大家好 = สวัสดีทุกๆ ท่าน
ก่อนอื่นเลย ต้องกราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องผู้อ่านทุกๆ ท่าน นี่เป็นการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศครั้งแรกของผม ซึ่งมีทั้งความกังวล ความกลัวต่างๆ มากมาย แต่ถ้าเราไม่ลองออกไป ก็คงไม่รู้ว่าโลกภายนอกมันเป็นยังไง เอาล่ะครับ ทริปนี้เราจะพาทุกๆ ท่านไปแดนมังสวิรัต แฮร่!! แดนมังกรต่างหาก

 

โดยครั้งนี้เราจะพาไปเยือน “หมู่บ้านโบราณเฟิ่งหวง” หมู่บ้านโบราณ ที่ไม่โบราณอย่างที่คิด ตั้งอยู่ในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ประเทศจีน นั่นเอง (มีบินตรงจากไทยด้วยนะเออ ไม่แพงๆ) สำหรับตั๋วก็ไม่ต้องยุ่งยาก เพราะจองด้วยตัวเองได้จากใน Traveloka จองตั๋วเสร็จ ก็ไปเที่ยวกันเลย!!

จองตั๋วเครืองบินไปเฟิ่งหวงกับ Traveloka 

 

ผมขออธิบายในเบื้องต้นก่อนเลย จุดสตาร์ทของผมไม่ได้เริ่มต้นที่ประเทศไทย พอดีผมมาศึกษาอยู่ที่ประเทศจีน เลยทำให้สะดวกในเรื่องวีซ่าและพาสปอร์ต แต่เมืองที่ไปนี้ค่อนข้างไกลนิดหน่อย แต่ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับการเดินทางหรือค่าใช้จ่ายคร่าวๆ จากไทยมาถึงที่นี่ ก็สอบถามเข้ามาได้ครับ ยินดีๆ

ทริปนี้ผมเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น โดยการนั่งรถไฟชั้นประหยัดที่สุดไปสู่เมืองฉางซา (长沙) ราคาอยู่ที่ 54 หยวน หรือประมาณ 270 บาท ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงเศษ แล้วแต่ขบวนนะครับ ถ้าอยากนั่งความเร็วสูงหรือตู้นอนก็เพิ่มเงินไปครับ (ส่วนใครมาจากไทย ก็บินมาลงที่ฉางซาได้เลยครับผม) เวลา 04.07 น. ถึงเมืองฉางซา หลายคนสงสัยว่าทำไมไปเช้าจัง เพราะว่าผมต้องมาต่อรถทัวร์เพื่อไปยังหมู่บ้านเฟิ่งหวงอีกต่อหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควร

 

ออกมาจากสถานีรถไฟ เดินมึนเลย มาคนเดียว ภาษาก็ไม่ได้ ต้องใช้ภาษากายและรูปภาพ อย่างเดียวเลย ฮ่าๆๆๆ ก่อนอื่นหาอะไรรองท้องก่อน เดินไปเดินมา มีป้ากวักมือหยอยๆ เอาว่ะ ร้านนี้ก็ได้ ซื้อแค่ซาลาเปากับน้ำเต้าหู้ก็พอ ค่าเสียหายอยู่ที่ 5 หยวน หลังจากนั้นก็เอาแผนที่สำนักงานขายตั๋วให้ป้าแกดู ป้าแกก็ชี้ๆ เราก็หยักหน้าหงึกๆ รู้เรื่องเหรอ? ฮึๆ ไม่ครับ T_T (คนที่นี่สื่อสารอังกฤษไม่ได้นะครับ เตือนไว้ก่อน ฮึๆๆ)

 

และความทุกข์ก็เริ่มกล้ำกลายเข้ามา เมื่อผมหาสำนักงานขายตั๋วรถทัวร์ไม่เจอ ก่อนมาผมได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของทัวร์แล้ว เขาบอกว่าเปิดทำการตลอด แล้วก็ให้แผนที่พร้อมเบอร์โทรมาเรียบร้อย ตอนแรกก็ยิ้มกริ่ม แหม่ง่ายจริงๆ พอเอาเข้าจริง ลองคิดดูสิครับตั้งแต่ตีสี่ครึ่งถึงเจ็ดโมงเช้าผมหาไม่เจอ ตอนนั้นก็นั่งเหม่อลอยอยู่ริมถนน มีเป้หนึ่งใบ กับใจเหี่ยวๆ สุดท้ายลองเอาชื่อหมู่บ้านไปถามพ่อค้าปาท่องโก๋แถวนั้นดู โอ้สวรรค์ เขาเข้าใจเรา เขาเลยเรียกทัวร์มาให้ แต่เป็นทัวร์อื่น และที่สำคัญคนจีนล้วนๆ แหง่ะ โดนไป 120 หยวน

