ตุรกีถือเป็นเมืองที่มีสไตล์เป็นตัวของตัวเอง เพราะมีส่วนผสมที่กลมกล่อมลงตัวของยุโรปและเอเชีย มีพรมแดนติดกับ 8 ประเทศของตะวันออกกลางและยุโรป มีประวัติศาสตร์ที่ยืนยงมานับพันปี มีทะเลล้อมรอบอีก 3 ด้าน แถมยังมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วในแต่ละโซนของประเทศอีกด้วยนะ ไปตุรกีแค่ที่เดียวคุณจึงจะเห็นทั้งทิวทัศน์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย แล้วบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศนี้น่ะยังสวยแปลกตาไม่เหมือนใคร ถ้าคุณชอบถ่ายรูปหรือชอบอัพโปรไฟล์ในโลกโซเชียลละก็ขอบอกว่าตุรกีนี่ละใช่เลย! เพราะหลากหลายบรรยากาศจนเปลี่ยนฟีลรูปที่อัพได้ทุกวันแบบไม่มีซ้ำ อ่ะ ถ้ายังไม่เชื่อเท่าไหร่ ไปดู 15 แหล่งท่องเที่ยวแบบแจ่มๆ ของตุรกีที่เรารวบรวมมาฝากกันก่อนก็ได้ แล้วถ้าเกิดถูกใจ ก็รีบไปส่องตั๋วเครื่องบินราคาสบายๆ จองง่ายๆ กับ Traveloka  เอาไว้ก่อนได้เลย จองก่อน ได้ราคาดี มีเงินเหลือไปเที่ยวแบบคูลๆ น้า อย่ามัวแต่คิดอยู่ล่ะ เดี๋ยวคนอื่นเค้าสอยไปหมดไม่รู้ด้วย!

จองตั๋วเครื่องบินไปตุรกี กับTraveloka

 

15 พิกัดที่เที่ยวเจ๋งๆ ในตุรกี

1. Pamukkale

หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดอัศจรรย์ที่เกิดจากฝีมือของธรรมชาติ และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกไปแล้วเรียบร้อย ที่นี่เป็นเหมือนสระน้ำตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการตกตะกอนของหินปูนซึ่งอยู่ในน้ำแร่ที่ไหลลดหลั่นลงมาตามหน้าผา แล้วเกิดปฏิกิริยาจับตัวกลายเป็นหินแข็ง แต่ความเจ๋งคือการที่มันดันจับตัวกันเป็นแอ่งน้ำหลากหลายขนาดซ้อนทับกันเป็นชั้นไล่เรียงลงมาตามหน้าผา และเมื่อมีน้ำแร่ไหลลงมาขังตามแอ่งน้ำต่างๆ เหล่านี้ ที่นี่จึงกลายเป็นสระน้ำตามธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาสีฟ้าสลับขาวแบบไม่มีที่ไหนเหมือน สวยขนาดนี้ไม่ถ่ายรูปอัพ IG จะทนไหวเหรออออ

2. Hagia Sofia

นี่คือหนึ่งสิ่งก่อสร้างสุดอลังการที่ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ยุคกลางของโลกเลยนะ เดิมทีที่นี่เคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนานิกายอีสเทิร์นออร์โทดอกซ์ ต่อมาได้รับการเปลี่ยนให้เป็นสุเหร่าในศาสนาอิสลาม และปัจจุบันที่นี่กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว ด้วยความสวยงามตระการตาและอายุอานามที่เก่าแก่มากว่าพันปี ยูเนสโก้จึงมอบตำแหน่งมรดกโลกให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกเช่นกัน ที่นี่สวยงามชวนตื่นตาทั้งนั้นไม่ว่าจะด้านในหรือด้านนอก แล้วจะรออะไร ไปค่ะ ถ่ายรูปกันให้รัวๆ!

