ทริปมหัศจรรย์ ตะลุยเที่ยวสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทั้งเก่าและใหม่
Great Pyramid of Giza & Petra (the Lost City)
ตะลุยเที่ยวประเทศอียิปต์และจอร์แดน

“To know is to exist; to exist is to be involved, to move about, to see the world with my own eyes.”
-Alice Walker-

เธอ….เราอยากเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยตาตัวเอง

จากจุดเล็กๆตรงนี้ ทำให้พวกเราเริ่มการเดินทางครั้งใหญ่ ไปยังประเทศที่เวลาบอกใครว่าจะไป จะมีเสียงตอบกลับว่า ห่ะ, จะไปเหรอ, อันตรายนะ, ร้อน แต่เราไม่หวั่น เราจะต้องเห็นโลกกว้างด้วยตาตัวเองให้ได้ เราเดินทางไปยังประเทศอียิปต์และจอร์แดน เพื่อไปดู 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่า ได้แก่ มหาปิรามิดแห่งกีซ่า และ 1 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ได้แก่ นครเพตรา เคยมีคนบอกเราว่า การเดินทางคือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เป็นการเปิดโลกกว้าง ซึ่งเราก็เห็นด้วย

อกเลย ทริปนี้เหมาะกับคนที่ชอบแอดแวนเจอร์ ชอบประวัติศาสตร์ ชอบเรื่องราว ชอบอะไรที่แปลกใหม่ ที่แตกต่าง ชอบถ่ายรูป ชอบความกิ๊บเก๋ ชอบทะเลทราย โอ๊ยอีกเยอะ สรุป ไปเถอะ! มันดีมาก แนะนำสุดๆ เป็นอีกทริปที่เราประทับใจ ขนลุกกับสิ่งที่เห็นหลายครั้ง เพราะเราไม่เคยเห็น มันแปลกกว่าที่ไหนๆที่เคยไปมา ถ้าใครถาม ก็จะบอกว่า สมควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ควรไปเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ มันดีมากๆ

 

อียิปต์และจอร์แดน เป็นประเทศในลิสท่องเที่ยวของเราที่อยากไป เนื่องจากชื่นชอบการอ่านการ์ตูน คำสาปฟาโรห์มาแต่เด็ก (อุ๊ย รู้หมดเลยว่าแก่) ชอบดูสารคดีเกี่ยวกับอียิปต์ คำสงคำสาป การสร้างปีรามิด ดูลี้ลับ ดูน่าสนใจ ดูมีเรื่องราว และที่แน่ๆ มีทะเลทราย ซึ่งแตกต่างกับบ้านเราโดยสิ้นเชิง ทำให้เราอยากไปมากๆ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ทริปนี้พวกเราสามสาวไม่ได้ซื้อทัวร์จากประเทศไทยไป พวกเราไปซื้อ Local Package Tour เอาเอง คือติดต่อเอเจนซี่ที่ประเทศอียิปต์ บอกเขาว่าอยากไป อยากทำอะไรบ้าง แล้วให้เขาจัดให้หมดเลย คือยืดหยุ่นตามใจเรา ซึ่งเราก็แฮปปี้

 

การเดินทาง

จากกรุงเทพ เดินทางไปประเทศอียิปต์และจอร์แดน มีหลายสายการบินให้เลือก หลากหลายราคา แต่ที่บินตรงเลยคือ สายการบิน EgyptAir มีบิน 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ นอกนั้นก็จะมีแวะพัก Transit เปลี่ยนเครื่องที่เมืองต่างๆ เพื่อนๆสามารถค้นหาเที่ยวบินผ่าน Traveloka เพื่อเปรียบเทียบราคา และดูว่ามีสายการบินอะไรบ้าง เพราะเราเองก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ลองเปรียบเทียบดูค่ะ ว่าเวลาไหน เหมาะสมกับเราที่สุด

