ใครๆ ก็รู้ว่าโตเกียวน่ะเป็นสวรรค์ของคนชอบกิน เพราะไม่ว่าจะแวะร้านไหนก็บอกได้เลยว่าจะได้ฟินกับความอร่อยกันเกือบทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็นแผงข้างทางหรือร้านที่ตั้งกันแบบถาวร แล้วถ้ามื้อถูกๆ ยังอร่อยขนาดนั้น คิดดูแล้วกันว่ามื้อหรูน่ะจะฟินเบอร์ไหน แล้วไปถึงเมืองสวรรค์ของนักชิมทั้งที เราก็อยากแนะนำให้ได้ลองกันทุกมิติของมื้ออร่อยในโตเกียว ลองประหยัดเงินไปชิมดินเนอร์สุดเจ๋งดูซักมื้อเดียวก็ยังดี ถือว่าเป็นการให้รางวัลกับชีวิตน่า แล้วถ้ายังไม่รู้ว่าจะไปโดนร้านไหนดี วันนี้เราเลยรวบรวม 25 ร้านหรูระดับท็อปมาไว้ให้แล้วจ้า เกือบทั้งหมดก็กวาดดาวมิชลินมานอนกอดกันได้แล้วด้วยนะ แถมราคาก็ยังมีตั้งแต่พอหยิบจับได้แบบไม่ถึงหมื่นเยนต่อมื้อไปจนถึงเกือบห้าหมื่นเยนกันโน่น ลองดูก่อนว่าร้านไหนไหว ร้านไหนที่อยากไปโดนซักครั้งในชีวิต ถ้าได้ร้านที่ถูกใจแล้วก็มองตั๋วเครื่องบินดีลเด็ดๆ จาก Traveloka กันไว้ก่อน จองตั๋วกันในราคาดี๊ดี จะได้มีเหลือเงินไว้ไปแฮปปี้ในร้านเริ่ดๆ ที่เราเอามาฝากกันแบบสบายๆ อ่ะ พร้อมแล้วก็ไปส่องกันได้เลย!

 

จองตั๋วเครื่องบินไปโตเกียว กับTraveloka 

25 ร้านดินเนอร์สุดหรูในโตเกียว

รูปจาก IG: takabysushisaito

1. Sushi Saito / งบประมาณ 25,000+ เยน

ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านซูชิระดับ 3 ดาวมิชลิน ย่อมต้องไม่ธรรมดา แถมร้านนี้ยังคว้าดาว 3 ดวงนี้มาครองได้ตั้งแต่ปี ค.ศ.2009 และยังได้ชื่อว่ารักษามาตรฐานสุดเจ๋งได้อย่างคงเส้นคงวามาจนถึงทุกวันนี้ มื้อซูชิสุดพีคแบบของที่นี่จะมีคอร์สให้เลือกว่าจะกินเฉพาะเมนูซูชิทั้งคอร์ส หรือจะชิมแบบที่เป็นคอร์สพร้อม Appetizer ซึ่งจะมีเมนูเด็ดๆ ให้ได้ลองไม่ว่าจะเป็นหมึกยักษ์ต้มซีอิ๊ว หรือโรลซาบะ ตัวจานหลักหลายเมนูก็มาในรูปแบบแปลกตาแต่มั่นใจได้เลยว่าวัตถุดิบทั้งหมดผ่านการคัดเลือกมาเฉพาะระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น ร้านนี้เปิดจองเฉพาะวันแรกของเดือนที่ไม่ตรงกับวันหยุดเท่านั้นนะ จะกินของอร่อยก็ต้องยากหน่อยเป็นธรรมดา เนอะ!

รูปจาก http://nihonryori-kanda.com/english/ 

2. ร้าน nihonryori-kanda / งบประมาณ 20,000+ เยน

ร้านอาหารไคเซกิแนวฟิวชั่นของเชฟสุดอาร์ตที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในร้านอาหารดังๆ มากว่า 20 ปีทั้งในญี่ปุ่นและฝรั่งเศส และเมื่อมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ เป็นของตัวเองก็เด็ดจนคว้ามิชลิน 3 ดาวมาครองไว้ได้ราว 10 ปีละจ้า และที่บอกว่าเชฟมีความอาร์ตก็เพราะว่าร้านระดับ 3 ดาวแห่งนี้มีที่นั่งแค่ 8 ที่เท่านั้น เอ็กซ์คลูซีฟพอมั้ย? ส่วนเมนูที่เสิร์ฟก็มาในสไตล์ไคเซกิซึ่งมาทีละจานในรูปแบบเมนูโอมากาเสะ ซึ่งเชฟจะเลือกอาหารที่จะเสิร์ฟให้คุณเองว่าควรกินอะไรกับเครื่องดื่มชนิดไหน ซึ่งทุกเมนูจะเน้นใช้วัสดุระดับยอดเยี่ยมตามฤดูกาลเป็นหลัก เมนูของที่นี่จะผ่านการผสมผสานกรรมวิธีที่คิดมาแล้วอย่างซับซ้อน และแน่นอนว่าเป็นเมนูเฉพาะที่เชฟคิดมาให้ลูกค้าในแต่ละวันเท่านั้นนะ มั่นใจได้เลยละว่าเมนูของคุณน่ะสเปเชียลจริงๆ

