พูดถึงเกาะในญี่ปุ่นที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นหูกันก็คงหนีไม่พ้นฮอกไกโด หรือโอกินาว่า แต่คราวนี้จะขอพาไปเที่ยวเกาะที่อยู่ใกล้โตเกียวแค่เอื้อม เพราะนั่งรถไฟแค่ 2 ชั่วโมง 14 นาที ต่อเรือชั่วโมงนึงก็ถึงเลยจ้า … และเกาะนี้มีชื่อว่า ‘Sado’

สำหรับตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นก็จองได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka เจ้าเดิม ด้วยความที่อยู่ใกล้โตเกียวอยู่แล้ว ก็บินไปลงโตเกียวโลด ใครที่จะเที่ยวโตเกียวก่อนก็แล้วแต่ แต่ถ้าใครอยากตรงมาเกาะ Sado นี้เลยก็ได้เช่นกัน

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka 

 

ซาโดะ เป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัด Niigata (นีงาตะ) ถือว่าเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีพร้อมทั้งธรรมชาติและความสะดวกสบายครบครัน เดินทางง่ายๆ จาก Tokyo Station ด้วยชินคันเซ็นสาย Joetsu มาสุดทางที่ใจกลางเมืองนีงาตะ จากนั้นนั่งรถต่ออีกหน่อยไปที่ท่าเรือสู่เกาะซาโดะ ซึ่งเรือน่ะ มีให้เลือกสองแบบนะจ๊ะ ใครรีบหน่อยก็แนะนำให้เลือก JetFoil เพราะเป็นเรือเร็วที่ใช้สองขาคล้ายสกียกตัวเรือขึ้นพ้นผิวน้ำ เรือจึงเร็วและไม่ค่อยกระเทือนเท่าไหร่ ใช้เวลาจากฝั่งถึงเกาะแค่ชั่วโมงเดียว ส่วนอีกแบบคือเรือเฟอร์รี่ ที่ราคาถูกกว่าเรือเร็วแบบแรกครึ่งนึง แต่ใช้เวลาเพิ่มอีกราวๆ หนึ่งเท่าตัว แต่เรือเฟอร์รี่ญี่ปุ่นคือเริ่ดนะ นางมีฟู้ดคอร์ด เกมเซ็นเตอร์ ร้านสะดวกซื้อ โอ๊ย ไฮไซเหอะ นั่งสบ๊ายยยยสบายยย ส่วนที่นั่งนางก็มีให้เลือกหลายแบบนะ ตามราคา ตั้งแต่นั่งชมวิวด้านนอกจนถึงเป็นห้องนอนแบบโรงแรมจ้า เลือกได้ตามสถานะและปัจจัย อ้อ … แนะนำว่าวิธีการที่สะดวกที่สุดสำหรับการเดินทางบนเกาะนี้คือการเช่ารถขับนะจ๊ะ เพราะจะสามารถซอกแซกไปยังที่ต่างๆ ได้แบบสุดสะดวกเลยละ อ่ะ … เมื่อได้ยานพาหนะแล้วก็ไปดูซิว่าเกาะนี้มีอะไรรอให้เราไปทำกันบ้าง!

 

 

สวรรค์ของสายกิน!!!
สด หวาน ราคาดี เกาะนี้คือสวรรค์คนรักซีฟู้ด!!
เพราะนี่คือเกาะไง จึงมั่นใจได้เลยว่าอาหารทะเลคือของเด็ดที่ต้องโดน ที่เราติดใจคือกุ้งหวานที่ถือเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนี้เลยนะ นางเป็นกุ้งสด เนื้อหวานธรรมชาติ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวโดยสิ้นเชิง พอเข้าปากนะ เนื้อกรุบๆ สู้ลิ้น รสหวานเจี๊ยบเพราะสดมากกกก คือดี อันนี้หากินได้ตามร้านอาหารทั่วไปหรือเมนูไคเซกิตามเรียวกังส่วนใหญ่นางก็มีเสิร์ฟนะ

