เที่ยวญี่ปุ่น คุณอยากไปไหนมากที่สุด คำตอบคงหนีไม่พ้น โตเกียว โอซาก้า ซัปโปโร ฟูกูโอกะ เกียวโต ฯลฯ
เชื่อเถอะครับว่าน้อยคนนักที่จะนึกถึงเมืองต้องคำสาปอย่างฟูกูชิมะ
เมืองที่โดนผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อหลายปีก่อน
จนกระทั่งต้องมีการอพยพคนออกจากเมืองกันเลยทีเดียวครับ

 

วันนี้ผมจะมาพาทุกคนไปเที่ยวเมืองอิวากิ (Iwaki) จังหวัดฟูกูชิมะกันครับ
อิวากิเป็นเมืองที่อยู่ติดทะเล และเป็นอีกที่ที่โดนคลื่นยักษ์ถล่มอย่างหนักนั่นเองครับ
แต่เชื่อมั้ยครับว่าเค้าใช้เวลาไม่นานก็สามารถฟื้นฟูเมืองนี้
ให้กลับมาน่าอยู่และน่าเที่ยวมากเลยครับ
ทริปนี้ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่สักสามวันสองคืนครับ
รับรองว่าสนุกและน่าสนใจไม่แพ้เมืองใหญ่เลยครับผม

 

การเดินทางมาที่อิวากินั้นง่ายมากครับ เริ่มต้นจากจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น และนั่งเครื่องบินมาลงที่โตเกียว
จะเป็นที่นาริตะ หรือฮาเนดะก็ได้ครับ จากนั้นก็นั่งรถไฟจากสนามบินเข้ามาที่สถานีโตเกียว
และต่อด้วยขบวน Limited Express Hitachi ก็ถึงสถานีอิวากิแล้วครับ

 

สำหรับใครที่สนใจจะมาเที่ยวเมืองอิวากิ (Iwaki) นี้
สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka ได้ที่นี่ คลิก

 

ตลอดเส้นทางของรถไฟสายนี้เราจะได้เห็นวิวที่สวยงามขั้นเทพเลยทีเดียวครับ
ทั้งภูเขาสูงชัน ทั้งวิวที่รถไฟวิ่งเลียบริมชายหาดที่มีคลื่นทะเลซัดฝั่งตลอดเวลา
มันฟินแบบบอกไม่ถูกเลยครับ แต่ที่แนะนำให้เลยว่าไม่ควรพลาดครับ
คือ ช่วงที่รถไฟวิ่งผ่านสถานี Hitachi (นั่งจากโตเกียวไปประมาณชั่วโมงครึ่ง)
เพราะจะเป็นช่วงที่ขบวนรถไฟวิ่งเลียบชายหาดยาวนานที่สุดครับ วิวแบบนี้ไม่ได้หาดูง่ายนักนะครับ

 

———————————————————

 

ใช้เวลาอยู่บนรถไฟประมาณสองชั่วโมงนิด ๆ ก็มาถึงอิวากิแล้วครับ
ทริปนี้เราจะพักกันที่อิวากินี่แหละครับ เนื่องจากเป็นสถานีหลักทำให้หาที่พักได้ไม่ยาก
การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองก็สะดวกสบายครับ
ของกินเองก็เพียบ ร้านสะดวกซื้อก็หาได้ทั่วไป
เรียกว่าอยู่อย่างสุขสบายในราคาที่ย่อมเยาว์เลยครับ

 

จองที่พักอิวากิ กับ Traveloka คลิกคลิก!

 

แต่ถ้าให้แนะนำร้านเด็ดก็ไม่ต้องไปไหนไกลเลยครับที่สถานีอิวากินี่แหละครับ
นั่นก็คือ “ร้าน Handaya ครับ’’ ที่นี่อาหารเพียบ รสชาติเลิศ ที่สำคัญคือราคาไม่แพงจ้า

 

หลังจากเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว สถานที่แรกที่จะพาทุกท่านไป
คือ Aquamarine Fukushima หรือพิพิธภัณฑ์ปลาที่ฟูกูชิมะครับ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะจัดแสดงสัตว์น้ำหายากจำนวนมาก ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม
มีปลาพันธุ์แปลก ๆ เพียบเลยครับ

 

นอกจากนี้ยังมีสัตว์หายากหลายชนิดเลยครับ
แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ตัวนาคที่คนญี่ปุ่นรุมล้อมอย่างกับพระเอกเลยทีเดียว

