ช่วงนี้หน้าฟีดเฟสบุ๊กเพื่อนจะมีแต่ไปเที่ยวฮ่องกงเยอะหน่อย มันเลยเหมือนปลุกไฟในตัวเองให้อยากไปเที่ยวฮ่องกงบ้าง ว่าแล้วก็หาตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮ่องกงสิคะรออะไร เหมือนเดิมแอฟพลิเคชั่นในใจอันดับหนึ่งที่เข้าทุกครั้งเวลาหาตั๋วของเราคือ Traveloka ไม่ได้เชียร์อะไรมากแค่เทียบกับแอฟพลิเคชั่นอื่นๆ กี่ครั้งก็เจอราคาดีกว่าตลอดแค่นั้นเอง แล้วคือจองได้ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก พอเราได้ตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงก็หาโรงแรมฮ่องกงต่อเลย เราพักย่านจิมซาจุ่ย เราชอบย่านนี้ เพราะเที่ยวสะดวกเดินทางง่าย ชอปปิ้งก็ง่ายเลยพักย่านนี้ทุกครั้งที่ได้มาเที่ยวฮ่องกง

การไปเที่ยวฮ่องกงและได้ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka ทำให้เรารู้อุ่นใจขึ้น เพราะนอกเหนือจากจองง่าย ราคาถูกแล้ว เรื่องที่พักยังมี Stay Guarantee ให้ด้วย คือเมื่อจองที่พักกับ Traveloka แล้วมั่นใจได้ว่ามีที่พักให้แน่นอน หากเกิดกรณีฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือต่างๆ ก็มี Call Center 24 ชั่วโมงด้วย ใครอยากเที่ยวฮ่องกงสบายใจแบบเราหรือเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ก็ใช้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับเขาได้เลย

ทริปนี้เราแพลนเที่ยวไว้ 3 วัน มาครั้งนี้ได้ไปที่เช็คอินใหม่ๆ ไม่เคยไปเยอะมาก เลยต้องตั้งเป้ากันหน่อย อย่างน้อยต้องไปเช็คอินให้ได้สัก 10 ที่ ตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงเลยเป็นไฟล์ท ประมาณตี 4:40 น. แบบถึงแล้วพร้อมเที่ยวเลยค่ะ เราไปเที่ยวเมื่อเดือนกันยายนพอลงเครื่องปุ๊บพร้อมฝนมาเลย ข้อเตือนใจ! ก่อนมาเที่ยวฮ่องกงเช็คอากาศก่อน ถ้ามาในช่วงหน้าฝนพกร่มไว้ สำคัญมาก อย่าขี้เกียจเด็ดขาดเอามาด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นจะต้องเสียเงินซื้อร่มแน่ๆ

ลงเครื่องปุ๊บก็เดินไปหาซื้อบัตร Octopus ที่สนามบินก่อนขึ้นรถ เติมเงินให้พอ ไว้ใช้ขึ้นรถบัส, MTR, ซื้อของกิน จะได้ไม่ต้องเติมบ่อย แต่ถ้าหมดก็เติมเซเว่นได้ตลอดสะดวกสุดๆ ได้บัตรแล้วเราเลือกเข้าเมืองด้วย Cityflyer Bus No. A21 ที่เลือกขึ้นบัสเพราะส่วนตัวคิดว่าสะดวกกว่าไป MTR เพราะเราไม่ต้องลากกระเป๋า เปลี่ยนสถานีต่อ MTR ใช้เวลาเดินทางพอๆ กัน มีที่วางกระเป๋าไว้ให้ ราคา 33 HKD

จากนั้นลงตรงถนนนาธาน ย่านจิมซาจุ่ย ป้ายที่ 13 เพื่อไป โรงแรม Just Inn ที่พักเล็กๆ น่ารักใจกลางย่านจิมซาจุ่ย ใกล้ทั้งถนนนาธาน และ MTR ราคาดีงามมากคืนละประมาณ 2,500 บาท โรงแรมยังเชคอินไม่ได้เพราะเราไปถึงประมาณ 11 โมง เลยฝากกระเป๋าแล้วไปลุยเช็คอินที่ต่างๆ ก่อน

ที่แรกใกล้ๆ ง่ายๆ กันเลย มาฮ่องกงทุกครั้งต้องมากิน ข้าวมันไก่ร้านนี้ Tsui Wah Restaurant ร้านนี้มีหลายสาขา ราคาย่อมเยา มีหลายเมนูแต่ไม่เคยลองกินอย่างอื่นนอกจากข้าวมันไก่เนื้อน่อง

พอท้องอิ่มเราก็ไปเดินทางไปเช็คอินที่ต่อไปกันค่ะ กำลังฮิตมากในอินสตาแกรม ใครมาฮ่องกงเป็นต้องมาถ่ายตึก Yick Fat Bldg ที่เป็นฉากหนึ่งในหนัง Transformer (2014) (ขอไม่เล่าวิธีเดินทางนะคะ น่าจะหาได้ไม่ยากตาม google map ไปได้เลยค่ะ) วันนี้เรามาพร้อมฝนจริงๆ ตกไม่หยุดตั้งแต่ลงเครื่อง แต่ฝนทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ เราก็เที่ยวต่อไม่รอฝนหยุด

