สวัสดีค่า… เพื่อนๆ ทุกคน ครั้งนี้เปิ้ลได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งหมด 9 วันค่ะ ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พอดีเปิดเว็บจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นแล้วฟลุ๊คได้ราคาดี๊ดี จาก Traveloka เห็นปุ๊บตาลุกวาว มือลั่นกดซื้อทันทีเลยค่ะ 555 เพราะมี promocode ส่วนลดผ่านเว็ปได้ตั๋วสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์มาค่ะ Flight HX761 นั่งสบายมาก full service แต่เปลี่ยนเครื่อง 1 จุด ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ราคาก็คุ้มอยู่ที่ประมาณ 16,000 บาท เราเดินทางไปพร้อมกันเลยดีกว่า!

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น กับ Traveloka 

 

เปิ้ลบินคืนวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 จากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินนาริตะ ตอนเช้าเวลา 7.30 น.

 

อาหารบนเครื่องอร่อยมาก เสิร์ฟให้ 2 เวลา ทั้งขาไป-กลับ (โดยเฉพาะของหวาน ชอบๆ) เบาะก็นั่งสบายดีนะคะสำหรับ economy class และมีหนังและเพลงอัพเดทใหม่ๆ เยอะแยะเลย

 

ถึงสนามบินกันแล้ว!! เปิ้ลได้ทำการจองรถยนต์ไว้กับเพื่อนๆ ผ่าน Nippon Rent a Car ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 3 คน จะขับรถจากสนามบินนาริตะไปยังเมือง Karuizawa ไปยัง outlet และสกีรีสอร์ทค่ะ เมืองนี้เป็นเหมือนเมืองพักตากอากาศอารมณ์แบบเขาใหญ่บ้านเราเลย เงียบอากาศเย็นสบายๆ เพราะอยู่บนเขา

 

https://www.facebook.com/theaappestyle

เมืองนี้เป็นเมืองที่เงียบมากในช่วงหน้าหนาว เขาบอกว่าจะคนเยอะช่วงหน้าร้อน ถนน Ginza Karuizawa walking street ทุกร้านค้าเรียบถนนจะปิดกันหมดเลย (เศร้ามาก นึกว่าเมืองแห่งซอมบี้เลยล่ะ) แนะนำว่าถ้าจะไปเดินเล่นถนนร้านค้าให้ไปหน้าร้อนค่ะ

 

ถ่ายรูปบนถนนสักหน่อย คนเดินมากจริงๆๆ สังเกตข้างหลังได้ค่ะ

 

เดินเล่น Outlet ช้อปปิ้งกันสักหน่อยร้านค้าเยอะมาก ใหญ่มากพอสมควร แบรนด์เยอะกว่าที่ Gotemba Outlet ด้วยนะคะแถวฟูจิ สายช้อปต้องมาขาลากแน่นอน!!! คอนเฟิร์ม ยิ่งเสื้อผ้ากีฬาหรือรองเท้าผ้าใบ ใครคอแฟชั่นสายสตรีทแนะนำว่าให้ต้องมาโดน! ใหญ่มากเลยค่ะ มีเสื้อผ้าและอุปกรณ์ลดเยอะมากๆ

 

หลังจากนั้นเดินเล่นในเมืองมาเรื่อยๆ ขาเริ่มล้าเลยจะเข้าที่พักกันค่ะ ครั้งนี้เลยมานอนที่ Cottage in Log Cabin Karuizawa 1 คืนค่ะ และพรุ่งนี้เช้าจะขับรถไปต่อที่ฟูจิช่วงเช้าเลย! ที่พักจะยากลำบากสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถมามันแอบลึกและถนนตอนกลางคืนก็มืดอยู่พอสมควร เมืองนี้เหมือนเป็นเมืองพักตากอากาศก็จะปิดเร็วเวลาสองทุ่มก็ปิดเกือบหมดทุกร้านแล้ว นอกจากเซเว่น

ถ้าใครอยากนอนพักแถวนี้ ก็สามารถเข้าไปจองที่พัก karuizawa-machi ได้ใน Traveloka ที่รับรองว่าราคาโดนใจอย่างแน่นอน