3. Topkapi Palace

นี่คือพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในราวๆ ยุคศตวรรษที่ 15 และเป็นพระราชวังหลักของสุลต่านในราชวงศ์ออตโตมันอยู่ราวๆ 400 ปี ก่อนที่จะค่อยๆ หมดความสำคัญลงไปเพราะมีการสร้างพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นมาแทนที่ ในปัจจุบันนี้ที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งเปิดห้องสำคัญๆ บางส่วนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม และยังเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่เป็นมรดกโลกอีกด้วยนะ แล้วด้วยความกว้างใหญ่ทำให้ที่นี่มีมุมดีๆ ที่เหมาะกับการถ่ายรูปอยู่มากมาย ถูกใจมุมไหนก็จัดหนักกันได้เลย

4. Cappadocia

เรียกว่าถ้ามาตุรกีแล้วไม่ได้มาเห็นที่นี่ก็คงเหมือนกับว่ายังมาไม่ถึงเลยละ ด้วยภูมิทัศน์แปลกตาเต็มไปด้วยถ้ำนางฟ้า ซึ่งเป็นปล่องถ้ำที่เกิดตามธรรมชาติจากการระเบิดของภูเขาไฟในยุคอดีต เมื่อลาวาจับตัวแข็งจนกลายเป็นหุบเขา โดนกัดเซาะจากลมและฝนตามธรรมชาติจนมีรูปร่างประหลาดแปลกตา แล้วผู้คนในสมัยโบราณก็ใช้ความพากเพียรทั้งเจาะทั้งสลักจนกลายมาเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งทุกวันนี้หลายแห่งก็ยังเปิดเป็นโรงแรมในถ้ำให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักกันอยู่ด้วยนะ ตัวเมืองว่าว้าวแล้วแต่ยังไม่สุดจ้ะ เพราะความพีคของที่นี่อยู่ที่ความนิยมในการนั่งบอลลูนชมวิวจากบนท้องฟ้า ตรงนี้จึงมีบอลลูนลอยกันชนิดที่ว่าละลานตาเต็มไปหมด การมาชมวิวเจ๋งๆ พร้อมบอลลูนแน่นๆ ของที่นี่จึงกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างมุ่งหน้ามา บอกเลยว่าถ้าได้อัพรูปลง IG นะ ยอดไลค์กระจายหายห่วงอย่างแน่นอน

5. Alacati

แม้เมืองนี้จะอยู่ในตุรกี แต่กลับมีกลิ่นอายที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินอยู่ในเมืองแสนโรแมนติกอย่างกรีซยังไงยังงั้นเลยละ ด้วยอาคารบ้านเรือนสองชั้นที่สร้างจากหิน ตกแต่งกรอบหน้าต่างและบานประตูด้วยสีสันสดใส แล้วยังเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ใบสุดน่ารักที่ปลูกและตกแต่งกันอย่างเป็นธรรมชาติแต่ดูดี๊ดูดี ทางเดินปูด้วยหินก็คลาสซี่มีสไตล์มากกกก ข้าวของที่วางขายก็น่ารักน่าเอ็นดู แล้วยังจะร้านอาหารที่พากันตั้งโต๊ะอาหารไว้ด้านนอก ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งกินนั่งเม้าท์กันแบบชิลล์ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืนอีกล่ะ เมืองสวย บรรยากาศดี ถ่ายรูปอัพ IG ก็แจ่ม แถมโรแมนติกเบอร์นี้ ขออยู่ที่นี่นานๆ เลยได้มั้ยยยยย