 

อีกอย่างที่เริ่ดมากกกคือปู Zuwai Kani ที่จับกันขึ้นมาจากชาวประมงท้องถิ่น นอกจากช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. ของทุกปีที่ถือเป็นช่วงห้ามจับปูแล้วนะ ที่เหลือจะมาเดือนไหนก็มา หากินได้ตลอด แต่ว่ากันว่าเดือนมีนาจะเป็นช่วงที่ปูอร่อยเริ่ดที่สุด เพราะนางได้ใช้ชีวิตพักฟื้นแบบสบายๆ มาสองเดือนโดยไม่มีใครรบกวน จึงอ้วนท้วนสมบูรณ์แบบพีคๆ เลยในช่วงนั้น แถมเราไปเจอจุดเด็ดมาชื่อว่า Yayoshi Maru ซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งปูบนเกาะซาโดะจ้า นางจับเอง ต้มเอง ขายเอง มีทั้งขายส่งลูกค้าประจำและวางหน้าร้าน ราคาคือพีคมากกกก เพราะมีตังค์แค่ 60 บาท ก็ซื้อปูกินได้เป็นตัว!! คือบ้าแล้ววววว ปูทั้งตัวขายได้ไงอ่ะ นี่งงมากก แถมพอเราตั้งท่าว่าจะซื้อ ที่เริ่ดคือนางมีให้ชิมฟรีก่อนเลยอ่ะ คนละ 1 ตัว และบอกเลยว่าปูนางโคตรรรรรอร่อย คือปกติกินปูทั่วไปเราจะคิดถึงน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เมืองไทยใช่มะ แต่ปูที่นี่อร่อยจนเราไม่ถวิลหาน้ำจิ้มเลยนะ เพราะด้วยความที่นางสดมากกกก เนื้อเลยหวานแบบธรรมชาติสุดๆ เค็มนิดๆ เหมือนยังติดกลิ่นทะเล คือแกะกินแบบเพลินมากกก อร่อยจริง คือตัวละ 60 บาทนี่คือถูกสุดแล้วอ่ะ ตั้งแต่เราเคยกินปูญี่ปุ่นมา!! กวาดกันเกลี้ยงเลยจ้า ที่เราฟินอีกอย่างคือบางโรงแรมแถบนี้มีเสิร์ฟซาชิมิปลาหมึกในช่วงอาหารเช้าและค่ำด้วยนะ ฟินมากก สด ลื่น สดชื่นสบายท้อง!!

 

*ต้มกันสดๆ หอมมากกกก

อ้อ … อีกอย่าง เราไปบุกกินหอยนางรมถึงถิ่นกันมาที่ Akitsumaru ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่นี่เป็นบ้านชาวประมงที่เปิดให้ลูกค้ามานั่งกินด้วยเลยที่บ้าน คือถ้าใครหลงใหลในหอยนางรมนะ ที่นี่คือสวรรค์ชัดๆ พูดเลย เพราะทุกเมนูคือหอย หอย และหอย ตั้งแต่ชาบูหอยนางรมจานเบ้อเริ่ม จิ้มกับน้ำจิ้มยูสุ หรือใครใจเด็ด จะควักน้ำจิ้มซีฟู้ดที่พกจากไทยมาเทราดกันก็ได้นะ จะแฮปปี้มากกบอกเลย!! นอกจากชาบู นางมีเทมปุระหอยนางรม ข้าวอบหอยนางรม หอยนางรมนึ่ง คือกินกันแบบลืมคอเลสเตอรอลไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์กันทีหลัง!

 

*แพหอยนางรมลอยเกลื่อน

 

 

นอกจากที่บอกมาบนเกาะนี้นางยังมีเป๋าฮื้อ หอยซาซาเอะ ปลา และต่างๆ นานาอีกเพียบบบ แต่นี่กินไม่ไหวแล้วละ เลยต้องขอพักไว้คราวหน้า ที่รับรองว่าเราจะมาซ้ำอีกแน่นอน!