รูปจาก http://wherejessate.com/2015/08/tokyo-ishikawa/

3. ร้าน Ishikawa / งบประมาณ 40,000+ เยน

อีกหนึ่งร้านไคเซกิระดับ 3 ดาวมิชลิน ที่เชฟใช้ทุกจินตนาการในการทำอาหารโดยเน้นการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลมาผสมผสานให้เกิดเมนูสุดสร้างสรรค์ ซึ่งร้านนี้จะเน้นการใช้กรรมวิธีแบบโบราณในการปรุงอาหารแต่ละจานเพื่อเสิร์ฟลูกค้าในแต่ละวัน โดยที่นี่เสิร์ฟอาหารแบบโอมากาเสะที่เชฟจะกำหนดอาหารทุกจานให้คุณแบบเบ็ดเสร็จมาว่าอยากให้คุณได้กินอะไรในมื้อนี้ ความพิเศษของที่นี่ยังอยู่ตรงที่คุณจะได้เห็นกรรมวิธีการทำกันตรงหน้า ภายใต้บรรยากาศสวยงามที่มาในรูปแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งให้ความรู้สึกสงบและหรูหรา แถมเชฟยังชอบใช้ภาชนะแบบยูนีคที่สั่งมาจากศิลปินหรือแกลเลอรี่ต่างๆ ในการเสิร์ฟอาหารให้คุณ ทั้งหมดจะกลายเป็นมื้ออาหารที่เลอค่าและคุ้มราคาที่คุณต้องจ่ายแน่นอน

รูปจาก https://www.tableall.com/restaurant/70

4. Sushi Yoshitake / งบประมาณ 43,500+ เยน

อีกหนึ่งซูชิขั้นเทพในโตเกียวที่คว้าเอามิชลิน 3 ดาวมาครองได้เช่นกัน ร้านนี้มีบริการแค่ 7 ที่นั่ง ซึ่งแน่นอนจ้ะว่าคุณต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ระหว่างนั่งรอความอร่อยคุณก็จะได้เสพความเพลินจากการชมเหล่าเชฟทำงานอยู่ตรงหน้า และแน่นอนว่าร้านระดับ 3 ดาวมิชลินย่อมต้องเข้มงวดมากในเรื่องของวัตถุดิบพรีเมี่ยมที่สดแบบสุดๆ ซึ่งที่นี่พิถีพิถันกันตั้งแต่การหุงข้าวซึ่งต้องใช้น้ำจากคาโงชิมะซึ่งจะมีผลกับรสของข้าวด้วยเช่นกัน จานเด็ดอันลือลั่นของร้านนี้คือซูชิเป๋าฮื้อ ซึ่งคัดเฉพาะส่วนที่อร่อยที่สุดของเป๋าฮื้อมาทำเท่านั้น แถมยังเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่มีตับเป๋าฮื้อเป็นส่วนผสม และนี่คือหนึ่งในทีเด็ดที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นตำนาน!

รูปจาก https://guide.michelin.com/en/article/features/nihonryori-ryugin-is-moving-to-hibiya-sg

5. Ryugin / งบประมาณ 43,200+ เยน

นี่คือร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูที่สายคลีนต้องปลื้มใจ เพราะเค้าการันตีว่าทุกเมนูใช้วัตถุดิบที่สดสะอาด ส่งตรงจากแหล่งผลิตตามธรรมชาติและปราศจากสารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งในขั้นตอนการปลูกและการปรุง เมนูของร้านจึงอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามวัตถุดิบที่มีในแต่ละฤดูกาลเป็นหลัก ที่นี่เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นแบบคอร์ส 10 จาน รวมขนมหวานและเครื่องดื่ม ทุกเมนูผ่านการคัดเลือกและปรุงแต่งอย่างประณีตสุดฝีมือ สมศักดิ์ศรีร้านอาหารที่มีมิชลิน 3 ดาวการันตีไว้ แถมที่นี่ยังเคยได้รับการบรรจุไว้ในลำดับที่ 29 ของ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกมาแล้วด้วยนะ เชื่อเหอะว่าควรค่าแก่การมาลองซักครั้งจริงๆ

