ฮัลโหล ฮัลโหล~ โอะฮาโย คอนนิจิวะ คอนบังวะ พักร้อนยาวๆ ขอบินลัดฟ้าไปฟินอากาศเย็นๆที่ญี่ปุ่น 11 วันเต็ม แต่จะไปญี่ปุ่นเกือบ 2 วีคขนาดนี้ทั้งที ก็ต้องมีตัวช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของพวกเรากันสักหน่อย คราวนี้ทั้งตั๋วเครื่องฟรีและที่พัก พี่ Traveloka คือตัวช่วยของพวกเราค่ะ เพราะสะดวกรวดเร็ว โปรโมชั่นส่วนลดเพียบ แถมยังเปรียบเทียบราคาจากหลายๆ สายการบินและหลายๆโรงแรมให้เราเลือกได้ตามความพอใจ คลิกเดียวเอาอยู่จริงๆ เหลือเงินพร้อมเปย์กับปลาดิบแล้ววววว เย่เย่!

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น กับ Traveloka

 

เมื่อมาโตเกียว แลนด์มาร์คแรกที่ห้ามพลาดและสายกินอย่างพวกเราเทใจให้สุดๆ ก็คือ ตลาดปลาซึกิจิ (築地市場, Tsukiji Shijō) หนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมยังเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น และที่สำคัญก็คือ เขากำลังจะย้ายตลาดปลาแห่งนี้ออกไปที่เกาะโอไดบะแล้วน้าาาา (เพราะพี่ยุ่นเขาจะเอาสถานที่ไปใช้รองรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020) โดยตลาดปลาซึกิจินี้จะเปิดทำการถึงแค่วันที่ 6 ตุลาคม 2018 เท่านั้นนะคะ ใครยังไม่เคยมาแนะนำว่าต้องรีบมาเลยนะ

 

ตลาดปลาแห่งนี้เปิดกันตั้งแต่เช้าตรู่เลย ตั้งแต่ 04.00 น. ใครสนใจจะมาชมบรรยากาศการประมูลปลาทูน่ากันก็มาได้เลยน้าา แต่ทางเรานั้นสายกินอย่างเดียว อิอิ เลยขอมาฝากท้องมื้อเช้า สัก 9-10 โมงแทนค่ะ ตลาดปลาแห่งนี้มีขายตั้งแต่อาหารทะเลสดๆ อาหารทะเลแปรรูป (พวกปลาหมึกแห้ง หอยอบแห้ง) ไปจนถึงผักและผลไม้ เรียกได้ว่าเป็นครัวของเมืองโตเกียวเลยเชียวแหละ

 

การเดินทางก็สะดวกสบายมาก แนะนำว่าให้นั่ง subway มาค่ะ เดินชิลล์ๆแป็บเดียวถึง

  • เดินประมาณ 3 นาที จากสถานี Tsukiji Shijo ทางออก A1 (E18 : Oedo Subway Line)
  • เดินประมาณ 5 นาที จากสถานี Tsukiji ทางออก 1 (H10 : Hibiya Subway Line)

หรือถ้าเพื่อนๆสะดวกใช้ JR ก็มาได้ค่ะ โดยลง สถานี Shimbashi JR Station ทางออก 1 ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

เริ่มลุยกินกันเลยยยยย !!

 

ร้านแรก ปลาไหลย่างเสียบไม้ ร้านนี้เรียกได้ว่าใครเดินผ่านก็ต้องแวะ เพราะกลิ่นซอสหอมๆและกลิ่นเตาถ่าน หอมเรียกน้ำย่อยสุดๆ เย้าย้วนให้ต้องพุ่งตรงเข้ามา ลองลิ้มชิมรสเนื้อปลาไหลฉ่ำซอสที่ถูกย่างอย่างดีจนได้สีสวย น่ากิน แถมพ่อค้ายังพูดภาษาไทยได้ไปอี๊กกกกค่ะคุณผู้ชม โอ้โฮจัดไปเลย 10 ไม้ (ไม้ละ 200 เยน หรือ 60 บาทเท่านั้นเอง)

