark Knight Rises อีกด้วย

หลังจากถ่ายรูปจนพอใจเราก็ออกเดินทางต่อไป เพื่อไปชมไฮไลท์ของเราในทริปนี้ค่ะ ทัชมาฮาล Taj Mahal หรือที่รู้จักกันในนาม “อนุสาวรีย์แห่งความรัก” เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ตั้งอยู่บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอัครา ใช้เวลาก่อสร้างและตกแต่งนานถึง 22 ปี

ออกจากทัชมาฮาลก็ใกล้ค่ำแล้ว เราจึงตัดสินใจไปเชคอินเข้าที่พัก และกินอาหารเย็นที่ Radisson Blu Agra Taj East Gate Hotel แล้วพักผ่อนหลังจากที่นั่งรถเที่ยวมาทั้งวัน เหตุผลที่เราพักที่นี่เพราะเราอยากเห็นวิวที่มองเห็นทัชมาฮาล และเพื่อกินอาหารเช้าในห้องไปด้วยชมวิวทัชมาฮาล

แต่ความเป็นจริงตื่นเช้ามาพร้อมหมอกหนา ไม่เห็นอะไรเลยจ้า ไม่เป็นไร หลังอิ่มข้าวเช้าเราก็มุ่งตรงไป The Oberoi Amarvilas Hotel โรงแรมหกดาวที่ เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในอินเดีย และแน่นอนเราไม่ได้พัก^_^ แต่เราจะไปดื่มกาแฟ ชมวิวทัชมาฮาล ที่ค่อยๆชัดเจนโชว์ความสวยงามแบบไกลๆให้เห็น หลังจากหมอกเช้าค่อยๆจางไปเช่นกัน

หลังจากนั้นเราก็พร้อมออกเดินทางกลับชัยปุระกัน ระหว่างทางขากลับที่แรกที่เราแวะคือ Agra Fort ป้อมอัครา เป็นป้อมปราการหินทรายแดง และยังเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของเมืองอัครา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ห่างจากทัชมาฮาลราว 2 กิโลเมตร คงเป็นเพราะอินเดียมีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีกษัตริย์หลายราชวงศ์ผลัดเปลี่ยนกันปกครองดินแดน กำแพงเมืองจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อปองกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรู หรืออีกเหตุผลหนึ่งที่พอจะนึกออก คือ สิ่งก่อสร้างหลายๆแห่งในอินเดียถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของผู้สร้างและราชวงศ์ของผู้นั้นก็อาจเป็นได้

หลังจากนั้นเราไปต่อกันที่ Fathepur Sikrih ซึ่งเป็นเมืองหลวงแรกที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Akbar ในปี ค.ศ.1569 (หลังจาก Agra Fort) เพื่อเป็นเมืองหลวง หลังจากที่รบชนะ เหตุใดจึงเลือกที่นี่ ตามตำนานเล่าว่า กษัตริย์ Akbar ทรงได้รับคำทำนายจากนักบวช Shaikh Salim Chishti ว่าถ้าพระองค์มาสร้างเมืองที่นี่ จะมีพระโอรสถึง 3 พระองค์ หลังจากย้ายเมืองมาอยู่ที่นี่ พระองค์ก็ได้โอรสจริงๆ คือ Salim ซึ่งภายหลังคือพระเจ้า Jahangir นั่นเอง Fathepur Sikrih เป็นหนึ่งในสถานที่หลายแห่งในอินเดียที่เป็น UNESCO World’s Heritage Sites ที่นี่ได้ชื่อว่า เป็นสถาปัตยกรรมของโมกุลที่ได้รับการรักษาไว้อย่างดีที่สุดในประเทศอินเดีย

ก่อนจะเข้าเมืองชัยปุระ เราแวะมาอีกที่เรียกว่า Panna Meena Ka Kund Stepwells บ่อน้ำโบราณที่มีสถาปัตยกรรมสวยเป็น Hidden Gem ของเมือง Jaipur เลยค่ะแม้จะไม่โด่งดังเท่า Chand Baori ก็ตาม อย่าพลาดนะคะ ถ่ายรูปสวยจริงๆค่ะ Stepwell สร้างขึ้นเพื่อใช้กักเก็บและตักน้ำบาดาลมาใช้ และเป็นหลักฐานที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคนอินเดียโบราณ ในการทำบันไดแคบๆ เป็นแนวทะแยงซ้าย-ขวา จากปากบ่อลงไปด้านล่าง