จองตั๋วเครื่องบินไปอียิปต์ กับ Traveloka

เส้นทางการเดินทางของพวกเรา คือเริ่มต้นจาก กรุงเทพ-ไคโร เที่ยวแถวไคโรให้ทั่ว แล้วบินต่อในประเทศ จากไคโรไปเมืองอัสวาน จากนั้นล่องเรือจากอัสวานไปลักซอร์ แล้วบินจากลักซอร์กลับไคโร ต่อจากนั้นก็เปลี่ยนประเทศ บินไปยังจอร์แดน แล้วค่อยบินกลับไคโร แล้วต่อเครื่องกลับไทย (ไม่งงเนอะ ดูภาพเอา) ซึ่งการตัดสินใจจะเลือกสายการบินไหน เวลาอะไร อะไรคุ้มสุด ลองกดเลือกจาก Traveloka เพราะเราสามารถเลือกสายการบินขาไป กับ ขากลับไม่เหมือนกันได้ ทำให้ได้ราคาที่ดีที่สุด ถ้าเราไปจองผ่านหน้า Official website ของสายการบิน ก็จะทำไม่ได้นะเออ แต่สรุป ทั้งทริป พวกเราใช้สายการบิน EgyptAir ทั้งหมดทุกรูทเลยที่ต้องบิน เพราะกลัวเรื่องการเปลี่ยนเครื่อง แต่ขอบอกทุกคนตรงนี้ก่อนเลย ต้องเผื่อเวลาเครื่องบินดีเลท์ด้วยนะ EgyptAir นี้ ดีเลท์กระจาย ต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย 2-3 ชั่วโมง ไม่งั้นเกิดดีเลท์ขึ้นมา (ซึ่งเราเจอดีเลท์ 2 ครั้งเลย) จะไม่คุ้มเอา

 

ข้อดีอีกอย่างที่เราเลือกจะใช้บริการจาก Traveloka ก็เพราะว่ามีข้อดีเยอะมากกก ในเรื่องสายการบินก็ดี เพราะครอบคลุมสายการบินระหว่างประเทศ และมีที่พักให้เลือกมากมายทั่วโลกเลยนะ อีกทั้งราคาก็ยังถูกอกถูกใจเรามาก เนื่องจากว่าไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม เห็นเท่าไหนก็จ่ายเท่านั้นได้เลย แถมยังจ่ายเงินง่าย แม้จะเป็นการจองที่พักต่างประเทศ แต่ก็สามารถจ่ายได้ที่ตู้ ATM ไม่ต้องมีบัครเครดิตก็จองได้

 

แผนการเที่ยว:

การท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมด 13 วัน รวมวันเดินทาง จริงๆก็อยู่ที่อียิปต์และจอร์แดนทั้งหมดแค่ 11 วันเอง แผนการเที่ยวของเราคร่าวๆเราสรุปไว้ให้ด้านล่างนี้ค่ะ

วันที่ 1 ที่เที่ยว

บินตรง กรุงเทพ-ไคโร ด้วยสายการบิน EgyptAir เที่ยวบินที่ MS961 เดินทางถึงไคโร เวลา 05:00 ของเช้าวันถัดไป

ที่พัก นอนบนเครื่องบิน
วันที่ 2 ที่เที่ยว Great Pyramid of Giza – Sphinx – Sakkara – Memphis
กิจกรรม ขี่อูฐชมปิรามิด, ดู Sound & Light Show จากดาดฟ้าโรงแรม
ที่พัก Panorama Pyramids Inn
วันที่ 3 ที่เที่ยว Egyptian Museum – Citadel – Khan El Khalili Market
กิจกรรม ที่ตลาด Khan El Khalili แวะชิมชาที่ร้านดั้งเดิม El Fishawy Café และช้อปปิ้งซื้อของฝาก
ที่พัก Le Meridien Pyramids Hotel & Spa
วันที่ 4 ที่เที่ยว Bahariya Oasis – White Desert
กิจกรรม Sultan Hamman Full Body Massage
ที่พัก นอนกลางทะเลทราย (ไม่มีที่อาบน้ำ)
วันที่ 5 ที่เที่ยว White Desert – กลับไปไคโร – Aswan
ที่พัก Movenpick Resort Aswan
วันที่ 6 ที่เที่ยว An Unfinished Obelisk Site – High Dam – Philae Temple – Nubian Village
ที่พัก Movenpick Resort Asan
วันที่ 7 ที่เที่ยว Abu Simbel – เช็คอินเรือ Cruise เพื่อเดินทางไปเมือง Luxor
กิจกรรม Felucca Ride
ที่พัก Movenpick M.S. Royal Lotus Nile Cruise
วันที่ 8 ที่เที่ยว Kom Ombo – Edfu
ที่พัก Movenpick M.S. Royal Lotus Nile Cruise
วันที่ 9 ที่เที่ยว เดินทางถึงเมือง Luxor – Valley of the Kings – Valley of the Queen – Hatshepsut Temple – Karnak Temple – Luxor Temple
ที่พัก Movenpick M.S. Royal Lotus Nile Cruise
วันที่ 10 ที่เที่ยว บินกลับไคโร – บินต่อไปยังประเทศจอร์แดน
ที่พัก Harir Palace Hotel
วันที่ 11 ที่เที่ยว Petra, The lost City
กิจกรรม ขี่ Quad Bike บนทะเลทราย
ที่พัก Wadi Rum Night Luxury Camp
วันที่ 12 ที่เที่ยว Dead Sea – บินกลับประเทศไทย
ที่พัก นอนบนเครื่องบิน
วันที่ 13 ที่เที่ยว

เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

 

บอกเลยจากตารางข้างบนนี้ ครบถ้วนทุกอย่าง ที่ต้องไป ที่ต้องทำ คุ้มมาก แพ๊คเกจของเราที่ซื้อจากเอเจนซี่ที่โน่น จะรวมทุกอย่าง ที่พัก, อาหารเช้า, อาหารกลางวัน, อาหารเย็น (บางมื้อ), ค่ากิจกรรม, ค่าไกด์, และค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ไม่รวม ค่าทิป, ค่าเครื่องดื่ม, ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับจากไทย และ อียิปต์-จอร์แดน หมดไปคร่าวๆประมาณ แสนบาทต่อคน

ถ้าในแนะนำ ก็ให้ไปทุกที่ ที่เราไปเลยนะ เพราะมันดีมาก

 

คำแนะนำในการไปเที่ยว ปิรามิด ถ้าจะดูให้สวย ควรเขยิบออกมาไกลๆหน่อย เช่น ดูจากดาดฟ้าโรงแรม จะเห็นภาพกว้างๆได้ชัดกว่า เวลาไกด์พาไป มันจะใกล้มาก อยู่ตรงฐานของปิรามิด มันก็ใกล้เกิน ไม่เห็นความยิ่งใหญ่ ดูไกลๆหน่อย ดื่มด่ำกับความอัศจรรย์ ความรู้ ความสามารถของคนอียิปต์โบราณ ที่สร้างสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ เราแนะนำให้พักที่โรงแรมแถวปิรามิดซักคืน คุ้ม เพราะสามารถตื่นแต่เช้ามาจิบน้ำส้มพร้อมกับดูปิรามิดไปด้วย มันฟินมาก คู่ควรกับคำว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกจริงๆ นอกจากนั้นเวลามาอียิปต์ก็ห้ามพลาด พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของอียิปต์ ที่จัดแสดงของล้ำค่าของโลกไว้เยอะมาก สมบัติของฟาโรห์ตุตันคามุน ก็จัดแสดงอยู่ที่นี่ ห้องจัดแสดงมัมมี่ มัมมี่ที่นี่ไม่เหมือนกับที่เราเคยดูในหนังสือเรียนเลยนะ มันอะเมซิ่งมาก บางมัมมี่ยังมีผมอยู่เลย ฟันก็ยังมี มันสุดยอดมาก ต้องคิดตามว่าพวกเขาอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ยังครบถ้วน สุดๆอ่ะ ต้องไปดู พวกไม่ใช่สายพิพิธภัณฑ์ก็ควรไปนะ ไม่น่าเบื่อ

 

Bahariya Oasis – White Desert นี้ควรไปมาก! ห้ามพลาดเลย แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้ไปกัน เพราะมันอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่ม จะไปก็ต้องมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน เพราะกว่าจะเดินทางไปถึง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจากเมืองหลวงไคโร แต่บอกเลย มันคุ้มมากๆ เหมือนหลุดไปอยู่ในหนังไซไฟ นอกโลก สตาร์วอร์ อะไรแบบนั้นเลย บอกก่อนเราก็เคยไปเที่ยวทะเลทรายมาหลายประเทศ (เคยไปโมร๊อคโค กับ ดูไบ) แต่ที่นี่ไม่ใช่ มันแปลก มันสวยกว่าที่เคยไปมา วินาทีที่รถ 4WD เลี้ยวหยุดให้เราดูวิว มันสวยมากขนลุก เป็นโมเม้นท์ที่ดีที่สุดในทริปนี้เลยก็ว่าได้