 

ที่ดีต่อใจอีกอย่างคือ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีพื้นที่การเรียนรู้
เพื่อให้บรรดาเด็กนักเรียนได้ฝึกทดลอง
ปฏิบัติ ค้นคว้าจำนวนมากครับ เรียกว่ามาทีเดียว
ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์เต็มเปี่ยมเลยครับ

 

แต่ทีเด็ดของที่นี่ อยู่ที่นอกตัวอาคารหลักครับ เพราะว่ามีพื้นที่ที่เป็นชายหาด
ให้ทำกิจกรรมได้หลากหลายเลยครับ ทั้งเล่นน้ำทะเลได้ครับ
ทั้งยังมีเหล่านกนางนวลบินมาโฉบเฉี่ยวตลอด
หรือใครชอบตกปลาก็มีมุมให้ตกนะครับ
ตกเสร็จแล้วก็สามารถนำมาปรุงรับประทานแบบสด ๆ ได้เลยครับ

หรือถ้าเดินเที่ยวที่นี่เสร็จแล้วก็สามารถออกมาถ่ายภาพริมชายหาดทะเลที่อิวากิได้อีกครับ
บอกได้เลยว่าวิวเลิศแบบนี้ หาไม่ได้ที่เมืองใหญ่นะครับ

 

——————————————————————–

 

วันที่สองออกเดินทางแต่เช้า ทริปแรกพาไปพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่และซากไดโนเสาร์ครับ
ส่วนหนึ่งของซากนั้นขุดได้จากที่อิวากิ ในปี 1968 ครับ
ไฮไลท์คือโครงกระดูกไดโนเสาร์ยักษ์กลางห้องจัดแสดง
โดยถือว่าเป็นซากไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียเลยทีเดียว

 

 

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งที่แสดงถึงยุคของการผลิตถ่านหิน
ซึ่งทำออกมาได้สมจริงมากทั้งตัวหุ่นและบรรยากาศโดยรอบ
ราวกับว่าได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากันเลยครับ

 

ช่วงบ่ายไปกันที่ Spa Resort Hawaiians ซึ่งเป็นที่พักขนาดใหญ่
แต่ที่ดึงดูดใจชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยรวมถึงชาวต่างชาติ คือ
สวนน้ำในร่มขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก

 

สวนน้ำนี้แบ่งโซนการเล่นได้ถึง 5 โซนครับ เรียกว่าฟินกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่
แต่ไฮไลท์ความสนุกของมันอยู่ที่สไลด์เดอร์ยักษ์ที่สูงเกินกว่า 10 เมตร
และระหว่างทางลงช่างชันและลดเลี้ยวเคี้ยวคด
ท้าทายสายทดลองความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

 

.

นอกจากนี้ยังมีโชว์ฮูล่าเกิร์ลและยอดมนุษย์ให้ความบันเทิงได้อีกเพียบ
ใครมาอิวากิแล้วไม่ได้มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงครับ
เพราะคนญี่ปุ่นเองยังเดินทางมาไกลจากโตเกียวเพื่อมาสัมผัสกับความสนุกตรงนี้เลยครับ

 

วันที่สามวันสุดท้ายของทริปอิวากิครับ ผมจะพาย้อนไปยุคสมัยเฮอัน (เก่ากว่าเอโดะอีก)
พร้อมกับสัมผัสธรรมชาติที่สุดแสนจะงดงามที่เมืองอิวากิที่ Shiramizu Amida-do Temple ครับ
ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของญี่ปุ่นเลยครับ
ภายนอกที่แสนเด่นเลยคือสะพานแดงสองสะพาน
พาดผ่านทะเลสาบที่มีเหล่าสัตว์น้ำจำนวนมาก
พร้อมกับเหล่าดอกบัวที่พร้อมกันเบ่งบานกันอย่างสวยงาม
มาที่นี่แล้วได้สูดโอโซนแบบเต็มปอดเลยครับ

 

เป็นไงบ้างครับกับสามวันสองคืนที่อิวากิ เมืองที่เงียบสงบแต่กลับมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ
มากมายเลยครับ ยังไงลองเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมกันดูนะครับ
แล้วคุณจะรู้ว่าญี่ปุ่นมีอะไรให้เที่ยวอีกเพียบครับ

 

FB: https://www.facebook.com/familylovetravel/