นี่เป็นการมาประเทศมาเลเซียของเราครั้งที่ 3 เอาจริงๆเรามามาเลเซียบ่อยกว่าไปเที่ยวเชียงรายประเทศตัวเองสะอีกกก 55555 ทริปนี้เกิดขึ้นจาก เมื่อ 3 ปี ก่อนเราได้ไปเที่ยวปีนัง ที่ประเทศมาเลเซียนี่ละ แล้วไปสะดุดกับภาพนึง ที่ประชาสัมพันธ์ในเมืองปีนังมีความกรีนกรี๊นมาก และได้รู้มาว่าในภาพนั้นคือ คาเมร่อน เมืองที่เต็มไปด้วยไร่ชา มีความกรีน และอากาศหนาวตลอด เราก็เลยลิสต์คาเมร่อน ไว้เป็นอีกสถานที่นึงที่คิดว่าถ้าว่างแล้วจะมาให้ได้ … และประจวบเหมาะกับเราได้มาตรวจงานที่หาดใหญ่ที่ติดกับวันหยุดยาวอีก 3 วันพอดี แหม่…อยู่ใกล้ขนาดนี้แล้วจะปล่อยให้พลาดได้ไงเนอะ … สวัสดีคาเมร่อน-อิโปห์ เราโผล่มาแล้วววววว : ))

 

 

—01 แพลนเที่ยว คาเมร่อน – อิโปห์ แบบ 3 วัน 3 คืน —

Day 0 : เดินทางจาก สนามบินดอนเมือง – หาดใหญ่
แพลนวันนี้ตอนแรกจะไปที่อิโปห์ แต่….(ติดตามในรีวิว TT)
Day 1: ปาดังเบซา – เปลี่ยนรถที่อิโปห์ – นอนคาเมร่อน
Day 2: เที่ยวคาเมร่อนแบบจุใจ – และกลับอิโปห์
– ชมแสงเช้าที่ไร่ชา
– Mossy forest
– ไร่ชา BOH
– Cameron Lavender
Day 3: อิโปห์ – ปาดังเบซา
– เที่ยวสตรีทอาร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของอิโปห์
– กลับ กทม.

 

—02 เริ่มต้นการเดินทางด้วยการ…ตกรถไฟไปอิโปห์ —

การเดินทางจาก กทม. ของเรารอบนี้คือ นั่งเครื่องบินจาก ดอนเมืองมาลงที่หาดใหญ่ การจองตั๋วที่ง่ายๆสำหรับเราเลยนะคือ ใช้งานพี่โลก้าคนดีคนเดิม เพิ่มเติมคือ เปรียบเทียบราคาและช่วงเวลาบินให้พร้อม

ความจริงแพลนเราวันนี้คือ ลงสนามบินตอนเช้า และเดินเล่นในหาดใหญ่ และตอนเย็นเราจะนั่งรถไฟความเร็วสูงไปที่อิโปห์ (แต่ใครอยากจะนั่งรถไฟ KTM ต้องทำการจองก่อน เพราะเต็มเร็วมากกกกก โดยเราจองผ่าน https://12go.asia/th ) หรือจะจองตั๋วเครื่องบินไปมาเลเซียเลยก็ได้นะ ป่ะไปจองตั๋วเครื่องบินกันก่อน

จองตั๋วเครื่องบินไปหาดใหญ่ กับ Traveloka 

 

การเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ ไป ปาดังเปซา เรานั่งรถสองแถวจากสนามบินมาลงที่ บขส.เก่า และต่อรถตู้ไปที่ปาดังเบซา รถจะออกทุกๆ 20-30 นาที ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาทีก็มาถึงด่านปาดังฯ บอกคนขับว่าลงหน้าด่านปาดัง และหลังจากนั้นเราก็ทำเรื่อง ตม.ทั้งไทยและมาเลเซียเลยค่ะ ส่วนทั้งหมดนี้คือแพลนที่เราวางไว้มาอย่างดี … แต่ฝันก็สลายยย เพราะพี่ที่เรานัดจะไปด้วยกัน ได้รอบรถจากปัตตานีมาหาดใหญ่เลทมากกกกกกก เลยทำให้ไปไม่ทันรถไฟ จะร้องไห้หนักมาก คือเราเข้าไปที่มาเลเซียแล้วนะ แต่ก็ต้องเดินกลับมา เพราะ…รถไฟออกไปแล้ว TT คืนนี้เราสองคนก็เลยวนเวียนกันอยู่ที่ปาดังเบซาและพรุ่งนี้ค่อยว่ากันไหม