จองที่พัก karuizawa-machi กับ Traveloka 

 

ที่พักมี 2 ชั้นเหมาะสำหรับนอน 3 คนพอดีเลย และชั้น 2 จะมีฟูกผ้านวมให้นอนที่พื้นนอนสบายมากๆ อุ่นนอนสบาย และมีฮีตเตอร์ให้ภายในห้องนอน แต่ภายในห้องน้ำจะไม่มีให้ซึ่งอากาศข้างนอกประมาณ -1 ถึง 4 องศา ตอนกลางคืนแทบจะวิ่งเลยล่ะค่ะ

 

ตื่นเช้ามาอากาศแจ่มใสเลย ถ่ายรูปบ้านที่พักมาฝากเพื่อนๆ สักหน่อย น่าอยู่และบ้านน่ารักมากๆ ถ้าใครมาเมือง Karuizawa แนะนำเลยว่าที่นี้ราคาก็ไม่แรง แถมที่พักก็ใหญ่สบายเหมาะกับ 3-4 คน ไม่เบียดเลย

 

ตื่นเช้ามาแล้วเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ออกเดินทางขับรถไปยัง Kawaguchiko สถานที่สุดฮิตแถวๆ ภูเขาไฟฟูจิ ที่คนส่วนใหญ่มาเที่ยวแล้วต้องเช็คอินที่นี้ ใช้เวลาขับรถประมาณ 4 ชั่วโมง ค่ะจากเมืองนี้ ก่อนที่จะขับถึง เปิ้ลแวะที่อุทยานลิงหิมะจิโกกุดานิ (Jigokudani-地獄谷) เพื่อไปดูลิงแช่บ่อน้ำร้อนแช่ออนเซ็นแก้มแดงๆ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Snow Money Park” เพราะเป็นทางผ่านพอดี

 

พอถึงหน้าทางเข้าแล้ว เราจะต้องเดินเข้าไปในอุทยานระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ซึ่งเดินไกลพอสมควรแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบหรืออะไรที่เดินแล้วสะดวกๆ หน่อยนะคะ เปิ้ลเริ่มไปช่วงใกล้ดอกซากุระบานแต่ก็ยังมีน้ำแข็งอยู่ประปรายเวลาเดิน แอบลื่นและแฉะๆ นิดๆ

 

หลังจากเดินมานานพอสมควรชอบมากก!! กับวิวที่เห็น รู้สึกคุ้มค่าเหนื่อยที่เดินมาและ มาดูลิงน้อยเยอะมากๆ ไม่กลัวคนเลยเดินเยอะแยะมากมาย ถ่ายรูปเพลินๆ กับลิงและวิว มันสวยมากจริงๆ ค่ะ แนะนำให้ไป

 

หลังจากนั้นเปิ้ลก็เดินทางต่อไปยัง Kawaguchiko ต่อเมื่อถึงแล้ว เราเลยเข้าพักที่ Guest House Sakuya เป็นบ้านหลังเล็กๆ มีห้องอยู่เพียง 12 ห้องเท่านั้น ชั้นละ 6 ห้อง เปิ้ลและเพื่อนๆ เลือกนอนแบบ Japanese Style นอนกับพื้นนั่นเองค่ะ มาฟูจิทั้งทีก็ต้องนอนแบบนี้เดี๋ยวไม่ฟิน อิอิ (จริงๆ แล้วถ้ามองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นภูเขาไฟฟูจิ แต่ตอนไปหมอกลงตอน 2 วัน เลย TT^TT)

สำหรับใครที่อยากนอนแถวนี้บ้าง ก็เข้าไปจองได้กับ Traveloka เช่นเดียวกันค่ะ ตามลิ้งค์ไปเลยค่ะอย่ารอช้า

จองที่พัก Kawaguchiko กับ Traveloka 

 

แถมที่นี้มีบ่อแช่ออนเซ็นส่วนตัวด้วยนะคะ เราสามารถจองห้องได้เลยบอกทาง guest house เขาจะเช็คเวลาห้องว่างแล้วจัดให้ทันที เราจะได้ไม่ต้องไปแช่ออนเซ็นแช่ร่วมกับคนอื่น และดูเป็นส่วนตัวมากๆ และมีมุมแต่งตัวให้

 

ตื่นเช้ามาเปิ้ลก็ทานข้าวกับทาง guest house เสียเพิ่มค่าอาหาร 700 เยน อาหารอร่อยคุ้มมาก!