เสร็จแล้วก็เดินทางไปเมืองอัสวาน เมืองที่อยู่ใต้สุดของประเทศอียิปต์ สวยค่ะ เป็นเมืองที่ควรไป เพราะมีแม่น้ำไนล์ไหลผ่ากลางเมืองเลย บรรยากาศไม่เหมือนไคโรอย่างสิ้นเชิง ไฮไลท์คือการไป Abu Simbel กับ Nubian Village ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ ที่เมืองอัสวานพวกเราพักที่ Movenpick Aswan Resort โรงแรมที่ตั้งอยู่บนเกาะ กลางแม่น้ำไนล์เลย

 

จากเมืองอัสวาน เราจะนอนบนเรือครูซ 3 คืน เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองลักซอร์ โดยในแต่ละวันก็จะแวะพัก แวะเที่ยวไปตามเส้นทางของเรือ ซึ่งเป็นเส้นทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยว เรือลำไหนก็จะแวะเที่ยวคล้ายๆกัน การนอนบนเรือไม่ลำบากเลย สบายด้วยซ้ำ พวกเราไม่ได้เลือกเรือที่จะขึ้น เอเจนซี่เป็นคนเลือกให้ ดังนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอย่างนี้คือดีไม่ดี แต่ก็พอใจมากๆนะ

 

และสุดท้ายไฮไลท์ของประเทศอียิปต์ จุดแวะพักสุดท้ายของเรา ที่เมืองลักซอร์ เป็นที่ตั้งของหุบเขากษัตริย์ หุบเขาราชินี และสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่ๆอีกหลายอัน อันนี้ไฮไลท์จริง เพราะหลุมศพของเหล่ากษัตริย์และราชวงศ์ มันเว่อร์วังอลังการมาก ใหญ่โตสุดๆ ไกด์บอกว่าที่เราเห็นอยู่นี้ ยังไม่หมด เขาคาดการณ์กันว่าจะยังมีหลุมศพที่ยังไม่ถูกค้นพบอยู่ภายใต้พื้นทรายของประเทศอียิปต์อีกเยอะมาก ยังทำการค้นหาอยู่จนทุกวันนี้ ดังนั้นนี้แค่ส่วนหนึ่งนะ มันยังยิ่งใหญ่มากขนาดนี้ ที่หุบเขากษัตริย์ หุบเขาราชินี จะมีหลุมฝังศพที่เปิดให้ดูทั่วไป กับหลุมพิเศษที่ต้องเสียเงินเพิ่ม พวกเราด้วยความที่คิดว่า ยังไงก็มาแล้ว แล้วคงไม่ได้มาอีก (เพราะมันแพง) ก็เลยจ่ายเงิน ดูหลุมพิเศษซะหน่อย เอ๊ย…มันคุ้มอยู่นะ หลุมพิเศษพวกนี้ จะได้รับการดูแลที่ดีกว่า และยังมีสีสันที่สดใสสวยกว่าหลุมทั่วไป ไม่งั้นเขาจะเรียกเก็บเงินเพิ่มทำไมเนอะ

 

และสุดท้ายท้ายสุดของทริป คือการไปเยือนประเทศจอร์แดน ชมนครหลวงเพตรา นอนพักที่โรงแรมสุดหรูใน Wadi Rum และพอกโคลน ขัดสีฉวีวรรณ ที่ Dead Sea ก่อนจะบินกลับไทย ที่เพตราบอกไว้ก่อนเลย เดินเยอะมาก เตรียมตัว เตรียมใจ ไว้ดีๆ โดยเฉพาะพวกเราต้องการรูปมุมสูง ก็ยิ่งต้องปีนป่าย ปีนขึ้นไป แต่ถ้าถามว่ายากไหม ก็ไม่ยากมากนะ เดินได้อยู่ค่ะ แค่ชั่วโมงเดียวเอง จากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดที่ต้องถ่ายรูป

สุดท้ายพวกเราก็ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทั้ง 2 แห่ง ด้วยตาตัวเองแล้ว แล้วคุณหล่ะ…..เคยเห็นบ้างรึยัง