 

—03 เริ่มเข้ามาเลเซียจริงๆ ซะที…. —

หลังจากตกรถไฟ ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีปนอยู่เสมอ เพราะว่า… เพื่อนพี่ที่มากับเรา ให้พวกเราอาศัยค้างแรมแถวปาดังหนึ่งคืน จากแพลนตอนแรกคือนั่งรถไฟความเร็วเข้าไป และเราจองกระชันชิด เลยทำให้รอบรถไฟเต็ม เราก็เลยต้องนั่งรถทัวร์ ที่มาจากหาดใหญ่แล้วไปอิโปห์แทน เราเดินทางของบริษัท Hadyai Variety tour โดยการโทรจองและโอนเงินยืนยันค่าตั๋ว แล้วให้มารับที่ ด่านปาดังเลย (เบอร์โทรติดต่อ 074-351-280 )

 

ถ้านั่งรถไฟความเร็วสูงก็ประมาณ 3 ชม. หน่อยๆ ก็คงถึงอิโปห์ แต่…รถทัวร์นะหรอเต็มสตรีมเอาไปเลย 6 ชม.จ้า ออกจากปาดัง 10.00 น. ถึงอิโปห์ 16.00 น. นู้นนนนน

 

ในส่วนวันนี้เราก็เลยตรงดิ่งไปที่คาเมร่อนกันก่อนเลย โดยรถทัวร์มาจอดที่ สถานีขนส่ง AmanJaya และจากขนส่งก็มีรถไป คาเมร่อนเลย เราซื้อตั๋วและก็ออกเดินทางกันต่อ … จากอิโปห์ไปคาเมร่อนใช้เวลาประมาณ 2 ชม.กว่าๆ ขอแนะนำว่า ใครเมารถนอนได้นอน หรือกินยาดักไว้ก็ดีค่ะ เพราะทางคดเคี้ยวไปมามาก

 

— 04 สวัสดี คาเมร่อนที่แท้ทรู —

หลังจากเดินทางมาทั้งวัน ย้ำว่าทั้งวันจริงๆ เราได้รู้จักพี่คนไทยอีก 3 คนที่เจอกันในรถทัวร์ และพี่เค้าก็เคยมาเที่ยวที่คาเมร่อนมาก่อน
ขอเกริ่นคร่าวๆก็ว่า คาเมร่อนจะมี 3 หัวเมืองใหญ่ๆ คือ Ringlet / Brinchang / Tanah rata สามเมืองนี้ก็จะมีข้อแตกต่างกันนิดหน่อย ถ้าศูนย์กลางที่จะใกล้ที่เที่ยวในคาเมร่อน และครึกครื้นมากๆ ก็จะเป็นเมือง Brinchang (คือมีเคเอฟซีด้วยเด้อออ) แต่พี่ที่เคยมาแนะนำให้พักที่ Tanah rata เพราะเงียบสงบ และก็เป็นจุดขึ้นรถกลับไปอิโปห์สะดวกด้วย

ส่วนคืนนี้เราก็หาที่พัก ซึ่งมีให้เลือกเยอะมากกกกกกก เพื่อนๆสามารถค้นหาที่พักที่ถูกใจได้ที่ Traveloka ได้เลย คือเอาง่ายๆ ไหนๆก็เข้าเว็บจองตั๋วแล้ว ก็จองที่พักไปด้วยเลย ง่ายและสะดวกดีด้วย : ))

จองที่พักคาเมร่อน กับ Traveloka 

 