ตึกแถวนี้ยังเป็นที่พักอาศัยใช้ชีวิตตามปกติของชาวฮ่องกง ถ้ายังไงเวลามาถ่ายรูป อย่าพยายามส่งเสียงดังรบกวนเจ้าของสถานที่นะคะ เค้าดำเนินชีวิตกันปกติมากค่ะ ทั้งร้านตัดผม ร้านขายของสด ร้านค้าโชว์ห่วย หรือแม้กระทั่งนั่งล้อมวงเล่นไพ่นกระจอกกันค่ะ

เราไปต่อที่เช็คอินที่ 3 กันค่ะ เพราะฝนที่ตกทั้งวันเราจึงไปเลือกไปร้าน La Maison Du Chocolat ที่ Lee Garden แถวๆ Cosway Bay เพื่อจะไปลองช็อคโกแลตร้อน ที่เค้าว่ากันว่าเข้มข้น อร่อยนักหนา ไม่ผิดหวังค่ะ ถ้าไปอย่าลืมแวะไปลองกันนะคะ มีหลายสาขาเลยในฮ่องกง เข้มข้นจริงๆ ค่ะ

หลังจากฝนหยุดให้พักหายใจแป๊ปนึง เราก็ออกไปวินโดว์ช็อปปิ้งกัน ย่านคอสเวย์เบย์ (Cosway Bay) เป็นย่านชอปปิ้งแบรนด์เนมมากมาย เราก็เลือกชมและเลือกซื้อตามกำลัง วันนี้สะบักสะบอมจากการเดินทาง ที่ไฟล์ทเช้ามากๆ แทบไม่ได้นอน เพราะต้องไปรอเช็คอินที่สนามบินกันตั้งแต่ตี 2 ถ้าร่างกายไม่สู้ไม่แนะนำไฟล์ทเช้าขนาดนี้นะคะ ส่วนเราตอนจองลืมคิดถึงข้อนี้สนิท พอเย็นเลยชอปปิ้งนิดหน่อย หาข้าวกินง่ายๆ แล้วเข้าที่พักเลยค่ะ


วันที่2 ตื่นเช้ามาพร้อมฝนที่ยังไม่ยอมลามือง่ายๆ เราก็เที่ยวแบบพกร่มค่ะ แนะนำให้ใส่รองเท้าพร้อมเปียกน้ำเลยนะคะถ้ามาเที่ยวในช่วงหน้าฝน

ไปค่ะไปเช็คอินที่ 4 ของทริปนี้กันต่อ นั่ง MTR ไปลง Choi Hung Station แล้วเดินไปนิดเดียว จะเจอ Choi Hung Estate ตึกสีพาสเทล ที่คนมาตามถ่ายรูปเท่ๆ กันมากมายขนาดฝนตกมาแต่เช้าคนยังมาถ่ายรูปเรื่อยๆไม่ขาดเลย ใครนะช่างมาเจอที่นี่ได้ แค่ตึกธรรมดาๆ แต่ก็สามารถพานักท่องเที่ยว มาฮ่องกงมาถ่ายรูปเช็คอินได้มากมาย

พอถ่ายรูปจนพอใจเราก็มุ่งหน้าไปจุดเชคอินที่ 5 ต่อไปเลยค่ะ ขึ้น MTR ลงสถานี Sham Shui Po ไปดูพิพิธภัณฑ์  Heritage of Mei Ho House นี้ตั้งอยู่ภายใน Mei Ho House Youth Hostel แนะนำประวัติความเป็นมาของ Mei Ho House ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเปลวเพลิงที่เกิดขึ้นในปี 1953 และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเกือบ 58,000 คน Mei Ho House เป็นจุดเริ่มต้น ของนโยบายการเคหะ ของฮ่องกงพิพิธภัณฑ์ได้นำเสนอวิถีชีวิต และวัฒนธรรม ในฮ่องกงช่วงปี1950 – 1970 โดยใช้สิ่งประดิษฐ์และแบบจำลองของที่อยู่อาศัยเก่า เปิดให้เข้าชมทุกวัน 9:30 – 17: 00 น  ปิดวันจันทร์


เสร็จแล้วเราไปจุดเชคอินที่6 ติดกันเลย ได้เวลาข้าวกลางวันพอดิบพอดี กับที่นี่ House 41 Cafe เดินเข้ามา เหมือนพลัดหลงเข้ามาในยุคอดีตของฮ่องกงเลย อาหารอร่อยมากไม่น่าเชื่อ แค่อยากมาเช็คอินถ่ายรูป แต่อาหารอร่อยอีก ที่นี่เป็นแบบบริการตัวเอง เดินไปสั่ง รอรับ ถือมาเลือกโต๊ะนั่งเอง เปิด 7โมงเช้าถึงเที่ยงคืน แนะนำให้มาเลยค่ะ