6. Mount Nemrut

นี่คืออีกหนึ่งแหล่งมรดกโลกของตุรกีที่ทางยูเนสโก้จดลงลิสต์ไปแล้วเรียบร้อย ก็จะไม่จดได้ยังไงในเมื่อที่นี่เป็นโบราณสถานซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาลซะอีก! โดยบริเวณนี้เป็นสุสานของกษัตริย์ในยุคโบราณที่มีขนาดมโหฬาร และเต็มไปด้วยรูปสลักของเทพเจ้าแบบกรีกและเปอร์เซียที่แสนจะแปลกตา แม้ว่าทุกวันนี้จะพังทลายไปตามกาลเวลาซะเยอะแล้วก็ตาม แต่ที่นี่ยังให้ความรู้สึกขรึมขลังอลังการเหมือนกับว่าได้หลุดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนิยายประวัติศาสตร์แนวย้อนเวลา เชื่อเหอะว่าอัพ IG ออกมาเก๋แน่นอนนนน

7. Harran Beehive Houses

อีกหนึ่งสถานที่บรรยากาศสุดแปลกตาในตุรกีที่เชื่อว่าถ้าโพสต์ลง IG ละก็ต้องว้าวชัวร์ เพราะนี่คือหมู่บ้านดินที่เชื่อกันว่าเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคแรกๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย คุณจะได้เห็นบ้านทรงหลังคาโดมที่สร้างขึ้นจากดิน โคลน และฟาง ในรูปร่างไม่คุ้นตา กับสีแบบเอิร์ธโทนที่แท้ทรู แต่บ้านดินที่เห็นอยู่นี้อายุอานามอยู่ที่ราวๆ 200 ปีเท่านั้นนะ เพราะบ้านดินของจริงในยุคแรกน่ะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาแล้วเรียบร้อย แล้วอย่าลืมเข้าไปเดินดูด้านในบ้านกันด้วยละ เพราะเค้าตกแต่งไว้อย่างน่ารักน่าอยู่ชนิดที่ดูไม่รู้เมื่อมองจากภายนอกเลยละ แต่งตัวให้เก๋แล้วมาแชะรูปกันเลยจ้า เชื่อเหอะว่าสวยแปลกตาชนะเลิศเชิดใส่เพื่อนได้เลยยยย

8. Anitkabir

เชื่อว่าหลายคนต้องคิดใช่มั้ยล่ะว่าเมืองหลวงของตุรกีน่ะคืออิสตันบูล แต่ผิดจ้ะ เมืองหลวงที่แท้ทรูของตุรกีน่ะชื่อว่า Ankara ต่างหาก!! เพียงแต่อิสตันบูลน่ะเป็นเมืองใหญ่ที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากกว่า ทุกคนก็เลยไม่ค่อยรู้จักเมืองอังกาลาแห่งนี้เท่าที่ควร แม้ว่าที่นี่จะไม่มีโบราณสถานที่เก่าแก่งดงามมากมายเหมือนอิสตันบูล แต่เมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังมีของเด็ดของดีสุดอลังการคือสุสานของประธานาธิบดีคนแรกของตุรกีแห่งนี้นี่ละ ที่นี่ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1940 เป็นอาคารเรียบแต่แลดูโก้และยิ่งใหญ่ตระการตา ตั้งอยู่บนจตุรัสที่กว้างขวางจนทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าตัวเองหดไซส์ลงมาเหลือตัวเล็กจิ๊ดเดียวละ รับรองว่าถ้าได้มาแชะภาพที่นี่ คุณจะได้บรรยากาศที่แปลกตา น่าสนใจ และไม่ค่อยซ้ำใครอย่างแน่นอน

9. Mardin

อีกหนึ่งสถานที่สุดว้าวที่เรามั่นใจว่าถ่ายรูปออกมาต้องสวยเว่อร์!! คือเมืองเก่าอายุนับพันปีที่ชื่อมาร์ดินแห่งนี้นี่ละ ที่นี่เป็นเมืองซึ่งได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดบนที่ราบเมโสโปเตเมียและมีรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณที่น่าสนใจ ด้วยรูปแบบบ้านหินทรงเหลี่ยมที่มีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน ซึ่งสร้างลดหลั่นกันลงมาตามไหล่เขากินพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และอาคารบ้านเรือนทั้งหมดยังมีสีสันที่กลมกลืนกันไปกับสภาพแวดล้อมรอบด้าน ให้ความรู้สึกโบราณแต่น่าตื่นตาตื่นใจ และควรต้องไปเห็นด้วยตา!