หลังจากเราได้ที่พัก และหาอะไรกินเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มหาทัวร์ที่จะพาเราเที่ยวคาเมร่อนในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ ครึ่งวันบ้าง เต็มวันบ้าง แต่ส่วนมากไม่ค่อยมีทัวร์ที่เดินทางแต่เช้า จะเดินทางอีกทีก็นัดกัน 8-9 โมง แต่คือมาไร่ชาทั้งที เราก็ต้องมาดูพระอาทิตย์ขึ้น เห็นแสงอาทิตย์กระทบกับไร่ชาสิ…ถึงจะเรียกว่ามาถึงเนอะ หลังจากหาไปสักพักยังไม่มีทัวร์ไหนถูกใจ ทั้งราคา สถานที่ และจำนวนคน พวกเราเลยลองดีลกับรถแท็กซี่ (ถ้าดึกมากๆ เมืองนี้แทบไม่เจอแท็กซี่เลย แต่เราโชคดีพอดี)

สรุปง่ายๆ คือ พรุ่งนี้เราจะเที่ยวคาเมร่อนด้วยแท็กซี่ กับ สมาชิก 5 คน และพี่แท็กซี่จะพาไปดูแสงเช้าที่กระทบกับไร่ชาแบบละมุนๆ ด้วย

 

— 05 วันของคาเมร่อน —

แพลนวันนี้เราคือ เรานัดคนขับตั้งแต่ 5.30 น. เพื่อจะชมแสงเช้าที่ไร่ชา – Mossy forest – ไร่ชา BOH – Cameron Lavender – KFC

ค่าแท็กซี่ในราคาเหมาจะอยู่ที่ ชม.ละ 25 ริงกิต (หรือประมาณ 200 – 250 บาท ตามเรทเงินตอนนั้น) และต้องเช่า 3 ชม.ขั้นต่ำด้วย และในส่วนวันนี้เราก็เช่าแทบจะทั้งวันนั้นแหละ มาได้เวลาเที่ยวจริงๆจังซะที โอ๊ยยยย

 

คือจุดชมวิวแรกที่คนขับได้พามา ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าชื่อไร่อะไร แต่คนน้อยมาก

 

และที่สำคัญ คนขับเร่งพวกเราหนักมากกกกก คือพวกเราเป็นคนชอบยืนชมพระอาทิตย์ขึ้นจนแสงอุ่นจางไปเลย แต่นี่พระอาทิตย์ขึ้นไม่ถึง 10 วิ พี่คนขับแท๊กซี่ก็เร่งให้พวกเราขึ้นรถไปที่ถัดไปละ… แต่เสียใจ พวกเรามาเที่ยวไม่ได้มาชะโงกทัวร์ว๊อยยย

 

ให้พี่เค้างึมๆงัมๆไปเหอะ จนพวกเราถ่ายรูปจุใจ ก็ next station ต่อไปกันเลยจ้า เรามาต่อด้วยการเดินเท้าเบาๆออกกำลังกายตอนเช้าที่ Mossy forest ที่นี่เหมือนเป็นเส้นทางเดินป่าไปภูเขาอะไรนี่แหละ คือเจอคนมาเลเซียแต่งชุดเดินป่าและอุปกรณ์ครบกันมากกกกก คนขับให้เวลาเราสำหรับที่นี่ประมาณชั่วโมงนึง

 

เอาจริงๆๆที่เลือกมานี่ก็ไม่มีอะไรเลยนะ คือเราแพ้ความกรีนและความเย็นของมัน เราว่าสดชื่นและแปลกตาดี ถึงดูไม่ค่อยมีอะไรก็เหอะ 55555

 

และที่เราชอบก็คือ คนที่เดินสวนทางกันไปมาๆ จะพยายามทักทายพวกเรากันตลอด พอสวัสดี เค้าก็จะสวัสดีกลับ ไม่ได้สวัสดีภาษาเค้านะ แต่เค้าสวัสดีเป็นภาษาไทยกลับนี่ละ โค่ดน่ารักกกก

 

หลังจากเดินวนไปวนมา เอาจริงๆ ก็ปาไป จะ 10 โมงแล้ว ก็ตรงดิ่งไปที่ ไร่ชา BOH แพลนไว้ว่าจะกินข้าวกลางวันที่นี่ และก็เดินเล่นด้วย

 

นี่คือวิวระหว่างทางที่จะมาไร่ชา BOH

 