 

สวัสดีทริปหูดับ ฟังไม่รู้เรื่องเลย แต่ไม่กลัวครับในโทรศัพท์เซฟรูปมาเยอะมาก ข้อมูลแน่น ^^ สำหรับใครที่มาจากไทย ไม่แนะนำให้หาทัวร์แบบผมนะครับ แนะนำให้นั่งรถ Airport Bus จากสนามบินเพื่อเข้าไปยังท่ารถบัสฝั่งตะวันตก (West Bus Station) ของเมืองฉางซา ราคาจะอยู่ที่คนละ 29.5 หยวน หลังจากถึงท่ารถบัสแล้วก็ซื้อตั๋วไปเฟิ่งหวง ราคาอยู่ที่ประมาณ 145 หยวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง อันนี้แน่นอนกว่า เพราะผมอ่านรีวิวอื่นมา ฮ่าๆๆ

 

รู้สึกเท่ห์มากเลย เดินขึ้นเดินลง คนจีนก็มองกันเต็มเลย T_T ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมผิวดำแล้วก็มีอยู่คนเดียวทั้งคัน เป็นของแปลก ฮ่าๆๆ นั่งไปสักสองชั่วโมงรถบัสทุกคันจะจอดพักให้เข้าห้องน้ำ หาอะไรกิน ผมเลยจัดไส้กรอกไปไม้หนึ่ง ปิ้งได้น่ากินที่สุดเลยยยยย ^^

 

วิวข้างทาง ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

 

14.30 น. เราก็มาถึงที่หมายของเรา “หมู่บ้านเฟิ้งหวง” ไปดูกันว่าเป็นยังไง
หลังจากลงจากรถทัวร์แล้ว อันดับแรกเราไปหาโรงแรมเพื่อเอาสัมภาระไปไว้ก่อน ในส่วนของโรมแรมผมได้จองออนไลน์มาแล้วมีแผนที่พร้อม แต่ก็ยังไปไม่ถูกอยู่ดี จึงเดินไปหาพ่อค้าแม่ขายในระแวกนั้น แล้วก็เอาชื่อโรงแรมให้เขาดู ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ล่ะครับจนเจอโรงแรม

 

แท๊นน แทนนนนน บรรยากาศก่อนถึงโรงแรม

 

ที่นี่เขาก็มีบริการให้เช่าชุดถ่ายรูป เหมือนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทางภาคเหนือของบ้านเรานั่นแหล่ะครับ ราคาไม่แน่ใจ แต่ตากล้องส่วนใหญ่เป็นป้าๆ ทั้งนั้น อย่าดูถูกไปนะครับ กล้องที่ป้าๆ เขาใช่กันราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียว การบีฟลูกค้าก็โปรมาก

 

เจอโรงแรมแล้วววววว ค่าเสียหาย 48 หยวน หรือประมาณ 240 บาทไทย ผมจองผ่านแอพของจีนเลยได้ราคาค่อนข้างถูก จะบอกว่าผมจองรู้เรื่องเหรอ “เปล่าเลย” ให้พี่ๆ คนไทยที่อยู่ด้วยกันทำให้ ฮ่าๆๆๆ ส่วนสภาพห้อง ก็สมราคาล่ะครับ ภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี มีน้ำอุ่น Wi-Fi พร้อม แต่เฟซบุ๊คเล่นบ่ได้เด้ออ

 

พูดถึงจีน ก็ต้องนึกถึงเรื่องห้องน้ำ ……. สวัสดีสายย่อ ฮ่าๆๆ

 

เราจะเที่ยวโดยไม่มีไกด์ไม่ได้ จัดไป 5 หยวน “แผนที่หมู่บ้าน”

 