*หอยซาซาเอะ ย่างร้อนๆ ราดโชยุ

 

*เมนูอาหารกลางวันที่คนรักปูต้องกรี๊ด เซ็ตนี้แค่ 1,500 เยน ไปกินได้เลยที่ Sunrise Jyogahama

 

สายหวานก็งานดี!
เกาะนี้มีบุฟเฟ่ต์สตรอว์เบอร์รี่สดจากฟาร์มให้กินด้วยอ่ะ! ถ้ามาช่วงฤดูหนาวนะ แวะมาเลยที่ Saito Farm นางมีสตรอว์เบอร์รี่สดให้เดินเด็ดเดินชิมได้แบบบุฟเฟ่ต์จ้า พูดเลยว่าฟินเว่อร์! แล้วถ้ายังไม่สาแก่ใจ เดินข้ามถนนมาที่ Fruit Cafe ฝั่งตรงข้าม ก็เป็นร้านของเจ้าของฟาร์มเองจ้า นางมีผลไม้แช่เย็นสไลซ์มาเป็นแผ่นบางๆ เย็นเจี๊ยบ ท็อปหน้าด้วยแยมผลไม้บนแอปเปิ้ลสไลซ์เพิ่มความหวานหอม หรือเลือกสตรอว์เบอร์รี่แผ่นบางเสิร์ฟพร้อมนมข้นหวานหอมราดหน้ามา คือดีทั้งหมด แต่เราไม่เลือกนะ เพราะเราจะกินให้เรียบ และถ้ายังไหวร้านนี้ยังมีพายแอปเปิ้ลและขนมอื่นอีกเพียบนะ จัดเลย!

ส่วนถ้าใครเป็นสายไอศกรีม เราขอชี้เป้าให้ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์นก Toki หรือ Toki Forest Park นอกจากจะได้ดูนกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกาะซาโดะแล้ว ขอให้แวะกินซอฟท์ครีมตรงบริเวณด้านหน้าทางเข้าเลยจ้า มีให้เลือกสี่ล้านกว่ารส!! 555 เว่อร์มั้ย แต่นางมีให้เลือกเยอะจริงๆ อันนี้คอนเฟิร์มเลยละ ตั้งแต่สารพัดรสผลไม้ วานิลลา ช็อคโกแลต ตามสเต็ปปกติที่ต้องมี แต่นี่เราไง ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทั้งที เลยอยากขอสัมผัสรสชาติแบบไม่ธรรมดา จัดมาเลย 3 รส อันประกอบด้วยรสเกลือ รสสาเก และรสถ่าน!!! อร่อยนะ รสเกลือคล้ายวานิลลาแต่มีตัดเค็มนิดๆ กำลังดี ไม่เลี่ยน รสถ่านก็หวานมันหอมอร่อย ถ่านน่าจะเป็นแค่ในเรื่องของสี เพราะตัวซอฟท์ครีมรสดี กินง่าย ได้ทุกวัย และในส่วนของรสสาเก คือหอม หวาน มัน อร่อย แต่เล่นเอามึนไปครึ่งวันนะจ๊ะ ถ้าคิดว่าตัวเองคอแข็งพอก็ขอเชิญลอง!

 

ปิดท้ายสายหวานกันที่ซอฟท์ครีมทองคำ อันนี้หากินได้ตรงโซนคาเฟ่และของที่ระลึกของเหมืองทอง Sado Kinzan Gold Mine ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมจ้ะ ที่ต้องโรยทองก็เพราะเกาะนี้เค้าได้ชื่อว่ามีของดีของเด็ดเป็นเหมืองทอง คือขุดกันมาจริงจังหลายร้อยปี เพิ่งมาเลิกเอาไม่กี่สิบปีมานี้ละ กิมมิกของทั้งเกาะเลยยังคงคอนเซ็ปท์ทองคำอยู่จ้า มีทั้งซอฟท์ครีมทองคำ กาแฟทองคำ ชาทองคำ ไฮเอนด์เป็นที่สุด!!!!