รูปจาก https://tinyurbankitchen.com/sukiyabashi-jiro/

6. Sukiyabashi Jiro / งบประมาณ 32,000+ เยน

นี่คือซูชิขั้นเทพที่เรียกได้ว่าโด่งดังไปทั่วโลก เพราะทั้งมีภาพยนตร์สารคดีเป็นของตนเอง มีคนดังระดับผู้นำประเทศหรือดาราฮอลลีวู้ดมาแวะชิมไม่ได้ขาดสาย และด้วยความมุ่งมั่น ใส่ใจ ละเอียดลออในทุกกระบวนการขั้นตอนในการปรุง จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านนี้จะคว้ามิชลิน 3 ดาวมาครอง และแม้ว่าร้านซูชิ 10 ที่นั่งแห่งนี้ จะขึ้นชื่อว่าจองยากจองเย็น รอคิวนาน แถมยังมีพิธีการมากมาย ชนิดกำหนดกันไปถึงการแต่งตัวของลูกค้า แต่นี่ละที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ของร้านนี้ เมนูทั้งหมดเป็นซูชิเอโดะสไตล์ในรูปแบบดั้งเดิมแท้ๆ แต่จะแบ่งมาเสิร์ฟแบบ 5 อุณหภูมิที่แตกต่างกัน ทำให้ซูชิทั้ง 20 คำที่คุณจะได้กินนั้นมีความแตกต่างอย่างน่าสนใจ ใครอยากกินร้านนี้ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนนะ และถ้าให้โรงแรมที่คุณจะพักจองให้ ขอบอกว่าเค้ามีเงื่อนไขว่าโรงแรมที่จองต้องเป็นระดับ 5 ดาวเท่านั้น ยากขนาดนี้ถ้าไม่คุ้มค่าก็ไม่น่าจะต้องลงคิวรอกันทีละหลายๆ เดือนหรอก จริงมั้ย?

รูปจาก https://kagurazaka-kohaku.jp/

7. Kohaku / งบประมาณ 24,000+ เยน

แม้ว่าร้านนี้จะคว้ามิชลิน 3 ดาวมาครองได้ไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ก็อย่าได้ประมาทในรสชาติ เพราะก่อนหน้าจะมาถึง 3 ดาว เค้าก็ใช้ฝีมือไต่เต้าจากระดับ 2 ดาวมาก่อน และที่เจ๋งคือร้านนี้เพิ่งเปิดบริการกันในปี 2010 ซึ่งถือว่าเปิดมาไม่นานเลยสำหรับร้านอาหารในระดับนี้ เมนูที่นี่เสิร์ฟมาในรูปแบบไคเซกิที่มีเอกลักษณ์ ด้วยการนำอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบดั้งเดิมมาผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบจากซีกโลกตะวันตกอย่าง คาเวียร์, ฟัวร์กราส์ หรือทรัฟเฟิล และเสิร์ฟมาในหน้าตาที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัย ร้านนี้จึงให้อีกอารมณ์ความหรูหราที่ไม่เหมือนใครจริงๆ

รูปจาก https://www.robuchon.jp/joelrobuchon-en

8. Joel Robuchon Restaurant / งบประมาณ 25,000+ เยน

ร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรู จากฝีมือรังสรรค์ของพ่อครัวชาวฝรั่งเศสที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดร้านอาหารเอาไว้ถึง 6 แห่งในโตเกียว และที่นี่คือหนึ่งในร้านที่ดีที่สุดของเค้าเลยละ เริ่มตั้งแต่หน้าตาของตัวร้านซึ่งเป็นอาคารแบบฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 ซึ่งด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา ไม่แพ้หน้าตาของอาหารแต่ละจานที่นำมาเสิร์ฟกันเลยทีเดียว แถมทุกย่างก้าวเมื่อเข้ามาที่ร้านนี้ คุณจะได้รับการบริการอย่างดีเลิศอยู่ตลอดเวลา แนะนำว่าเป็นอีกหนึ่งร้านดีๆ ที่เหมาะกับการพาคนที่คุณรักมาฉลองเมื่อถึงโอกาสพิเศษที่แสนจะสำคัญ

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/244220

9. Usuki Fugu Yamadaya / 23,000+ เยน

แม้ว่าร้านนี้จะเป็นสาขาของร้านต้นตำรับที่ตั้งอยู่ในจังหวัด Oita แต่ก็ถือว่ามีความขลังไม่แพ้กันเลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถกวาดเอาดาว 3 ดวงจากมิชลินมานอนกอดเอาไว้ได้ ความโดดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟเมนูที่ใช้ปลาปักเป้าเป็นวัตถุดิบหลัก โดยมีให้คุณเลือกว่าอยากได้แบบ 6, 7 หรือ 8 คอร์สอาหาร ซึ่งจะนำปลาปักเป้าไปผ่านกรรมวิธีที่แตกต่างกันไปในแต่ละจาน ไม่ว่าจะเป็นซาชิมิ, ทอด, ย่าง หรือหม้อไฟ เรียกได้ว่านอกจากอร่อยและหรูหราแล้ว นี่ยังเป็นหนึ่งในเมนูที่หากินได้ยากอีกด้วยนะคุณ