และจุดแลนมาร์คสำคัญของที่นี่ก็คือ …….. เจดีย์หมื่นชื่อ นี่ล่ะชื่อของเจดีย์ที่มีชื่อว่าหมื่นชื่อแต่ผมก็ไม่รู้ว่าชื่อหมื่นชื่อมันมีชื่อกี่ชื่อชื่อว่าอะไรบ้าง ฮิฮิ เอาเป็นว่าสวยเลยทีเดียวล่ะครับ ผมอยากให้ผู้อ่านได้มีความรู้สึกนึกถึงความเก่าแก่ ความโบราณ แล้วก็ภาพวาดจีน ผมเลยแต่งภาพให้ดูค่อนข้างเก่าๆ หน่อยนะครับ ต้องขอโทษมาในที่นี้ ที่นู้น และที่นั่น เข้าใจตรงกันนะ ไปดูวิวกันดีกว่า

 

ขอมุมนี้อีกใบนะตัวววว

 

ไปเดินกันต่อ ถ้าพูดถึงภาพรวมของที่นี่ ตึกรามบ้านช่องที่เป็นของเก่าจริงๆ จะไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ส่วนที่เหลือเป็นตึกสร้างใหม่ แล้วจึงตกแต่งให้เป็นของเก่า คงสถาปัตยกรรมเก่าๆ เอาไว้ โดยสองฝั่งริมแม่น้ำก็จะเต็มไปด้วยโรงแรม ร้านกาแฟ ของที่ระลึกต่างๆ ในส่วนของแม่น้ำ เรือที่ใช้ก็จะเป็นเรือค้ำ เรือพาย ไม่ใช้เครื่องยนต์ สายน้ำที่นี่สะอาดมาก เพราะในทุกๆ เช้าจะมีคนพายเรือมาเก็บขยะ ไปๆ ดูบรรยากาศกันต่อดีกว่า

 

อ้าววเฮ้ยย!! วิ่งดูทางด้วยมั่งสิ

 

ไม่รู้จะอธิบายอะไร ดูๆ ไปเถอะ อย่าบ่น

 

พุทรามั้ยจ่ะ พุทรา มั่นใจเลยว่าคนที่ดูหนังจีนสมัยก่อน ต้องเคยได้ยินประโยคนี้ ในตอนที่จอมยุทรกำลังเดินตลาด

 

ยังมีของกินอื่นๆ อีกหลายอย่างให้เลือกซื้อเลือกหา และนี่ไง ขนมตุบตับของแท้ อร่อยมากกกกก กรอบ หวาน โรยด้วยงาขาว หอมกรุ่นเลยเด้ออ

 

เดินมาเดินไป วนไปวนมา ท้องร้องโกรกกราก เจอร้านก๋วยเตี๋ยวพอดี แล้วก็เดินเข้าไปชี้รูปภาพ เอาแบบนี้ๆ โดนไป 15 หยวน อธิบายรสชาติไม่ถูก ซื้อตั๋วเครื่องบินมากินเองนะครับ ^^

 

ไม่ว่าเดินไปทางไหน ก็จะเห็นร้านแขวนขวดเหล้าขวดเบียร์ไว้ ฮึๆๆ กลางคืนจะมีอะไรหวา นั่นแหล่ะ เหมือนที่คุณคิดนั่นแหล่ะ เออ ก็ไอ่นั่นแหล่ะ

 

กินเสร็จก็ออกไปถ่ายรูปบรรยากาศมาเสริฟให้ท่านผู้อ่านทุกๆ ท่าน ดูวนไป

 

ขอตั้งชื่อภาพว่า “อย่าปล่อยมือฉัน”

 

โดยประวัติของรูปปั้นนี้มีอยู่ว่า เมื่อครั้งแต่ก่อนมีชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งรักกันมาก บ้านของหญิงสาวนั่นทำอาชีพการค้า ตระกูลจึงค่อนข้างร่ำรวย ในด้านชายหนุ่มมีฐานะยากจน ปลูกผักไปขายตลาด เงินที่ได้มาก็ซื้อข้าวซื้อปลาให้แม่ที่นอนป่วยอยู่บ้าน ชายหนุ่มคนนี้จึงเป็นที่กล่าวขานในด้านความขยัน เลื่องลือไปทั้งหมู่บ้าน สองหนุ่มสาวนี้ก็มีความรักใคร่ต่อกันมานานกันมานาน แอบพบเจอกันยามค่ำคืน เพราะฝ่ายชายหนุ่มเกรงว่า ถ้าหากเขาไปหาหญิงสาวยามฟ้าแจ้งนั้น ก็กลัวที่หญิงสาวจะอับอายขายขี้หน้าชาวบ้าน อยู่มาวันหนึ่งพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเกิดรู้ความจริงขึ้นมา จึงได้กักขังลูกสาวไว้ในบ้าน ไม่ให้ออกไปไหน เมื่อฝ่ายชายได้ทราบข่าว เขารู้สึกเศร้าโศกเสียใจมาก ไปหาพ่อแม่ของหญิงสาว ก็โดนไล่ตะเพิดออกมาเหมือนหมูหมา สุดท้ายเขาก็เสียใจร้องไห้ตรอมใจจนตาย และน้ำตาของเขาก็กลายมาเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านจนถึงทุกวันนี้ สุดท้าย ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อ่านนิยายของผมจนจบ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่งเองล้วนๆ ขอตั้งชื่อเรื่องว่า “มนต์รักน้ำตานอง”
อ่านนิยายจบแล้ว มาดูวิวต่อกันดีกว่า (อย่าด่าผมนะ ผมแต่งมาเพื่อความบันเทิง)