มาที่นี่ต้องกินชา อะไรชาๆนี่จัดให้หมด แต่ขออย่างเดียว ไม่ขอคนเย็นชานะเดาใจยาก เย้ยยย ไม่เกี่ยวก๊านนน กลับมาคคาเมร่อนกันต่อเฮอะ

 

ที่นี่ก็จะมีจุดขายของฝากเอย คำบรรยายต่างๆกว่าจะมาเป็นโรงงานบ้าง และก็มีจุดให้เข้าชมโรงงานและขบวนการผลิตด้วย คือพวกเราหมดเวลากับที่นี่สักพักใหญ่ จนคนขับโทรตาม…5555 จะใจร้อนไปไหนเนี่ยยยยย

 

พอคนขับตามแล้วตามอีก เราก็มุ่งหน้าไปต่อที่ Cameron Lavender เวลานั่งรถ ถ้าเราเจอระหว่างทางอันไหนสวย ก็จะขอพี่คนขับจอดตลอด (ถึงพี่แกจะเหมือนไม่อยากจอดก็เหอะ 5555)

 

ที่นี่ก็เป็นสวนดอกไม้ ข้างบนมีไร่สตอเบอร์รี่ให้กิน และมีของกินนู้นนี่นั้น เราใช้เวลาที่ Cameron Lavender จนถึงประมาณ บ่าย 2 กว่า

 

ใช้เวลาสักพักก็เตรียมตัวกลับ แต่ก่อนกลับหิวมาก เลยขอคนขับแวะกิน KFC ซึ่งคนขับใจดีมากกกกกกกก คิดเงินเราแค่หลังส่งที่ KFC และรอเรากินเสร็จพาไปส่งที่ขนส่งแบบฟรีๆไม่คิดตัง (ก็แหม่…ได้ไปเยอะอยู่เหมือนกันนะเราเนี่ยวันเนี่ยยยย 5555) และนี่คือเมนู KFC ของที่นี่ ฟินในความชีสมากกกกกกกกกกก

 

หลังจากกินเสร็จเราก็มาดูรอบรถเพื่อจะกลับไปที่อิโปห์ เรามาไม่ทันรอบ 16.00 น. ก็เลยได้ไปรอบ 18.00 น. ระหว่างรอเราก็ไปเดินเล่นหาไรกิน สักพักก็ถึงเวลารถออกเพื่อกลับไปอิโปห์แล้ววววว
ในส่วนคาเมร่อนวันนี้ เราเลือกแต่ที่ที่อยากไป แอบรู้สึกว่าส่วนใหญ่เป็นเมืองสร้างมากกว่า

 

— 06 สวัสดีอิโปห์อีกครั้ง และอีกครั้ง : )) —

สักประมาณ 2 ชม.กว่า เราก็มาถึงอิโปห์แล้ว และเราก็หารถเมล์ต่อเข้าไปแถวเมืองหน่อย (จำไม่ได้แล้วว่าสายอะไร แอมซอรี่จริงๆ TT ) เรามาลงรถเมล์กันแถวสถานีรถไฟ เพราะเราแพลนกันว่าจะเดินเล่นแถวนี้และตอนเช้าจะเข้ามาจองรถไฟกลับปาดังกัน

 

ในส่วนคืนนี้เราก็นอนกันที่อิโปห์ เรากับพี่ที่มาด้วยกัน ก็ออกไปเดินเล่นอิโปห์ยามค่ำคืน ส่วน พี่ 3 คนที่พึ่งเจอกันขอนอนพักที่ รร. พี่แกบอกร่างพักไม่ไหวล๊าวววววว ตัดภาพมาที่ความแข็งแกร่งของตัวเอง 55555

 

อิโปห์ตอนกลางคืนสวย และคลาสสิคมาก เราเดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ก็เจอสตรีทอาร์ตเรื่อยๆ เราชอบ street art ที่นี่นะ ดูมี life style และเอกลักษณ์ดี

 

— 07 ตะลอนอิโปห์ แบบประหยัดเวลา —

วันนี้แพลนเราไม่มีไรมาก แค่หาอะไรกิน และก็เดินดู Street art หลักๆ พอ

 