อีกอันที่นับเป็นของหวานได้มั้ยน้า 555 นั่นคือสาเก เราไปแวะ Hokusetsu Shuzo Sake Brewery โรงทำสาเกเก่าแก่บนเกาะนี้มา ที่นี่มีชื่อเสียงเพราะว่าเป็นโรงทำสาเกและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีขายในร้าน Nobu ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ดังมากกกในอเมริกา มีดาราดังๆ ไปกินเพียบ แถมมีสาขาอยู่ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงเมืองไทยด้วยนะ ด้วยความที่ของดีของเด็ดอีกอย่างในละแวกนี้คือข้าว เพราะข้าวของเมืองนีงาตะน่ะถือว่าเป็นสุดยอดข้าวของญี่ปุ่นเลย เนื่องจากแถบนี้ดินดีน้ำอุดม จึงปลูกข้าวได้รสชาติดี และเพราะข้าวอร่อยนี่ละ จึงมีผลให้สาเกของเมืองนี้มีรสชาติดีตามไปด้วย ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าถ้ามาเยือนแถบจังหวัดนีงาตะ จะเห็นสาเกวางขายกันเพียบแทบทุกมุมเมือง ส่วนเรามิใช่สายสาเกนะ จึงแยกแยะได้ลำบาก แต่บอกได้เลยว่าที่โรงหมักแห่งนี้นะ มีอุเมะชูหรือเหล้าบ๊วยที่อร่อยม้ากกกก (กอไก่แปดแสนตัว) คือดีจริงเด็ดจริง หรือใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำบ๊วยเข้มข้นของนางก็เริ่ดอยู่นะ ถ้าแวะมาอย่าลืมซื้อกลับไปชิม!

 

*น้ำบ๊วยอร่อยเลิศศศศศศศ

 

สารพัดกิจกรรมต้องทำบนเกาะซาโดะ!
อย่าคิดว่าที่นี่จะเป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรทำนอกจากเล่นน้ำทะเล เพราะเราเองมาสองครั้งแล้วนะ ขายังไม่ได้แตะน้ำทะเลเลยซักแหมะ เพราะมีอย่างอื่นที่น่าทำรออยู่อีกเพียบ จริงๆ น่ะ แค่ขับรถรอบเกาะดูวิวงามๆ ก็คุ้มแล้ว โดยเฉพาะในหน้าร้อน เพราะส่วนใหญ่ที่นี่นิยมปลูกข้าว เราจึงจะเห็นทุ่งนาสีเขียวสบายตาตลอดสองข้างทางไม่ขาดสาย แถมบางจุดยังได้เห็นทุ่งนาที่มีแบ็คกราวนด์เป็นฟ้าใสๆ และทะเลสีครามสวยๆ โห คือพีคจริงอะไรจริง

*หน้าร้อน VS หน้าหนาว

 

สำหรับสายธรรมชาติแนะนำให้มาลองนั่งเรือท้องกระจกชมวิวที่ Senkaku Bay ดูด้วยนะ วิวแถวนี้คือดีงามตระการตา มองเห็นหน้าผาสลับกับท้องทะเล

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันโด่งดังของเกาะนี้ที่ควรมาลอง คือการลงเรืออ่าง Tarai Bune ซึ่งคือเรือไม้ทรงกลมหน้าตาเหมือนกาละมังซักผ้าใบใหญ่ ที่ชาวเกาะนี้นิยมใช้ในการทำประมงชายฝั่ง เพราะมันซอกแซกไปตามโขดหินต่างๆ ได้ดีกว่าเรือทรงยาวตามปกติ ยูนิฟอร์มของคนพายเรือก็น่ารักกก มุ้งมิ้งมากกก พูดเลย

 