 

อิทธิฤทธิ์ทัวร์จีน คนเพียบ

 

มุมสูงก็มา

 

ขอทิ้งภาพสุดท้ายไว้กับสินค้าตัวโชว์ ณ ร้านอาหารอาหารแห่งหนึ่ง คุณลองคิดดูดิ ผมเดินเข้าไปถ่าย แล้วมันวิ่งเข้ามาหาร้องจี๊ดๆ รู้สึกเหมือนว่ามันอยากให้ช่วย….. สงสารจริงๆ แต่ทำไรไม่ได้ วัฒนธรรมเขาเนอะ

 

และแล้วเวลาที่สำคัญก็มาถึง หลังพระอาทิตย์ตกดินเป็นเวลาหากินของเรา แฮร่!! ไม่ใช่ ครับไม่ใช่ ก็ที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่าเป็นหมู่บ้านโบราณที่ไม่โบราณ ทำไมน่ะเหรอ ก็แสงสีของหมู่บ้านนี้ไงครับ ระยิบระยับ แวววับแวววาว โอ้ว้าว มันจ้าซะเหลือเกิน นอกจากนี้ยังไม่พอ ยังมีผับที่เปิดเรียงกันเป็นตับ คลอไปกับเสียงดนตรีที่ดังตึบตับ น่าพาคนรู้ใจไปเต้นตับๆ ฮ่าๆๆๆๆ กระซิบเบาๆ งานดีทั้งนั้น ฮิฮิ บ้าไปแล้ว ในส่วนของพาร์ทนี้ จะไม่มีเนื้อหาอะไรอธิบาย เพราะเดินเก็บรูปอย่างเดียว เอาล่ะ ไปดูกันดีกว่า โก ๆ ๆ

สวยอะเด้ งานยอตัวเองก็มา ฮ่าๆๆ

 

ภาพสุดท้ายของคืนนี้ ไม่ไหวแล้ว เพลียยยยยย เจอกันตอนเช้านะครับ ราตรีสวัสดิ์ ตึ๊บ ๆ ๆ ตึ๊บ ดื้อ ตึ๊บ ๆ

 

สวัสดี 9.00 โมงเช้า ตื่นมาเห็นนาฬิกาแล้วจะร้องไห้ คือตั้งใจจะตื่นแต่เช้ามาถ่ายรูปหมอกเหนือผิวน้ำ ลืมตั้งนาฬิกาปลุก จบ จบเลย ถ่อมาตั้งไกล เอ้า เอาเท่าที่ได้ละกัน เฮ้ออออ

 

ได้แค่ไหน ก็เอาแค่นั้น งืออ

 

ตอนนี้ก็โอเคอยู่ ใจชื้นขึ้นมานิด ยังได้ภาพมาฝากผู้อ่าน ^^

 

ทัวร์จีนเพียบ เดี๋ยวๆ นี่มันประเทศจีนนะ คนจีนก็ต้องเยอะดิ

 

นี่ไงครับ คนที่เขาจะพายเรือเก็บขยะในช่วงเช้าๆ

 

มีชุดให้เช่าเหมือนเดิม นี่สินค้าตัวอย่างครับ โมเดลๆ

 

อามง อาม่า ก็ขายของกันไป

 

ขอปิดทริปด้วยภาพนี้ละกันนะครับ จบทริปแล้ว หวังว่าผู้อ่านคงสนุกไปกับการอ่านในครั้งนี้ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ ^^

 

ฝากติดตามผลงานได้ที่: https://www.facebook.com/BlackMonkeyOnTour/