10. Basilica Cistern

เพราะความมหัศจรรย์ของสิ่งก่อสร้างในตุรกีนั้นไม่ได้มีอยู่แค่บนพื้นดิน เราจึงอยากแนะนำให้คุณมุดลงไปใต้พื้นโลกเพื่อชมอุโมงค์ส่งน้ำสุดตระการตาอายุเป็นพันปีที่อยู่ใต้ดินแห่งนี้ ที่นี่เคยใช้เป็นที่กักเก็บน้ำเอาไว้สำหรับใช้ในพระราชวังเมื่อครั้งโบราณ และแม้ว่าจะอยู่ในที่ค่อนข้างลับตา แต่ผู้สร้างก็ยังอุตสาหะที่จะเนรมิตที่นี่ออกมาได้อย่างแสนวิจิตรและงดงาม โดยมีการสร้างเสาค้ำยันโครงสร้างถึง 336 ต้น ซึ่งเสาแต่ละต้นก็ได้รับการแกะสลักอย่างงดงาม และยังมีเสาไฮไลท์ที่แกะสลักออกมาไม่เหมือนใครอีกหลายต้น เช่น เสาที่ทำเป็นรูปหัวเมดูซ่า หรือเสาที่แกะสลักเป็นรูปตานกยูง เป็นต้น ที่นี่เคยเป็นฉากหนึ่งของหนังเจมส์ บอนด์ ตอน Greeting From Moscow อีกด้วยนะ ลึกลับ ตระการตา และหาดูได้ยากขนาดนี้ ไม่อัพลง IG ไม่ได้ละเด้อออ

11. Blue Mosque (Sultan Ahmet Camii)

เชื่อว่านี่คือสัญลักษณ์ของอิสตันบูลที่หลายคนต้องเคยเห็นผ่านตา แม้จะชื่อว่าเป็นมัสยิดสีฟ้า แต่อย่าเพิ่งเบ้ปากเมื่อได้เห็นรูปว่าก็ไม่เห็นจะฟ้าตรงไหน! เพราะสีฟ้าที่ว่าคือด้านในของมัสยิดแห่งนี้จ้า ความเจ๋งของที่นี่อยู่ที่ว่าเค้าใช้กระเบื้องสีฟ้ากว่า 20,000 ชิ้น ตกแต่งทั่วบริเวณโดมด้านใน เมื่อกระทบกับแสงไฟและแสงจากภายนอกก็จะทำให้โดมนี้กลายเป็นสีฟ้าสวยสะกดตา ส่วนรูปแบบด้านนอกก็เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่น่าตื่นใจ เลือกเลยจ้ะว่าจะอัพรูปด้านนอกหรือด้านในก่อนดี

12. Kusadasi Castle

ปราสาทซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลแห่งนี้เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในยุคศตวรรษที่ 16 เพื่อใช้เป็นป้อมสังเกตการณ์ระวังภัย ตัวปราสาทมีลักษณะแข็งแรงและโอบล้อมด้วยกำแพงสูงใหญ่ซึ่งใช้ป้องกันการโจมตีจากโจรสลัดทั้งหลายนั่นเอง รอบปราสาทเป็นลานหินกว้างขวางที่มองเห็นวิวทะเลสีฟ้าครามเป็นแบ็คกราวนด์ จะเดินเล่นก็โรแมนติก จะโพสต์ท่าชิคๆ ถ่ายรูปก็น่าจะแจ่มดี ไปตุรกีเมื่อไหร่ใส่ไว้ในแพลนได้เลยจ้า