รูปจาก https://www.azabu-yukimura.com/

10. ร้าน Yukimura / งบประมาณ 27,000+ เยน

แม้ว่าจะอยู่โตเกียว แต่ร้านนี้กลับโดดเด่นด้วยอาหารในสไตล์แบบเกียวโต ซึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านคือการใช้กระบวนการและกรรมวิธีในการประกอบอาหารแบบดั้งเดิม และถึงดูจากภายนอกจะเป็นร้านอาหารหน้าตาเรียบง่าย แต่อย่าได้มาถูกกันเชียวนะ เพราะนี่คืออีกหนึ่งร้านอาหารในระดับ 3 มิชลิน สตาร์ส เชียวเด้อ เมนูเด็ดๆ ของร้านนี้จะเน้นที่อาหารตามธรรมชาติ โดยจะมีเมนูพระเอกนางเอกที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เช่น ชาบู ชาบู ใส่พริกไทยญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ, ปลาอายุย่างเกลือธรรมชาติในฤดูร้อน, เห็ดมัทซึตาเกะห่อปลาฮาโมะในฤดูใบไม้ร่วง และ สารพัดเมนูจากปูในช่วงฤดูหนาว ถ้าอยากกินอาหารรสล้ำๆ ตามฤดูกาลในบรรยากาศแบบเกียวโตแท้ๆ กลางโตเกียว ร้านนี้ร้านเดียวตอบโจทย์คุณได้แน่นอน

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/243928

11. ร้าน Makimura / งบประมาณ 17,000+ เยน

ร้านเล็กๆ ที่แสนเรียบง่ายในย่าน Shinagawa ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากจากอ่าวโตเกียวแห่งนี้ ถือเป็นร้านอาหารอีกหนึ่งแห่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในหมู่ชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง ที่นี่เสิร์ฟดินเนอร์ในสไตล์ไคเซกิที่รสชาติไม่ธรรมดา เพราะไม่อย่างนั้นก็คงคว้ามิชลิน สตาร์ มากอดเอาไว้ไม่ได้ถึง 3 ดวง! ด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลที่เชฟไปเลือกสรรมาจากตลาดด้วยตัวเองในทุกเช้า จากนั้นจึงผ่านกรรมวิธีการปรุงที่จะช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบให้ยิ่งอร่อยมากขึ้น ในรูปแบบของอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เมนูเด็ดของที่นี่ได้แก่ข้าวต้มทะเล ปลาทรายแดง และน้ำสต็อกชาเขียวที่เรียกว่า taichazuke เรียกว่านี่คือเมนูเด็ดขวัญใจมหาชนที่ทุกคนมาแล้วต้องกิน!

รูปจาก https://gurunavi.com/en/ge1w200/rst/?__ngt__=TT0f98b232e008ac1e4aecef9cJV6lWHtLCKy65ptJfvsv

12. Nodaiwa (Minato) / งบประมาณ 3,000++ เยน

นี่คือร้านข้าวหน้าปลาไหลที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 แน่นอนจ้ะ ที่นี่มีอายุกว่า 200 ปี และในยุคปัจจุบันตกทอดมาจนถึงรุ่นที่ 5 และมีสาขา 4 แห่งในญี่ปุ่น และอีก 1 แห่งในปารีส! และยังเป็นร้านข้าวหน้าปลาไหลที่ได้ 1 ดาวมิชลินมานอนกอดเอาไว้ด้วยจ้า แม้ว่าจะเป็นร้านระดับมิชลินแต่ที่นี่ก็ยังเสิร์ฟเมนูในราคาที่คนธรรมดาเอื้อมถึง โดยเริ่มที่ประมาณ 3,000 เยน สำหรับอาหารจานเดี่ยว ไล่ราคาไปจนถึงหมื่นกว่าเยนสำหรับอาหารในแบบคอร์ส ซึ่งคนรักปลาไหลคงสะใจยิ่งนักละ ชื่อชั้นระดับตำนานขนาดนี้ ในราคาที่คนธรรมดาก็เอื้อมถึง แล้วเรื่องอะไรจะไม่ไปชิมล่ะคุณ!

