ถ้าถามผมว่า.. ชอบ “ญี่ปุ่น” ในช่วงฤดูกาลไหนที่สุด?

ผมก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่า.. ต้องช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สิ! ซึ่งถึงแม้ว่า.. ในทุกๆ ฤดูกาล “ญี่ปุ่น” จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป เป็นไปได้ก็อยากไปเยือนให้ครบทุกช่วงเวลา แต่.. ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายปีอย่างนี้ มันให้ความรู้สึกว่ามีสีสันสดใสดี สภาพอากาศก็เย็นสบาย ทุกอย่างมันดูลงตัวที่จะไปเยือนสักครั้ง

ในญี่ปุ่นนั้น.. จุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี มีอยู่เยอะแยะมากมาย แต่สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมสถานที่หนึ่ง ก็คือ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง อย่าง “โตเกียว” สามารถเดินทางไปได้ง่าย สะดวกสบาย บรรยากาศดี มาเที่ยวญี่ปุ่น ช่วงเวลาแบบนี้ต้องไม่พลาด!

“นี่เป็น.. ครั้งแรกของผมที่จะได้เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ ด้วยตาของตัวเอง”

 

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-โตเกียว ราคาถูก ลงสนามบินนาริตะ พร้อมดูโค้ดส่วนลด ที่ Traveloka คลิกที่นี่

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-โตเกียว ราคาไม่แพง ลงสนามบินฮาเนดะ พร้อมดูโปรโมชั่นพิเศษ ที่ Traveloka คลิกเลย!

 

ผมเริ่มต้นเดินทางออกจากโตเกียว โดยมีจุดเริ่มต้นที่ สถานีรถไฟ Shinjuku ในช่วงเวลาเช้าตรู่ เพราะอยากมีเวลาเที่ยวให้มากขึ้น ซึ่งพาหนะที่จะพาผมไปยังจุดหมายปลายทาง ก็คือ รถ Highway Bus รถบัสราคาประหยัด เพียง 1,750 เยน/เที่ยว ออกจาก Shinjuku Expressway Bus Terminal ไปถึงปลายทาง Kawaguchiko Station ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที เท่านั้นKawaguchiko Lake

เมื่อรถบัสมาจอดที่หน้าสถานีรถไฟ Kawaguchiko ผมก็ต้องตะลึงกับภาพความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รู้สึกว่า.. มีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ที่สภาพอากาศในวันที่เดินทางมาถึงนี้.. ปลอดโปร่ง ท้องฟ้าสดใส ได้เจอฟูจิซังโชว์ตัวให้เห็นแบบเต็มตา ไม่เขินอายหลบอยู่หลังเมฆหมอก อย่างที่หลายๆ คนเคยบ่นให้ฟัง

จุดประสงค์ในการเดินทางมาที่ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) คือ ต้องการมาถ่ายภาพบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ การที่จะหามุมถ่ายภาพสวยๆ นั้น วิธีที่จะสะดวก ก็คงเป็น การเช่าจักรยานปั่น เพราะจะทำให้สามารถเก็บภาพมุมต่างๆ ได้ตามความต้องการได้ อยากจอดถ่ายรูปตรงไหน.. ก็สามารถจอดได้เลย แต่เนื่องจากสภาพแสงแดดที่ค่อนข้างแรง และ เผอิญไปเห็นตั๋วรถ Sightseeing Bus ที่เปิดขายอยู่ใน สถานีรถไฟ Kawaguchiko จึงเกิดความสนใจ เพราะ เป็นตั๋วรถบัสที่วิ่งรอบ Kawaguchiko Lake ได้ไม่จำกัดเที่ยว ทั้งสายสีแดง และสายสีเขียว ราคาตั๋ว 1,300 เยน ใช้ได้ในระยะเวลา 2 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมต้องอยู่ที่นี่พอดี

รถ Sightseeing Bus จะวิ่งวนรอบ Kawaguchiko Lake โดยมีจุดจอดรถ ตามสถานที่สำคัญต่างๆ สามารถมารอรถได้ที่ป้ายจอด ซึ่งที่ป้ายเวลาบอกด้วยว่า จะมีรถมาจอดในเวลาใดบ้าง? ทำให้จัดสรรเวลาเที่ยวในแต่ละจุดได้ง่าย

ซื้อตั๋วเรียบร้อย ผมก็ขึ้นรถ Sightseeing Bus เริ่มต้นวิ่งที่สถานีรถไฟ Kawaguchiko ป้ายที่ 1  นั่งยาวไปสุดสาย ป้ายที่ 22 Kawaguchiko Natural Living Center ซึงบริเวณนี้จะสามารถชมวิวของภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็มๆ เลย บรรยากาศที่นี่ดีมาก แม้แดดจะแรงไปสักนิด.. แต่อากาศก็เย็น มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา

