ทริปนี้อยากชวนไปปีน Mt.Kinabalu ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศมาเลเซีย ที่เมือง Kota Kinabalu แห่งรัฐ Sabah ณ จุด summit ที่ชื่อ Low’s Peak จะมีความสูงถึง 4,095 เมตร (เมื่อเทียบกับดอยอินทนนท์ที่สูงแค่ 2,599 เมตรเอง)

โดยแม้ยอดเขาสูงอันดับ 1 ของอาเชียนจะ คือยอดเขา Hkakabo Razi (Myanmar) ที่สูงถึง 5,881 เมตร ส่วนยอดเขาสูงอันดับ 2-4 ก็อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย … แต่เนื่องจากอันดับ 1-4 ไม่อนุญาตให้นักปีนเขาทั่วไปขึ้นไปได้ … จึงต้องนับว่า Mt.Kinabalu เป็นยอดเขาสูงที่สุดในอาเชียน ซึ่งเปิดต้อนรับให้คนชอบปีนทั่วไปอย่างเรา ๆ ได้ขึ้นไปพิชิตบนยอดกัน

แต่ก่อนที่เราจะขึ้นไปยืนยิ้มแฉ่ง บนยอด Mt.Kinabalu ได้ เราต้องเตรียมตัวกันพอสมควร ทีนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ขอสรุปให้ฟังคร่าว ๆ ตามนี้

 

เตรียมตัวก่อนไป

1.ต้องจองวันปีนขึ้นกับอุทยานฯ เพราะ Mt.Kinabalu จำกัดคนขึ้นไว้แค่ 135 คน/วัน จึงควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3-4 เดือน โดยติดต่อผ่านทางอีเมล์ของอุทยานฯ  [email protected]sanctuarylodges.com.my  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website ทางการ http://www.mountkinabalu.com/

2. จองตั๋วเครื่องบินไปมาเลเซีย ตอนนี้จากไทยไม่มีไฟท์บินตรงไป Kota Kinabalu ต้องบินจาก BKK ไปลงที่ Kuala lumpur แล้วต่อเครื่องไป Kota Kinabalu … โดยตั๋วเครื่องบินพวกเราจองผ่าน Traveloka ที่ช่วงนั้นออกโปรโมชั่นกับบัตรเครดิต K-Bank ลดค่าตั๋วเครื่องบิน 400 บาท / ใบ สรุปค่าตั๋วไปกลับรวมค่าโหลดกระเป๋า 6,000 บาท / คน (ไปกลับ 4 Flight / คน)  

3. ระยะเวลาเดินทาง 4D3N พวกเราเลือกช่วงเดินทางให้ติดเสาร์ อาทิตย์เพื่อประหยัดวันลางาน โดยตารางเดินทางของพวกเราเป็นตามนี้

  • 2 Feb 18 : เดินทาง BKK – KUL – Kota Kinabalu นอนที่บ้านพักตีนเขา
  • 3 Feb 18 : ปีนขึ้นจาก Timpohon Gate – Laban Rata
  • 4 Feb 18 : ปีนขึ้น Summit และปีนลง กลับไปพักในเมือง Kota Kinabalu
  • 5 Feb 18 : เดินทางกลับ Kota Kinabalu – KUL – BKK
  • วันแรกควรไปนอนบ้านแถวอุทยานก่อนทางขึ้น เพราะต้องตื่นเช้า
  • ส่วนวันที่สามหรือวันลงจากเขา ไม่ควรจัดทริปซื้อตั๋วเครื่องบินกลับในวันเดียวกัน โอกาสตกเครื่องสูงมาก เพราะอาจลงจากเขาช้า

จองตั๋วไปกัวลาลัมเปอร์กับ Traveloka 

 

จองตั๋วไปโคตาคินาบาลูกับ Traveloka

 

การจัดของขึ้นในเป้

4. ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง ควรจัดกระเป๋าให้เบาที่สุดเพราะยิ่งแบกจะยิ่งหนัก

  • เสื้อกันหนาว.ผ้าพันคอข้างบนยอด อุณหภูมิ -5 ถึง 5 องศา
  • เสื้อกันฝน
  • เสื้อผ้าแห้ง 1 ชุด ใส่นอน
  • เป้เดินทางควรเลือกแบบมี rain cover
  • ไม้เท้าเดินป่า
  • รองเท้าเดินป่าที่มีดอกยาง
  • ลูกอม ช็อคโกแลต หรือโปรตีนบาร์ ที่ให้พลังงานขณะเดินขึ้นลง
  • ถุงมือ เพราะบางจุดต้องปีนเชือก และไว้กันหนาวข้างบนด้วย
  • ไฟฉายคาดศรีษะ วันที่สองเราต้องเดินขึ้น summit ตอนตีสอง
  • น้ำเปล่าติดตัว  
  • หัวปลั๊กแปลงไฟ เต้าปลั๊กไฟที่มาเลเซียไม่เหมือนไทย
  • อุปกรณ์อื่น ๆ เช่นเสื้อผ้าวันใส่กลับ รวม ๆ กันไว้ แล้วฝากที่พักด้านล่างก่อนขึ้นได้ ราคาไม่แพงประมาณ 8 -10 ริงกิต