13. Lake Van

ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แถมยังเป็นทะเลสาบน้ำเค็มอีกด้วยนะ แล้วเค้าก็ว่ากันว่าที่นี่มีตำนานสัตว์ประหลาดคล้ายกับทะเลสาบล็อคเนสอันโด่งดังด้วยละ แต่สำหรับเราแล้วน่ะ สาระสำคัญของที่นี่อยู่ตรงที่ความสวยของมันมากกว่า เพราะนอกจากจะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของตุรกีแล้วนะ ที่นี่ยังเป็นทะเลสาบที่อยู่บนความสูงถึง 1,640 เมตร แวดล้อมด้วยทุ่งหญ้าและเทือกเขาสูง แถมในช่วงฤดูหนาวก็ถือว่าหนาวในระดับโหดใช้ได้เลยละ ดังนั้นแนะนำให้มาในฤดูอื่นดีกว่านะ จะได้ยืนโพสต์ท่าท้าแดดท้าลมแบบเก๋ๆ โดยไม่สั่นงั่กๆ ให้เสียลุคเท่ๆ คูลๆ ไง

14. Uzungol

ถ้าคุณเป็นสายธรรมชาติ หรือเป็นคนช่างฝันช่างจินตนาการยามที่ได้ฟังนิทานในสมัยเด็กๆ ภาพหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาไซส์มหึมาของที่นี่ น่าจะเติมเต็มให้คุณรู้สึกเหมือนได้เห็นจินตนาการที่กลายเป็นจริงได้อย่างสบาย นอกจากภูเขาเขียวขจีที่โอบล้อมชนิดที่อยู่ติดกับหมู่บ้านแทบทุกด้านแล้ว ที่นี่ยังมีลำธาร ทะเลสาบ รวมถึงทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา เรียกว่าเหมือนหมู่บ้านในความฝันมากกว่าความจริงซะอีกนะ กลางวันเป็นฟีลเขียวสะอาดสดใส ส่วนกลางคืนเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยแสงไฟและมีหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุม ฤดูหนาวมีหิมะขาวโพลนท่วมท้นไปทั้งหมู่บ้าน เรียกได้ว่าสวยคู่ควรลง IG ในทุกฤดูกาลจริงๆ

15. Marmaris

ใครอยากได้รูปแบบคูลๆ ดูไฮโซ แนะนำว่าอย่ามองข้ามเมืองนี้ไป เพราะที่นี่คือเมืองท่าชายทะเลเมดิเตอเรเนียนที่มีผืนน้ำสีฟ้าใส และเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ให้กลิ่นอายแบบยุโรปเก๋ๆ ชาวตุรกีนิยมใช้เมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศ กิจกรรมยอดฮิตที่นิยมทำก็ต้องเป็นเดินเล่นชายหาดและล่องเรือยอร์ชแบบหรูๆ แถมเมืองนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารบรรยากาศดีๆ และสถานที่นั่งชิลล์ในยามค่ำคืนท่ามกลางบรรยากาสสุดโรแมนติกของเมืองท่า เชื่อว่าที่นี่จะดีขึ้นอีกหลายเท่าเลยละถ้าจะมีคนรู้ใจเกี่ยวก้อยเดินเล่นไปพร้อมกัน!

จริงๆ แล้วตุรกีเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของธรรมชาติที่สวยงามในหลากหลายบรรยากาศ จนเราถึงกับงงว่าตุรกีมีดีขนาดนี้เชียวเหรอ? เรียกว่าเป็นประเทศที่สวย สะดวกสบาย และผู้คนก็มีอัธยาศัยค่อนข้างดี จะภูเขา ทะเล วัฒนธรรม หรือประวัติศาสตร์ ที่นี่ก็มีเพียบพร้อม ถ้าคุณอยากเดินทางเปิดหูเปิดตาแต่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ลองเก็บตุรกีไว้เป็นหนึ่งตัวเลือกดูแล้วกัน เรามั่นใจว่าประเทศนี้จะไม่มีทางทำให้คุณผิดหวังเลยละ!