 

ต่อด้วยหอยนางรมสดๆ ตัวใหญ่ อวบอ้วน ร้านนี้มีหอยหลายไซส์ให้เลือกชิม พวกเราเลยขอเอาไซส์กลางๆละกัน ที่ตัวละ 400 เยน (หรือประมาณ 120 บาท) ฟินมากกกกกน้ำตาไหล มันสดมากจริงๆค่ะ ใครสายนี้ห้ามพลาด

 

มาต่อกันที่น้องปูบ้างนะคะ เริ่มต้นที่ ปูนึ่ง เนื้อหวานกินเพลิน กองละ 1500 เยน (450 บาท)

 

ตามด้วยมิโซะปู คือการเอามันปูมาปรุงรสและย่างในกระดอง อื้อฮือเมนูนี้เด็ดจริง อร่อยจัง หอมหวนชวนหิวมากๆ ถ้าได้ข้าวสวยร้อนๆสักถ้วยจะดีมากกกกก (กระดองละ 500 เยน หรือ 150 บาท)

 

เดินชิมกินจุ๊บจิ๊บไปสักพัก ก็เริ่มอยากฟาดอะไรหนักๆบ้างอย่างคนอื่นเค้าและ เลยได้ข้อสรุปว่าเราพุ่งตรงไปกินซูชิกัน ที่ร้าน SUSHI ZANMAI ร้านซูชิที่มีสาขามากมายทั่วญี่ปุ่น แต่เอ๊ะมาตลาดปลาทั้งที ทำไมต้องมากินร้านนี้ที่เค้ามีสาขาเยอะแยะหากินที่ไหนก็ได้ด้วยนะ?

 

นั่นก็เพราะว่าสาขาแรกของ SUSHI ZANMAI อยู่ที่ตลาดปลาซึกิจิแห่งนี้นี่เอง สุดยอดของความออริจินัลของร้านที่ได้ชื่อว่าราชาแห่งทูน่า เรื่องคุณภาพและความสดใหม่ไม่ต้องพูดถึง ดีงามพระราม 8 มากกกกกก ได้รับการการันตีแทบทุกหัวแมกกาซีนของญี่ปุ่น ส่วนเรื่องราคาก็คุ้มค่าสมเหตุสมผลมากจ้า 10เต็ม10 ไปเลย

 

พักคาวๆมาชิมอะไรหวานๆกันบ้าง กับเมนูไข่หวานเสียบไม้ เจ้าโด่งดังที่คิวยาววววววววมากๆ
แต่บอกเลยว่าที่นี่อร่อยที่สุดเลยตั้งแต่เคยกินไข่หวานมา ไม้ละ 100 เยน หรือ 30 บาท ราคาน่ารักมาก แต่แนะนำว่าอย่าเผลอสั่งเยอะเชียวแหละ ไม้เดียวกำลังดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป ไข่หวานร้านนี้สามารถซื้อเป็นกล่อง กลับไปเป็นของฝากคนที่บ้านได้อีกด้วย

 

กินไปกินมาเริ่มจะแน่นท้องมากๆ ถ้าไม่เกรงว่ากางเกงที่ใส่ไปจะปริ ก็อยากจะเดินชิมเดินกินไปเรื่อยอีก แต่ดีนะที่ยั้งใจไว้ได้ทัน ฮ่าๆ
สุดท้ายนี้เราขอสรุปคำแนะนำสำหรับคนจะมาที่ตลาดปลาซึกิจิไว้ดังนี้จ้า
1. รีบมาก่อน 6 ตุลาคม 2018 นี้เท่านั้น
2. เตรียมท้องของคุณให้พร้อม !!
3. เตรียมเงินสดในกระเป๋าของคุณให้ดีๆ มีพันหมดหมื่น มีหมื่นหมดแสน บ้างก็ล้มละลายกันมาแล้ววววว ปล.บัตรเครดิตไม่รับนะจ๊ะ

ถ้าพร้อมแล้วก็มาลุยกินให้พุงแตกกันได้เลย!! แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าค่าาา 🙂