 

– เลือกของจำเป็น และเป้ควรกันน้ำได้ระดับนึง –

5. เส้นทางเดินเท้าขึ้น Mt.Kinabalu จะต้องเดินประมาณ 18 Km ดังนี้

  • วันแรก Timpohon Gate ไปยัง Laban Rata รวม 6 Km
  • วันที่สอง จาก Laban Rata ไปยัง Low’s Peak summit 3 Km และจาก Low’s Peak ลงไปยัง Timpohon Gate อีก 9 Km

 

– สภาพทางเดินวันแรกจะเป็นป่าอุดมสมบุรณ์ –

ที่พัก และอาหาร

6. ที่พัก และอาหารการกิน พอจัดการจองแพจเกจปีนขึ้น Kota Kinabalu กับทางอุทยานแล้ว ราคาจะเป็นที่พัก รวมอาหารเข้าไปด้วย  … อย่างพวกเราซื้อแพจเกจ 3D2N แบบ Dormitory ราคาอยู่ที่ 1,286 RM / คน (ประมาณ 10,400 บาท) โดยราคาจะรวมที่พักคืนแรกในอุทยาน และคืนสองบน  Laban Rata และก็อาหารด้วย

  • รวม ๆ แล้ว อาหารมื้อเย็นจะดีหน่อย เพราะมีเนื้อสัตว์ ส่วนมื้อเช้าจะเป็นแค่เส้นหมี่ ข้าวผัด ผัดผัก ขนมปัง ซุป ถ้ากลัวหิว เพราะต้องใช้แรงปีนเขาเยอะมาก ก็ควรพกอาหารแห้งจากไทยไปเองด้วย
  • ที่พักข้างบนเป็น Dorm เราไป 4 คน ก็ได้นอนห้องเดียวกัน (เตียงสองชั้น สองเตียง) ส่วนห้องน้ำรวมแต่แยกชายหญิง มีผ้าห่ม ผ้าเช็คตัว สบู่ แชมพูให้พร้อม
  • ข้างบนที่พัก Laran Rata จะมีน้ำชา กาแฟแจก แค่ตอนมื้อเช้าวันที่สองก่อนลง ที่เหลือต้องซื้อเอาโค้กตกกระป๋องละ 11 RM, น้ำเปล่าขวดเล็ก 7 RM / 0.5L, น้ำเปล่าขวดใหญ่ 14 RM/ 1.5 L
  • แล้วที่จุดที่พัก Laran Rata สูง 3,272 M และจุด Low’s Reak สูง 4,095 M. ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการ AMS ให้เตรียมยา Diamox ไปกินด้วยก็ดี

 

– บ้านพักที่อุทยานคืนแรกก่อนเริ่มปีนขึ้น –

 

– บ้านพักบนเขาคืนสอง มีอุปกรณ์สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัวให้พร้อม –

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไป

7. ค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ต้องจ่าย แลกเงินริงกิตเตรียมไปด้วย

  • ค่าเข้าอุทยาน 15 RM / คน
  • Climbing permit fee 200 + ค่า Insurance fee 7 รวมเป็น 207 RM / คน
  • ค่า local guide (ต้องมี) 230 RM / คน (ไกด์ 1 คนจะดูแลพวกเราได้ Max สุดที่ 5 คน ถ้าไปกันเยอะก็หารกันได้ ค่าไกด์จะถูกลง)
  • ค่ารถจากอุทยานฯ – Timphohon Gate (รวมทั้งไปกลับ) ถ้ามากกว่า 5 คน คิด 9 RM / คน (ถ้าคน 1-4 คน เจอคิดเหมาที่ 36 RM)
  • ค่ารถจากสนามบินมาอุทยานฯ ขามาเราเหมา Taxi จากสนามบินตรงมาอุทยานเลย 190 RM / คัน (มากัน 4 คันก็หารกัน) … ส่วนขากลับจากอุทยานเข้าเมือง เรารวมกับคนไทยอีกกลุ่ม เหมารถบัสเข้าเมืองตก 30 RM / คน
  • ค่าโรงแรมที่เมือง Kota Kinabalu ประมาณ 40 RM / คน (นอนห้องละสองคน)
  • แล้วใครแบกของไม่ไหว จะจ้างลูกหาบก็เตรียมเงินไปเผื่อด้วยเลย 130 RM / 10 Kg (คิดขั้นต่ำที่ 10 Kg ถ้าเกินก็บวกเพิ่ม)
  • ถ้าใครจะเอา Certificate ทางอุทยานจัดให้ได้ 11 RM / คน
  • รวมทั้งหมดที่จ่ายไปทริปนี้ … ค่าขึ้นอุทยาน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าแท๊กซี่ในเมือง ค่ากินในเมือง ก็ตกประมาณ 20,000 บาท / คนได้ (พวกเราแบกของเอง และก็ไม่เอาใบประกาศฯ)