 

หลังจากนั้นเลยไปอาบน้ำแต่งตัวค่ะ มุ่งหน้าขับรถไปยัง Fuji-Q Highland เครื่องเล่นสุดหวาดเสียวในญีปุ่นแล้ว เปิ้ลก็ไม่พลาดแน่นอน!! เสียค่าเข้า 1500 เยน เพราะว่าคิดว่าเล่นไม่น่าจะครบแน่ๆ ภายใน 1 วัน เลยจะเข้าไปซื้อบัตรแยกเล่นอีกทีค่ะ

 

เครื่องเล่นอันแรกเลยที่เปิ้ลไม่พลาดคือ Enjanaika ต่อแถวรอประมาณ 2 ชั่วโมง ราคา 1000 เยน/1 รอบ แนะนำว่าคนไหนสายเครื่องเล่นรถไฟเหาะ #มันต้องโดนสุดๆ สนุกมากคุ้มค่ากับการรอคอย น่ากลัวสุดๆ

 

ส่วนไฮไลท์อีกตัวที่ควรเล่นเพราะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน คือ Dododonpa มีความเร็ว 180km/h ราคา 1000 เยน ตัวนี้ต่อคิวรอนานมาก แต่มันสนุกเร็วตื่นเต้น แต่ไม่น่ากลัวเท่า Enjanaika คอนเฟิร์มค่ะ

 

หลังจากเล่นเสร็จแล้ว เลยไปหาร้านราเมงกินค่ะ ที่ทุกคนต้องไปกินเพราะเส้นทำมาจากน้ำบนภูเขาไฟฟูจิ และเส้นจะเหนียว ใหญ่ กว่าราเม็งหรืออุด้งทั่วๆ ไปมีให้เลือกหลายเมนูทั้งเนื้อไก่ หมู หมี และเต่า แต่เปิ้ลเลือกแบบปกติค่ะหมูก็พอแล้ว 555 ร้านชื่อว่า “Hoto Noodle Restaurant” เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นมักนิยมกินกันไม่ค่อยมีต่างชาติ

 

หลังจากกินเสร็จเรียบร้อย เลยเก็บข้าวของที่พักและขับรถกลับที่โตเกียวค่ะ เดี๋ยวเปิ้ลเขียนค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ด้านล่างนี้ในส่วนของ Kawaguchiko และ Karuizawa เพราะไปหลายที่มากๆ เลยต้องแยกที่ละ Part เขียนทั้งหมด 9 วันในนี้คงยาวแน่ๆ

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3 วัน

  1. ค่ารถวันละ 2,800 บาท x 3 วัน = 8,400 บาท
  2. ค่าที่พักคืนแรก 6,000 บาท x 1 คืน
  3. ค่าที่พักคืนที่สอง 4,200 บาท x 1 คืน
  4. ค่าเครื่องเล่น 1,000 บาท/คน
  5. ค่าข้าวคนละ 2,000 บาท (3วัน)

หาร 3 ทั้งหมดตกคนละ = 14,700 บาท ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน

**ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับต่อคน (full service) = 16,500 บาท

 

ทริปนี้สนุกมากๆ ถ้าไม่ได้เจอตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นดีๆ ผ่าน Traveloka คงไม่กดซื้อจองแน่นอนตั๋ว Full-service แถมเวลาดีด้วย คุ้มค่า ถ้าใครมีคำตอบอะไรสอบถามได้เลยนะคะ ว่าจองยังไง? ที่พักเป็นยังไง? เดินทางลำบากมากไหม? พร้อมตอบเสมอเลยค่า ^^

สามารถมาพูดคุยกันใน Facebook Page กันได้นะคะที่ :))
https://www.facebook.com/theaapplestyle