ไปเที่ยวสิงคโปร์ทีไรมีแต่เรื่องดีๆ ทั้งนั้นและการไปเที่ยวคราวนี้ ได้เรียนรู้ความเป็นสิงคโปร์มากมายหลายอย่างเราเลยได้รวบรวมความเป็นสิงคโปร์มาให้เพื่อใครจะเดินทางไปได้วางแผนก่อนไปเที่ยว…แต่เหนือสิ่งอื่นใดจะไปเที่ยวสิงคโปร์ไม่ได้หากไม่มีตั๋วเครื่องบิน คลิกตรงนี้ Traveloka มีตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์หลากหลายสายการบินให้เราได้เลือกไปเที่ยวอยู่

การจองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์กับ Traveloka นอกจากได้ตั๋วที่ราคาถูกลงแล้ว เราก็ประหยัดเวลาด้วย เพราะไม่ต้องไปเปิดดูเที่ยวบินหลายๆ เว็บที่สำคัญมีช่องทางการจ่ายเงินหลากหลาย รวดเร็วทันใจมีตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวสิงคโปร์ได้ภายในเวลาแค่ไม่กีนาที

1.วางแผนเผื่อไว้เสมอ

การคิดเผื่อ วางแผนล่วงหน้า และเตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์คือนิสัยของสิงคโปร์ จากการที่เป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่ได้มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย สิงคโปร์กลายเป็นชาติที่มีครบทุกอย่าง จนมักมีคำพูดว่า “We have nothing, yet we have everything.” การวางแผนล่วงหน้าและมีแผนสำรองสามารถเห็นได้ทุกอณูของสังคมที่นี่ เค้ามีการสำรองน้ำไว้ใช้มากมาย ทั้งน้ำจากธรรมชาติและการนำน้ำใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ส่วนอาหารทั้งหมดสิงคโปร์นำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกเพื่อเป็นการเฉลี่ยกัน คือจะไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

 

  1. เป็นประเทศที่ต้องใช้เงินทุกอณู

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ที่จอดรถทุกแห่งต้องจ่ายเงิน หน้ารถทุกคันจะมีเครื่องตัดเงินอัตโนมัติ นอกจากราคารถที่นี่จะแพงมากแล้ว ค่าใช้จ่ายในการขับรถที่สิงคโปร์ก็ยังแพงมาก ด้วยระบบคิดเงินค่าใช้ถนนแบบ ERP หรือ Electronic Road Pricing ที่คิดเงินเพิ่มหากขับเข้าไปย่านชั้นใน และในช่วงเวลาที่เร่งรีบ แม้กระทั่งโบสถ์ก็ยังเก็บเงินค่าจอดรถ ซึ่งหากวันไหนพิธียาวนานเป็นพิเศษ แน่นอนว่าก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มตามเวลาที่จอดกันไป

 

  1. ดื่มชากับซุป

เรามักจะชินกับการดื่มชาพร้อมมื้ออาหารทั่วไปสำหรับการรับประทานอาหารจีน แต่ที่สิงคโปร์ เค้ามีชาเป็นของตัวเองชื่อว่า ชานันยาง ซึ่งคำว่านันยางหมายถึงจีนตอนใต้ ชานันยางคือชาที่ถูกปรุงถูกผสมใหม่ให้มีเอกลักษณ์ของสิงคโปร์ คือนำชาจากหลายๆ ที่ของประเทศจีนมาผสม ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดรสชาเฉพาะของตนเองแล้ว ยังเป็นวิธีการวางแผนและคิดเผื่ออย่างที่บอกไปแล้วในข้อ 1 คือจะได้ไม่ต้องพึ่งพาไร่ชาที่ไดที่หนึ่งมากไป โดยชาชนิดนี้มักรับประทานกับซุปในตอนเช้าที่คนสิงคโปร์มักกินบักกึตเต๋ เลยได้ชื่อว่าชาบักกุตเต๋ไปด้วยอีกชื่อ

 