ก็พอรู้กันแล้วว่าก่อนขึ้น Mt.Kinabalu เราต้องเตรียมตัวกันอย่างไรบ้าง ทีนี้ใครพร้อมแล้ว ก็มาเริ่มปีนขึ้นสู่ยอด Mt.Kinabalu สู่ความสูง 4,095 เมตรพร้อมพวกเรากันเลย : )

 

– ภาพยอดเขา Kinabalu จากด้านล่างอุทยาน ตอนเช้าก่อนวันเดินขึ้นวันแรก –

 

– ที่จุดลงทะเบียนจะให้บัตรคล้องคอมา เค้ามีเช็คบัตรตามจุดต่างๆ ห้ามทำหายหล่ะ –

 

– รถอุทยานฯ จะมาส่งที่ Timpohon Gate แล้วก็เริ่มเดินขึ้นกันเลย –

 

– ทางเดินขึ้นกันตลอด 6 Km เรียกว่าเดินจนเมื่อยเลย –

 

– มีป้ายบอกทางและระยะตลอด ไม่ต้องกลัวหลง –

 

– ไม้เท้าเดินป่า พกไปแล้วจะรู้ว่าช่วยผ่อนแรงได้เยอะมากจริง ๆ –

 

– ประมาณกิโลฯ ที่ 5 เราจะเริ่มอยู่เหนือเฆมแล้ว หันหลังไปดูวิวอลังการมาก –

 

– ถึง Laban Rata รีบกินมื้อเย็น แล้วเข้านอนเพราะต้องปีน summit แต่เช้ามืด –

 

– ตื่นตีสอง ลงมาเตรียมตัว แล้วเริ่มปีนขึ้นยอดกันตอน 02.30 –

 

– เดินขึ้นยอดเขาไป 3 ชั่วโมงกว่า พอพระอาทิตย์เริ่มขึ้น ฟ้าระเบิดสวยมากกกก –

 

– จุดยอด South Peak แม้ไม่ได้เป็นจุดสูงสุด แต่ตั้งเด่นสง่ากว่ายอดอื่น ๆ มาก –

– ประเทศมาเลเซีย ถึงขึ้นเคยพิมพ์ภาพจุด South Peak ไว้ในธนบัตร RM –

 

– หลายคนมาที่ Kinabalu เพราะอยากเห็นยอด South Peak ด้วยตาตัวเองสักครั้ง –

 

– เริ่มออกเดินกันต่อ เพื่อไปพิชิตจุด Low’s Peak ที่ 4,095 เมตร –

 

– พระอาทิตย์เริ่มขึ้น แต่ King Edward Peak ก็ยังบังไว้ซะมิด –

 

– มาหยุดพักหอบชุดใหญ่อีกสักรอบ ที่ St John’s Peak –

 

– Low’s Peak เหมือนจะใกล้ แต่เดินเท่าไรก็ไม่ถึงซะที ฮ่าฮ่าฮ่า –

 

– ถึงซะทียอด Low’s Peak ถ่ายย้อนกลับไป คนตัวเท่ามดเลย –

 

– แล้วก็ค่อย ๆ ไต่ลงไปข้างล่าง ขาลงยากกว่าขาขึ้นอีก –

 

– ปีนขึ้นก็เหนื่อย ปีนลงยังเหนื่อยอยู่นะ แต่เจอวิวแบบนี้เข้าไป มันสวยคุ้มเหนื่อยจริง –

 

– สวยจริง ๆ สวยจนอยากหยุดเวลาอยู่ข้างบนให้นานที่สุด –

 

– เริ่มรีบเดินเพื่อลงไปข้างล่างที่ Laban Rata ให้ทัน เช็คเอาท์ก่อน 10.30 –

– มองย้อนกลับไปที่ Low’s Peak โอ้โหสูงมาก ตะกี้ปีนไปได้ยังไง –

 