รูปจาก https://savorjapan.com/0006029535/

13. Fukamachi Tempura / งบประมาณ 13,000+ เยน

ใครจะไปคิดว่าอาหารธรรมดาๆ ที่เราเห็นจนชินตาอย่างเทมปุระ จะเดินทางมาจนไต่ระดับได้ 1 ดาวมิชลิน แน่นอนว่าอาหารธรรมดาๆ จากร้านนี้ย่อมต้องมีความไม่ธรรมดา ด้วยรูปแบบร้านเล็กๆ ที่มีเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งเชฟจะใช้ในการจัดวางอาหารให้ลูกค้า และแน่นอนว่านี่คือเทมปุระที่เสิร์ฟเป็นคอร์ส ซึ่งเน้นการใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยมจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เห็ด หรือผักต่างๆ ที่มาจากทั่วญี่ปุ่น ผ่านการชุบแป้งแล้วทอดแบบบางกรอบในน้ำมันงา โดยแยกกระทะออกเป็นสองอุณหภูมิสำหรับทอดวัตถุดิบที่แตกต่างกัน แต่ละจานจะมีเครื่องจิ้มและผักเคียงที่แตกต่างกันไป สร้างความสนุกและรสชาติที่อร่อยไม่ซ้ำกันในแต่ละคำที่คุณกิน ฟินไม่ฟินก็คิดเอาเอง!

รูปจาก https://www.japantimes.co.jp/life/2013/05/17/food/katsuzen-ginza-offers-tonkatsu-thats-a-cutlet-above/#.XRS9VugzbIU

14. Katsuzen / งบประมาณ 15,000+ เยน

ข้าวหน้าปลาไหลก็มีแล้ว เทมปุระก็มีแล้ว แล้วทำไมจะมีทงคัตซึระดับมิชลิน สตาร์ บ้างไม่ได้ ร้านนี้คว้า 1 ดาวมาครองได้ทั้งที่เป็นร้านหน้าตาธรรมด๊าธรรมดาที่มีที่ให้ลูกค้าแค่ 8 ที่นั่งเท่านั้น และเป็นกิจการในครอบครัวที่ทำกันแค่ 4 คน พ่อ แม่ ลูก แม้ว่าจะมีขายแค่เมนูเดียวเท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็นเมนูที่ผ่านการคัดเลือกองค์ประกอบทั้งหมดมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่หมูคุโรบุตะที่เลี้ยงตามธรรมชาติและปลอดสารเคมีจากเมือง Kirishima จังหวัด Kyushu และมีเนื้อหมูหลายส่วนให้คุณเลือกชิม แม้กระทั่งเกล็ดขนมปังของที่นี่ยังมีการสั่งทำเป็นพิเศษ ด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนในการประกอบอาหารจานนี้ รู้แล้วสิว่าทำไมหมูทอดธรรมดาๆ ถึงพาตัวเองไปแตะดาวมิชลินได้

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/18

15. Japanese Cuisine Seizan / งบประมาณ 29,700+ เยน

ร้านระดับ 2 ดาวมิชลินร้านนี้ เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในรูปแบบไคเซกิ โดยมีคอร์สอาหารให้เลือกตามราคาที่ต่างกัน ในแต่ละคอร์สจะมีอาหารประมาณสิบจาน โดยที่นี่ตกแต่งในบรรยากาศแสนสงบและสง่างามตามแบบญี่ปุ่นแต่ให้ความรู้สึกร่วมสมัย และเน้นการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้อาหารของที่นี่หมุนเวียนไปในแต่ละฤดู นอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว อาหารทุกจานของที่นี่ยังให้ความเพลิดเพลินแก่สายตาเพราะตกแต่งมาแบบสวยม้ากกกก เรียกว่ามาครบทั้งรสชาติและความงดงามของศิลปะในการตกแต่งจานอาหารที่แท้ทรู

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/243745

16. Kifuu / งบประมาณ 18,770+ เยน

อีกหนึ่งร้านอาหารที่เสิร์ฟคอร์สไคเซกิแบบโอมากาเสะที่เชฟจะเป็นคนเลือกเมนูที่อยากให้คุณชิมด้วยตัวเอง ร้านนี้เป็นไคเซกิแบบดั้งเดิมที่นอกจากจะมีจุดเด่นตรงรสชาติอร่อยจากวัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาลแล้ว ยังมาพร้อมกับการจัดจานที่สวยจนอยากนั่งดูให้สาแก่ใจ โดยได้แรงบันดาลใจจากสีสันของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล และแน่นอนว่าเมนูอาหารก็จะเปลี่ยนไปตามสีสันของธรรมชาติในแต่ละช่วงด้วยเช่นกัน และที่สำคัญยังมีการคัดเลือกสาเกอย่างละเมียดละไมเพื่อให้เหมาะกับอาหารแต่ละจานอีกด้วย ละเอียดถี่ถ้วนขนาดนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าของมิชลิน 1 ดาว