ท้องอิ่มแล้ว ถ่ายรูปแล้วเราก็ไปเช็คอินที่ต่อไปกันค่ะ ได้แก่ Mido Cafe ที่ฮิตมากมายทุกคนต้องแวะมาเชคอิน Mido Cafe อยู่ใกล้ๆ Temple Street ลง สถานี MTR Yau Ma Tai หาไม่ยาก คนโหยหาอดีต ชอบความเก่า น่าจะต้องชอบ ร้านนี้ ให้อารมณ์ย้อนกลับไปอดีตมาก เห็นแล้วอดนึกถึงโทนหนังของหว่องกาไว ไม่ได้เลย

เนื่องจากยังอิ่มจากมื้อกลางวัน เราเลยลองได้แค่ชา กาแฟ ขนมปัง ไม่ได้ลองอาหาร แต่ชากาแฟ ก็ธรรมดามาก ไม่ได้โดดเด่นอะไร เท่าไหร่ สำหรับพวกเรา เลยถือซะว่ามาเช็คอิน ถ่ายรูป นั่งเพลินๆ พักเหนื่อยละกัน พอตกบ่ายแก่ๆ แบบนี้ พลังเริ่มหมด เราก็เลยวินโดว์ ชอปปิ้ง แวะชม Temple street market แล้วกลับ รร นอน เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า

วันสุดท้ายของทริป เริ่มต้นด้วยจุดเชคอินที่ 8 ที่ต้องตื่นแต่เช้าเพราะเราจองคิวไปวัดซีซ้าน ได้รอบ 10:30 เลยต้องเผื่อเวลา กันพลาดหน่อย เพราะวัดนี้ไม่ได้นึกจะไปก็ไปได้เลย

Tsz Shan Monastery หรือวัดชีซ้าน มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมเทพเจ้าแห่งความเมตตา ที่มีความสูง 76 เมตร ซึ่งเป็นอันดับ 2 ของโลก และทางวัดได้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวน 500 คนต่อวัน และยังต้องจองล่วงหน้า ผ่านทางระบบออนไลน์เท่านั้น >>
http://www.tszshan.org/home/new/en/index.php



วัดซีซ้าน นี้ตั้งอยู่บนเกาะฮ่องกงซึ่ง นายลี กาซิง มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง ที่ร่ำรวยมากที่สุดในเอเชีย เป็นผู้บริจาคเงิน สร้างวัดนี้ขึ้นมาด้วยงบประมาณมหาศาลถึง 193 ล้านเหรียญฮ่องกง ถือเป็น unseen เเห่งใหม่ของฮ่องกงที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ หาเวลาและโอกาสมากราบไหว้ เจ้าแม่กวนอินกันซักครั้งนะคะ ไหว้พระเสร็จ เราก็ดื่มด่ำบรรยากาศร่มรื่นรอบๆ ก่อนจะรีบ นั่ง MTR จาก Tai Po station ฝั่งเกาลูน ข้ามไปเก็บตก ฝั่งฮ่องกงกัน วันนี้ ดีหน่อยฝนตกก่อนถึงวัดแล้วไม่ตกอีกเลย เพราะวันนี้เราจะไปเก็บ street art ฝั่งฮ่องกงกันค่ะ ก่อนไปเดินถ่ายรูป เรามาเชคอินจุดที่9 ให้อิ่มเพิ่มแรงเดินกันก่อน วันนี้เราจะไปกินร้านห่านย่างชื่อดัง Yat  Lok Restaurant ที่ได้มิชลิน 1 ดาว 4 ปีซ้อนกันค่ะ (2015-2018)

ร้านเป็นตึกแถว 1 ห้องเล็กมาก แต่คิวก็มากเช่น ยืนรอกันซักพักถึงได้โต๊ะ พนักงานค่อนข้างมีอายุเป็นส่วนใหญ่ แต่พูดภาษาอังกฤษและแนะนำเมนูดีมาก เราก็ลองเมนูที่ห้ามพลาด ห่านย่างและหมูแดง 4คนค่าอาหารประมาณ คนละ 600 บาท สบายใจแล้วค่ะ ได้ชิมอาหารมิชิลิน ในราคาเอื้อมถึง สมคำร่ำลือจริงๆ

พร้อมลุยจุดเชคอินที่ 10 แล้วค่ะ จุดนี่ต้องเดินยาว เพราะ ตาม ตรอก ซอก ซอย จะมี Street art ให้ดู ให้ถ่ายรูปมากมาย ออกจากร้านอาหาร แล้วเดินตามถนน Hollywood street ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ


เดินดู ถ่ายรูปกันจนหนำใจ ดูเวลาอีกทีก็เกือบ5โมงเย็น พวกเราเลยกลับไปที่พักเพื่อเอากระเป๋าที่ฝากไว้ แล้วไปสนามบินเตรียมตัวกลับบ้านกัน ทริปนี้ ครบ 10 จุดเช็คอินตามที่วางแผนเป๊ะ หวังว่ารูปสวยๆ ที่ถ่ายมาฝากให้ชม ข้อมูลที่เล่าให้ฟัง จะถูกใจ หรือมีประโยชน์ กับคนที่อยากมาเที่ยวฮ่องกง หรือกำลังแพลนทริปบ้างนะคะ  จนกว่าเราจะพบกันใหม่ บ๊ายบายฮ่องกง