– ผ่านเจ้า South Peak อีกรอบ ตอนฟ้าสว่างแล้ว ก็สวยไปอีกแบบ –

 

– เดินลงกันรัว ๆ ขาสั่นกันเลยทีเดียว –

 

– กำลังลงผ่านจุดเช็คพ๊อทย์ก่อนขึ้น summit … ขามาเดินตอนมืดไม่เห็นอะไรเลย –

– ผ่านจุดเช็คพ๊อทย์มาได้ ก็ปีนลงกันต่ออีก –

 

– จุดนี้หินก้อนใหญ่เคยถล่มลงมาทับคน เป็นจุดอันตรายต้องรีบผ่านให้เร็วที่สุด –

 

– จุดวัดใจต้องปีนเชือกลง … เข้าใจเลยทำไมต้องปีนขึ้นตอนมืด จะได้ไม่กลัว ฮ่าๆๆ –

 

– มีหวาดเสียวเล็กน้อย แต่ดีที่หินมันไม่ลื่น ค่อย ๆ ไต่เชือกลง ก็พอลงได้อยู่ –

 

– ไต่เชือกลงมาเสร็จ ก็เป็นบันไดยาว ๆ แล้ว เดินลงจนขาพับกันเลย –

 

– กำลังลงไปที่จุดชมวิวอีกจุด แต่ขึ้นมาสูงจริง ๆ เดินกันมาได้ยังไงเนี่ยะ –

 

– วิวมองลงไปสวยสุด ๆ และอยู่สูงทะลุเฆมมาก ๆ –

 

– พักเหนื่อยสูดหายใจกันอีกรอบ กับระเบียงชมวิวสุดอลังการ –

 

– หลังจากนั้น ก็ยิงยาวเดินลงกันจนถึง Laban Rata เก็บของเช็คเอาท์ –

 

– พักกินข้าวที่ระเบียง Laban Rata .. แล้วเดินลงยาวจนถึง Timpohon Gate –

 

สารภาพตามตรงหลังจากกินข้าว เก็บของที่ Laban Rata เสร็จ ตอนเดินลงไป Timpohon Gate ระยะ 6 Km แต่ขานี่สั่นดิกๆๆ ซ้ายขวาเริ่มทำงานไม่สามัคคีกัน ตั้งแต่กิโลแรก ๆ แล้ว ดังนั้นตอนลงนี่หมดแรงยกกล้องมาถ่ายรูปจริง ๆ

เริ่มเดินลงตั้ง 11.00 โมง มาถึง Timpohon Gate ตอนบ่ายสามโมงกว่า ๆ เรียกว่ากว่ามาถึงข้างล่างนี่ เดินเซไม่มีหางเสือเบี้ยวกันไปหมดทั้งแก๊งค์ ฮ่าฮ่าฮ่า … เสร็จก็นั่งรถกลับไปที่ทำการอุทยานฯ แล้วพากันเหมารถเข้าไปพักโรงแรมในตัวเมือง Kota Kinabalu ก่อนบินกลับไทยในวันรุ่งขึ้น

เรียกได้ว่าวันแรกเดินขึ้นนี่ก็แย่แล้ว แต่เจอวันที่สองเดินลงนี่โหดกว่าสุด แบบเดินจนขาเป๋เลย ต้องตื่นก่อนตีสอง เดินอีก 3-4 ชั่วโมง ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วต้องลงรวดเดียวอีก 9 กิโล … แถมราคาค่าทริปก็เหมือนจะแพง (ไม่เหมือนหล่ะ แพงเลย ฮ่าฮ่าฮ่า) ทริป 4 วัน 3 คืน จ่ายไปสองหมื่นกว่าบาท แล้วต้องปีนเขาให้ลำบากอีก

แต่แนะนำเลย เพราะว่าวิวข้างบน Mt.Kinabalu นี่แบบว่าสุดๆ คือสวยได้ฟิ้วฟ้าวมาก … ยิ่งถ้าใครเป็นสายลุย ชอบแนวผจญภัยอยู่แล้ว รีบจัดเลยไปก่อนก็เที่ยวก่อน แถมราคาค่าเข้าอุทยานขึ้นทุกปี รีบไปซะแล้วมาเล่าให้ฟังด้วย ประทับใจกันยังไงบ้าง … แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าว่ากัน : )

 

ถ้าอ่านแล้วสงสัยอะไร อยากสอบถามเพิ่มเติม ก็แวะไปพูดคุยกันได้เลย : )
FB: https://www.facebook.com/JoinMe2TheWorld