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/243774

17. Shinjuku Kappo Nakajima / งบประมาณ 13,000+ เยน

เชื่อว่าร้านนี้น่าจะถูกใจสายชิมที่งบไม่มากนักเป็นที่สุด เพราะเป็นร้านในระดับมิชลิน 1 ดาวที่เสิร์ฟไคเซกิในราคาจับต้องได้เป็นอย่างยิ่ง ขนาดว่ามื้อดินเนอร์น่ะไม่แพงแล้วนะ แต่มื้อกลางวันน่ะราคาเรียกได้ว่าช็อคกันเลยจ้า สำหรับร้านในมาตรฐานระดับมิชลินสตาร์แบบนี้ เพราะมื้อเย็นที่นี่จะเสิร์ฟคอร์สไคเซกิด้วยอาหารตามฤดูกาลเป็นหลักซึ่งความอร่อยและคุณภาพน่ะวางใจได้ด้วยมาตรฐานมิชลินอยู่แล้ว แต่ที่เด็ดจริงอะไรจริงของร้านนี้ต้องยกให้เซ็ตอาหารกลางวันที่มีปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบหลัก และที่พีคคือราคาต่อเซ็ตน่ะไม่ถึง 1,000 เยน! ไม่ต้องแปลกใจเลยนะถ้าไปแล้วเห็นคิวยาววววเหยียดอยู่หน้าร้าน

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/244004

18. Unagi Akimoto / งบประมาณ 10,000+ เยน

เอาใจคอปลาไหลกับอีกหนึ่งร้านในตำนาน ที่อยู่ยงคงกระพันมาแล้วกว่า 110 ปี ที่ร้านนี้ยังใช้วิธีการปรุงอาหารด้วยสูตรดั้งเดิมจากสมัยเอโดะ โดยที่นี่เน้นการใช้ปลาไหลที่อยู่ในน้ำจากเทือกเขาทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปลาไหลตามธรรมชาติซึ่งให้รสที่อร่อยกว่า โดยคอร์สดินเนอร์ของที่นี่จะมีให้เลือกประมาณ 4 คอร์สตามราคา แต่ละคอร์สจะประกอบไปด้วยอาหารประมาณ 8-10 จาน มีให้เลือกตั้งแต่ 10,000 – 17,500 เยน แต่หากคุณอยากได้ราคาที่ย่อมเยากว่า แนะนำว่าให้ลองมาใช้บริการในช่วงกลางวัน ซึ่งจะมีทั้งแบบจานเดี่ยวและแบบคอร์สซึ่งราคาถูกกว่าให้เลือกชิม ด้วยคุณภาพที่ยืนนานมาร้อยกว่าปี เชื่อเหอะว่ารสชาติอาหารที่นี่ย่อมไม่ธรรมดา!

รูปจาก https://pocket-concierge.jp/en/restaurants/243964

19. Ichita / งบประมาณ 22,680+ เยน

ภายใต้ร้านขนาดไม่ใหญ่ที่หน้าตาออกแนวญี่ปุ่นร่วมสมัยร้านนี้ ซ่อนฝีมือล้ำลึกระดับมิชลิน สตาร์ 1 ดาวเอาไว้ โดยร้านนี้ถือได้ว่าสร้างความฮือฮาให้กับวงการอาหารของญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถคว้าดาวมิชลินมาครองได้ภายหลังจากเปิดร้านเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น โดยร้านนี้เน้นการเสิร์ฟอาหารที่มีเมนูหมุนเวียนไปในแต่ละฤดูกาล เช่น ในฤดูใบไม้ผลิอาจจะมีหน่อไม้เป็นพระเอกในเมนู และฤดูหนาวก็อาจเป็นปูหรือปลาซาร์ดีนแทน แต่ทุกเมนูจะถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน และทีเด็ดคือการปิดท้ายมื้ออร่อยด้วยโซบะที่ถือว่าเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาของร้านนี้ เรียกว่ามาที่นี่ คุณจะได้ชิมทุกมิติของความอร่อยได้อย่างครบครันเลยเชียว