  1. หัวซีเรียสแต่ตัวสบายๆ

ใครๆ ก็รู้ว่าชาวสิงคโปร์มีความเรียนเก่งมากมาย ถามมาแล้วก็ปรากฏว่า แรงงานสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ภาคการเงิน การแพทย์ ส่วนวิศวกรรมนั้นไม่ค่อยมี หรือจะมีก็เป็นวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งบรรดาครีมของแต่ละชั้นเรียนมักโดนซื้อตัวให้ไปทำงานกับบริษัทดังๆ ต่างประเทศทันที จึงทำให้ที่สิงคโปร์มีนักการเงิน การธนาคาร มากที่สุด แต่แม้ว่าการงานจะซีเรียส คนสิงคโปร์ไม่เน้นแฟชั่นอย่างแรง ลองดูนะคะคราวหน้าไปสิงคโปร์จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่แต่งตัวกันสบายๆ มากเลย ไม่เหมือนประเทศแบบญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีเลย

 

  1. Singlish Lah, Leh, Loh

ชาวสิงคโปร์ทุกคนจะต้องเรียนภาษาอังกฤษ และประเทศนี้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จะมาแก้ตัวไม่ได้เลยว่า ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ชาวจีนที่นี่นอกจากอังกฤษแล้วยังพูดจีนกลาง จีนกวางตุ้ง ฮกเกี้ยนได้อีกเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ภาษาอังกฤษของสิงคโปร์มีความพิเศษคือ บางทีก็มีคำเป็นของตัวเอง ย่อคำ ตัดคำ และบางทีก็เรียงคำมาจากภาษาจีน และคำที่มักเจอบ่อยก็จะต้องมี Lah, Leh และ Loh ซึ่งทั้งสามไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เป็นเพียงคำเสริมให้ดูไม่ห้วนเกินไปเท่านั้น Ok Lah

 

  1. Hawker Centre คือวิถีชีวิต

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ทันสมัยมากมาย ขนาดรถเมล์ยังมีป้ายบอกด้านหน้าก่อนขึ้นเลยว่าด้านในมีที่นั่งเหลืออีกกี่ที่ แต่นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว เค้ายังเน้นความเป็นระเบียบมาก สตรีทฟู๊ดของเค้าก็ถูกจัดระเบียบ โดยให้ย้ายมาอยู่ในสถานที่ๆ สามารถควบคุมและตรวจตราการทำความสะอาดได้ ศูนย์อาหารที่เรามักไปบ่อยเช่น Maxwell Food Centre มักมีการตรวจสอบ และทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ ข่าวดีอีกอย่างคือคนรุ่นใหม่ชาวสิงคโปร์จำนวนมากขึ้น ที่หันมาทำอาชีพขายอาหารสูตรดั้งเดิมของที่บ้าน กลายเป็นความเก๋ที่สามารถสืบทอดกิจการได้และเป็นนายของตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

  1. บ้าทุเรียน

หากได้ไปสิงคโปร์ในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงประมาณกันยายน กลิ่นที่จะโชยมาจากทุกทิศทางก็คือกลิ่นทุเรียน ซึ่งโดยธรรมเนียมของที่นี่ เค้าชอบทุเรียนสุกหล่นจากต้นยี่ห้อเมาซานคิง หรือ Cat Mountain ซึ่งอย่างที่ชื่อบอก เป็นทุเรียนที่ปลูกบนเทือกเขาสูง ที่มักนำมาจากมาเลเซีย หากจะให้เทียบกลิ่นรส คงต้องเทียบทุเรียนันธุ์นี้กับทุเรียนบ้านของภาคใต้บ้านเรา คือมีกลิ่นหอมรุนแรง รสจัด และออกจะเวียนหัวได้หากดมมากเกินไป ชาวสิงคโปร์บ้าทุเรียนมากมาย จนมีคนใช้เทคโนโลยีผลิตอาหารแปรรูปจากทุเรียน กลายเป็นมูสทุเรียน เครปทุเรียน เอแคลร์ทุเรียน โมจิทุเรียน และไอศรีมแซนวิชทุเรียน และที่อร่อยชอบมากคือทุเรียนแช่แข็ง ที่เค้าใช้วิธี flash-freezing เพื่อให้คงรูปรสกลิ่นของทุเรียนของโปรดไว้เก็บได้กินตลอดทั้งปี

 

สามารถอ่านเรื่องราวอื่นๆ และเรื่องท่องเที่ยวของสิงคโปร์ ได้ที่ www.ohhappybear.com ติดตาม  social media Facebook www.facebook.com/ohhappybear, IG: www.instagram.com/ohhappybear