สถานที่สำคัญ ในจุดนี้ ก็ยังมี Oishi Park สวนที่รวบรวมพันธุ์ไม้สวยงามต่างๆ ปลูกเรียงรายอยู่ริมทะเลสาป ซึ่งพันธ็ไม้ต่างๆ เหล่านี้ก็จะสลับหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล หากต้องการภาพสวนสวยๆ แล้วมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ก็ต้องมาที่นี่กันนะครับ

ในสถานีที่ที่เป็นจุดสำคัญๆ นักท่องเที่ยวค่อนข้างที่จะเยอะอยู่พอสมควร ซึ่งถ้าเดินทางมาในช่วงวันหยุดด้วยแล้วอาจจะเยอะมากขึ้นเป็นพิเศษ และผมก็ได้พบว่า.. วิธีที่จะหลีกเลี่ยงจุดที่มีคนเยอะ เพื่อหามุมถ่ายภาพดีๆ ก็คือ การเดินเล่นไปริมทะเลสาป บรรยากาศดูสงบ จะแวะหลบนั่งพักชมวิวตรงไหนก็ได้

ผมเดินย้อนกลับมายังบริเวณ ป้ายที่ 20 ที่อยู่หน้าบริเวณโรงแรม Sunnide  ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดแรก ที่ผมลงรถ Sightseeing Bus ตรงบริเวณนี้มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชม อยู่เยอะพอสมควรเลยครับ

ณ จุดนี้ บรรยากาศค่อนข้างสงบ จนอดไม่ได้ที่จะทิ้งตัวลงนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาปต้นหนึ่ง นั่งเล่นปล่อยใจไปกับวิวรอบด้านสักพัก

 

นั่งชิลกับบรรยากาศริมทะเลสาปสักพัก ก็ได้เวลาที่ผมจะเดินย้อนกลับไปอีกสักป้าย จากป้ายที่ 20 โรงแรม Sunnide ไปยัง ป้ายที่ 19 อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor) ที่อยู่ไม่ไกลกัน เดินเล่นไปตามทางเดินริมทะเลสาป ชมบรรยากาศไปเพลินๆ ไม่นานก็ถึง

ป้ายที่ 19 นี้ รู้สึกว่า.. จะมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมอยู่เยอะเหมือนกัน ถือเป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย ดังนั้น จุดนี้จึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ

 

สีสันของใบไม้เปลี่ยนสี แดงสดได้ใจ!

บริเวณที่เรียกว่า อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor) ที่มีลักษณะ เหมือนคลองส่งน้ำเล็กๆ แล้วมีต้นเมเปิ้ล ปลูกขนาบอยู่ทั้งสองฝั่ง แผ่กิ่งก้านปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใบของเมเปิ้ลก็จะทยอยเปลี่ยนเป็นสีแดง เป็นภาพที่สวยงาม

ระหว่างที่เดินเล่นริม ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) ก็จะพบกับใบไม้เปลี่ยนสี ตลอดข้างทาง

ไม่ไกลจาก อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor) ผมได้พบกับบรรดาร้านค้าต่างๆ มาออกร้านกันเยอะเลย คล้ายกับตลาดนัดของบ้านเราครับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีออกร้านอย่างนี้อยู่ตลอดหรือเปล่า มีของกิน ของที่ระลึก ให้เลือกซื้อกันเพียบเลย แต่.. เท่าที่สำรวจดูราคามา อาหารบางอย่างก็ค่อนข้างจะมีราคาสูงอยู่เหมือนกันครับ

มาเที่ยวที่ Kawaguchiko Lake ทั้งที เขาว่า.. ต้องมาชิม Soft Cream ครับ จะพบเห็น ร้านขาย Soft Cream ได้ทั่วไปรอบทะเลสาป ซึ่งกินของเย็นๆ ในอากาศเย็นๆ มันก็ได้รสชาติไปอีกแบบ หวาน มัน อร่อยดีครับ ราคา 280 เยน ถือว่าแพงอยู่เหมือนกันเนอะ!

เดินข้ามถนนจาก อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor) มาที่ริมทะเลสาป ณ จุดนี้ก็มี มุมชมภูเขาไฟฟูจิสวยๆ เช่นกัน

ก่อนที่เวลาจะล่วงเลยไปมากกว่านี้.. ผมขึ้น Sightseeing Bus นั่งย้อนกลับมาบริเวณ ป้ายที่ 11 ซึ่งตั้งใจว่าจะขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ไปชมวิวในมุมสูง แต่ติดว่า มีคนรอใช้บริการเยอะมาก จึงจำเป็นต้องตัดใจ แล้วมาเดินเล่นที่ ริมทะเลสาป เก็บภาพในมุมต่างๆ ตามเดิม