รูปจาก https://www.timeout.com/tokyo/restaurants/restaurant-feu

20. Restaurant FEU / งบประมาณ 15,440+

ร้านอาหารฝรั่งเศสในสไตล์ modern cuisine ร้านนี้ เป็นร้านที่ให้อารมณ์ทันสมัย สบาย แต่ก็หรูหราไปในขณะเดียวกัน เนื่องจากคอนเซ็ปท์ของร้านคือการเน้นให้เป็นร้านหรูที่ยังให้ความรู้สึกและบรรยากาศที่ใกล้ชิดเป็นกันเอง แต่ยังคงมาตรฐานการบริการและรสชาติอาหารในระดับมิชลิน 1 ดาวเอาไว้ได้อย่างไม่ยิ่งหย่อนเช่นกัน โดยที่นี่มีอาหารแบบคอร์สให้เลือกในหลายระดับราคาทั้งในมื้อกลางวันและมื้อค่ำ และรับรองเลยว่าหน้าตาทุกจานนั้นสวยประณีตชวนว้าวทั้งสิ้น เมนูของที่นี่จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ในระยะเวลาไม่กี่เดือน หากมาลองแล้วคุณติดใจ เชื่อได้ว่ามาคราวหน้าก็ได้ชิมเมนูใหม่ที่ไม่ซ้ำเดิมอย่างแน่นอน

รูปจาก https://gurunavi.com/en/ge5f300/ph/all/rst/

21. Bird Land / งบประมาณ 10,000+ เยน

ใครจะไปคิดว่าร้านนั่งกินดื่มแบบชิลล์ๆ ในสไตล์ยากิโทริหรืออาหารปิ้งย่างแบบเสียบไม้น่ะจะได้โอกาสประดับดาวมิชลินสตาร์! แต่ใช่จ้ะ ร้านนี้เค้าทำได้ เพราะแม้ว่าจะเป็นอาหารเสียบไม้หน้าตาธรรมด๊าธรรมดา แต่เค้าก็ละเอียดลออในการทำทุกขั้นตอนกันเลยทีเดียว อย่างไก่ย่างของที่นี่เค้าก็จะเลือกใช้เฉพาะไก่ของจังหวัดอิบารากิที่ชื่อว่าโอคุคุจิชาโมะเท่านั้น เพราะมีไขมันน้อยและมีเนื้อสัมผัสเด้งหนึบสู้ฟัน แถมเค้ายังพิถีพิถันในการใช้ไฟ ถ่าน และลม ให้ผสมผสานกันออกมาจนได้ยากิโทริแบบธรรมดาแต่รสชาติลึกล้ำ และที่เจ๋งคือเค้ามีเมนูยากิโทริแบบโอมากาเสะที่เชฟจะออกแบบเมนูให้คุณได้ชิมเองด้วยนะ ย่างไป เสิร์ฟไป กินกันได้แบบเพลินๆ พร้อมซดเครื่องดื่มที่เค้าเลือกมาให้แล้วว่าเข้ากั๊นเข้ากัน และมั่นใจเถอะว่าแม้จะเป็นอาหารปิ้งย่าง แต่นี่ก็ปิ้งกันจนได้ระดับมิชลิน สตาร์นะจ๊ะ เพราะฉะนั้นไม่มีคำว่าธรรมดา หรือรสชาติงั้นๆ แหละอย่างแน่นอน

รูปจาก https://savorjapan.com/0006117086/

22. Okina / งบประมาณ 18,000+ เยน

นี่คือร้านโซบะที่ได้รับการประทับตรามิชลิน 1 ดาว เอาไว้เป็นของตัวเองแล้วเรียบร้อย ใครเป็นสายเส้นเห็นทีว่าน่าจะพลาดไปไม่ได้แล้วละ เพราะโซบะของร้านนี้สืบทอดความอร่อยกันมาตั้งแต่ในยุคเอโดะกันเลยทีเดียว แถมเค้ายังขยันเฟ้นหาวัตถุดิบดีๆ มาจากที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และที่เจ๋งคือเค้าเป็นร้านที่เสิร์ฟเมนูไคเซกิโซบะจ้า แต่ไม่ใช่ว่าจะมาให้นั่งสูดกันทุกจานเด้อ เพราะในคอร์สจะมีทั้งเทมปุระ ซาชิมิ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ไฮไลท์คือสารพัดเมนูโซบะที่มีมาให้เลือกแบบหลากหลาย อย่าง ทรัฟเฟิลโซบะ ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่มาแล้วต้องกินเช่นกัน ร้านนี้จะปิดท้ายคอร์สด้วยโซบะเด็ดๆ ตามฤดูกาล ที่มาพร้อมรสชาติ รสสัมผัส และความลงตัวต่างๆ ที่จะทำให้คุณวางชามไม่ลง!