ก่อนจะเริ่มตะลอน เราเช็คเอ้าท์ และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วมุ่งตรงไปที่สถานีรถไฟ รีบจองตั๋วขากลับก่อนเลย พี่สามคน จองรอบประมาณเที่ยง ส่วนเรากับพี่อีกคน จองรอบประมาณบ่ายโมง หลังจากจองตั๋วเสร็จ เราก็ออกมาหาอะไรกิน และเดินเล่น Street art รอบๆกัน

 

Street art รอบๆ เมืองต่างๆ

 

และนี่คือ สองจุด Street art ที่ถือว่าเป็นแลนมาร์คของอิโปห์

 

และนี่คืออีกจุดแลนมาร์คอยู่ตรงข้างๆร้าน Old town

 

สักประมาณ 11 โมง เราก็ไปส่งพวกพี่เค้าขึ้นสถานีรถไฟ และเรากับพี่อีกคนก็ตะลุยกันต่อ
เรายังเหลือเวลาในการตะลอนในอิโปห์ประมาณ 2 ชม. เราเลยแพลนกันว่าจะไป kellie’s castle กันตอนแรกจะนั่งรถเมล์กันไป แต่ด้วยเวลาอันน้อยนิด และมีปมที่ตกรถไฟอีกก เลยไปลองคุยกับแท็กซี่กันดู แท็กซี่คิดราคาแพงมากกกกกก เค้าคิด 100 ริงกิต ต่อนานมากกกกกก สรุปชีให้ที่ 80 ริงกิต TT ราคานี่พอๆกับพาเที่ยวคาเมร่อนทั้งวันเลยนะ แต่ช่างเหอะ นานๆมาทีเนอะ

หลังจากเดินเที่ยวสักพัก เราก็เตรียมตัวกลับ แต่ก่อนกลับเราขอคนขับตามหาสตรีทอาร์ตรูปนึง ซึ่ง…วนหาอยู่นานมากกกกก นานจนเกือบจะตกรถไฟรอบสองแต่ก็ไม่เจอ ก็เลยตัดใจกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม และไปสถานีรถไฟ

 

รอบรถไฟเราประมาณ บ่าย แหม่..พอจะกลับดันเลทททท โถถถถตอนขามาถ้าเลท ป่านนี้เราก็มีเวลาเที่ยวเหลือๆๆแล้วเนี่ย TT แต่ก็เนอะไม่เป็นไร ถือว่าเป็นประสบการณ์การตกรถไฟครั้งแรกของเรา มันก็สนุกดีเหมือนกัน : ))

 

ใช้เวลาไม่นานก็สวัสดีไทยแลนด์ : ))
ต่างจากการนั่งรถทัวร์สิ้นเชิงงงง

—08 : ค่าใช้จ่าย สำหรับทริป คาเมร่อน – อิโปห์ / ต่อคน—

– ค่าเครื่องบินไป-กลับ กทม. – ดอนเมือง 2,400 บาท
– ค่ารถไฟ KST ปาดังเบซาร์ – อิโปห์ (อันตกรถไฟ TT) 396 บาท
– ค่ารถทัวร์ ปาดังเบซาร์ – อิโปห์ 450 บาท
– ค่ารถอิโปห์ – คาเมร่อน 180 บาท
– ที่พักคืนแรก 150 บาท
– ค่าแท็กซี่เที่ยวคาเมร่อน (9 ชม. ชม.ละ 25 ริงกิต) 400 บาท
– ค่ารถ คาเมร่อน – อิโปห์ 180 บาท
– ที่นอนอิโปห์ 200 บาท
– แท็กซี่เที่ยวในอิโปห์ 400 บาท
– ค่ารถไฟ KTS อิโปห์ – ปาดังเบซา 395 บาท
– ค่าอาหาร 700 บาท

*รวมแล้วค่าใช้จ่ายต่อคน ทริปนี้ประมาณ 6,000 บาท ถ้าได้ตั๋วถูก และไม่ตกรถไฟ… ค่าทริปก็จะถูกไปอีกกกกกก 55555
ยังไงลองดูโปรโมชั่นทางสายการบิน หรือส่วนลดของทาง Traveloka ได้เรื่อยๆเลย

สามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/LifeBraryjourney/
IG: https://www.instagram.com/lifebraryjourney/
Twitter: https://twitter.com/Wawowwy