เดินย้อนกลับมา บริเวณป้ายที่ 10 ในช่วงเวลาแดดร่มลมตก ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ผมมาหามุมนั่งเล่น พักเหนื่อยสักหน่อย นั่งมองดูคนตกปลา ก็เพลินดีเหมือนกัน

จากจุดนี้.. มองไป จะเห็นวิว สะพานข้ามทะเลสาป ที่อยู่ตรงกลาง และ ต้นไม้สูงที่มีใบสีเหลืองอร่ามมองเห็นแต่ไกล เดี๋ยวสักพักจะเดินเล่นๆ ไป ตรงนั้นกันครับ

ที่แห่งนี้.. มีชื่อว่า Oike Park จะอยู่ตรง ป้ายที่  7 พอดี เป็นสวนสวยๆ ที่น่าพักผ่อนแห่งหนึ่ง มีมุมให้ถ่ายรูปเล่นอยู่เยอะเหมือนกัน และ ตรงข้ามกับ Oike Park ก็ จะเป็นที่ตั้งของที่พักของผมในค่ำคืนนี้ด้วยครับ

ผมมีเวลาพักค้างคืนที่ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) อยู่ 1 คืน ตั้งใจจะหาที่พักแบบง่ายๆ เน้นนอนแบบประหยัด  จึงเลือกโรงแรมแคปซูล ที่มีชื่อว่า Capsule inn Fujisan อยู่ไม่ไกลจากตัวทะเลสาป ตรงบริเวณป้ายที่ 7 จากบริเวณหน้าโรงแรม จะมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิอยู่ด้านหลังด้วย

Capsule inn Fujisan ที่พักราคาหลักร้อย ภายในห้องพักจะเป็นช่องแคปซูล ตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบทั้งสองฝั่ง ซึ่งเมื่อทำการเช็คอินแล้ว ก็จะได้หมายเลข ช่องแคปซูล ของตัวเอง ก็สามารถเข้าไปพักในแคปซูลของตัวเองได้ และ ภายนอกยังมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ เครื่องซักผ้า ตู้กดน้ำอัตโนมัติ และ เครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไว้คอยให้บริการอีกด้วยครับ

ในหนึ่งคืน.. ที่ได้นอน ที่ Kawaguchiko Lake เป็นค่ำคืนที่นอนหลับสบายๆ มากๆ การนอนแบบแคปซูล ก็ไม่ได้อึดอัดอย่างที่คิด แถมรู้สึกว่า อุ่นดีอีกด้วย นอนได้อย่างเต็มอิ่ม ทำให้การตื่นขึ้นมาในตอนเช้า รู้สึกสดชื่น พร้อมที่ออกเที่ยวต่อ ซึ่งผมพอจะมีเวลาอยู่ที่ Kawaguchiko Lake อีกประมาณครึ่งวันเช้า และ ช่วงบ่ายๆ ก็จะนั่งรถ Highway Bus กลับ โตเกียวต่อไป

ช่วงเวลาที่มี และ ตั๋วรถ Sightseeing Bus ที่เหลือโควต้าอีก 1 วัน ทำให้ผมได้ขึ้นรถไปวนเที่ยวตามเส้นทางรอบทะเลสาปได้อีกสักรอบ ดูเหมือนว่าจะเป็นการนั่งรถเล่น ชมบรรยากาศเสียมากกว่า พอให้คุ้มค่าตั๋วสำหรับ 2 สักหน่อย ซึ่งเมื่อได้เวลาพอสมควร ผมก็นั่งรถวกกลับมาที่ป้ายที่ 1 สถานีรถไฟ Kawaguchiko เพื่อมารอรถ Highway Bus กลับโตเกียว เป็นการสิ้นสุดการมาชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) ในครั้งนี้ครับ

การเดินทางมาเที่ยว ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) ในครั้งนี้ ถือว่าโชคดีมากๆ ที่มาทันเวลา ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตามที่ตั้งใจ ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี ในวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม บรรยากาศดี เจอกับสภาพอากาศที่ปลอดโปร่ง ไร้เมฆฝน ปกคลุม เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ประทับใจสุดๆ เลยครับ!

 

ดูราคาที่พักใน Kawaguchiko Lake ที่ Traveloka คลิก!

ดูห้องว่างที่พักในโตเกียว ราคาพิเศษ เช็คส่วนลดบัตรเครดิตเพิ่มเติม ที่ Traveloka 

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-โตเกียว ราคาถูก ลงสนามบินนาริตะ พร้อมดูโค้ดส่วนลด ที่ Traveloka คลิกที่นี่

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-โตเกียว ราคาไม่แพง ลงสนามบินฮาเนดะ พร้อมดูโปรโมชั่นพิเศษ ที่ Traveloka คลิกเลย!

 

 

…..เรื่องและรูปภาพโดย…..

การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker

Instagram : CHAILAIBACKPACKER

Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9

E-mail : [email protected]

Website : https://www.chailaibackpacker.com