รูปจาก https://gurunavi.com/en/gfyz400/ph/all/rst/

23. Sanukiya / งบประมาณ 6,000+ เยน

มาต่อกันที่เมนูเส้นแบบใหญ่ขึ้นมาอีกสเต็ปกับไคเซกิอุด้งที่ร้านนี้กัน เชื่อว่าร้านนี้จะทำให้สายดื่มสนุกสนานในการกินอาหารกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเค้าจะเสิร์ฟอาหารหลากหลายจานซึ่งเป็นสไตล์ไคเซกิที่หลายคนคุ้นชิน ซึ่งแน่นอนว่าทุกจานต้องผ่านการคัดเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติตามฤดูกาลมาแล้วเป็นอย่างดีแล้ว ที่นี่ยังเน้นที่การเสิร์ฟสาเกตามฤดูกาลที่คิดมาแล้วว่าเข้ากันกับอาหารที่เสิร์ฟให้คุณอย่างแน่นอนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟัวกราส์ในซอสบัลซามิกดาชิ หรืออุด้งทำมือจากแป้งสาลีที่มาจากที่ราบโทคาจิ ทุกจานมีเครื่องดื่มชุ่มคอมาให้คุณได้ซดกันต่อเนื่องอย่างเพลิดเพลิน ไม่เด็ดจริงร้านนี้ไม่อยู่มาได้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1959 หรอก แถมยังได้รับเลือกเข้าไปอยู่ในรายชื่อร้านแนะนำของมิชลินไกด์กันไปอีก เด็ดไม่เด็ดคิดดูละกัน!

รูปจาก https://www.tourmega.com/tours/reservation-for-imafuku-michelin-1-star-tokyo

24. Imafuku / งบประมาณ 10,000+ เยน

ชาบู ชาบู เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อไปถึงญี่ปุ่น และแม้ว่าร้านชาบูที่น่าสนใจจะมีมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกร้านหรอกจริงมั้ย ที่จะมี 1 ดาวมิชลินเป็นของตัวเอง ความไฮเอนด์ของร้านนี้อยู่ตรงที่การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิวแบบ A5 และอีกสารพัดวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลอีกหลากหลายอย่าง ทั้งซีฟู้ดและผักสดนานาชนิด ทั้งหมดนั้นจะมารวมกันอยู่ในหม้อร้อนฉ่าที่เต็มไปด้วยน้ำซุปแห่งความลับที่ถูกปรุงรสมาแบบสุดล้ำ ลวกร้อนๆ ให้พอนุ่ม แล้วจุ่มกับซอสพอนซึรสละมุน รับรองว่าคุณจะลืมไม่ลงเชียวละ

25. Tapas Mlecular Bar / งบประมาณ 24,000 เยน

ปิดท้ายรายนามมื้อหรูกันแบบคูลๆ ที่บาร์สุดหรูระดับ 1 มิชลิน สตาร์ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นบาร์ลับแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟก็ว่าได้ เพราะที่นี่ซ่อนอยู่บนชั้นที่ 38 ในโรงแรมสุดหรูอย่าง Mandarin Oriental และยังมีที่นั่งให้บริการแค่ 8 ที่นั่งเท่านั้น! โดยที่นี่เน้นอาหารคอร์สแบบพิเศษที่จะทำให้คุณสุดตื่นตาและตื่นเต้นไปกับความแปลกใหม่ในรสสัมผัสต่างๆ ที่จะได้รับในเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม เพราะทุกจานจะถูกผสมผสานทั้งอาหารญี่ปุ่นและตะวันตกในสไตล์ innovative molecular ที่มาแบบล้ำเกินจะจินตนาการได้ และเชฟจะมาคอยพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวของอาหารแต่ละจานที่เสิร์ฟมาให้อย่างใกล้ชิด แต่ละจานจะเป็นเหมือนงานศิลปะที่คาดเดารสชาติจากสายตาไม่ได้ ให้คุณได้สนุก งง เซอร์ไพรส์ แล้วมันจะไม่ใช่แค่เพียงอาหารที่กินเพื่อให้อิ่มท้องได้เท่านั้น เรารับรอง!

เพราะโตเกียวได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีร้านอาหารระดับมิชลิน สตาร์ส เยอะที่สุดในโลก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะคนญี่ปุ่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นคนช่างคิด ช่างสร้างสรรค์ ขยัน และอดทนที่จะศึกษาค้นคว้าเรื่องราวที่ตัวเองสนใจให้ลึกลงไปที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนั่นละที่ทำให้เมืองนี้ยังคงมีร้านอาหารเจ๋งๆ เพิ่มขึ้นทุกวันจนตามกินกันแทบไม่ไหว แล้วไหนๆ ได้ไปถึงถิ่นแล้วทั้งที อย่าลืมมองหามื้ออาหารดีๆ ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไปให้คุณได้อีกนานแสนนานชิมดูซักหน่อย มื้อเดียวก็ยังดีน่ะ ลองเลือกมองหาร้านที่คุณชอบและพอจะเก็บออมเงินไปจ่ายกันไหว แล้วเชื่อเหอะว่ามื้อหรูมื้อนี้จะทำให้คุณประทับใจและจดจำรสชาติของมันไปได้อีกนานแสนนานเลยละ