หลังจากออกมาก็บ่ายแก่ๆ แล้วเราจองโรงแรมไว้อีกที่นึง Alsisar Haveli Heritage Hotel ไปเช็คอินบ่ายๆ จะได้เห็นว่าโรงแรมสวยมากแค่ไหน

เป็นโรงแรมเก่าแก่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Jaipur มีสถาปัตยกรรมแบบ Rajput-ian แบบดั้งเดิม สวยงามตามท้องเรื่องอินเดียเลยค่ะ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่แนะนำขาดใจเลยค่ะ มุมถ่ายรูปยอดฮิตอยู่ที่นี่เยอะเลยเช่นกัน

จองที่พัก Alsisar Haveli Heritage Hotel กับ Traveloka ได้ราคาดีจริงๆ

วันสุดท้ายอินเดียตื่นเช้าอีกแล้ว เราจะไปไฮไลท์ของเมืองชัยปุระกันค่ะ ที่แรก City Palace ที่เราต้องการเข้าไปในส่วนที่จ่ายเงินเพิ่ม 2,500 รูปี พร้อมไกด์ส่วนตัวเพื่อเข้าไปชมในส่วนที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มถึงจะได้เข้าชม ห้องสีฟ้าที่สวยนักหนา หรือห้องที่เป็นรับรองแขกบ้านแขกเมืองหลายห้อง และเป็นพิพิธภัณฑ์ Sawai Man Singh Museum แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาของเมืองชัยปุระ ปัจจุบันยังมีเชื่อพระวงศ์พักอาศัยอยู่ จึงไม่สามารถถ่ายรูปมาฝากได้

ถัดจาก City palace ก็เดินไปชม Hawa Mahal พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งก็คือหนึ่งในตำหนักสำคัญของ Jaipur City Palace สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 ตามพระประสงค์ของ Maharaja Sawai Pratap Singh ออกแบบโดย Lal Chand Ustad ด้วยการถอดแบบจากรูปทรงของมงกุฏของพระนารายณ์ Hawa Mahal เป็นอาคารสูง 5 ชั้น ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียผสมโมกุล มีหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุ จำนวน 953 บาน จึงเป็นที่มาของฉายา “พระราชวังแห่งสายลม” ซึ่งหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ถูกฉลุลายนั้นมีไว้เพื่อให้นางใน สามารถมองเห็นความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากภายนอก หลังจากเดินชมจนข้างในจนหนำใจเราก็ต้องออกมาเพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อให้ได้รูป Hawa Mahal แบบเต็มๆ

ออกจาก City Palace เราก็แวะไปร้านอาหารที่เขาแนะนำว่าอย่าพลาด สวยเก๋ซะจนลืมไปว่าอยู่อินเดียเลยทีเดียว Caffe Palladio Jaipur คนเยอะมากแอบต้องรอโต๊ะด้วยเพราะคนไม่ได้มากินอย่างเดียวแต่ถ่ายรูปด้วย แถมมีshopขายของสวยๆอยู่หน้าร้านให้shoppingอีกตั้งหาก

อิ่มแล้วก็ไปเที่ยวต่อค่ะ Nahargarh Fort ป้อมปราการตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่เขาว่ากันว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกอีกแห่งที่สวย ไกด์บอกว่า ที่นี่สร้างไว้ให้มเหสีที่ไม่เป็นทางการอยู่กัน

พระอาทิตย์ตกไปแล้วแต่ไฟล์ทเราดึกมาก ไปเที่ยวบาร์ฆ่าเวลากันค่ะ คนขับรถแนะนำมาที่นี่ค่ะ เจ้าของเดียวกับร้านอาหารที่ทานไปเมื่อตอนเที่ยงและฮิตไม่แพ้กัน Bar Palladio โอ๊ย… สวยเก๋เท่มากค่ะ แต่รอโต๊ะเช่นเดิมค่ะ ก็ถ่ายรูปเพลินๆ ระหว่างรอโต๊ะกันไปค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวเยอะจริงๆ น่าเสียดายที่เรามาเที่ยวน้อยวัน ไม่สามารถเก็บได้หมด ไม่เป็นไรแล้วเราจะกลับมาใหม่… อินเดียเที่ยวไม่ยากอย่างที่คิด เปิด Traveloka แล้วจองตั๋วมาเที่ยวกันเลยค่ะ แล้วคุณจะหลงรักอินเดีย !