สำหรับสายพิพิธภัณฑ์ เกาะนี้น่ะถือว่าดังมากในเรื่องของเหมืองทอง ที่แม้ว่าจะปิดเหมืองหยุดการผลิตไปกว่า 20 ปีแล้ว แต่เค้ายังเก็บรักษาเหมืองเอาไว้ให้เราได้ดูบางส่วนในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์เหมืองทอง Sado Kinzan Gold ที่สร้างหุ่นจำลองให้เราเห็นลักษณะการทำเหมืองบนเกาะนี้ ทางเข้าเจาะลึกเข้าไปในภูเขา อุณหภูมิด้านในจึงเย็นสบายโดยไม่ต้องใช้แอร์ สุดทางจากถ้ำในเหมืองทองจำลอง จะเป็นตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ ต่อจากนั้นคือโซนขายของที่ระลึกซึ่งมีสารพัดสิ่งที่แน่นอนว่าต้องมีทองผสมอยู่ ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ อาหาร ไปจนถึงเครื่องสำอางสารพัดสารพัน!

 

*ส่องดูผงทอง

 

*แท่งนี้หนัก 12.5 กิโลกรัม เค้าบอกว่าใครหยิบออกมาจากตู้ได้ เอาไปเลย!! มีคนได้ไปหลายสิบคนแล้วนะ!

 

และถ้ายังติดใจเรื่องทองอยู่ แนะนำให้ไปต่อกันด้วยการร่อนทองในสถานที่จริงที่ Nishikigawa GP ที่นี่เราเลือกได้ว่าจะร่อนทองในลำธารด้านหลัง หรือจะลองร่อนกันสบายๆ ในร่ม กับรางร่อนทองที่เค้าจำลองเอาไว้ให้ บอกไว้ก่อนว่านี่เป็นกิจกรรมที่เราไม่ได้คิดว่าจะสนุก แต่มันสนุก! เพราะยิ่งร่อนก็ยิ่งโลภ 555 เพราะทองที่ร่อนได้ทั้งหมด เราเอากลับมาได้เลยจ้า ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงที่มีให้ คือเพลินมากจนอยากอยู่ที่นี่ซักวันนึงเลยละ รับรองว่าออกมาเป็นเศรษฐีแน่นอน!

*ทองที่เราจะเอากลับบ้านนนน

 

*ด้านหน้ามีนามบัตรทองคำตั้งโชว์ให้ดูด้วยนะ

 

ท้ายสุดคือถ้ามาซาโดะในหน้าหนาว จะได้ว้าวกับลานสกีบนเกาะนะ! ความสนุกคือลานสกี Sado City Daira ski hills เนี่ยเป็นพื้นที่ของหน่วยทหาร เลยต้องโทรแจ้งทางการกันตั้งแต่ปากทางว่าจะขึ้นไปแล้วน้า โชคดีว่าเรามีเพื่อนที่เจรจาภาษาญี่ปุ่นได้ไปด้วย เลยสบาย ยากหน่อยแต่ก็เร้าใจดีนะ 555

*ลานสกีคูลๆ ในค่ายทหาร

เกาะซาโดะ คืออีกหนึ่งแห่งที่เราอยากแนะนำให้ได้รู้จักกันนะ เพราะไปง่าย ไม่ไกลจากโตเกียว ค่าครองชีพบนเกาะนี้ก็นับว่าไม่แพงเกินไป ของกินก็หลากหลาย เรียกได้ว่าสายกินคือฟินแน่นอน! แถมมีอะไรๆ ให้ทำอีกเพียบเลยนะ เที่ยวญี่ปุ่นคราวหน้าอย่าลืมลองแวะมาเยือนกันดู เพราะนี่คืออีกหนึ่งแห่งที่จะให้บรรยากาศสบายๆ ให้คุณได้สัมผัสความฟินท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติงามๆ และผู้คนน่ารัก ลองมาซักครั้งเถอะน่า รับรองเลยว่าต้องตกหลุมรักเกาะนี้แน่นอน!